ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรพรหมอลเวง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

พรพรหมอลเวง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

บนเครื่องบินที่กำลังบ่ายหน้าสู่สุวรรณภูมิ...

ตันหยง หญิงสาวที่ไปทำปริญญาโทต่อที่เมืองนอก เป็นเวลา 2 ปี กำลังเดินทางกลับด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจคาดหวังต่างๆนานา เพราะตลอด 2 ปีที่คร่ำเคร่งกับการเรียน เธอไม่เคยเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเลย

ก่อนเดินทางไปเรียนต่อเมืองนอก ตันหยงได้หมั้นกับพิรามที่คบหากันมานาน ท่ามกลางความปลื้มปีติของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย พิรามอ้อนจะตามไปดูแลเธอที่เมืองนอกให้เรียบร้อยจนถึงวันเปิดเรียนค่อยกลับ

“อย่าเลยค่ะ...ใครรู้เข้า...”

“มันจะดูไม่ดี...อีกแล้ว” พิรามดักคอ แล้วหัวเราะกัน เขาอ้อนขอตามไปเพราะยังไงเราก็หมั้นกันแล้ว ตันหยงติงว่าถึงหมั้นกันแต่ยังไม่ได้แต่ง และที่สำคัญเวลานี้

เขาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารต่อจากคุณพ่อเขาแล้ว และไหนจะบริษัทของตัวเองอีก กระนั้นพิรามก็ยังขอ “สัญญาว่าเราจะคุยกันทุกวัน”

พิรามอ้อนว่าแค่ห่างเธอคืนเดียวก็แทบขาดใจแล้ว แต่นี่ตั้งสองปี แล้วดึงเธอเข้าไปกอด แต่พอจะก้มจูบก็ถูกเธอดันไว้รีบสัญญาว่าจะโทร.มาคุยทุกวัน ขอให้ปล่อยเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า

“พวกเรา...น่าสงสารมดแถวนี้จังเลย สงสัยจมน้ำตาลตายแน่” สุดนภานำทีมเพื่อนๆมาส่งตันหยงโผล่จากที่ซ่อนแซวกันสนุกสนาน ทำเอาตันหยงเขิน พิรามมองคู่หมั้นอย่างแสนรัก

นั่นคือเมื่อสองปีก่อน แต่วันนี้...ในอีกชั่วโมงเดียว ตันหยงก็จะได้กลับมาพบปะทุกคนอันเป็นที่รักแล้ว...ยกเว้นพิราม เธอไม่บอกเพราะอยากมาเซอร์ไพรส์เขา...

ooooooo

เมื่อเครื่องลง ตันหยงไปเอารถเข็น แต่ดึงไม่ออก ปฐวีชายหนุ่มเคราครึ้มหน้าเท่ที่ลงเครื่องพร้อมกัน เห็นเธอดึงรถเข็นไม่ออก มองหน้ายิ้มๆถาม

“need a help”

ชายหนุ่มยื่นมือไปดึงรถเข็นให้ ตันหยง “Thank you” มองหน้าเขา ปฐวียิ้ม มองชะงัก เธอเปลี่ยนเป็น “ขอบคุณค่ะ” แล้วเข็นรถไปรอรับกระเป๋า

“อ้าว...นึกว่านักท่องเที่ยว ที่แท้ก็คนไทย”ปฐวีพึมพำขำตัวเอง ดึงรถเข็นของตัวเองออกไปที่สายพานลำเลียงกระเป๋า ต่างใจจดจ่ออยู่กับกระเป๋าของตัวเอง

เมื่อได้กระเป๋าแล้ว ตันหยงเข็นรถมองหาบุหงาที่เธอโทร.บอกให้มารับ แต่ไม่เห็นใคร จึงโทร.หา บุหงารับสาย

“หยงเหรอลูก...มาถึงนานหรือยัง หนูรออยู่ตรงไหนนี่”

สอบถามกันแล้ว บุหงาบอกลูกให้รอแป๊บเดียวแม่กำลังเข้าที่จอดรถ อ้างสัญญาณไม่ดีเดี๋ยวจะโทร.มาหา แล้วกดปิดโทรศัพท์ หันไปมองพินิจพ่อของตันหยงถามว่า “จะเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย ลูกจะโกรธเราไหม”

พินิจละสายตาจากหนังสือพิมพ์บอกว่า “จะโกรธอะไรได้ ขี้คร้านจะยิ้มหน้าบานน่ะสิ”

ที่แท้ บุหงาแอบบอกให้พิรามไปรับตันหยงแทน จึงรีบโทร.บอกพิราม พินิจมองบุหงาพูดขำๆ

“ทำอย่างกับหนังสายลับ เฮ้อ...แม่กับว่าที่ลูกเขยคู่นี้ อะไรก็ไม่รู้” แล้วก้มอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

ooooooo

ระหว่างตันหยงเข็นรถขนสัมภาระเดินมาตามทางนั่นเอง มีปัญหากับนักท่องเที่ยวสามีภรรยาเกาหลีคู่หนึ่ง เมื่อฝ่ายนั้นเข็นรถมาชนรถเข็นของเธอจนกระเป๋าเล็กกระเด็นไป ส่วนสามีภรรยาคู่นั้นขวดเหล้าหล่นแตก เลยเป็นเรื่อง

สามีภรรยานักท่องเที่ยวจะให้ชดใช้ไม่อย่างนั้นจะแจ้งความ ตันหยงโต้ว่าทั้งสองมาชน ตนไม่ผิดแล้วทำไมต้องชดใช้ ฝ่ายหนึ่งพูดเกาหลีอีกฝ่ายพูดอังกฤษ เลยสื่อสารกันยาก จนเมื่อหัวหน้าทัวร์มาเป็นล่ามเลยเถียงกันคล่องขึ้น แต่ต่างก็ไม่ยอมกันจนหัวหน้าทัวร์ปวดหัวบ่นอยากเปลี่ยนอาชีพเสียเดี๋ยวนี้เลย

“ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดสิครับ” ปฐวีเดินมาแนะ หัวหน้าทัวร์เห็นด้วย ทีแรกสองผัวเมียก็เห็นด้วยแต่พอหันไปซุบซิบๆกันก็เปลี่ยนใจ อ้างว่าเสียเวลา หัวหน้าทัวร์สาวเลยรีบต้อนสองผัวเมียไป

“ขอบคุณนะคะ” ตันหยงเอ่ย ปฐวียิ้มส่งกระเป๋าเล็กของเธอที่กระเด็นไปคืนให้ เธอรับของคืน ไม่ทันคุยอะไรกัน ก็มีโทร.เข้ามือถือ เธอเดินเลี่ยงไปรับสาย ปฐวีมองตามเจื่อนๆ

“อะไรนะคะ...ตรงไหนนะ...ได้ค่ะ หยงจะไปตรงประตู 8” วางสายแล้วเธอรีบเข็นรถไปทันที

ปฐวีมองตามยิ้มๆ แล้วหันเดินไปอีกทาง พอตันหยงนึกได้หันมองอีกที ปรากฏว่าเขาหายไปแล้ว

ooooooo

ปฐวี หมอหนุ่มเคราครึ้มหน้าเท่ เดินไปอีกมุมหนึ่งของสนามบิน ขณะเขามองหาคนมารับ ก็มีมือเล็กๆ มาสะกิด พอก้มมองเขายิ้มเต็มหน้าดีใจมาก ก้มลงอุ้มเมรินหรือน้องเมย์ หลานสาวสุดที่รักขึ้นทั้งกอดทั้งหอมอย่างชื่นใจ

น้องเมย์มากับประภัสสรผู้เป็นแม่พี่สาวของปฐวี เขาขอบคุณพี่สาวที่มารับ ประภัสสรโบ้ยไปทางน้องเมย์ว่า

“ขอบคุณแม่หลานสาวตัวดีเถอะ บ่นถึงแต่น้าวีจนพี่เริ่มจะน้อยใจแล้ว”

“จริงหรือ แหม คิดถึงน้าวีจริงหรือ อย่างนี้น้าวีต้องขอหอมให้ชื่นใจหน่อยแล้ว ไหน หอมแบบไหนนะ” แล้วเขาก็หอมแก้มซ้ายแก้มขวา โหนกและจมูก เท่านั้นไม่พอ ยังเอาเคราถูแก้มจนน้องเมย์จั๊กจี๋หัวเราะคิกคัก

“พอแล้ว วีก็...เล่นเป็นเด็กเชียว ไป...ป่านนี้ที่บ้านคงคอยแย่แล้วล่ะ” พี่สาวเร่ง ปฐวีเลยอุ้มน้องเมย์เดินออกไป

ประภัสสรมองตามน้องชายที่อุ้มน้องเมย์ออกไปเศร้าๆ

ooooooo

ตันหยงไปถึงประตู 8 เธอมองหาแม่ที่นัดมารับก็ไม่เห็น เริ่มรู้สึกผิดหวัง พลันก็ได้ยินเสียงคุ้นหูถามจากข้างหลัง

“ต้องการให้รถไปส่งที่บ้านหรือเปล่าครับ”

“พิราม...” ตันหยงดีใจมาก แทนที่ตัวเองจะเซอร์ไพรส์ พิราม กลับกลายเป็นเขาเซอร์ไพรส์ตน ถามพิรามว่ารู้ได้ยังไง พิรามไม่ตอบ รำพึงแต่ความรักความคิดถึงที่มีต่อเธอ มอบช่อดอกไม้ให้แล้วทำท่าจะกอดหอม ตันหยงเบี่ยงแก้มหลบ เตือนว่านี่เป็นที่สาธารณะ แล้วเร่งรีบไปกันเถอะ

ปรากฏว่ารถของประภัสสรที่มารับปฐวี กับรถที่มารับตันหยงจอดใกล้กัน แต่ต่างมาขึ้นรถออกไปโดยไม่เห็นกัน

พอกลับถึงบ้าน ตันหยงวิ่งเข้ากอดแม่แล้วโผไปกอดพ่อ บอกว่าคิดถึงพ่อกับแม่มากที่สุดเลย บุหงาถามว่าเดินทางปลอดภัยดีไหม เธอแกล้งทำหน้างอนๆบอกว่า

“ค่ะ เริ่มจะมีปัญหาก็ตอนถึงเมืองไทยนี่แหละ คุณพ่อกับคุณแม่ร่วมมือกับพิรามแกล้งหยง”

บุหงาบอกว่าพิรามอยากไปรับเอง แม่ก็เห็นด้วยต่างหาก พินิจถามว่าเรียนจบกลับมาแล้ววางแผนจะทำอะไรต่อ

“หยงตั้งใจจะทำงานสักพัก”

“ไม่ได้นะ คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมขออนุญาตแต่งงานกับหยงนะครับ” พิรามรีบบอก บุหงากับพินิจมองหน้ากันยิ้มขำๆ

พออยู่กันสองคน ตันหยงต่อว่าพิรามว่า ไม่เคยบอกตนมาก่อนเลย พิรามขอบอกเสียตอนนี้เลย แล้วคุกเข่าขอแต่งงาน อ้อนจนเธอตอบตกลง พิรามอุ้มเธอหมุนเหวี่ยงไปรอบๆอย่างดีใจสุดๆ เมื่อปล่อยลง ตันหยงชวนไปบอกพ่อกับแม่ก่อน

เมื่อไปบอกพ่อกับแม่แล้ว พิรามบอกว่าจะให้คุณพ่อคุณแม่ตนมาคุยเป็นทางการอีกที บอกตันหยงว่าเราจะแต่งงานกันเร็วที่สุด เธอมองเขาแบบว่าขี้ตู่ พิรามรวบรัด “ไม่รู้ล่ะ คุณอาทั้งสองตกลงนะครับ”

“แม่ดีใจกับลูกทั้งสองคนด้วยนะจ๊ะ วันนี้อยู่ทานข้าวด้วยกันนะ อาสั่งให้เขาทำกับข้าวโปรดของลูกไว้ตั้งหลายอย่าง” บุหงาเอ่ย ตันหยงย้ำคำชวนของแม่บอกว่ามีของฝากเขาด้วย

พิรามทำท่าจะพยักหน้า มือถือเขาก็ดังขึ้น ตันหยงเห็นรูปที่หน้าจอบอกเขาว่า “คุณพัดชาค่ะ” พิรามทำหน้าอึกอัก แล้วเลี่ยงไปคุย ถามปลายสายว่า “มีอะไรหรือ เสร็จธุระแล้วจะรีบไป” เมื่อกลับมาเขาพูดด้วยสีหน้ายุ่งยากใจว่า

“ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ พอดีลูกค้าที่ดีลกันมีปัญหานิดหน่อยครับ”

บุหงาไม่มีปัญหานัดวันหลังก็ได้ ตันหยงน้อยใจนิดๆ ถามว่างานด่วนมากหรือ พิรามขอโทษบอกว่าคราวนี้ธุระสำคัญจริงๆ เธอเลยฝากความคิดถึงพัดชาด้วย มองตามพิรามที่รีบออกไปงอนนิดๆ

ooooooo

ที่บ้าน“โภควันต์”ของคุณหญิงปรงทอง คุณย่า ของปฐวี คุณหญิงดีใจมากเมื่อปฐวีอุ้มน้องเมย์เข้ามา ถามว่าเหนื่อยไหม เขาบอกว่าไม่เหนื่อย แค่ไปสัมมนาทางวิชาการเท่านั้น บอกว่าตนมีของฝากคุณย่ากับย่าแม้นด้วย

“แหม...คุณวีช่างมีน้ำใจคิดถึงคนแก่ หิวหรือเปล่า เดี๋ยวแม้นไปสั่งให้เขาจัดของว่างดีกว่า” ว่าแล้วลุกเลี่ยงไป

“เจ้าน่ะมันปากหวานจริงๆ มิน่าล่ะยายแม้นถึงได้ปลื้มนักปลื้มหนา” คุณหญิงมองหลานชายทั้งรักทั้งหมั่นไส้ แล้วหันไปทางน้องเมย์ที่เดินเข้ามากราบ “ไงเจ้าเมย์ เกาะน้าแจเชียว มาให้ย่าชื่นใจหน่อยสิ”

คุณหญิงถามหลานตัวน้อยว่า ทำไมแววตาถึงได้เหงาหงอยนักล่ะ เป็นเด็กเป็นเล็กต้องสดใสร่าเริงสิ แล้วหันไปเตือนประภัสสร “นี่แน่ะแม่สร เขาว่าแม่เศร้าลูกมันก็จะเศร้าตามไปด้วยนะ แล้วนี่พ่อเมธีไปไหนเสียล่ะ หมู่นี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตาเลย”

“ติดงานที่ต่างจังหวัดค่ะ แต่วันนี้สัญญาว่าจะกลับมาทานข้าวเย็น” ประภัสสรตอบหลบตาทุกคน ปฐวีมองพี่สาวอย่างเห็นใจ พูดเปลี่ยนบรรยากาศชวนไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า บอกน้องเมย์ให้ประคองคุณย่าไปทานของว่างกัน

ปฐวีกับน้องเมย์เข้าไปช่วยกันประคองคุณย่าลุกขึ้น คุณหญิงหัวเราะกับหลานๆ อย่างมีความสุข ในขณะที่ประภัสสรมองเศร้าๆ

ปฐวีป้อนของหวานของว่างให้น้องเมย์อย่างเอ็นดู ระหว่างนั้น ปรางค์ทิพย์พี่สาวของปฐวีกับประภัสสร พาปรงแก้วกับปรงขวัญลูกสาวเข้ามา พอเห็นปฐวีป้อนของว่างให้น้องเมย์ก็ตาร้อนขึ้นมา บีบเสียงทัก

“แหม....อยู่กันพร้อมหน้าเชียวนะคะ” แล้วบอกปรงแก้วปรงขวัญไปกราบคุณหญิง เด็กทั้งสองยืนนิ่งก็รุนหลังให้เข้าไป คุณหญิงทักหลานทั้งสองว่าไม่ค่อยมาให้เห็นหน้าเลย ปรางค์ทิพย์ได้ทีสาธยายเสียยาวเหยียดว่า

“ตอนนี้กำลังเรียนพิเศษล่วงหน้า จริงสิ ทั้งสองคนสอบได้ที่ 1 ค่ะ คะแนนนำลิ่ว ถ้ารักษาระดับนี้ได้ ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยคงติด 1 ใน 10 ระดับประเทศแน่ๆ”

คุณหญิงติงว่ายังเด็กยังเล็กจะรีบแข่งขันกันไปถึงไหน ปรางค์ทิพย์สวนไปจริงจังว่า

“แหม...ว่าแบบนั้นก็ไม่ได้นะคะขืนโง่ๆเซ่อๆจะไปสู้ใครเขาได้จริงไหมน้องสร” เห็นประภัสสรอ้ำอึ้งก็ถามเย้ยในที “แล้วยายเมย์ล่ะ สอบได้ที่เท่าไหร่ อย่าบอกนะว่าเกือบตก พี่ว่าเราน่าจะพยายามให้น้องเมย์ไปวัดไอคิวบ้าง จะได้รู้ว่าสติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานหรือเปล่า ขืนปล่อยไว้มีหวังจะตกต่ำเหมือน เอ่อ...”

ประภัสสรหน้าเจื่อน น้องเมย์หน้าจ๋อย แต่ปฐวีแย้งว่า

“น้องเมย์ไม่ได้สติปัญญาตํ่าหรอกครับพี่ปรางค์ ผมดูแลอยู่ คะแนนไอคิวเทสต์ก็มาตรฐาน”

“งั้นเหรอ...งั้นพี่ก็ยินดีด้วยนะคะน้องสร แสดงว่าน้องเมย์คงจะเป็นลูกแม่ ได้แม่มาเยอะ...อ้าว แล้วนี่พ่อน้องเมย์ไปไหนล่ะ มานั่งตักคุณอาทำเป็นกาฝากไปได้”

คุณหญิงไม่ปล่อยให้ปรางค์ทิพย์พล่ามทำลายบรรยากาศ ขัดขึ้นว่า

“พอเถอะ นี่เด็กๆหิวกันหรือเปล่า มาทานของว่างกันดีกว่า”

ปรางค์ทิพย์ยังไม่สะใจจิกตาไปทางประภัสสรแค้นๆ ส่วนน้องเมย์มองป้าจ๋อยจนน่าสงสาร

ooooooo

หลังทานของว่าง น้องเมย์ถามปฐวีขณะออกมาข้างนอกว่า ลูกกาฝากแปลว่าอะไร เพราะป้าปรางค์ชอบบอกว่าตนเป็นลูกกาฝาก ปฐวีไม่อธิบายแต่บอกหลานสาวว่า

“งั้นน้าวีก็เป็นกาฝากด้วยดีไหม เพราะน้าวีก็รักหลานคนนี้ที่สุดเลย” น้องเมย์หัวเราะ ลืมเรื่องนี้ไป

เมื่อสายแก้วมาพาน้องเมย์ไปอาบนํ้า ปฐวีบ่นกับประภัสสรว่าปรางค์ทิพย์เป็นผู้ใหญ่เสียเปล่า ชอบพูดอะไรไม่คิดถึงจิตใจเด็กเลย ประภัสสรพูดเศร้าๆว่า “พี่ปรางค์เขาก็พูดจริงไม่ใช่หรือ”

“พี่สรต้องหนักแน่นนะครับ คำพูดของคนอื่นน่ะ เราจะเอามาใส่ใจไม่ได้ เราต้องสนใจคนของเรามากกว่า”

“พี่ปรางค์พูดอะไรมันก็ไม่สำคัญเท่าการกระทำของคุณเมธีหรอกจ้ะวี”

“เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ อย่าคิดมากสิครับ ถ้าพี่ไม่สบายใจ น้องเมย์ก็จะพลอยเศร้าไปด้วยนะครับ”

“พี่จะพยายามไม่ใส่ใจ พี่ขอตัวก่อนนะจ๊ะ” ประภัสสรยิ้มเศร้าๆ เดินจากไป ปฐวีมองตามอย่างหนักใจ

เมื่อกลับถึงบ้านเห็นน้องเมย์นั่งวาดรูปอยู่ในห้องนอน หนูน้อยถามแม่ว่าทำไมคุณพ่อยังไม่กลับ ประภัสสรฝืนยิ้มบอกลูกว่า คุณพ่อไปทำงานเดี๋ยวก็คงมา

“คุณพ่อสัญญาว่าจะกลับมาทานข้าวกับน้องเมย์ด้วย” พูดแล้วก้มหน้าระบายสี ประภัสสรแอบออกไปโทร.เข้ามือถือเมธี ปรากฏว่าไม่มีสัญญาณ

แล้วคืนนี้เมธีก็ไม่ได้กลับมาตามสัญญา เพราะรีสอร์ตที่เขาไปคุมงานอยู่ ระบบเสียงมีปัญหาและคนรับผิดชอบก็กลับไปแล้ว เขาจึงต้องดูแลแก้ปัญหาแทน
น้องเมย์คอยคุณพ่อกลับมาทานข้าวด้วยจนง่วง ประภัสสรบอกให้สายแก้วพาไปนอน และลงมาเก็บอาหารบนโต๊ะเสียทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่ได้ทาน พอสายแก้วถามก็บอกว่า “ฉันทานไม่ลงหรอก...”

ฝ่ายปรางค์ทิพย์ พาปรงแก้วกับปรงขวัญกลับบ้านแล้วก็เคี่ยวเข็ญให้ทำการบ้านอ่านหนังสือ พอลูกทั้งสองขอพักเล่นตุ๊กตา แต่งตัวให้น้องหมีบ้างก็ดุด่า

“ให้มันได้ยังงี้สิ นังลูกโง่ ให้เรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน ประจบประแจงก็ไม่เป็น อีกหน่อยคงถูกเฉดหัวออกจากบ้านแน่”

เคี่ยวเข็ญบังคับให้ดูหนังสือเสร็จก็ให้ไปเรียนเปียโนต่อ เพื่อเตรียมเล่นให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณหญิง พูดอย่างเจ็บใจว่า “ดูซินังเด็กปัญญาอ่อนนั่น จะเอาอะไรมาสู้ ยังไงชาตินี้ลูกแกไม่มีวันสู้ลูกฉันได้หรอก ยัยประภัสสร!”

ooooooo

เพราะพิรามรีบกลับไป ทำให้ตันหยงไม่ทันได้เอาของฝากให้ คืนนี้เธอจึงนั่งห่อเตรียมไว้ ระหว่างนั้นพิรามโทร.มาคุยอย่างอ่อนหวาน บอกว่าเพิ่งประชุม เสร็จและต้องทานข้าวกับลูกค้าต่อ ทนคิดถึงไม่ไหวเลยออกมาโทร.หา

ครั้นตันหยงจะไปหา เขารีบบอกว่าไม่ต้องดีกว่า เธอเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ไว้พรุ่งนี้จะไปรับ ทำเสียงอ้อนก่อนวางสาย “หยง...ผมรักคุณ” เธอตอบปลื้มๆ ขำๆ ว่า “ทราบแล้วค่ะ พิราม พรุ่งนี้พบกันนะคะ”

พอวางสายจากพิรามก็ได้รับสายจากสุดนภาหรือบี๋เพื่อนรักที่เป็นครูสอนเด็กอนุบาลโทร.มาต่อว่าที่กลับมาไม่ส่งข่าว ชวนแบบบังคับว่าคืนนี้ให้มาสังสรรค์กันหน่อย ห้ามปฏิเสธเพราะตนนัดเพื่อนไว้ครบก๊วนแล้ว

ตันหยงติงว่าตัวเองเป็นครูอนุบาลมาชวนไปในที่อโคจรแบบนั้นไม่กลัวต้นสังกัดเล่นงานหรือ สุดนภาก็ตะแบงว่า

“นั่นน่ะสิ แสดงว่าฉันยอมเอาอนาคตแม่พิมพ์ของชาติมาเสี่ยงเพื่อเพื่อน ฉะนั้นห้ามปฏิเสธ แต่งตัวเลยเดี๋ยวไปรับ”

เมื่อพากันไปถึงผับ ตันหยงเห็นรถของพิรามจอดอยู่ สุดนภาดีใจบอกว่า “วันนี้ฟ้าประทานเจ้ามือมาให้แล้ว” ชวนไปหาที่นั่งใกล้ๆพิราม ทานเสร็จจะได้รวมบิลไปเลย

ตันหยงติงว่าเขามากับลูกค้าจะไปกวนเขาได้ไง เพื่อนก็ไม่ฟังชวนทุกคนเข้าไปอย่างทะมัดทะแมงคล่องแคล่ว จนตันหยงทึ่ง เมื่อพนักงานมาเชิญไปนั่งที่โต๊ะ สุดนภาขอไปตามหาเจ้าภาพก่อน แล้วเดินเมียงมองไปตามโต๊ะ ตันหยงเห็นพัดชาเดินออกไปจึงวิ่งไปถามว่าแล้วพิรามล่ะ เห็นรถเขาจอดอยู่ข้างหน้า

“อ๋อ...คุณพิรามออกไปส่งลูกค้าที่โรงแรมค่ะ เพิ่งไปเมื่อครู่นี้เอง”

“ว้า...เสียดายจัง ฉันชักอิจฉาคุณพัดชาแล้วสิคะ คุณพัดชาได้มาด้วย หยงขอมาเจอพิรามก็ไม่ให้หยงมา”

“อย่าอิจฉาเลขาอย่างฉันเลยค่ะ ยังไงคุณตันหยงก็ต้องเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว คนอย่างคุณพิรามน่ะ รู้จักจัดลำดับความสำคัญเสมอค่ะ” พูดเป็นนัยแล้วขอตัวไป
ตันหยงโทร.หาพิรามแต่ปลายสายให้ฝากข้อความ เธอจึงฝากข้อความว่า

“พิรามคะ หยงมาที่ผับ เจอคุณพัดชาด้วย แต่คลาดกับคุณ เสร็จธุระกับลูกค้าแล้วจะตามมาก็ได้นะคะ”

พิรามกำลังขับรถ เขากดฟังเสียงจากบลูทูธในรถ หน้าเครียด จอดรถทุบพวงมาลัยสบถอย่างหัวเสีย

“โธ่เว้ย!!”

ooooooo

เมื่อไปเจอกันที่ลานจอดรถของคอนโด พิรามตะคอกถามพัดชาว่าทำไมไม่รีบออกมา มัวทำอะไรอยู่ พัดชาบอกว่าตนไปเข้าห้องนํ้าและบังเอิญเจอตันหยง ถามว่าเขาหงุดหงิดใส่ตนเพราะกลัวหรือโกรธกันแน่

พัดชายืนยันว่าตันหยงจะไม่มีวันรู้เรื่องของเราแน่นอน ชวนขึ้นคอนโดกันดีกว่า พิรามไม่ขึ้นบอกว่าจะไปหาตันหยง และขอให้เธอทำตามที่ตกลงกันไว้ อย่าผิดสัญญา แล้วผละไปที่รถเพื่อไปหาตันหยง พัดชามองตามอย่างแค้นใจ

ตันหยงดีใจมากที่พิรามมาตามคำชวน ขอบคุณที่เขากลับมาหาตน พิรามเห็นความดีใจจริงใจของตันหยงแล้วก็อดสลดใจไม่ได้ มีแต่สุดนภาเท่านั้นที่สนุกสนานดีอกดีใจเป็นพิเศษที่คืนนี้มีเจ้ามือแล้ว

พัดชากลับไปคอนโดของตัวเอง เธอโทร.เข้ามือถือของพิรามนับสิบครั้งเขาก็ไม่รับสายกระทั่งปิดเครื่อง เธอแค้นใจมาก พึมพำ “นี่คุณปิดโทรศัพท์หนีฉันเหรออยู่กับตันหยงใช่ไหม...คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!”

พัดชาร้องไห้อย่างเจ็บชํ้า คิดถึงอดีตเมื่อสองปีก่อน เวลานั้นเธออิจฉาความรักระหว่างพิรามกับตันหยง เมื่อตันหยงไปเรียนเมืองนอก เธอจึงหาทางชิงเขามาเป็นของตัวเอง แกล้งทำเป็นป่วย พิรามมีนํ้าใจพาไปส่งที่คอนโด เธออ่อยจนพิรามทำผิด รุ่งขึ้นเขาขอโทษ พัดชากลับพูดอย่างมีความสุขว่า

“พิรามคะ ไม่ต้องพยายามเป็นคนดีหรอกค่ะ พัดไม่ใช่คนถือสาเรื่องแบบนี้”

“ถ้าหยงรู้เข้า ผมไม่อยากให้หยงเข้าใจผิด” พิรามกังวล เธอย้อนถามว่าตันหยงจะรู้ได้อย่างไรถ้าเราไม่บอก

แต่ในคืนนี้ เธอจิกตาแค้นเมื่อถูกพิรามทิ้งแล้วไปหาตันหยงที่ผับ เธอพึมพำอย่างแค้นในอก

“2 ปีที่ผ่านมา มันนานเกินกว่าพัดจะยอมเสียคุณไป...คุณพิราม”

ooooooo

ด้วยความรู้สึกผิดต่อตันหยง พิรามอยู่กับเธอและเพื่อนจนพากันกลับ เมื่อแยกกับเพื่อนๆแล้ว เขาพาเธอไปยังที่ที่หนึ่ง คือริมน้ำใกล้สะพานสวยในยามค่ำคืน บอกเธอว่าตนมาที่นี่บ่อยๆเมื่อคิดถึงเธอ

พิรามตั้งใจสารภาพผิดกับเธอ ถามว่าถ้าตนทำอะไรผิดมากๆเธอจะอภัยให้ไหม ตันหยงพูดอย่างมั่นใจในตัวเขาว่า

“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ หยงมั่นใจว่าคุณไม่มีวันทรยศต่อความรักของเราได้ ไม่มีวัน”

“หยง...ผมผิดไปแล้ว...ผมกับพัดชา...” เสียงพลุดังกลบเสียงเขาหมด ตันหยงตื่นตาตื่นใจกับพลุสวย แต่พอหันมาถามพิรามว่าเมื่อกี๊เขาพูดอะไร พิรามนิ่งไปนิดหนึ่ง เปลี่ยนใจเป็นบอกว่า “คืนนี้...หยงสวยมาก...”

เมื่อตันหยงบ่นเสียดายที่ไม่ได้เอาของฝากมาให้ เขาจับมือเธอเอ่ย

“หยงครับ...ผมจะรักและซื่อสัตย์กับคุณคนเดียวตลอดไป”

“ค่ะ หยงเชื่อคุณ เคยมีคนบอกว่า เคล็ดลับของชีวิตคู่ที่ยืนยาวคือ เราต้องตกหลุมรักหลายๆครั้ง กับคนเดิมตลอดไป คุณจะทำได้ไหมคะ”

“ตกลง ผมจะตกหลุมรักผู้หญิงที่ชื่อตันหยงคนเดียว ทุกวัน ตลอดไป”

ตันหยงยิ้มเขินมองเขาอย่างแสนรัก แต่พิรามกลับแอบเครียด...

ooooooo

เพราะตัวเองอายุมาก กอปรกับได้พิสูจน์ความสามารถ ความเหมาะสมในด้านต่างๆของปฐวีแล้ว คุณหญิงปรงทอง ประธานโรงพยาบาล จึงเรียกกรรมการและผู้เกี่ยวข้องมาประชุมเป็นกรณีพิเศษ ปรางค์ทิพย์มาประชุมด้วยความสงสัย

เมื่อเริ่มประชุม คุณหญิงปรงทองแจ้งแก่ที่ประชุมว่า

“ฉันต้องขอโทษทุกคน ที่เรียกประชุมเป็นวาระด่วน โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบมาก่อน เรื่องที่จะแจ้งให้ทราบคือ ฉันจะวางมือให้คนรุ่นใหม่เข้ามาดูแลกิจการแทน”

กรรมการท่านหนึ่งถามว่าจะมอบหมายให้ใครทำหน้าที่ต่อ

“ทุกคนคงรู้จักกันดีแล้ว แต่ฉันขอแนะนำอย่างเป็นทางการอีกครั้ง นี่ ปฐวี โภควันต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล PD Hospital และเป็นผู้จัดการมรดกของตระกูลโภควันต์ด้วย จะมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท PD Hospital แทนฉัน”

ตอนที่ 2

คืนนี้มีนัดกับพิราม ตันหยงเตรียมชุดตั้งแต่กลางวัน เลือกชุดให้เข้ากับแหวนหมั้นทับทิมล้อมเพชรที่นิ้ว ระหว่างนั้นพิรามโทร.เข้ามาคุยหวานตามเคย

พัดชาถือแฟ้มเข้ามาได้ยิน พิรามคุยกับตันหยงว่าเคลียร์งานเสร็จจะไปรับ เธอกระแทกแฟ้มที่เอาเข้ามาให้เขาเซ็นอย่างแรง พอพิรามวางโทรศัพท์ก็มองหน้าถามว่า อะไรของคุณ พัดชาพูดหน้าตึงว่าเย็นนี้เรามีนัดกันไม่ใช่หรือ

“ตันหยงกลับมาแล้ว ผมต้องไปทานข้าวกับตันหยง ผมคิดว่าคุณจะเข้าใจว่าเราจบกันแล้ว”

“ไม่ ได้ จบแค่นี้ไม่ได้ คุณคิดว่าพัดอยู่กับคุณเพราะต้องการคอนโดกับรถหรือคะ” พิรามย้ำว่าเราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าถ้าตันหยงกลับมาทุกอย่างเป็นอันจบ กัน “ไม่ค่ะ! พัดเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้เรามีนัดกันที่คอนโดของพัด ถ้าคุณไม่ไปเรื่องนี้ถึงหูคุณตันหยงแน่นอน” พูดแล้วสะบัดออกไปเลย

พิราม โมโหจนลืมตัววิ่งตามไปถึงหน้าห้องทำงานคว้ามือเธอไว้ พัดชาชะงัก พนักงานแถวนั้นก็ชะงัก มองอย่างสนใจ พิรามรู้สึกตัวปล่อยมือ พัดชาได้ทีถามขู่ว่า

“จะคุยกันที่นี่ หรือจะคุยกันส่วนตัวก็แล้วแต่คุณนะคะ” พูดแล้วเดินเชิดไปอย่างเป็นต่อ พิรามมองตาม อย่างหัวเสีย

เมื่อใกล้เวลานัด บุหงาแต่งตัวให้ตันหยงอย่างตั้งอก

ตั้งใจ สวมสร้อยคอให้แล้วถอยออกไปเล็ง ชมว่าลูกแม่สวยมาก พูดอย่างเปี่ยมด้วยความหวังว่า ต่อไปพิรามก็จะรับหน้าที่ดูแลลูกแทนพ่อกับแม่แล้ว พูดอย่างเชื่อมั่นว่า

“แม่มั่นใจว่า พิรามคือผู้ชายที่จะทำให้หยงลูกแม่มีความสุขตลอดไป” บุหงากอดตันหยงไว้ยิ้มปลื้ม...ภูมิใจ

ooooooo

ที่ สระว่ายน้ำบ้านคุณหญิงปรงทอง ปรางค์ทิพย์พาปรงแก้วกับปรงขวัญมาว่ายน้ำ ประภัสสรก็พาน้องเมย์มาว่ายด้วย แต่เพราะน้องเมย์สุขภาพไม่แข็งแรง จึงไม่ได้ว่ายน้ำเล่นโลดโผนเหมือนปรงแก้วกับปรงขวัญ สายแก้วก็คอยดูแลไม่ให้เด็กทั้งสองเล่นกับคุณหนูของตนแรงๆ

ปรางค์ ทิพย์หมั่นไส้ นอกจากจะกระแนะกระแหนประภัสสรเรื่องเมธีไม่ค่อยกลับบ้านว่าไปมีบ้านเล็กบ้าน น้อยหรือเปล่า และเมื่อปรงแก้วปรงขวัญท้าน้องเมย์ว่ายน้ำแข่งกัน น้องเมย์ไม่ว่าย ปรางค์ทิพย์ก็ค่อนแคะประภัสสรว่า

“โถ..ขี้ขลาดกลัวแพ้ก็ไม่ว่า แม่สร นี่หล่อนเลี้ยงลูกยังไง ไม่กล้าแข่งกลัวแพ้ สงสัยได้พ่อมันมา”

ประภัสสร บอกปรงแก้วกับปรงขวัญว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน วันหน้าค่อยมาเล่นกันใหม่ ปรางค์ทิพย์ไม่ยอมตำหนิประภัสสรว่าเลี้ยงลูกแบบนี้มีหวังทำอะไรไม่สำเร็จ แล้วเสียงเข้มว่า

“ไม่ต้องเลย ให้มันแข่งกันว่ายน้ำดูซิว่า ว่ายน้ำแค่นี้มันจะตายหรือเปล่า”

ประภัสสร จำต้องเงียบ และน้องเมย์ก็จำต้องแข่งว่ายน้ำกับปรงแก้วและปรงขวัญ แต่เพราะสุขภาพไม่ดีน้องเมย์ว่ายไปอย่างยากลำบาก พอถึงขอบสระอีกฝั่ง ประภัสสรรีบเอาผ้าขนหนูคลุมตัวลูก ในขณะที่น้องเมย์ก็บอกเสียงสั่น

“คุณแม่ขา...เมย์หนาว...”

คืน นี้ น้องเมย์มีไข้สูง บอกว่าปวดหัวจนหัวจะแตกแล้ว ปฐวีต้องมาตรวจและให้ทานยา ระหว่างนั้นเขาได้รับโทรศัพท์จากนาวินเร่งให้ไปงานเลี้ยงรุ่น เขาขอดูหลานก่อน เมื่อดูอาการน้องเมย์ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว จึงฝากประภัสสรกับเมธีดูแลแทน

ประภัสสรบอกเมธีว่าจะทำอะไรก็ไปเถิด ตนดูแลลูกเองได้ เมธีฟังน้ำเสียงรู้ว่าเธอไม่พอใจ เธอพูดเสียงดังขึ้นอีกว่า

“ไปสิคะ...ลูกคนเดียวฉันดูได้”

น้องเมย์เห็นพ่อกับแม่ตึงเครียดกัน ก็หลับตาเอาหน้าซุกหมอนทันที...

ooooooo

ค่ำ แล้ว ตันหยงแต่งตัวลงมานั่งคอยพิรามที่ห้องรับแขก จนพ่อกับแม่ลงมาจะออกไปงานถามว่าพิรามยังไม่มารับหรือ ต่างคาดกันว่าคงเป็นเพราะรถติด บุหงาจะอยู่เป็นเพื่อนแต่ตันหยงบอกว่าไม่ต้องห่วงให้คุณพ่อคุณแม่ไปงานเถอะ

เพราะ เป็นงานสำคัญเกรงไปไม่ทันงานให้ท่านรัฐมนตรีรอคงไม่ดีแน่ พ่อกับแม่จึงไปงานก่อน พอพ่อกับแม่ไปแล้ว ตันหยงโทร.หาพิราม เธอเริ่มหงุดหงิดบ่นงึมงำ “ทำไมต้องปิดโทรศัพท์ด้วยนะ”

ที่แท้พิราม อยู่ที่คอนโดฯของพัดชา กำลังเจรจากันอย่างตึงเครียด เขาถามว่าเธอต้องการอะไรให้บอกมาเรื่องจะได้จบเสียที พัดชาไม่ต้องการอะไรนอกจากตัวเขา พิรามขอร้องว่าอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตกว่านี้เลยเพราะตนกำลังจะแต่งงาน กับตันหยงอยู่แล้ว

พัดชาไม่ยอมถามว่าจะทิ้งกันไปง่ายๆอย่างนี้หรือ พิรามเห็นท่าจะพูดกันไม่รู้เรื่อง บอกว่าไว้อารมณ์ดีกว่านี้เราค่อยมาคุยกันดีกว่า พูดแล้วเดินออกจากห้อง พัดชาไม่ยอมวิ่งตามไปทั้งที่อยู่ในชุดคลุม

ตันหยงร้อนใจที่ติดต่อพิรามไม่ได้ จึงขับรถมาตามจีพีเอสในมือถือจนเจอคอนโดฯ เธอแปลกใจว่า พิรามซื้อคอนโดฯนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไร

ขณะ ตันหยงกำลังหาทางเข้าคอนโดฯอยู่นั่นเอง พิรามเดินหนีพัดชาลงมาพอดี พอเห็นตันหยงเขาตกใจมาก ยิ่งเมื่อพัดชาวิ่งตามลงมาเขาก็แทบช็อก พัดชาแสดงตัวกับตันหยงว่า ตนคือเมียของพิราม ทำให้ตันหยงช็อก เธอผิดหวังเสียใจ ถอดแหวนหมั้นปาใส่หน้าพิราม ด่าน้ำตานองหน้า ก่อนขับรถหนีออกไป

“คนทรยศ คนเลือดเย็น คนไม่มีหัวใจ คุณทำแบบนี้กับหยงได้ยังไง!”

ooooooo

ปฐวี ไปงานเลี้ยงรุ่นแต่ไม่รู้สึกสนุกเลย ขณะเพื่อนๆดื่มกันอย่างเฮฮา เขาเดินเลี่ยงออกมาข้างนอกคิดจะแวบกลับแต่เกือบถูกตันหยงที่ขับรถร้องไห้ เข้ามาชน เธอเบรกรถแล้วลงเดินร้องไห้เข้าไปในคลับ ส่วนปฐวีก็ถูกนาวินตามมาลากกลับเข้าไปในงาน บอกเพื่อนว่า

“เดี๋ยวฉันก็ต้องเมา แกจะได้ขับรถพาฉันไปส่งบ้านไง”

การกลับเข้าไปในคลับ ทำให้ปฐวีเห็นตันหยงนั่งดื่มไปร้องไห้ไปจนเมา มีชายนักเที่ยวสองคนเดินเข้าไปเกาะแกะ ตันหยงรำคาญจึงวางเงินบนโต๊ะเดินออกไปที่รถ ปฐวีเห็นนักเที่ยวสองคนตามเธอไป เขาจึงตามไปด้วย เมื่อเห็นตันหยงควานหากุญแจรถไม่เจอ เขาเข้าไปช่วย ทำให้นักเที่ยวทั้งสองชะงักคอยสังเกตการณ์

พอตันหยงขึ้นรถได้ก็ขับออกไปทันที ชายสองคนรีบขึ้นรถตาม ปฐวีละล้าละลังแล้วตัดสินใจขับตามไปอีกคน แต่คลาดกันเมื่อรถเขาติดไฟแดง

เป็นเวลาเดียวกับที่น้องเมย์ลุกออกจากห้องมาตามหาแม่ที่กำลังถุ้มเถียงกับพ่ออยู่ข้างล่าง เพราะไข้สูงทำให้น้องเมย์ทรงตัวไม่ดีตกบันไดลงมาหมดสติ สายแก้วรีบโทร.บอกปฐวี เขาตกใจรีบกลับไปพาน้องเมย์ส่งโรงพยาบาล

ตันหยงรู้ตัวว่าถูกนักเที่ยวสองคนขับรถตาม เธอมองกระจกหลังอย่างตื่นกลัว พอมองข้างหน้าอีกทีเจอรถสวนมาในขณะที่ตัวเองขับกินเลนอยู่ เธอหักหลบรถพุ่งไปชนต้นไม้ข้างทาง นักเที่ยวทั้งสองตกใจขับรถหนีไป

ภายในรถ ตันหยงสลบเลือดท่วมไปทั้งตัว...

ooooooo

ในอีกมิติหนึ่ง...ตันหยงรู้สึกตัวเดินออกไปขอความช่วยเหลือ เห็นหน่วยกู้ภัยมาทำงานกันอย่างเคร่งเครียด พวกเขาเดินผ่านเธอไปเหมือนไม่มีตัวตน มองไปที่รถเห็นหน่วยกู้ภัยนำร่างตัวเองที่เต็มไปด้วยเลือดออกมาปฐมพยาบาล

ตันหยงก้มมองตัวเอง ร้องอย่างขวัญเสีย “ไม่จริง...ไม่จริง”

หน่วยกู้ภัยดูหลักฐานในรถแล้วบอกกันว่า “ผู้บาดเจ็บชื่อ ตันหยง นาครงค์” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเอากระเป๋าถือและโทรศัพท์ของเธอมอบให้หัวหน้าแล้วนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

ตอนที่ 3

ปฐวีนั่นเอง...เขาดึงโทรศัพท์จากน้องเมย์ถาม ว่ากำลังทำอะไร น้องเมย์ตั้งสติได้จ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจบอกให้เอาโทรศัพท์คืนมา

“น้องเมย์จะโทร.เล่นแบบนี้ไม่ได้นะครับ เกิดไปติดบ้านใครเข้ามันจะไม่ดี จะเป็นการรบกวนเขานะ แล้วดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่นอน ลงมาข้างล่างคนเดียว ถ้าตกบันไดไปจะทำยังไง”

น้องเมย์จ้องหน้าปฐวีอย่างเสียใจมากพูดเสียงเครือว่าอย่ามายุ่งกับฉัน ถูกน้าวีดุว่าทำไมพูดจาไม่น่ารักเลย ตันหยงในร่างน้องเมย์หมดความอดกลั้นทันที ตัดสินใจโพล่งออกไปอย่างไม่ยับยั้งอีกแล้วว่า

“เอาล่ะ ฉันจะบอกคุณว่า ฉัน...ไม่-ใช่-น้องเมย์”

ปฐวีมองอย่างแปลกใจ แต่คิดว่าความจำน้องเมย์ยังสับสน คิดจะพาไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

“พอแล้ว! ฉันคิดอยู่แล้วล่ะ พูดไปก็ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครเชื่อ ฉันไม่ตรวจแล้ว และฉันจะไม่พูดกับคุณแล้วด้วย” พูดแล้วน้องเมย์ร้องไห้อย่างเสียใจมาก

“น้องเมย์...น้องเมย์ของน้าวีเป็นอะไร” ปฐวีดึงน้องเมย์เข้าไปกอดด้วยความสงสารสะเทือนใจอย่างที่สุด

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณหญิงปรงทอง ประภัสสร เมธี ปฐวีและน้องเมย์ นั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน ทุกคนจับ สังเกตและดูแลน้องเมย์อย่างอบอุ่น ระหว่างนั้น ประภัสสรปรึกษาปฐวีว่า พรุ่งนี้น้องเมย์ต้องไปโรงเรียนเพราะเปิดเทอมแล้วพอน้องเมย์ได้ยินก็ทำหน้ามุ่ยทันที

ปฐวีติงว่าอยากให้น้องเมย์พักรักษาตัวอีกหน่อยตนยังไม่ค่อยวางใจ เพราะยังเหลือความจำสับสนอีกนิดหน่อย น้องเมย์มองหน้าปฐวีแล้วมองทุกคนแบบตัดสินใจชน ถามปฐวีว่า

“แล้วถ้าไม่ใช่ความจำสับสนล่ะคะ? แต่ถ้าเด็ก คนนี้ไม่ใช่น้องเมย์ล่ะ!”

เป็นเรื่องทันที เมธีตกใจถามว่าน้องเมย์พูดอะไรออกมา ประภัสสรทำหน้าจะร้องไห้ถามปฐวีว่าน้องเมย์ยังไม่หายใช่ไหม ส่วนคุณย่าปรงทองเตือนอย่างเมตตาว่า

“เจ้าเมย์ จะพูดอะไรต้องคิดก่อน พูดแบบนี้ผู้ใหญ่ฟังแล้วไม่สบายใจนะลูก”

ตันหยงในร่างน้องเมย์เห็นความห่วงใยของทุกคนแล้วใจอ่อน บอกคุณหญิงว่าตนไม่ได้โกหก และนึกในใจว่าประภัสสรต้องรับความจริงนี้ไม่ได้ ตัดสินใจถนอมอารมณ์ความรู้สึกของทุกคน ทำตาปริบๆ พูดเสียงอ่อยๆ

“ขอโทษค่ะ...น้องเมย์แค่จะล้อคุณแม่เล่น”

บรรยากาศผ่อนคลายลงทันที ปฐวีจึงขอตัวไปทำงาน น้องเมย์ฉุกคิดได้รีบขอตามน้าวีไปโรงพยาบาลด้วย เขาอนุญาตแต่ไม่ใช่วันนี้ เพราะวันนี้มีเคสผ่าตัดให้ไป วันพุธหน้าตามหมอนัดก็แล้วกัน น้องเมย์หน้ามุ่ยทันที

“น้องเมย์คนเก่ง ไม่งอแงนะครับ เดี๋ยวคุณแม่จะเป็นกังวล” เมธีรีบปลอบ

เพียงเท่านี้ น้องเมย์ก็รีบขอโทษ ปฐวีก้มลงหอมหลานรักอย่างเอ็นดู พอปฐวีออกไป ตันหยงในร่างน้องเมย์ก็รีบเช็ดแก้มที่ถูกหอมอย่างตะขิดตะขวงใจ

ooooooo

พิรามรู้สึกผิดกับตันหยงเหมือนมีตราบาปในใจ พยายามจะเลิกกับพัดชาให้เด็ดขาด แต่พัดชากลับยิ่งเกาะเขาแน่นจนพิรามตัดสินใจย้ายเธอไปทำงานแผนกอื่นและเอานุชขึ้นมาเป็นเลขาแทน ทำให้พัดชาแค้นใจ

เวลาเดียวกัน ตันหยงที่จำเป็นต้องยอมสวมรอยเป็นน้องเมย์เพื่อความสงบสุขของคนในบ้าน แต่ก็หาทางที่จะสืบให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง จึงบอกสายแก้วให้หาหนังสือพิมพ์ย้อนหลังไปหนึ่งอาทิตย์มากางอ่านค้นคว้าจริงจัง

นอกจากอ่านหนังสือพิมพ์แล้ว ยังค้นหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เจอเรื่อง “คนสลับร่าง” เรื่อง “วิญญาณเข้าผิดร่าง” แล้วมาเจอ “ตายแล้วฟื้น”

สายแก้วเห็นน้องเมย์อ่านหนังสือพิมพ์เอาจริงเอาจังก็ทึ่ง เห็นเสิร์ชหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ก็มองแบบกลัวๆ แต่พอเห็นค้นในหัวข้อ “ตายแล้วฟื้น” ก็ถึงถอยกรูดออกไปมองอย่างสยอง

สายแก้วไปเล่าให้ป้าแก้วฟังว่าน้องเมย์อ่านหนังสือพิมพ์เป็นว่าเล่น บุญศรีได้ยินยิ้มเยาะไม่เชื่อ สายแก้วยืนยันว่าจริง เพราะปฐวีบอกว่านี่คือเคล็ดลับเรียนเก่ง บุญศรีคาบข่าวไปบอกปรางค์ทิพย์อีกตามเคย รายนั้นไม่เชื่อว่าน้องเมย์จะอ่านหนังสือพิมพ์ได้ บุญศรีอยากให้ไปดูด้วยตัวเอง เพราะตนได้ยินสายแก้วพูดอย่างนั้นจริงๆ

“ถ้ามันเป็นจริง ก็ถือว่านายวีลำเอียงที่สุด ไหนว่ายุติธรรมกับหลานไง!”

“ลำเอียงเห็นๆอยู่แล้วค่ะ นั่นมันหลานในไส้คุณวี คุณแก้วคุณขวัญน่ะถือเป็นหลานนอกไส้” บุญศรีสอพลอ ถูกปรางค์ทิพย์ตวาดให้เงียบ ยิ่งพูดตนก็ยิ่งเจ็บใจ แต่พอบุญศรีถามว่าจะไปดูของจริงไหม ก็กระชากเสียง “ไม่ไป!!”

ooooooo

วันนี้เมธีเสร็จงานเร็ว เขารีบกลับมารับลูกเมียไปเดินห้าง ซื้อของกันอย่างเพลิดเพลิน ตรงกันข้ามกับปรงแก้วปรงขวัญที่ถูกแม่เคี่ยวเข็ญให้ทำการบ้านอ่านหนังสือกันหน้าดำคร่ำเคร่งจนเด็กทั้งสองเก็บกด

ขณะเดินห้างนั่นเอง ตันหยงในร่างน้องเมย์คิดอุบายออก อ้อนพ่อกับแม่ว่าอยากซื้อขนมไปฝากน้าวี ทั้งเมธีและประภัสสรตามใจลูก บ่ายนี้น้องเมย์เลยได้ไปโรงพยาบาลสมใจนึก

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแล้วก็อ้อนขอกลับพร้อมน้าวี เมธีกับประภัสสรเลยต้องยอมตามใจ แม้ปฐวีจะถือโอกาสให้หมอเช็กสุขภาพเลย น้องเมย์ก็ยอม แต่สมองทำงานหนักคิดหาทางที่จะไปหาร่างของตน

หลังจากหมอหนึ่งและหมอจิตเวชตรวจแล้ว หมอทั้งสองไปนั่งรายงานผลการตรวจให้ปฐวีฟัง ระหว่างนั้นเอง น้องเมย์หลบออกจากห้องไม่มีใครเห็น

กว่าปฐวีจะรู้ว่าน้องเมย์หายไปก็หลังจากคุยกับหมอหนึ่งและหมอจิตเวชเสร็จ จึงออกตามหากันจ้าละหวั่น

น้องเมย์หนีไปเข้าลิฟต์ พอลงถึงชั้น 1 ก็รีบออกวิ่งไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล ระหว่างนั้นได้ยินเสียงสุดนภาคุยโทรศัพท์เดินผ่านไป ตันหยงในร่างน้องเมย์ดีใจมากรีบตามไป สุดนภาเข้าลิฟต์ไปก่อนแล้ว น้องเมย์ตามเข้าไปไม่ทัน ซ้ำร้ายยังถูกยมนากับรสิกาจับตัวพาไปส่งปฐวีด้วย

“น้องเมย์ไปไหนมา ทำไมไม่บอกน้าวีก่อนคะ” ปฐวีถามหลานรักที่นั่งอยู่ตรงหน้า เธอปดว่าออกไปเข้าห้องน้ำแล้วหลงทาง “ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก รู้ไหม น้าวีเป็นห่วงน้องเมย์มาก ถ้าน้องเมย์เป็นอะไรไป น้าวีจะเสียใจที่สุด”

“ขอโทษค่ะ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว”

“ดีมาก ต่อไปนี้ห้ามอยู่ห่างน้าวีเกิน 5 ก้าว เข้าใจไหม” ปฐวีวางกฎเหล็ก น้องเมย์ก้มหน้ารับคำ แล้วก็ต้องนั่งอยู่ตรงนั้น ปฐวีทำงานไปก็คอยเหลือบมองไปอย่างไม่วางใจ ตันหยงในร่างน้องเมย์เมินหน้าไปทางอื่น บ่นเบื่อๆในใจว่า ไม่ต้องมามองเลย...นั่งไปนั่งมาเลยง่วงหลับไปไม่รู้ตัว

จังหวะเหมาะพอดี พอน้องเมย์หลับ นาวินก็มาถึงบอกปฐวีว่ามีเรื่องเซอร์ไพรส์เขา แล้วลากเพื่อนไปที่ห้องพักของตันหยง เจอสุดนภามาเยี่ยมตันหยงเหมือนกัน นาวินเลยโอ่ว่าตนพาเพื่อนมาเยี่ยมเพื่อนเธอ

พอปฐวีเห็นตันหยงนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เขาตกใจตะลึงงัน

สืบสาวกันจึงรู้ว่าทั้งสี่โยงใยเป็นเพื่อนกันหมด และที่สำคัญ สุดนภาเพิ่งรู้ว่าคืนเกิดเหตุปฐวีเจอตันหยงที่คลับ

ระหว่างนั่งรถกลับบ้านด้วยกัน ปฐวีเงียบขรึมจนน้องเมย์ถามว่าคิดเรื่องงานหรือ

“ครับ...น้ากำลังคิดถึงคนไข้คนหนึ่ง แล้วน้องเมย์ล่ะ คิดเรื่องอะไร ดูไม่ค่อยสดชื่นเลย”

ตันหยงนึกเคืองๆว่าจะให้ร่าเริงขนาดไหนล่ะ แต่ตอบผ่านร่างน้องเมย์ว่า “เมย์คิดเรื่องตัวเองค่ะ” ถูกปฐวีพูดแซวว่าตัวแค่นี้มีเรื่องส่วนตัวแล้ว จากนั้นต่างก็มองไปนอกหน้าต่างรถ ต่างคนต่างคิดเรื่องของตัวเอง...

ooooooo

รุ่งขึ้น ปฐวีไปโรงพยาบาลแต่เช้า น้องเมย์

ตื่นไม่ทันบ่นสายแก้วว่าบอกให้ปลุกก็ไม่ปลุก สายแก้วบอกว่าก็น้องเมย์ไม่ได้ไปโรงเรียนจะตื่นเช้าทำไม เห็นน้องเมย์งอนตุปัดตุป่องก็มองตามงงๆ

ปฐวีไปถึงโรงพยาบาล หมอหนึ่งเอาแฟ้มมาให้บอกว่านี่คือแฟ้มของตันหยงคนที่ตนพูดให้ฟังเมื่อวานนี้ ถามว่าเขารู้จักหรือ ปฐวีบอกว่าเพื่อนตันหยงเป็นครูของหลานสาวตน แล้วก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารในแฟ้มจริงจัง

ฝ่ายน้องเมย์ เมื่อไม่ได้ไปโรงพยาบาลกับน้าวี จึงแอบโทร.ไปหาแม่ พอบุหงารับสาย เธอพูดอย่างตื่นเต้นดีใจ

“คุณแม่ขา...นี่หยงนะคะ”

“อะไรกัน ทำไมหนูทำแบบนี้ คนกำลังทุกข์อย่าล้อเล่นกันแบบนี้เลย มันบาปนะจ๊ะ” บุหงาตำหนิแล้วตัดสายเลย

“คุณแม่...คุณแม่ขา...” ตันหยงร้องเรียกแทบขาดใจ แต่บุหงาวางสายไปแล้ว...เธอถามตัวเองเซ็งๆว่า “นี่ฉันต้องอยู่แบบนี้ตลอดไปรึเปล่าเนี่ย”

ตันหยงในร่างน้องเมย์ อึดอัดใจกับความรู้สึกนึกคิดของคนวัยสาวที่ต้องอยู่ในร่างเด็ก 5 ขวบที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นเด็กอ่อนแอ เฝ้าคิดหาทางที่จะกลับไปเป็น ตัวของตัวเอง แต่ก็ยังมืดแปดด้าน

จนกระทั่งสายแก้วชมว่า ตั้งแต่น้องเมย์ตกบันได พูดจาฉะฉานขึ้นเยอะ ทำให้ฉุกคิดได้ว่า

“ถ้าตกบันไดอีก ทุกอย่างก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม ฉันก็จะได้กลับเข้าร่างตัวเอง...”

คิดได้ดังนั้น คืนนี้จึงแอบมายืนที่หัวบันได คิดจะแกล้งพลัดตกลงไป แต่พอมายืนตรงบันได ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ก็ถามตัวเองว่า “แต่ถ้าร่างของน้องเมย์ไม่ฟื้นขึ้นมาล่ะ คุณประภัสสร กับคุณเมธี แล้วยังคุณหญิงกับน้าวีอีกล่ะ...ไม่ได้ แต่เราจะอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้”

ความคิดต่อสู้กันอย่างหนัก ใจหนึ่งบอกให้ก้าวออกไป...ก้าวออกไป แต่อีกใจหนึ่งเมื่อนึกถึงที่ปฐวี

บอกว่าถ้าน้องเมย์เป็นอะไรไป น้าวีจะเสียใจที่สุด ตันหยงในร่างน้องเมย์ก็หดเท้ากลับมา บอกตัวเอง “ฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่ได้หรอก!”

“น้องเมย์” ปฐวีตะโกนอย่างตกใจสุดขีด ทำให้น้องเมย์ตกใจก้าวพลาดร้องกรี๊ด...แต่โชคดีที่ปฐวีรับ

ไว้ทัน เขากอดหลานสาวไว้พร่ำบอกว่า “รู้ไหม ถ้าน้องเมย์เป็นอะไรไป น้าวีต้องขาดใจแน่เลย...”

“น้องเมย์ขอโทษค่ะ น้องเมย์ไม่ได้ตั้งใจ น้องเมย์สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก” แต่พอถูกปฐวีถามว่า หมายความว่ายังไง ลงมาเอาอะไร น้องเมย์ก็เฉไฉว่า “น้องเมย์อยากดื่มนมค่ะ”

เจ้ากรรม! พอปฐวีเอานมมาให้ ตันหยงในร่างน้องเมย์มองพะอืดพะอมเพราะไม่ชอบดื่มนม แต่ต้องกล้ำกลืนดื่มแล้วก็ต้องตะขิดตะขวงพะอืดพะอมเมื่อ

ปฐวีอุ้มเข้าห้องนอน หลังจากน้าหลานราตรีสวัสดิ์กันแล้ว น้องเมย์ลุกขึ้นนั่งกอดเข่าพึมพำ

“นี่เราคิดจะทำอะไรลงไปเนี่ย ไม่น่าเลย เราเห็นแก่ตัวเกินไปไหม...สิ่งศักดิ์สิทธิ์คะ ช่วยหนูด้วย ขอให้พรุ่งนี้เช้า หนูตื่นขึ้นมา แล้วกลับคืนร่างของตัวเองด้วยเถอะค่ะ”

ooooooo

ฝ่ายพัดชา เมื่ออ้อนวอนก็แล้ว มารยาก็แล้ว ยังไม่อาจรั้งพิรามไว้ได้ เธอใช้ไม้ตายขู่จะฆ่าตัวตายแล้ววางสายเลยทำให้พิรามต้องรีบขับรถไปหา ถามอย่างหัวเสียว่า

“คุณต้องการทำให้ผมเป็นโรคประสาทใช่ไหมพัดชา”

“ถ้าพัดไม่ทำแบบนี้คุณก็ไม่มา คุณจะทิ้งพัดไปใช่ไหม” เธอตัดพ้อโผเข้ากอดเขาแน่น เมื่อแน่ใจว่าพิรามไม่กลับมาหาตนแน่แล้ว เธอคว้าแก้วทุบกำแพงแล้วเอาเศษแก้วกรีดข้อมือตัวเอง พิรามตกใจจับเธอไว้ เธอสะบัด “ปล่อยให้ฉันตายไปเลย ดูซิคุณจะมีความสุขอยู่ได้ไหมในเมื่อคุณไม่รักฉันก็ไม่ต้องมาห่วงฉัน”

พิรามพาเธอส่งโรงพยาบาลทำบาดแผลแล้ว

พากลับคอนโดฯ เธออ้อนขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนก่อน ขอเวลาตนสักหน่อยได้ไหม คร่ำครวญว่าตนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา จนพิรามขอร้องว่า

“คุณพักผ่อนก่อนดีกว่านะ อย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้เลย” พัดชายังกอดเขารำพันว่าตนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา ทำให้พิรามกลุ้มใจกับปัญหาที่แก้ไม่ตก...

ooooooo

รุ่งขึ้น ตันหยงตื่นขึ้นมายังอยู่ในร่างน้องเมย์ตามเดิม เธอเศร้าใจจนบอกไม่ถูก ที่คำอธิษฐานไม่เป็นผล

เมื่อมานั่งดูข่าวแก้เซ็ง ก็ถูกประภัสสรทักว่าดูข่าวเป็นด้วยหรือ ซ้ำปรางค์ทิพย์ยังมาถามเรื่องไม่ไปโรงเรียนอีก น้องเมย์เซ็งมาก เมื่อประภัสสรจะไปหาคุณหญิงจึงขอตามไปด้วย ก็ถูกปรางค์ทิพย์จิกตาพึมพำว่า

“นังเมย์ตัวแสบ นังภัสอีกคน ทำเป็นติ๋มๆแต่

ก็ประจบประแจงคุณยาย แสบทั้งแม่ทั้งลูก”

คุณหญิงเรียกประภัสสรไปถามเรื่องโครงการให้ทุนนักเรียนแพทย์ เมื่อประภัสสรรายงานว่านักเรียนที่คุณย่าให้ทุนไปรุ่นแรกจะกลับมาใช้ทุนปีนี้แล้ว

“ดีมาก ย่าอยากให้โอกาสกับคนอื่นๆยังมีคนดีในสังคมอีกมากที่ขาดโอกาส และหวังว่าจะมีคนรุ่นใหม่ๆ

มาช่วยเราทำงานทำประโยชน์ให้สังคมต่อไป เออ...แล้วนี่เจ้าเมย์ไปไหนเสียล่ะ”

ประภัสสรบอกว่าไปเล่นกับหนุงหนิง คุณหญิงพูดอย่างเอ็นดูหลานว่า จะเอาอะไรกับเด็กอายุแค่นี้ ประภัสสรปรารภว่าตนยังอดเป็นห่วงลูกไม่ได้ ตั้งแต่เกิดเรื่องแล้วตนกลัวไปหมดทุกอย่าง

“จะกลัวอะไร ปล่อยๆบ้างเถอะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แม่ภัสน่ะ ต้องอย่าหัดเป็นคนคิดมาก ตอนนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ สบายใจขึ้นหรือยัง”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ คุณเมธีก็พยายามหาเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น ภัสก็รู้สึกสบายใจขึ้น”

ออกจากคุณหญิง ประภัสสรมาตามหาน้องเมย์ เจอปรางค์ทิพย์ตัดดอกไม้อยู่ถามว่าคุณย่าว่ายังไงบ้าง พอรู้ว่าท่านให้เธอดูแลเรื่องทุนนักเรียนแพทย์ ก็ชักสีหน้าพูดว่า “ฉันว่าแล้ว งานได้หน้าคุณย่าต้องให้หล่อนทำ”

พอมาเห็นทั้งสองคุยกันอยู่ ตันหยงนึกในใจว่าปรางค์ทิพย์มาเล่นงานอะไรประภัสสรอีกแล้ว แกล้งส่งเสียง...

“คุณแม่ขา...รีบไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า เดี๋ยวคุณพ่อจะกลับมาแล้วนะคะ”

ปรางค์ทิพย์เยาะเย้ยว่าไม่ต้องรีบหรอกเดี๋ยวจะเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้ออีก น้องเมย์สวนไปทันทีว่า

คุณพ่อต้องกลับมาแน่ เพราะคุณพ่อรักคุณแม่จะตายไป แล้วชวนเข้าบ้านกันดีกว่า ประภัสสรจึงขอตัวเข้าบ้าน

“ทำไมหมู่นี้ นังเมย์มันดูฉลาดนักนะ มันกล้าต่อปากต่อคำกับฉัน” ปรางค์ทิพย์จิกตามองอย่างเจ็บใจ

ooooooo

เมธีกลับมาตามนัดพร้อมตุ๊กตาหมีตัวใหญ่

มาฝากน้องเมย์ เจอปฐวีที่หน้าบ้าน เขามองตุ๊กตาหมีถามว่าแล้วของฝากพี่ภัสล่ะ เมธีนิ่งไปแล้วบอกว่าไม่รู้จะให้อะไรดีเพราะเธอมีครบทุกอย่างแล้ว

“ความรักความเอาใจใส่ไงครับพี่เมธี” ปฐวีพูดยิ้มๆแล้วเดินไป

เมื่อเมธีเอาตุ๊กตาหมีมาให้น้องเมย์ หนูน้อยรับไปไม่ตื่นเต้นยินดีอะไร จนเมธีถามว่าไม่ดีใจหรือที่ได้ตุ๊กตาหมี

“ดีใจค่ะ...แต่จะดีใจมากกว่านี้ ถ้าเป็นของขวัญที่คุณพ่อเอามาให้คุณแม่”

เมธีอึ้งไปนิดหนึ่ง จึงบอกน้องเมย์ว่า “น้องเมย์พูดถูก พ่อเองก็ห่วงแต่จะไม่มีเวลาให้ลูก จนลืมนึกถึงคุณแม่ เรานี่ใจตรงกับน้าวีเลยนะ ทักเรื่องเดียวกันเชียว ขอบใจนะลูก ที่เตือนพ่อ”

ตอนที่ 4

เมื่อสุดนภารู้สึกตัวขึ้นมา เจอน้องเมย์นั่งดูอยู่เรียกให้ลุกขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้ พอเธอเรียก “น้องเมย์” ก็ถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่พอเรียก “หยง” น้องเมย์ กลับพยักหน้า

“ไม่จริง...ไม่จริง...ฉันต้องฝันไปแน่นอน เป็นไปไม่ได้ อย่าล้อเล่นกันแบบนี้นะ” สุดนภาลนลาน

“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะบี๋ นี่เรื่องจริง ฉัน...ตันหยง”

คราวนี้สุดนภาสุดทนคว้ากระเป๋าวิ่งออกจากห้องไปอย่างขนลุกขนพอง น้องเมย์มองตามอย่างแสนเศร้า...

แล้วก็ต้องผวาอีกเมื่อน้องเมย์ตามมาบอกว่า “พรุ่งนี้พบกันใหม่นะคะ” เธอไม่ตอบรีบไหว้ลาประภัสสร แต่พอหันเดินไปก็ถูกน้องเมย์มาดักหน้า คราวนี้พูดหน้าตาขึงขัง

“พรุ่งนี้แกต้องมานะ”

เมื่อไปขึ้นรถแล้ว สุดนภาตั้งสติถามตัวเองว่านี่เรื่องจริงหรือเนี่ย?!

กลับถึงคอนโดฯแล้วก็ยังสยอง คิดอย่างไรก็หาคำตอบไม่ได้ แต่พอฉุกคิดอีกทีว่า ถ้าตันหยงอยู่ในร่างน้องเมย์จริงๆ แล้วใครอยู่ในร่างตันหยงล่ะ?! หรือเป็นน้องเมย์ และถ้าเป็นน้องเมย์แล้วทำไมไม่ฟื้น?? ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน

แล้วเธอก็ต้องปวดหัวหงุดหงิดยิ่งขึ้นเมื่อนาวินโทร.มาถามสภาพการไปสอนพิเศษน้องเมย์ เธอบอกว่าเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา ก็ถูกซักรายละเอียดอีก พอเธอบ่นว่านี่เป็นเวลาพักผ่อน ทำไมต้องรายงานด้วย นาวินก็อ้างกวนๆว่า

“อ้าว...ก็น้องเมย์เป็นนักเรียน คุณก็เป็นครู ผมเป็นผู้บริหาร”

สุดนภาตัดบทว่าอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ได้ไหมตนยิ่งเครียดๆ อยู่  แล้วกดตัดสายเลย นาวินมองโทรศัพท์พึมพำ

“อะไรของเขาเนี่ย...วี้ดเกินเหตุหรือเปล่า”

ตัดสายจากนาวินแล้ว สุดนภาก็กลับมาสับสนปนสยองกับเรื่องน้องเมย์อีกว่า ถ้าน้องเมย์ไม่ได้โกหกล่ะ? คิดแล้วก็เครียด แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี

ooooooo

คืนนี้ ตันหยงในร่างน้องเมย์คิดหนักที่สื่อให้เพื่อนรู้ไม่ได้ว่าตนคือตันหยงในร่างน้องเมย์ ลงไปนั่งปล่อยใจที่ริมสระว่ายน้ำ

“ได้อยู่คนเดียวแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย...พรุ่งนี้แกจะมาหาฉันรึเปล่าเนี่ยบี๋ แกอย่าเพิ่งทิ้งฉันไปนะ” นั่งชันเข่าเอาคางเกยรำพึง “เมื่อไหร่นะฉันจะตื่นจากความฝันเสียที เมื่อไหร่ฉันจะกลับเป็นตันหยงคนเดิมเสียที...”

ปฐวีกลับมาเจอน้องเมย์นั่งอยู่ริมสระว่ายน้ำ ย่องเข้ามากอดจากข้างหลังถามว่า แอบลงมาอีกแล้วทำไมยังไม่นอน แล้วพาน้องเมย์นอนบนเก้าอี้ยาวชวนนอนดูดาวกัน ตันหยงอึดอัดบอกให้ปล่อย ถามว่าทำไมต้องนอนชิดกันแบบนี้ด้วย ปฐวีถอนใจยาว พอถามว่าไม่สบายใจหรือ ก็รับว่าใช่ ตัดบทว่า

“ช่างเถอะ...เรื่องของผู้ใหญ่ น้องเมย์ฟังไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก”

“ก็ใช่สิ...เพราะฉันติดอยู่ในร่างเด็ก ใครจะอยากคุยกับเด็กล่ะ” ตันหยงนึกในใจอย่างหงุดหงิดเบื่อหน่าย

นอนดูดาวกันพักใหญ่ น้าวีก็ชวนน้องเมย์กลับไปนอน อุ้มน้องเมย์ขึ้นอย่างที่เคยทำ ตันหยงอึดอัดมาก นึกเซ็งๆ

“ทำไมต้องอุ้มกันด้วยนะ...”

เช้าวันรุ่งขึ้น ปฐวีไปดูตันหยงที่ห้องพักคนป่วย มองร่างที่นอนนิ่งพึมพำอย่างเป็นห่วง

“ทำไมคุณยังไม่ฟื้นนะ...คุณตันหยง”

สุดนภาเองก็ไปเยี่ยมตันหยงแต่เช้า เดินไปคิดไป “ถ้าแกอยู่ในร่างน้องเมย์ แล้วใครอยู่ในร่างแกตอนนี้ มันเป็นไปได้ยังไง มันจะเป็นไปได้ยังไง...ไม่รู้ล่ะ เป็นไงเป็นกัน ต้องดูให้รู้”

พอผลักประตูเข้าไปเจอปฐวีอยู่ในห้องแล้ว เธอบอกเขาว่ามาเยี่ยมตันหยงก่อนแล้วค่อยไปสอนน้องเมย์ เขาพูดอย่างอัธยาศัยดีว่างั้นเย็นนี้เราอาจจะเจอกันที่บ้าน สุดนภาร่ำๆว่าจะพูดเรื่องตันหยงในร่างน้องเมย์แล้ว แต่เลี่ยงถามว่า หมอเคยเชื่อเรื่องคนตายแล้วฟื้น หรือพวกวิญญาณอะไรทำนองนี้ไหม

“ตายแล้วฟื้น ทางการแพทย์ไม่มีหรอกครับ เป็นการเข้าใจผิด ส่วนเรื่องวิญญาณ น่าจะเป็นความเชื่อทางศาสนาไม่ใช่วิทยาศาสตร์ ทำไมคุณบี๋ถามเรื่องนี้ล่ะครับ”

ได้รับคำตอบแบบนี้ เธอเลยเปลี่ยนใจบอกว่าไม่มีอะไร ตนแค่สงสัยเท่านั้น ก็พอดีจริญทิพย์มาบอกว่ามีผู้ป่วยอุบัติเหตุรถยนต์บาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะ เขาจึงขอตัว

“เกือบแล้วไหมล่ะ ขืนพูดไปมีหวังหน้าแตกยับ...” สุดนภาถอนใจพึมพำอย่างโล่งอก

ooooooo

ปรางค์ทิพย์ได้ยินบุญศรีเล่าเรื่องน้องเมย์มีครูมาสอนพิเศษที่บ้านก็ริษยา บอกว่าลูกคนอื่นได้ลูกตนก็ต้องได้ รุ่งขึ้นก็ไปหาประภัสสรขอฝากลูกเรียนพิเศษกับน้องเมย์ด้วย ประภัสสรเกรงใจครูบี๋แต่ทนรบเร้าไม่ได้จึงรับปากพาไปฝากเรียน

ระหว่างเรียน น้องเมย์แสดงให้เห็นว่าตนรู้มากกว่าที่ครูสอน พอครูบี๋หยิบตำราขึ้นมาพลิกให้อ่านตาม น้องเมย์ก็หยิบขึ้นมาบอกว่าตนจะอ่านให้ฟังเอง แล้วอ่านตำราภาษาอังกฤษเป็นไฟจนครูบี๋มองอึ้ง

บุญศรีที่ปรางค์ทิพย์ให้มาคอยดูว่าครูบี๋จะสอนลูกตนเหมือนสอนน้องเมย์หรือเปล่าก็ถึงกับมึน น้องเมย์ถามอย่างท้าทายว่าจะให้อ่านอะไรอีกไหม ครูบี๋รีบบอกว่าไม่ต้องแล้ว น้องเมย์เสนอให้พักเรียนก่อนตนเหนื่อย พอครูบี๋อนุญาตเด็กสองคนก็เฮที่จะได้ไปเล่นกัน

หลังจากนั้น ตันหยงในร่างน้องเมย์ พาสุดนภาเข้าไปทดสอบกันในห้อง โดยสุดนภาเป็นคนถามให้น้องเมย์ตอบ ถามตั้งแต่ชื่อครูสมัยเรียน ม.1 จนถึงฉายาตอนเรียนปี 1 และแฟนแต่ละคนระหว่างเรียน จนสุดท้ายถามว่าสเปกแฟนล่ะ?

“หน้าตาดี สุภาพอ่อนโยน ต้องเป็นคนเก่ง ที่สำคัญรักเด็ก ซึ่งคนคนนั้นน่าจะเป็นหมอปฐวี” ตันหยงตอบคล่องปรื๋อ ทำเอาสุดนภากระโดดกอดร้องด้วยความดีใจสุดๆ

“แกเป็นหยงจริงๆด้วย ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแกเหลือตัวแค่เนี้ย...ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย ฉันอยากจะเป็นลมจริงๆ”

ขณะทั้งสองกอดกันด้วยความดีใจนั่นเอง ปฐวีเปิดประตูเข้ามามองงงๆแกล้งถามน้องเมย์ว่าอยากไปโรงเรียนแล้วหรือยัง น้องเมย์ส่ายหน้าแทบไม่ต้องคิด แต่สุดนภากลับบอกว่า “น้องเมย์พร้อมแล้วค่ะ” ถูกตันหยงถลึงตาใส่ จึงพูดต่อว่า “พร้อมไปอยู่กับครูบี๋ไงคะ น้องเมย์”

“แล้วให้ฉันไปเรียนกับเด็กเนี่ยนะ” น้องเมย์ทำหน้ามุ่ย ปฐวีมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ทีงงๆ

เมื่อไปเดินคุยกันที่สนาม ตันหยงบอกสุดนภาว่าต้องช่วยตนให้พ้นจากสภาพแบบนี้ สุดนภาถามว่าแล้วทำไมไม่บอกใครๆเหมือนอย่างที่บอกตน ตันหยงชี้แจงว่าตนเคยบอกแล้วแต่ไม่มีใครเชื่อ แต่ถึงตอนนี้ไม่แน่ใจแล้วว่าจะกล้าบอกใครไหม ไม่แน่ใจว่าบอกแล้วพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร จะเสียใจแค่ไหน ตนไม่กล้าทำร้ายจิตใจพวกเขา

“งั้นแกก็อยู่ในร่างน้องเมย์ไปก่อน แล้วตัวแกก็อยู่ที่โรงพยาบาลนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราที่นั่นแหละ”

ตันหยงไม่แน่ใจว่าตนจะกล้าพอที่จะไปดูร่างตัวเองไหม ถามว่าแล้วพ่อกับแม่เป็นยังไงบ้าง สุดนภาเล่าว่าท่านพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้เธอฟื้น ย้ำกับเพื่อนว่าตอนนี้ต้องอดทนรอไปก่อน ขอให้เข้มแข็งตนจะช่วยเอง

“ฉันจะพยายามรับมันให้ได้” ตันหยงรับปากเศร้าๆ

ooooooo

พิรามตัดสินใจเอาโฉนดคอนโดและเงินสดไปให้พัดชาบอกเธอว่า ตนไม่อาจเสียตันหยงไปได้ ขอให้เธอรับไว้เพื่อจะได้ไปตั้งต้นชีวิตใหม่

พัดชาไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้นแต่ต้องการตัวเขา พิรามยืนกรานว่าตนไปต่อกับเธอไม่ได้จริงๆ ทุกวันนี้ตนไม่มีความสุขเลยรู้สึกผิดต่อตันหยงมาก ที่ตันหยงเป็นแบบนี้ก็เพราะตน ถึงเราอยู่ด้วยกันต่อไปก็ไม่มีความสุข บอกเธอก่อนกลับไปว่า

“ผมไม่อยากทำผิดพลาดอีก...และผมจะไม่อ่อนแอหรืออ่อนไหวอีก ผมเสียใจนะพัดชา”

พัดชาทรุดนั่งร้องไห้เงียบๆแต่เจ็บช้ำหัวใจแทบสลาย...

เพื่อชดเชยความผิดของตัวเอง พิรามไปดูแลตันหยงที่โรงพยาบาล เจอพินิจกับบุหงา เขาขอโทษและขอโอกาสได้ดูแลตันหยง ยอมรับกับทั้งสองว่า

“ผมขอโทษ...ผมขอโอกาสแก้ไขในสิ่งที่ผม

ทำผิด ผมทำลายความไว้ใจของตันหยงและคุณพ่อ

คุณแม่ เป็นเพราะไม่หนักแน่นพอ ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่มีวันไหนที่ผมจะไม่เสียใจ ผมเหมือนตกนรกทั้งเป็น...

ใจผมจะขาดอยู่แล้วครับ”

“พ่อรู้ว่าพิรามไม่ใช่คนเลวร้าย มนุษย์เราทำผิดพลาดกันได้ คนเราถ้ายอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายได้ เขาก็ควรได้รับโอกาสที่สอง และที่หยงต้องเป็นแบบนี้ มันก็เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ อย่าไปโทษพิรามเขาเลย” พินิจพูดอย่างเห็นใจเยี่ยงผู้ใหญ่

“ขอบคุณมากครับ ผมสัญญาว่าจากนี้ไปผมจะดูแลตันหยงไปตลอด และผมจะไม่ทำอะไรผิดพลาดอีก ผมสัญญาครับ” พิรามพูดอย่างสำนึกผิดจริงๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:07 น.