สมาชิก

แม่ยายที่รัก

ตอนที่ 5

ดำจังมึงทำทีเข้าไปสำรวจที่ดินหลังบ้านวันรบ แล้วกลับมาบอกพวกรชานนท์ว่า ทุกอย่างเรียบร้อยไม่เกินพรุ่งนี้คงรู้ผล

รชานนท์พอใจมาก เขาชวนพชรกลับโรงแรม แต่วันทนีย์เข้ามาขวางทางถามว่า ของที่พูดถึงคืออะไร พชรอึกอักเพราะไม่เตรียมคำตอบไว้ จู่ๆอาไทเด็กในบ้านวันรบออกมาพูดว่า อย่ามาล่อให้อยากแล้วจากไป แถมยังเรียกรชานนท์กับพชรว่าลุงอีกด้วย ทั้งสองไม่พอใจตวาดลั่น พลางให้อาไทเรียกพวกตนว่าพี่

กำนันเรืองเข้ามาร่วมวง เพราะสงสัยว่าที่ดินหลังบ้านมีอะไรกันแน่ วันรบเห็นรชานนท์กับพชรโดนต้อนหนักจึงตัดบทว่าค่อยรู้ตอนเช้าก็ได้

“ไม่ได้ แถวนี้ถิ่นใครให้มันรู้ซะมั่ง ใช่ไหมพ่อกำนัน ไม่กล้าบอกแบบนี้ต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ จริงไหมจ๊ะพ่อกำนัน” อาไททำกร่างหาแนวร่วม

“อยากรู้มากใช่ไหม” ดำจังมึงดีดนิ้วเรียกบอดี้การ์ดนักกล้ามเข้ามาหักไม้หน้าสามข่มขวัญ แล้วชักปืนสั้นขึ้นมาขู่

“น้องไม่ได้อยากรู้ครับ คนอยากรู้อยู่โน่น” อาไทชี้ไปที่กำนันเรืองกับวันทนีย์

ดำจังมึงหันปืนไปทางกำนันเรืองกับเมีย วันรบ รชานนท์ และพชรกลัวปืนลั่นร้องห้ามเสียงหลง

“อ้าว...นี่ฉันช่วยนะเนี่ย ไม่งั้นก็ถามอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวแผนก็...อุ๊บ” ดำจังมึงพูดได้แค่นั้น ก็ถูกรชานนท์ปิดปาก

“เมื่อกี้ตาหนำเลี้ยบมันพูดแผนๆ อะไรนะพ่อ” อาไทได้ยินพอดี

วันทนีย์เห็นทุกคนอึ้งๆก็เข้ามาคาดคั้น “ว่าไงล่ะ พวกคุณมีแผนอะไรกัน”

รชานนท์ พชร วันรบแอบสบตากันอย่างลุ้นๆ

แต่คนที่ลุ้นสุดตัวคือเตือนใจ เพราะกลัวติรกาจะจับได้ว่ามัทรีหนีไปสุพรรณกับวันรบ นางแสร้งทำเป็นร้องคาราโอเกะกลบเกลื่อนพิรุธ และทำเป็นไม่ได้ยินติรกาถามหาลูกสาว

ติรกาชักผิดสังเกต เธอเดินเข้าไปปิดคาราโอเกะ แล้วถามเตือนใจอีกครั้งว่ามัทรีไปไหน เตือนใจทำเนียนบอกว่า มัทรีนอนอยู่ในห้อง กำลังเครียดเรื่องวันรบ และสั่งห้ามใครรบกวน ติรกาไม่เชื่อจะเข้าไปตามออกมาทานข้าวเย็น เพราะทำแกงส้มของโปรดมาให้

เตือนใจเหงื่อแตกซิก รีบคว้าแขนลูกสาวไว้อ้างว่า เดี๋ยวมัทรีหิวก็คงลงมาทานเอง ติรกาชะงักมองแม่อย่างวิเคราะห์ แล้วหันไปเรียกพุทราที่ถือหม้อแกงตามเข้ามา

พุทรารู้ใจรีบบอกเจ้านายว่า ถ้าเดาไม่ผิด ติรกาต้องมีแผนร้ายให้เธอทำแน่ๆ

เวลาเดียวกัน กำนันเรืองคาดคั้นให้พวกรชานนท์บอกว่ามีแผนอะไร วันรบเห็นท่าไม่ดีโกหกว่าเป็นแผนสำรวจที่ดินในวันพรุ่งนี้

“ใช่ เราต้องรีบกลับไปปรึกษาวางแผนอย่างละเอียดใช่ไหมดำจังมึง” รชานนท์รับมุก เดินนำทุกคนไปที่รถ

วันทนีย์หันมาถามวันรบว่า จะค้างด้วยกันใช่ไหม รชานนท์ได้ยินก็ตกใจเปรยว่า ให้รีบกลับไปวางแผนที่โรงแรมห้ามเถลไถล

วันรบเข้าใจตอบแม่ว่า จะต้องกลับไปค้างที่โรงแรม วันทนีย์ซักว่า ทำไมไม่นอนที่บ้าน มัทรีแก้ตัวแทนว่า เธอไม่ได้เตรียมของใช้มา จึงต้องเข้าไปพักในเมือง เพราะวันรบจะได้ไม่ต้องขับรถเทียวไปเทียวมา

“ใช่ครับแม่ งั้นเราไปกันเถอะมัท” วันรบพามัทรีไปขึ้นรถ

วันทนีย์มองตามอย่างไม่พอใจ ที่วันรบเชื่อฟังมัทรีมากกว่าตน

ooooooo

วันรบพามัทรีมานั่งคุยในมุมสวยของโรงแรม เขาขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้วันทนีย์เข้าใจเธอผิดสาวเจ้าทำเข้มแข็งบอกว่า จะสู้เพื่อความรักจนตัวตาย

วันรบดึงมือคนรักมากุมให้กำลังใจ

รชานนท์มาเห็นพอดี เขารีบลากตัววันรบออกไปด้วย โดยอ้างว่า พชรเรียกประชุมด่วน มัทรีมองตามอย่างงงๆ แล้วเดินตามสองหนุ่มไปด้วย

เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้า พชรก็ประกาศว่า ตอนนี้แผนปั่นพ่อหลอกแม่เพื่อช่วยวันรบสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว

วันรบยิ้มรับแล้วส่งเงินค่าจ้างวันแรกให้ดำจังมึงกับเหล่าบอดี้การ์ด แต่ถูกดำจังมึงด่าว่า เลวมากที่สร้างเรื่องหลอก

กระทั่งพ่อแม่ตัวเองได้ วันรบอารมณ์เสียจะเอาเงินคืน ดำจังมึงรีบกลับลำ

“พี่คงทำเพราะความจำเป็นใช่ไหม ผมเข้าใจได้คนไทยด้วยกันเห็นใจกันอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องพูด ผมเห็นใจพี่จริงๆ” ดำจังมึงค่อยๆ ดึงซองเงินมาจากวันรบ

ด้านพชร เขาหันไปถามรชานนท์ “แล้วไอ้ของที่แกบอกว่าเรามาตามหานี่อะไรวะฉันเกือบรับมุกไม่ทันเลยนะ”

รชานนท์ยิ้มเตรียมจะบอกแผนการขั้นต่อไปกับทุกคน

เวลาเดียวกันนั้น ติรกาสั่งให้พุทราไปหลอกมาส์กหน้าให้เตือนใจเพื่อที่เธอจะได้ไปดูมัทรีในห้อง แต่เตือนใจไหวตัวทัน รีบตามขึ้นไป แล้วแสร้งตกใจที่ไม่เห็นมัทรีอยู่ในห้อง

ติรกาไม่เชื่อว่าเตือนใจไม่รู้ว่ามัทรีไปไหน เธอสั่งพุทราให้ไปนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ดู จึงเห็นภาพมัทรีปีนลงมาจากหน้าต่าง โดยมีเตือนใจยืนโบกมือให้อยู่บนบ้าน

“จะบอกได้รึยังคะ ว่ายายมัทหนีไปไหน” ติรกานำชอตเด็ดที่ใช้เป็นหลักฐานมาให้เตือนใจดู

เตือนใจอึ้ง ทำเป็นเนียน ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะเดินหนี

“ถ้ามาแนวนี้ คงจะไม่ยอมบอกง่ายๆ แน่ค่ะ” พุทรากระซิบกับเจ้านาย

ติรกาต้องรู้ให้ได้ว่า มัทรีไปไหน เพราะมั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับวันรบแน่

ทางด้านรชานนท์ เขาวางแผนกับพวกว่าจะหลอกวันทนีย์ว่า ที่ดินหลังบ้านมีบ่อน้ำมัน เพื่อสร้างมูลค่าให้วันทนีย์มาขอซื้อคืน แต่วันรบแย้งว่าจะไปหาบ่อน้ำมันที่ไหนมาโชว์ เพราะกลัวแม่ไม่เชื่อ

“ไม่ต้องมีบ่อน้ำมันหรอก แต่เราต้องมีคนยืนยันว่าบ่อน้ำมันมีจริงและคนนั้นคือ...” รชานนท์หันมองมาดำจังมึง

ooooooo

เช้าวันใหม่ วันรบพามัทรีมาที่บ้าน กระถินยกหม้อข้าวต้มออกมาจากครัวเตรียมจะตักแจกทุกคน มัทรีอาสาช่วย หวังจะให้วันทนีย์นึกเอ็นดูบ้าง แต่วันทนีย์กลับไม่สน

“ตารบ แล้วนี่รู้หรือยังว่าพวกกิมจิมันหาอะไรกันอยู่”

“โอเค เราลองไปถามเขาดีไหมว่า เขาหาอะไรน่ะพ่อ” วันรบหันมาชวนกำนันเรือง

กำนันเรืองตอบรับ ชวนลูกชายไปดูด้วยกัน วันทนีย์จะตามไปด้วย สองพ่อลูกร้องห้ามเสียงสั่น อ้างว่ามากคนก็มากความ แล้วลุกตามกันออกไป ทิ้งให้มัทรีอยู่กับวันทนีย์และกระถินที่มองเธออย่างมีแผน

สองนางมารเห็นอาไทนั่งส่งยิ้มปลื้มมัทรีก็ไล่ให้ตามวันรบกับกำนันไป แต่อาไทว่าหัวใจสั่งให้นั่งอยู่ที่เดิม

ขณะที่วันรบดึงกำนันเรืองลงมา รชานนท์กับพชรทำเป็นสุมหัวดูไอแพดอยู่หลังบ้าน และเตรียมหลอกเรื่องพบบ่อน้ำมัน แต่ไม่ทันได้เอ่ยปากก็ถูกกำนันจับได้ว่าทั้งสองเป็นรุ่นพี่ของวันรบปลอมตัวมา

กำนันให้ทั้งสามสารภาพความจริง แต่ดำจังมึงวิ่งตัวเปียกปอนร้องโวยวายเข้ามาเสียก่อน

“เฮ้! บอส! วี ฟาวด์ ออย” ดำจังมึงวิ่งมาตามแผน แต่ไม่มีใครสนใจ จึงถามซ้ำ “บอส เฮ้ย เจอน้ำมันแล้วไง ยืนงงอะไรกันเนี่ย”

“สองคนนี้รุ่นพี่ แล้วไอ้หนำเลี้ยบนี่เป็นใคร เพื่อนที่ทำงานแกด้วยเหรอไงไอ้หมา”

“พูดแบบนี้ อึ้งแบบนี้ แสดงว่า สวยแล้ว”

“ซวย” รชานนท์กับพชรพูดพร้อมกัน

“ว่าไงไอ้หมา จะบอกพ่อดีๆ หรือจะบอกทั้งน้ำตา” กำนันมองหน้าลูกชาย

วันรบรู้สึกผิด เข้าไปกราบขอโทษพ่อ แล้วอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องทำแบบนี้ กำนันเห็นใจยอมร่วมมือกับลูกช่วยหลอกวันทนีย์ ว่าที่ดินหลังบ้านมีบ่อน้ำมันจริงๆ

วันทนีย์เชื่อสนิทใจ เมื่อเห็นแกลลอนน้ำมันที่สองพ่อลูกหิ้วมาให้ดู นางเรียกประชุมด่วนเพราะเสียดายที่ดินกำนันเห็นเข้าแผนจึงเสนอให้เมียซื้อที่ดินคืน

วันทนีย์เห็นดีด้วย รีบออกไปเจรจากับพวกรชา–นนท์ รชานนท์ว่าจะขายในราคาร้อยล้าน วันทนีย์ต่อรองขอให้ลดราคาลงหน่อย รชานนท์กับพชรหันมาปรึกษากันบอกว่า ขอกลับไปนอนคิดสักคืนว่าจะลดให้ได้เท่าไหร่ แล้วชวนกันกลับออกไป

วันรบจะตามไปด้วยแต่วันทนีย์เรียกไว้ พลางสั่งว่าให้นอนด้วยกันที่บ้าน วันรบรีบตกลงเพราะมัทรีอยู่ด้วย

วันทนีย์เจ็บใจที่ทำพลาดไป จึงคิดเอาคืนด้วยการให้มัทรีเข้าครัวทำอาหารเย็นโดยใช้เตาถ่าน และให้นุ่งผ้าถุงออกไปอาบน้ำที่ลานหลังบ้านรวมกับคนงาน เพราะอยากให้มัทรีลำบากและอับอายและจะได้หนีกลับราชบุรี แต่มัทรีสู้ไม่ถอยเพราะมีวันรบเป็นตัวช่วย และอุปสรรคในครั้งนี้ก็ทำให้ทั้งสองรักและเข้าใจกันมากขึ้น

ooooooo

ติรกา พุทรา และธงฉานช่วยกันเค้นความจริงจากเตือนใจ เพราะอยากรู้ว่ามัทรีไปไหน

แต่จนแล้วจนรอด เตือนใจก็ไม่ยอมปริปาก จึงต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด สั่งให้พุทราไปหยิบแหวนที่ใช้ถอดนอตกับประแจเลื่อนมา แล้วเดินตรงไปที่รถคันเก่าของเตือนใจทำท่าจะถอดชิ้นส่วนมันออก เตือนใจร้องลั่นหมดทางเลือก จำต้องบอกติรกาว่ามัทรีอยู่ไหน

เวลาเดียวกันนั้น รชานนท์กับพชรกลับมาที่บ้านของวันรบและแจ้งข่าวดีว่า จะยอมขายที่คืนให้ในราคาสิบล้านและขอเป็นเงินสด เพราะทั้งสองต้องขึ้นเครื่องกลับเกาหลีตอนเย็น

วันทนีย์ตาลุกรีบชวนกำนันไปเบิกเงินที่ธนาคาร ครั้นได้เงินสิบล้านมาแล้ว กำนันก็แอบกำชับลูกชาย “เอ็งใช้สามล้าน อย่าลืมนะที่เหลือของพ่อ”

“ตามสบายเลยครับพ่อ”

กำนันเรืองคึกคักหันไปหัวเราะกับรชานนท์และพชรที่แผนการใกล้สำเร็จ มัทรีแอบกระซิบกับคนรักว่า เธอไม่สบายใจเลยที่วันรบทำแบบี้ เงินมรดกล่วงหน้าของเขา

“ดีใจมากที่ได้เงินสิบล้านจากแม่คุณ ดีใจจริงๆ ฮ่าๆ” พชรเข้ามาจับมือกับวันทนีย์

วันทนีย์นึกได้ถามหาสัญญาซื้อขาย พชร รชานนท์และวันรบชะงักไป เพราะถ้าวันทนีย์เห็นก็รู้ทันทีว่าเป็นของปลอม

“เอ้อ ผมลืมหนังสือสัญญาไว้ที่โรงแรม...เดี๋ยวให้คุณวันรบตามไปเอาที่โรงแรมแล้วกัน” รชานนท์แก้ไข สถานการณ์

วันทนีย์เอะใจกลัวโดนหลอก เธอจะไม่ยอมส่งเงินให้ วันรบรีบไกล่เกลี่ยว่าจะตามไปเอาสัญญาที่โรงแรมเอง แต่วันทนีย์ยังลังเลใจ กำนันเรืองจึงช่วยเจรจา

“ให้ไอ้หมามันจัดการเถอะแม่ ลูกเราฉลาดไม่โดนหลอกง่ายๆหรอกน่า”

วันทนีย์ยอมเชื่อจะส่งกระเป๋าเงินให้วันรบ แต่อยู่ๆก็มีมือดีมาแย่งกระเป๋าไป ทุกคนชะงักหันไปมองเห็นติรกายืนถือกระเป๋าเงินอยู่

“แม่ แม่มาทำอะไร” มัทรีตกใจ

“มาแฉความเลวของนายวันรบ”

“เฮ้ยๆ เอ็งอยู่ในถิ่นข้านะเว้ย พูดให้มันดีๆหน่อย” วันทนีย์ปรี่เข้ามา

“ทำไมต้องพูดดี ในเมื่อลูกชายคุณมันหลอกคุณ เพื่อจะเอาเงินมาเป็นค่าสินสอด หาเงินจากไหนไม่ได้แล้วใช่ไหม ถึงต้องมาหลอกเอาเงินแม่ตัวเอง” ติรกามองวันรบอย่างดูถูก

ธงฉานกับพุทราวิ่งเข้ามาล็อกตัวพชรกับรชานนท์แล้วช่วยกันดึงหมวก หนวด และแว่นออก ติรกาหยิบปืนพกออกจากกระเป๋า ลั่นกระสุนใส่รชานนท์กับพชร ทั้งสองร้องลั่นคิดว่าตายแน่ แต่กลายเป็นสายน้ำที่พุ่งออกมาจากปากกระบอกปืน

“หมายความว่าไงไอ้รบ เอ็งให้สองคนนี้ปลอมตัวมาหลอกข้าเหรอ บอกมาว่าเอ็งไม่ได้ทำ บอกมาว่าเอ็งไม่ได้หลอกแม่ เรื่องน้ำมันเอ็งก็หลอกแม่ใช่ไหม พ่อก็เข้าไปดูด้วยไม่ใช่เหรอ หรือว่าพ่อก็หลอกแม่” วันทนีย์หันมาเล่นงานสองพ่อลูก

“เฮ้ย พ่อไม่รู้เรื่อง ไอ้หมาเอ็งหลอกแม่กับพ่อได้ยังไงวะ ทำแบบนี้พ่อเสียใจ” กำนันเอาตัวรอดหน้าตาเฉย

วันรบรู้สึกผิด เขาเหลือบมองไปทางมัทรี เห็นเธอพยักหน้าให้พูดความจริง วันรบเข้าไปกราบขอโทษแม่และจะอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องทำ แต่วันทนีย์ตบหน้าวันรบ แล้วฟูมฟาย

“ตั้งแต่เล็กจนโตเอ็งไม่เคยโกหกแม่ แต่เพื่อผู้หญิงคนนั้นเอ็งกลับหลอกแม่ได้ลงคอ นี่เหรอผู้หญิงที่เอ็งบอกว่าดี ผู้หญิงที่ควรจะมาเป็นแม่ของหลานข้า คนที่คิดจะเป็นแม่คนเขาไม่สอนให้ลูกโกหกแม่ตัวเองแบบนี้” วันทนีย์ชี้หน้าด่ามัทรี

“มัทไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ” วันรบรีบอธิบาย แต่วันทนีย์ไม่สน เดินไปหาติรกา

“เอาเงินข้าคืนมา แล้วเอาตัวลูกสาวเอ็งไป”

ติรกาส่งเงินให้วันทนีย์พลางเอ่ยกับวันรบ “เสียใจด้วยนะวันรบ ในที่สุดเธอก็หาเงินสินสอดไม่ได้”

“ไม่ใช่แค่ชวดเงินสินสอดนะครับคุณน้า แต่ชวดเจ้าสาวด้วย เพราะพรุ่งนี้ครบกำหนด ห้าวันสิบล้านแล้ว” ธงฉานตอกย้ำ

มัทรีกับวันรบหน้าเสีย รชานนท์เห็นใจร้องถามติรกาว่าไม่ใจดำไปหน่อยหรือ

“คนนอกไม่เกี่ยว ลูกฉัน ฉันเลี้ยงมาคนเดียว

ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นต้องออกความเห็น” ติรกาตวาดใส่ แล้วคว้ามือมัทรีลากออกไปโดยมีธงฉานตามไปติดๆ

“คุณรบมีเวลาถึงพรุ่งนี้ตอนเที่ยงคืน ถ้าอยากแต่งจริงๆหาเงินมาให้ได้นะคะคุณรบ” พุทราทิ้งท้ายแล้วรีบตามเจ้านายไป

ooooooo

ติรกาพามัทรีเข้ามานั่งในรถ พลางเยาะเย้ยเรื่องวันรบหาค่าสินสอดไม่ทัน ธงฉานเสริมว่าวันรบทำตัวแย่มากที่โกหกพ่อแม่ตัวเอง มัทรีออกรับแทน ก่อนถามว่ารู้ที่อยู่ของเธอได้อย่างไร ติรกาว่าพุทราเป็นคนบอก

มัทรีไม่เชื่อเพราะมีคนรู้แค่เธอกับยายเท่านั้น คิดได้ก็ให้นึกเป็นห่วงยายขึ้นมา

เวลาเดียวกันนั้น วันทนีย์ก็แสร้งบีบน้ำตา เพื่อกดดันให้วันรบรู้สึกผิดที่ทำให้นางเสียใจ รชานนท์กับพชรพยักพเยิดให้วันรบเข้าไปเจรจากับแม่

กระถินเห็นวันรบเดินเข้ามาก็แอบกระซิบบอก “แม่จ๋า...พี่รบมาแล้ว”

วันทนีย์หันไปจิ้มน้ำในแก้วมาป้ายหน้า ทำให้ดูเหมือนเปียกน้ำตาแล้วคร่ำครวญ วันรบเข้ามากราบขอโทษแม่และขอรับผิดคนเดียว เพราะมัทรีไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ แต่วันทนีย์ไม่เชื่อ นางสั่งห้ามวันรบพามัทรีมาเหยียบที่บ้านอีก

“ฉันรู้ว่าพี่ไม่รักฉัน แต่ฉันไม่อยากเห็นพี่กับแม่ทะเลาะกันเลย ฉันแต่งงานกับพี่ได้นะจ๊ะ...ฉันยอม” กระถินจับมือวันรบ หมายเป็นนางเอกช่วยรักษาใจ

วันรบรีบดึงมือกระถินออกยืนยันว่า จะแต่งงานกับผู้หญิงที่ตนรักเท่านั้น

“เอ็งจะทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงก็ลองดู ยังไม่ทันแต่งมันก็เสี้ยมสอนให้เอ็งหลอกเอาเงินข้า ผู้หญิงเจ้าเล่ห์แบบนั้น ข้าไม่เอามาเป็นสะใภ้ให้เสียสกุลหรอกเว้ย” วันทนีย์โกรธจัดลากกระถินออกไป วันรบมองตาม อย่างกลุ้มใจ

เย็นวันนั้น ติรกาพามัทรีมาหาเตือนใจ คุณยายเห็นหลานก็น้ำตาคลอรีบขอโทษที่ต้องบอกติรกาว่ามัทรีอยู่ไหน เพราะติรกาขู่จะถอดรถคันโปรดเป็นชิ้นๆ

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะยาย เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของยาย”

“ใช่ ความผิดทั้งหมดเป็นของวันรบต่างหากวันรบ ทำให้แม่ตัวเองเสียใจ วันรบทำลายตัวเอง”

“ที่รบต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าแม่ แม่แกล้งพวกเรา แล้วแม่ยังทำร้ายจิตใจคุณยายอีก”

“ที่แม่ทำ...ก็เพื่อความสุขของลูกเหมือนกัน”

“ถ้าแม่ทำเพื่อความสุขของมัทจริงๆเราคงไม่ต้องทะเลาะกันแบบนี้หรอกค่ะ ทำไมชีวิตของมัท มัทถึงไม่ได้เลือกเอง แม่ไม่ใช่มัท แม่จะรู้ได้ยังไงว่าแบบไหนมัทถึงจะมีความสุข” มัทรีวิ่งหนีขึ้นบ้าน

เตือนใจเอ่ยถามติรกาว่า มีความสุขไหมที่ทำให้ลูกร้องไห้ได้ทุกครั้งที่เจอกัน ติรกาน้ำตาเอ่อตอบว่า เธอกลัว ไม่อยากให้ลูกต้องเจ็บเหมือนเธอ

“ลูกเคยเจ็บไม่ได้หมายความว่าหลานจะเจ็บเหมือนกัน ติเอาอดีตมาทำร้ายตัวเองแม่ไม่ว่า แต่อย่าเอาอดีตของติมาทำร้ายยัยมัท” เตือนใจดึงติรกามากอดปลอบใจแล้วตามไปคุยกับมัทรี ที่นั่งปิดหูตัวเองไม่ยอมรับฟังอะไรอยู่ในห้อง เพราะคิดว่ายายเข้าข้างแม่

“ยายไม่เข้าข้างใครทั้งนั้น แต่ยายเข้าข้างความถูกต้อง วันรบผิดที่ไปหลอกเอาเงินแม่ตัวเอง...แม่เราก็ผิดที่ใจแคบและทิฐิเกินไป... ส่วนมัทก็ผิดที่คิดไม่ดีกับแม่เขาแบบนั้น”

“แต่มัทกับรบรักกันนะคะยาย... การที่เรารักกันอย่างบริสุทธิ์ใจ มันไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอคะ”

“ยายรู้...ความรักของหนูมันบริสุทธิ์...แต่มัทอย่าลืมว่าหนูเป็นคนเอาสีไปปรุงแต่งความรักเพื่อหลอกให้คนอื่นเข้าใจว่า หนูกับวันรบมีอะไรกันแล้ว ถ้าหนูกับวันรบเป็นคู่กันจริงๆ ยายเชื่อว่าวันรบจะต้องหาเงินสิบล้านมาได้ก่อนเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ มันต้องมีปาฏิหาริย์ เชื่อยายสิ”

ooooooo

“ไม่มีหรอกเว้ยปาฏิหาริย์” พชรบอกกับวันรบอย่างมั่นใจเช่นกัน!!

รชานนท์ยื่นหน้าเข้ามาสมทบ “ใช่ โดยเฉพาะกับชายชั่วอย่างพวกเรา คนบนฟ้าไม่มีทางเมตตา”

“คนเคยชั่วครับป๋า... ผมเลิกชั่วมาหลายปีแล้ว” วันรบออกตัว แล้วขอให้รุ่นพี่ทั้งสองช่วยคิดว่าจะไปหาเงินอีกสามล้านมาจากที่ไหน

พชรบ่นพึมพำถึงเรื่องซ่อนเงินเมีย วันรบได้ยินก็นึกขึ้นได้ว่า เคยเห็นพ่อกำนันแอบเม้มเงินที่แม่ให้ฝากธนาคารมาตั้งแต่เด็ก จึงชวนพชรกับรชานนท์ไปขอความช่วยเหลือ แต่กำนันปฏิเสธเสียงสั่นว่าไม่เคยทำ

วันรบใช้ไม้ตายขู่ว่า จะเอาเรื่องกำนันแอบเอาเงินที่เม้มจากแม่ ไปปล่อยกู้กินดอก เพราะผ่านไปเป็นสิบปีเงินหลายแสนคงได้ดอกเบี้ยหลายล้าน

กำนันเรืองอ้าปากค้างเหงื่อแตกซิกที่รู้ว่าวันรบรู้เรื่องปล่อยเงินกู้ แต่ก็ยังเสียงแข็งท้าให้วันรบไปฟ้องวันทนีย์

“เอาเลย ข้าไม่กลัวหรอก อย่างมากข้าก็แค่โดนแม่เอ็งด่า แต่ถ้าแม่เอ็งยึดเงินไป เอ็งจะไม่ได้เงินซักแดง” กำนันเดินหนีเข้าบ้าน

วันรบหน้าเสียกลัวหาเงินไม่ทัน แต่สวรรค์มีตา ดลให้กำนันมีงานด่วนต้องไปประชุมที่จังหวัด กำนันจึงชวนวันทนีย์กับกระถินไปเป็นเพื่อนกัน เหลือเพียงอาไทอยู่เฝ้าบ้าน

วันรบสบโอกาสชวนรชานนท์กับพชรเข้าไปค้นในบ้าน เพื่อหาที่ซ่อนเงินของกำนัน โดยติดสินบนอาไทว่า จะพาไปเลี้ยงบุฟเฟ่ต์โรงแรมห้าดาวสามมื้อใหญ่ อาไทเห็นแก่กินยอมร่วมมือด้วย

ทั้งสี่คนแยกย้ายกันปีนแกะเทปกาวที่ปิดไว้ตาม กำแพงบ้านเพื่อหาเงินและทองที่กำนันซ่อนไว้ แต่ก็ไม่เจอจึงกลับมานั่งสุมหัวคิดกันใหม่ว่า ซ่อนที่ไหนจะปลอดภัยที่สุด

“ที่ที่ปลอดภัยที่สุดกลายเป็นที่ที่อันตรายที่สุด ซะแล้ว พี่ระถ้าเป็นพี่ พี่จะซ่อนที่ไหน” วันรบหันมาถามผู้มีประสบการณ์

“ก็ต้องซ่อนที่ที่ เมียจะไม่ไปยุ่ง มุมส่วนตัว หรือ...”

“เสาตกน้ำมัน” วันรบกับรชานนท์พูดพร้อมกัน

ทั้งหมดพุ่งตรงไปที่เสาตกน้ำมันด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ เพราะใกล้ค่ำแล้ว วันรบรวบรวมความกล้าบอกให้พชรพิสูจน์ว่าเสาตกน้ำมันจริงหรือใครเอากาแฟมาราดกันแน่เพราะกลิ่นคุ้นๆ

พชรแตะน้ำเยิ้มๆ เหนียวๆ ที่เสามาชิมแล้วร้องบอกว่า กาแฟชัวร์

วันรบกับรชานนท์มองหน้ากัน แล้วรีบคลำที่เสาอย่างตั้งอกตั้งใจจนไปสะดุดที่โคน รชานนท์ไม่รอช้าหยิบไขควงออกมาไขงัดขอบเสาออกมา พบว่าไม้ด้านในถูกตัดกลวงไว้เป็นช่องมีเงินซ่อนอยู่ทั้งแบงก์ร้อย แบงก์ห้าร้อย แบงก์พันม้วนอัดเรียงกันอยู่ในเสา

วันรบดึงเงินออกมาส่งให้พชรกับอาไทรับหน้าที่คอยกางนับแต่ยังไม่ครบสามล้านอยู่ดี วันรบถามอาไทว่ามีตรงไหนของบ้านที่มีวิญญาณสิงอีกหรือไม่

อาไทคิดๆแล้วชี้ไปที่มุมเพดานบ้านบอกว่ารังตุ๊กแกผี เห็นตุ๊กแกหนึ่งตัวเกาะอยู่ วันรบวิ่งไปหยิบบันไดมาปีนขึ้นไปแล้วหยิบตุ๊กแกปลอมโยนลงให้พชร อาไทและรชานนท์ ทั้งสามกระโดดหลบกันไปคนละทาง

วันรบคลำๆ ตรงมุมที่ตุ๊กแกเกาะอยู่เจอเชือกเล็กๆ ที่ถูกเจาะร้อยไว้กับผนัง เขาดึงออกมาเห็นเป็นลิ้นชักเล็กๆ ข้างในมีสร้อยทอง เลสทองวางเรียงเป็นเส้นยาว

อาไทเห็นดังนั้นก็ชี้ไปที่อีกมุมหนึ่งของบ้านที่กำนันบอกกับทุกคนว่า เป็นมุมรักยม คะนองเดช

รชานนท์วิ่งเข้าไปด้านหลังรักยมเห็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่ถูกติดไว้ลักษณะเหมือนประตู เขาเปิดมันออกก็พบทั้งเงินและทองซ่อนอยู่อีก

“อันนี้เฮี้ยนสุดๆ ดงตานี” อาไทนึกได้!

วันรบวิ่งนำพชรกับรชานนท์ไปที่ดงกล้วยหลังบ้าน แล้วช่วยกันขุดดินในสวนเพื่อหาเงินที่กำนันซ่อนไว้สักพักรชานนท์ก็ขุดเจออะไรบางอย่าง เขาเรียกพชรกับวันรบมาดูแล้วดึงหีบไม้ใบใหญ่ขึ้นมาจากหลุมและเมื่อเปิดออกก็พบว่าข้างในมีแต่หนังสือวาบหวิวและโปสเตอร์วาบหวิบสมัยก่อนอยู่เต็มหีบ

“เนี่ยเหรอของมีค่าที่พ่อแกเอามาซ่อน หนังสือโป๊เก่าๆเนี่ย” รชานนท์หัวเราะร่วน

ส่วนพชรหยิบหนังสือวาบหวิวขึ้นมาเปิดๆดู ทันใดนั้นลูกกุญแจดอกเล็กๆก็ร่วงลงมา

วันรบหยิบลูกกุญแจขึ้นมาดูแล้วบอกกับรุ่นพี่ทั้งสอง “นี่มันกุญแจตัวล็อก...แสดงว่าต้องมีของให้ล็อก”

“กล่องสมบัติ” พชรมั่นใจ สามหนุ่มพยักหน้าให้กันแล้วแยกย้ายไปขุดหาสมบัติต่อ

ooooooo

สองทุ่มแล้ว มัทรีเดินไปเดินมาอยู่ในห้องเพราะกลัววันรบจะหาเงินมาไม่ทัน แล้วพลันเสียงธงฉานกับสมภพที่ชวนกันมาจัดปาร์ตี้ปลอบใจก็ดังขึ้น ทั้งคู่เย้ยหยันว่า วันรบคงหาเงินค่าสินสอดมาไม่ทันแน่

มัทรีของขึ้นออกไปต่อว่าสองอาหลานและไล่ให้กลับ ติรกาตำหนิลูกสาวที่ก้าวร้าวผู้ใหญ่

“ก็อย่าก้าวล้ำเส้นมัทสิคะ ความอดทนมัทมีขีดจำกัดเหมือนกันนะคะ”

“ยายมัทเราเป็นเด็กนะ” เตือนใจปราม

“ขอโทษค่ะ ถ้าเห็นว่ามัทก้าวร้าว แต่ถ้าผู้ใหญ่ทำร้ายจิตใจเด็ก เด็กไม่มีสิทธิ์พูดเลยเหรอคะ รู้ไหมคะว่าถ้าอยากให้เด็กนับถือ ก็ต้องทำตัวให้น่านับถือด้วย ดีใจกันไปเถอะค่ะ เพราะรบต้องมาทันเวลาแน่นอน” มัทรีกลับเข้าห้อง

“โดนขนาดนี้ เป็นฉันนะ ฉันอายกลับบ้านไปแล้ว นี่นอกจากหน้าหนาจริงๆ ถึงไม่รู้สึก” เตือนใจมองสมภพกับธงฉานแล้วเดินตามมัทรีไป

สมภพสะอึกชวนธงฉานกลับไปตั้งหลักที่บ้าน แต่ยังทำปากดีบอกกับหลานชาย

“ยัยมัทรีรอให้แม่แกอยู่ในกำมือฉันก่อนเถอะ ฉันจะเอาคืนให้สาสม แกรอเป็นเจ้าบ่าวได้เลย หน้าอย่างไอ้รบหาเงินสิบล้านมาไม่ได้หรอก”

เวลาเดียวกันนั้น วันรบขุดพบหีบใบใหญ่ที่

กำนันซ่อนเงินไว้ เขาใช้ลูกกุญแจที่เจอไขมันเปิดออก เห็นมีสมุดลูกหนี้และเงินมากมายอยู่ในนั้น วันรบดีใจชวนรชานนท์กับพชรขึ้นรถไปราชบุรี เพราะมั่นใจว่าเงินที่ได้มาจากพ่อ รวมกับเงินเก็บของเขาและค่าแรงที่เบิกล่วงหน้ามาจากพชร น่าจะครบสิบล้านพอดี แต่เพื่อความชัวร์เขากับพชรจึงช่วยกันนับดูอีกครั้ง รชานนท์ที่ทำหน้าที่คนขับหันมามองอย่างลุ้น และได้ยินพชรร้องบอกว่า สิบล้าน สามหนุ่มเฮลั่นด้วยความดีใจ แล้วยกความดีความชอบให้กำนันเรือง

“ผมว่าเราโทร.ไปแจ้งข่าวดีกับว่าที่แม่ยายผม

ดีกว่า ว่าเรากำลังจะเอาค่าสินสอดไปให้” วันรบจะกดมือถือ แต่รชานนท์ห้ามไว้เพราะกลัวติรกาจะเล่นลูกไม้อีก

เสียงนาฬิกาเตือนเป็นเวลา 23.00 น. มัทรีนั่งประสานมือแน่นด้วยความเครียด เตือนใจนั่งลงข้างๆ วางมือลงบนมือหลานเพื่อให้กำลังใจ ติรกายิ้มเยาะเพราะเหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น

เสียงมือถือดังขึ้น ติรกากดรับแล้วเอ่ยถามวันรบที่โทร.มาว่า จะขอเลื่อนเวลาหรืออย่างไร แต่วันรบตอบกลับว่าหาเงินได้ครบแล้ว

“ว่าไงนะ แกหาเงินสิบล้านได้แล้ว” ติรกาขึ้นเสียงสูง

มัทรีกับเตือนใจมองหน้ากันอย่างมีความหวัง ติรกาไม่พอใจตอบวันรบไปทันที

“หาเงินได้ แต่ถ้ามาไม่ทันเที่ยงคืนก็ไม่มีประโยชน์ จากสุพรรณมาราชบุรีไม่ใช่ใกล้ๆ เป็นไปไม่ได้”

ทันใดนั้นเสียงแตรรถรชานนท์ก็ดังมาแต่ไกล ติรกามองออกไปเห็นรถรชานนท์กำลังแล่นเข้ามา เธอแทบช็อก

“เสียใจด้วยนะคะแม่ รบหาค่าสินสอดมาได้ทันเวลา หนูบอกแล้วว่ารบทำทุกอย่างเพื่อความสุขของหนู” มัทรีดีใจหันมากอดเตือนใจ

“ถ้าเอาเงินมาให้แม่ไม่ทันเที่ยงคืน ก็ถือว่าผิดสัญญาอยู่ดี” ติรกาได้สติคว้ากระเป๋าของตัวเองวิ่งออกไปที่รถ ตั้งใจจะหนีพวกวันรบ แต่เตือนใจกับมัทรีรู้ทัน จึงเอากุญแจรถของติรกามาเก็บไว้ ติรกาตัดสินใจขับรถคันเก่าของเตือนใจที่มีกุญแจเสียบคาไว้ออกไป พลางตะโกนว่า เธอไม่ยอมแพ้

วันรบที่ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน สั่งให้รชานนท์ขับรถตามติรกาไป ส่วนมัทรีก็รีบพาเตือนใจขึ้นรถแล้วขับตามไปด้วย

ติรกาขับรถเก่าๆของเตือนใจหนีพวกวันรบด้วยความเร็ว แต่รชานนท์ตามทันในที่สุด เขาขับตีคู่มาทางขวาบีบแตรเรียกติรกาให้จอดรถ แต่เธอไม่ยอม แถมเร่งความเร็วขึ้นอีก ขณะนั้นเอง มัทรีก็ขับรถติรกาตีคู่มาอีกด้าน เตือนใจตะโกนบอกให้ลูกจอดรถ แต่ติรกาก้มดูนาฬิกาข้อมือ

“อีกชั่วโมงเดียว จะพ้นเที่ยงคืนต้องหนีไปให้ได้” ติรกาเงยหน้าขึ้นแล้วอึ้งไป เมื่อเห็นป้ายปิดซ่อมถนนตั้งอยู่กลางทาง เธอตัดสินใจขับหลบป้ายไป

ส่วนรถของรชานนท์กับมัทรีจอดนิ่งเพราะผ่านไม่ได้

“มันต้องใจเด็ดอย่างฉันถึงจะชนะ” ติรกายิ้มภูมิใจแล้วร้องกรี๊ดลั่น เพราะรถบรรทุกคันใหญ่จอดขวางเต็มถนน เธอหักรถลงข้างทางรถเสียหลักพลิกควํ่า ทำให้เธอหมดสติอยู่ในรถ มีเลือดไหลนองมาจากบริเวณศีรษะ พวกวันรบและมัทรีเห็นเหตุการณ์รีบวิ่งไปหาติรกา แล้วพาส่งโรงพยาบาล

ระหว่างสลบไปติรกาฝันว่า เธอตายแล้ว ทุกคนพากันดีใจ เพราะวันรบจะได้แต่งงานกับมัทรี

“ไม่นะ ฉันยังไม่ตาย ฉันยังไม่ตาย” ติรกากระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง แหกปากโวยวายราวกับคนสติแตก

หมอและพยาบาลวิ่งกรูเข้ามาด้วยความตกใจ แต่ติรกาสายตาพร่าเห็นหน้าหมอกลายเป็นรชานนท์

“ฉันไม่ยอมให้ไอ้รบแต่งงานกับยายมัท ฉันไม่ยอมให้คุณแย่งลูกไป ฉันไม่ยอม...” ติรกากระโดดตะปบหน้าหมอแล้วข่วนไม่ยั้ง พยาบาลต้องรีบแยกแล้วพาเธอไปส่งให้บรรดาญาติๆที่รออยู่ข้างนอก

“ลูกสาวคุณอยู่นี่ครับ ราตรีสวัสดิ์” หมอส่งติรกาให้มัทรี แล้วจะปิดประตูหนี แต่วันรบกระโดดไปยื้อไว้

“อ้าว...หมอปล่อยให้คนเจ็บกลับบ้านเลือดโชกอย่างนี้ได้ไง”

“เลือดวัว ล้างก็ออก”

เตือนใจยิ้มเจื่อนๆบอกว่า คงเป็นถุงลาบเลือดที่เธอลืมไว้บนรถ มันคงแตกตอนรถควํ่า พชรหันไปเห็นนาฬิกาติดผนังของโรงพยาบาลบอกเวลาห้าทุ่มสามสิบ ก็เร่งให้วันรบเคลียร์ค่าสินสอด

วันรบ รชานนท์หันไปหามัทรี แต่ไม่เจอ เพราะติรกาปิดปากมัทรีแล้วลากตัวหนีไป

“กระแตลักพาตัวมัทรี” รชานนท์ฟ้องเตือนใจ

“แม่ติกำลังถ่วงเวลา” เตือนใจรู้ทัน นางรีบพาทุกคนตามติรกากับมัทรีไปทันที

ooooooo

แม่ยายที่รัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด