ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แม่ยายที่รัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

แม่ยายที่รัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ผู้คนหลั่งไหลมาร่วมงานเปิดตัวโอ่งมังกรลวดลายใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โอ่งแม่เตือน...กว้างไกล เก็บน้ำ...ทั่วโลก”

ขณะที่แขกในงานกำลังตื่นตาตื่นใจ เมื่อเห็นติรกาออกมาจากโอ่งใบยักษ์ เตือนใจผู้เป็นแม่ก็พยายามจะถ่ายรูปลูกสาวด้วยไอโฟน 4 รุ่นล่าสุด แต่ไม่สำเร็จ

“หนูช่วยถ่ายรูปให้ไหมคะ” เสียงใสๆของหลานสาวดังขึ้น

เตือนใจหันไปทางต้นเสียง เห็นมัทรียืนส่งยิ้มหวาน นางยื่นมือถือให้ มัทรีรับไอโฟนมากดถ่ายรูปติรกาแล้วส่งคืนให้ยายพลางอธิบาย

“คุณยายไปตั้งค่าใช้กล้องด้านหน้าโทรศัพท์น่ะค่ะ ก็เลยถ่ายคุณแม่ไม่ได้”

“เฮ้อ ใช้ยากใช้เย็นปวดหัว ว่าแต่มาทันเห็นแม่เราออกจากโอ่งไหม” เตือนใจชวนคุยถึงไฮไลต์ของงาน

“ทันจ้ะ โอ่งยักษ์สวยดีนะจ๊ะยาย”

“ลองพูดว่าไม่สวยสิ คนออกแบบมันจะได้งอนให้เราง้อตายเลย” เตือนใจล้อ เพราะคิดว่าหลานสาวเป็นคนออกแบบ

มัทรีส่งยิ้มเขินๆ แล้วรู้สึกขนลุกขึ้นมาพร้อมกับอาการคิ้วขวากระตุก เธอมองซ้ายขวาพลางร้องบอกยาย

“จู่ๆมัทก็ขนลุก...คิ้วขวาก็กระตุกด้วยจ้ะยาย”

“ลางร้ายรุมหลานยายขนาดนี้ แสดงว่า...” เตือนใจพูดยังไม่ทันจบประโยค เสียงชายหนุ่มก็ดังขึ้น

“น้องมัท”

สองยายหลานหันไปมอง เห็นธงฉานหนุ่มผู้ขยันสร้างภาพว่า ตัวเองดูดีและมีฐานะหวังพิชิตใจมัทรีเดินเข้ามาทักทาย และตื๊อให้มัทรีออกไปหาอะไรดื่มด้วยกัน เตือนใจชักรำคาญไล่ธงฉานออกไป แล้วกระซิบถามหลาน

“ยายมัท แล้วเด็กเราจะมาหรือเปล่า”

“มัทขอไม่ให้มาน่ะค่ะ...กลัวโอ่งแตก” มัทรียิ้มปลงๆมองไปทางติรกา เตือนใจมองหลานอย่างเข้าใจ

ส่วนบนเวที ติรกาเห็นมัทรีเข้ามาในงานก็รีบคว้าไมค์มาประกาศเปิดตัวลูกสาว ในฐานะผู้ออกแบบโอ่งลวดลายใหม่และเชิญขึ้นบนเวที

มัทรีหน้าเจื่อนหันมาบ่นกับเตือนใจ “คุณยาย ไหนตกลงกันแล้วไงว่าจะไม่พูดเรื่องคนออกแบบ”

“แม่เขาคงอยากให้แขกในงานเห็นความสามารถของมัทน่ะลูก”

“แต่มัทไม่ได้...” มัทรียังไม่ทันได้พูดอะไรก็โดนธงฉานลากตัวไป

เวลาเดียวกัน ที่ถนนด้านหน้าสถานที่จัดงาน วันรบกำลังฝ่าด่านพุทราเลขาผู้รู้ใจของติรกากับเหล่า รปภ.ที่นำโดยแจ่ม ทั้งหมดได้รับคำสั่งจากติรกาว่า ห้ามวันรบเข้ามาร่วมงานโดยเด็ดขาด

“ตั้งค่าย” พุทราหยิบนกหวีดที่ซ่อนไว้ในเสื้อมาเป่าปรี๊ด

แจ่มกับเหล่า รปภ.ยืนงงบอกว่า ไม่ได้พกเต็นท์มา

“เว้ย ไอ้บ้า ไม่ใช่ค่ายพักแรม ฉันหมายถึงกั้นอย่าให้นายแกะดำนั่นเข้ามาเร็ว” พุทราหันมาโวย

“ไม่ทันแล้วล่ะครับ” แจ่มมองไปด้านหลังพุทรา

“ทำไม” พุทราหันไปเจอวันรบในระยะประชิด เธอดึงชายเสื้อแน่นบอกกับตัวเองว่า ไม่นะ แล้ววันรบก็ใช้นิ้วแตะที่ปากพุทรา จากนั้นก็ดึงนิ้วกลับมาแตะที่ปากตัวเอง

พุทราถึงกับเคลิ้มปล่อยให้วันรบเดินเข้างานไปหน้าตาเฉย แจ่มได้แต่ถอนใจมองตามอย่างเซ็งๆ

ส่วนในงาน ธงฉานพามัทรีมาส่งให้ติรกาที่หน้าเวที ติรกายิ้มเป็นปลื้มประกาศกับทุกคน

“ขอเสียงปรบมือให้กับบัณฑิตป้ายแดง เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะสถาปัตยกรรม สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์...มัทรี หาญการไกล ลูกสาวดิฉันเอง”

แขกในงานปรบมือกันเกรียวกราว มัทรีจำใจเดินขึ้นมาบนเวทีแล้วพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม ติรกาเข้าไปยืนข้างๆมัทรีให้ช่างภาพถ่ายรูป

“แม่ไม่รักษาสัญญา ตกลงกันแล้วนี่คะว่า จะไม่พูดเรื่องการออกแบบ” มัทรีกระซิบกับแม่

“ก็แม่อยากให้ทุกคนเห็นว่าแกเก่ง นี่ไม่ใช่เวลาที่แกจะมาดื้อกับแม่นะยายมัท” ติรกาตอบกลับพลางฉีกยิ้มให้ช่างภาพ แล้วตัดบทด้วยการบอกกับแขกในงานว่า งานออกแบบชิ้นนี้เป็นผลงานของมัทรี

มัทรีไม่พอใจตอบกลับทันทีว่า เธอไม่ได้เป็นคนออกแบบ ทุกคนพากันอึ้ง

“อะไรของแกยายมัท แกพูดอะไร แกจะไม่ใช่คนออกแบบได้ยังไง”

“มัทพูดความจริงค่ะแม่ มัทไม่ได้เป็นคนออกแบบ คนที่ออกแบบโอ่งใบนี้คือ...”

“ผมเองครับ” วันรบเดินเข้ามาในงานพร้อมกับช่อดอกไม้สองช่อใหญ่ และในจังหวะที่เขาเดินผ่านแขกในงาน ทุกคนก็อ้าปากค้างหลงใหลในความหล่อ

“ช่อนี้สำหรับนางฟ้าของผมครับ” วันรบยื่นดอกไม้ให้มัทรี

แขกในงานกรี๊ดกร๊าดแซววันรบกับมัทรี ชายหนุ่มส่งยิ้มบาดใจ แล้วยื่นดอกไม้อีกช่อให้ติรกาพลางกระซิบว่าให้คุณแม่รีบรับเพราะแขกในงานมองอยู่

“ใครเป็นแม่แก” ติรกาตาขวาง

ธงฉานที่อยู่ด้านล่างรีบเสนอหน้าตะโกนสั่งให้ รปภ.มาลากตัววันรบโยนออกไป

“ใครก็โยนผมออกไปไม่ได้หรอกครับ เพราะผมมาแสดงความยินดีกับผู้หญิงที่ผมรัก” วันรบประกาศตัว

คนในงานฮือฮา ติรกาสุดทนเรียกให้พุทรามาจัดการ คุณเลขารับคำสั่ง รีบเป่านกหวีดและชี้ไปที่วันรบ เหล่า รปภ.จะเข้ามาหาชายหนุ่ม แต่มัทรีเข้าขวางไว้

“ห้ามยุ่งกับรบนะคะ เพราะรบเป็นแฟนมัท”

“คุณแม่ครับ ผลงานชิ้นนี้ ผมทำสุดฝีมือเพื่อคุณแม่เลยนะครับ” วันรบส่งยิ้มพรายมองไปที่โอ่งลายใหม่

“แกออกแบบโอ่งใบนี้ใช่ไหม” ติรกากัดฟันแน่น

“ใช่ครับ...ผม วันรบ แคล้วคลาดภัย เป็นคน

ออกแบบโอ่งยักษ์ใบนี้เองครับ”

“งั้น แกตาย” ติรกาคว้าโอ่งเล็กที่อยู่ข้างมือขว้างใส่วันรบ แต่วันรบรับไว้อย่างแม่นยำแล้ววางเรียงไว้ข้างตัวอย่างสวยงาม

คนในงานปรบมือกันกราวด้วยความทึ่ง วันรบโค้งรับ แล้วพลันตะลึงเมื่อเห็นติรกาจับโอ่งใบใหญ่ยกขึ้น แล้วโยนมาที่ตนด้วยพลังแห่งความโกรธ

“เหวอ” วันรบตกใจร้องลั่น พร้อมกระโดดหลบ โอ่งมังกรจึงกลิ้งเฉียดร่างวันรบไปหาธงฉาน แขกในงานแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน

ooooooo

ในห้องประชุม บริษัทพชรอาคิเทค รชานนท์ สถาปนิกสุดหล่อกำลังใช้เสน่ห์เฉพาะตัวกล่อมให้คุณแก้วกับสามียอมเซ็นสัญญาว่าจ้างให้บริษัทของเขา ที่มีพชรพี่เขยเป็นบอสใหญ่ทำงานนี้ ไม่นานนัก สองผัวเมียก็เคลิ้มตามชายหนุ่ม ทั้งสองเรียกให้พชรนำสัญญาออกมาเซ็น

“เยส” พชรชูนิ้วโป้งให้รชานนท์ที่ขายงานได้สำเร็จ

รชานนท์ส่งยิ้มภูมิใจในความเก่งกาจของตัวเอง

ครั้นคุณแก้วกับสามีกลับไปแล้ว รชานนท์ก็เข้า มาเรียกค่าตอบแทนจากพี่เขย พชรทำบ่ายเบี่ยง รชานนท์ขู่ว่าจะไปบอกคุณแก้วว่า งานนี้จะขอบาย พชรหมดทางเลือกจำต้องยอมให้เงินพิเศษเป็นค่าพรีเซนต์บวกกับโบนัสอีกสิบเปอร์เซ็นต์

“ค่อยน่าฟังหน่อย” รชานนท์เดินกลับมาพลางถามหาวันรบน้องชายต่างสายเลือดที่รักกันมากมาย

“มันลาไปทำภารกิจของหัวใจ พยายามเอาใจว่าที่แม่ยายในอนาคต...”

“ฮ่าๆ อย่างไอ้รบไม่เห็นจำเป็นต้องเอาใจเลย บอกตามตรงนะครับผมยังไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนไม่ชอบมันสักคน สาวเอ๊าะ สาวแก่ เห็นหน้ามันทีไร หลงใหลในเสน่ห์ไอ้รบทุกราย” รชานนท์คุยโว

เวลาเดียวกัน ติรกากับมัทรีกำลังระเบิดอารมณ์ใส่กันอยู่ในห้องนั่งเล่น มีเตือนใจ พุทรา และวันรบยืนลุ้นอยู่มุมห้อง ติรกาหันมาเห็นวันรบก็ยิ่งหงุดหงิด เธอสรุปทันทีว่า ที่งานเปิดตัวโอ่งต้องพังลงก็เพราะวันรบ

วันรบสวนว่า เขาแค่อยากไปแสดงความยินดี แต่ไม่คิดว่าติรกาจะวัยทองขนาดนี้ ทำให้ติรกาแทบกรี๊ดสั่งให้มัทรีเลิกกับวันรบอย่างเด็ดขาด พลางร่ายยาวถึงวีรกรรมความเจ้าชู้ของชายหนุ่มให้ลูกสาวฟัง

มัทรีแก้ตัวแทนคนรักทุกข้อกล่าวหา พุทราเข้ามาสะกิดเจ้านาย

“ตีตกทุกข้อกล่าวหา...ท่าเราจะแพ้นะคะคุณ...”

ติรกาหันขวับมามองเลขา

วันรบชอบใจหันไปคุยกับเตือนใจ “ผมพ้นทุกข้อกล่าวหานะครับคุณยาย เอ่อ...ขาวสะอาดจริงๆ” วันรบปัดแขนเสื้อตัวเอง

เตือนใจหันไปมองติรกา เห็นเธอตั้งท่าจะจับหนังสือใกล้มือขว้างวันรบ ก็เร่งให้ชายหนุ่มกลับไปก่อน แต่วันรบไม่ทันยกมือไหว้ลาก็ต้องวิ่งแน่บออกไป เพราะหนังสือหลายเล่มปลิวว่อนตามหลัง

มัทรีเข้ามาห้ามแม่แล้วเปิดโต๊ะเจรจา เธอยืนกรานจะคบกับวันรบต่อไป แต่ติรกาไม่ยอม เพราะผู้ชายเจ้าชู้อย่างวันรบเชื่อใจไม่ได้

“มัทสงสัยมานานแล้ว ทำไมแม่ถึงเกลียดผู้ชายเจ้าชู้นัก แม่บอกมัทได้ไหมคะว่าทำไม ถ้าแม่มีเหตุผลเพียงพอ มัทจะฟังแม่ แต่แม่ต้องอธิบายให้มัทเข้าใจว่าเหตุผลคืออะไร” มัทรีมองหน้าแม่นิ่ง

ติรกาน้ำตาคลอเพราะไม่สามารถบอกเหตุผลกับลูกได้ เตือนใจมองติรกาอย่างสงสาร แล้วติรกาก็เอ่ยขึ้น

“ไม่มีเหตุผล แม่ไม่ชอบไอ้รบ มัทต้องเลิกกับมัน”

“งั้นมัทก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกัน รบคือคนที่มัทรักค่ะแม่”

“แต่แม่ไม่อนุญาต แม่จะขัดขวางแกให้ถึงที่สุด”

“แม่ไม่คิดถึงใจมัทบ้างเลย แม่ไม่อยากให้มัทมีความสุขเหรอคะ”

“ยายมัท แกเตรียมตัวย้ายกลับราชบุรี แกเรียนจบแล้วต้องกลับมาทำงานที่บ้าน แม่ไม่ยอมให้แกอยู่กรุงเทพฯ ได้ใกล้ชิดกับไอ้กะล่อนวันรบอีกเด็ดขาด”

ติรกาทำเข้มแข็งฝืนความเจ็บปวด

มัทรีน้ำตาคลอเสียใจที่แม่ไม่ยอมรับฟัง เธอยกมือไหว้ลาเตือนใจกับติรกาแล้วขอตัวกลับกรุงเทพฯ เตือนใจเรียกให้พุทราขับรถไปส่งเพราะเป็นห่วงหลาน

ติรกาเดินเหม่อออกไปนั่งในมุมสงบ หวนคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตของตัวเอง เมื่อครั้งที่หมอบอกว่าเธอตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว ทั้งๆที่เธอยังไม่พร้อมจะเป็นคุณแม่ เธอจึงเฝ้าบอกกับตัวเองว่า ลูกสาวของเธอจะต้องไม่พลาดเหมือนเธอ

สองชั่วโมงต่อมา พุทราพามัทรีมาส่งที่คอนโดฯ และถือโอกาสเข้าไปสำรวจในห้องพักตามคำสั่งของเจ้านายด้วย เธอเห็นในห้องมีแต่ข้าวของเครื่องใช้ลายคิตตี้ก็เชื่อสนิทว่า มัทรีมีรูมเมทเป็นผู้หญิงจริงๆ

ขณะที่มัทรีก็เร่งให้พุทรากลับราชบุรี อ้างว่าค่ำมืดแล้วกลัวจะถึงบ้านดึกเกินไป พุทราจำใจเอ่ยคำลา มัทรีเดินออกมาส่งที่ประตูแล้วกลับไปนั่งเครียดอยู่บนโซฟา

ส่วนวันรบก็เครียดไม่แพ้กัน เพราะไม่รู้จะหาวิธีใดมาชนะใจว่าที่แม่ยาย เขามาปรึกษาเรื่องนี้กับรุ่นพี่อย่างรชานนท์และพชร

รชานนท์แนะนำให้วันรบเปลี่ยนแฟนง่ายกว่า ส่วนพชรก็ว่า รักจริงเอาไว้บนหิ้ง หาแบบกุ๊งกิ๊งงุ้งงิ้งไว้ขำๆ รชานนท์เห็นดีด้วย ชวนพชรกับวันรบออกเที่ยวด้วยกันอีก แต่วันรบรีบปฏิเสธ

“อะไรวะไอ้รบ ตั้งแต่คบแฟนคนนี้มาทำไมแกเปลี่ยนไปขนาดนี้วะ” รชานนท์แปลกใจ

“ผมอธิบายยังไงป๋าก็ไม่เข้าใจหรอก ถ้าป๋ายังไม่เจอคนคนนั้น จริงๆนะป๋านนท์...วันนึงถ้าป๋าเจอคนที่ใช่ป๋าจะเข้าใจผม” วันรบทำท่าจริงจัง

“คนที่ใช่...อยากเจอจริงๆ” รชานนท์พึมพำแอบคิดถึงใครบางคน

ooooooo

ติรกาลงมาจากชั้นบนพร้อมกับเอกสารจะนั่งทำงานต่อ แต่มือปัดโดนกรอบรูปตก เธอก้มลงหยิบขึ้นมาดูเป็นภาพของตนกับมัทรีวัยเด็ก จึงวางมันไว้ที่เดิมแล้วมองไปรอบๆห้อง เห็นภาพถ่ายคู่ของสองแม่ลูกในวัยต่างๆ ตั้งแต่มัทรีเป็นทารกแรกเกิดจนถึงปัจจุบัน แต่ทุกภาพไม่มีพ่อของมัทรีอยู่เลย

ติรกาถอนใจแล้วพลันชะงัก เมื่อเห็นเตือนใจยื่นแก้วน้ำส้มให้พลางครวญเพลงจำเลยรัก ติรการู้ทันว่า แม่ต้องมาเจรจาแทนมัทรีแน่ จึงรีบตัดบทไม่ขอรับฟัง

“เป็นไงล่ะ ทำกับแม่ไว้เยอะ...ผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ คิดซะว่าชดใช้ให้แม่ดีไหม แกก็เคยมีความรักมาก่อน น้ำเชี่ยวเอาเรือขวางได้ที่ไหน ไปแรงใส่ยายมัท ยายมัทก็แรงกลับแบบนี้แหละ”

“แม่ไม่ได้ยินที่ยายมัทพูดเหรอ ยายมัทหาว่าหนูไม่อยากให้แกมีความสุข หนูฟังแล้ว...”

“แม่ทุกคนอยากเห็นลูกตัวเองมีความสุขทั้งนั้น แม่รู้ว่าติห่วงลูก แต่ติน่าจะลองเชื่อสายตายัยมัท ให้โอกาสวันรบบ้าง เฮ้อ...” เตือนใจหยิบน้ำส้มมาดื่มอึ้กๆๆ

ติรกามองตาปริบๆร้องว่า นั่นน้ำส้มของเธอไม่ใช่หรือ เตือนใจนึกได้บอกว่า พูดยาวเลยคอแห้ง

“ซะงั้น...แม่ วันรบเหมือนเขา เหมือนมาก ถ้ายายมัทยังขืนคบกับผู้ชายแบบนั้น ต่อไปจะต้องโดนมันทำร้ายจิตใจจนต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิตแน่ๆ”

“ติกับมัท...มันคนละคนกันนะลูก ชีวิตใครก็ปล่อยให้เขาจัดการเองเถอะ”

“ยายมัทเป็นแก้วตาดวงใจของหนูจะให้หนูปล่อยให้ลูกเดินทางผิด หนูทำไม่ได้หรอกแม่”

“อนาคตมันยังมาไม่ถึง ไม่มีใครรู้ปลายทางหรอก ยัยมัทอาจจะเดินทางถูก แต่เป็นติที่เดินทางผิดก็ได้ จริงไหม”

“หนูเหนื่อย...หนูไปนอนก่อนนะแม่” ติรกาตัดบทเอาดื้อๆ เธอเข้ามากอดเตือนใจ แล้วเดินหนีกลับห้อง

เตือนใจมองตามพลางพึมพำถามตัวเอง “เมื่อไหร่จะลืมซะทีนะลูกเอ๊ย...”

ส่วนอีกคนที่ยังไม่ลืมเช่นกันก็คือ รชานนท์ เพราะหลังจากวันรบกลับไปแล้ว ชายหนุ่มก็ออกมานั่งดื่มแบบเหม่อๆอยู่เพียงลำพัง พชรออกมาคุยด้วย ตามด้วยนลินีภรรยาคนสวย

นลินีแซวน้องชายถึงสาวกระแตที่เคยหักอก

รชานนท์ จนเสียศูนย์ไม่กล้าจริงจังกับใครเพราะกลัวเจ็บ แต่ชายหนุ่มสวนทันควันว่า เขาไม่ได้กลัวเจ็บ แต่ไม่มีใครมาแทนที่กระแตได้ต่างหาก

พชรกับนลินีมองหน้ากันและนึกเห็นใจรชานนท์ที่ลืมรักแรกไม่ได้สักที

ส่วนรชานนท์ เขานั่งเหม่อคิดถึงความหลังเมื่อครั้งสาวกระแตทำเซอร์ไพรส์จัดวันเกิดให้ที่สวนสาธารณะแล้วเขาก็ถอนใจบอกกับตัวเอง

“เลิกคิดถึงเรื่องเก่าๆได้แล้วไอ้นนท์ ผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตแกนานเกินกว่าจะคิดถึงแล้ว...” รชานนท์หลับตาลงพยายามไม่นึกถึงเรื่องในอดีต

เวลาเดียวกัน วันรบกลับมาถึงคอนโดฯ มัทรีออกมาเปิดประตูให้ด้วยความดีใจ เพราะคิดว่าชายหนุ่มจะอยู่คุยกับรชานนท์จนถึงเช้า

วันรบอ้อนว่า จะปล่อยให้นางฟ้าของเขารอได้อย่างไร แล้วรีบเข้าครัวทำอาหารให้มัทรีทาน หญิงสาวร้องห้ามขอทำหน้าที่แม่ครัวเอง แต่ชายหนุ่มไม่ยอม

“บอกแล้วไงว่าผมจะดูแลมัทเอง” วันรบยืนกราน พลางเหลือบไปเห็นกองผ้าที่มัทรีพับค้างไว้ จึงเอ่ยต่อ “มัท...บอกแล้วไงว่าไม่ต้องพับผ้าให้ผม เดี๋ยวผมจัดการเอง” วันรบรีบหยิบกองผ้าที่มีลายคิตตี้ขึ้นมาถือไว้ แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวลายคิตตี้พาดบ่าตัวเอง

มัทรีอมยิ้มบอกคนรักว่า ยังไม่ชินที่เห็นเขาใช้ของหวานแหววพวกนี้

“แล้วกัน...ถ้าผมไม่ใช้ของแบบนี้ แม่คุณก็จับได้สิว่า เราอยู่ห้องเดียวกัน” วันรบเดินไปเปิดประตูห้องแล้วเอาของเข้าไปเก็บในห้องตัวเอง

มัทรีจะตามเข้าไปด้วย แต่วันรบหันมาเบรกไว้โดยใช้มือตีที่หน้าผากมัทรีเบาๆ

“ห้องผู้ชาย...ผู้หญิงห้ามเข้าครับ เรารักกันด้วยใจ...ไม่ล่วงเกินทางกาย ชิงสุกก่อนห่าม”

มัทรียิ้มๆแล้วก้าวถอยหลังออกมาจากห้องพลางบ่น “ความจริงมัทอยากให้แม่รู้เหมือนกันนะ บางทีแม่อาจจะเลิกวุ่นวายกับมัทไปเลยก็ได้”

“ไม่มีทางหรอกมัท...ถ้าแม่คุณรู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน ท่านลากคุณกลับไปราชบุรีแน่นอน ผมคงไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองแน่ๆ” วันรบพูดยิ้มๆแล้วเดินเข้าครัวไป

มัทรีมองตามด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรัก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หญิงสาวหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นชื่อติรกาก็รีบกดรับ แล้วสองแม่ลูกก็มีปากเสียงกันอีก เพราะติรกายังระแวงเรื่องวันรบ ส่วนมัทรีก็ปกป้องคนรักสุดชีวิต

หลังกดเลิกสายจากติรกาแล้ว วันรบก็เข้ามาปลอบใจมัทรี เพราะเข้าใจและรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของติรกา แต่ก็อดกังวลไม่ได้ เมื่อติรกาคิดจะให้ธงฉานมาเป็นมือที่สามเพื่อพรากมัทรีไปจากตน

มัทรีอมยิ้มดีใจที่วันรบเข้าใจและหวงตัวเอง เธอเข้าไปอ้อนให้คนรักวางใจเรื่องธงฉาน แล้วชวนมาเข้าครัว ทำอาหารต่อ สองหนุ่มสาวส่งยิ้มให้กันอย่างสุขใจ

ooooooo

มัทรีเผลอหลับอยู่ที่โซฟา วันรบเข้ามาอุ้มสาวเจ้า พาเข้าไปนอนในห้อง และทำท่าจะจูบ แต่มัทรีรีบดันตัวไว้แล้วย้ำคำสัญญา

“เรารักกันด้วยใจ...ไม่ล่วงเกินทางกาย ชิงสุกก่อนห่าม”

วันรบยอมแพ้ทาง เขาหันไปหยิบตุ๊กตาหมีที่อยู่ข้างๆมัทรีมาจุ๊บแรงๆแทนมัทรี แล้วเดินกลับไปนอนขูดกำแพงร้องครวญครางอยู่ในห้อง

“จะน่ารักไปถึงไหน ทรมานชะมัด ขืนเป็นแบบนี้ไปนานๆเราตายแน่...”

เช้าวันใหม่ วันรบเข้ามาคุยเรื่องงานตกแต่งรีสอร์ตกับพชรและรชานนท์ที่บริษัท แล้วจู่ๆชายหนุ่มก็โพล่งออกมาว่า ทนไม่ไหวแล้ว เพราะรักมันจุกอก อยากจะแต่งงานกับมัทรีใจจะขาด

“อยากฟันอย่างเป็นทางการว่างั้น” พชรให้คำจำกัดความ แต่พอเห็นวันรบหน้าตึงไม่พอใจก็รีบขอโทษ

“สิ้นลายแล้วเหรอไอ้รบ ถึงกับคร่ำครวญจะแต่งงานเนี่ย แหยว่ะไอ้รบ ผู้หญิงคนเดียวต้องคุมให้ได้สิวะ บอกว่าจะแต่งก็ต้องแต่ง เป็นแฟนต้องหงิมๆถึงจะน่ารัก” รชานนท์ออกความเห็นแถมคุยโวว่า ระดับเขามีแต่ทิ้งผู้หญิงไม่เคยถูกผู้หญิงทิ้ง

“เหรอ...” พชรส่งยิ้มเหยียดๆ

วันรบกลัวเรื่องจะยาวรีบตัดบท ขอร้องให้รุ่นพี่ทั้งสองช่วยคิดหาวิธีให้ว่าที่แม่ยายยอมรับในตัวเขา เพื่อจะได้แต่งงานกับมัทรี

“เข้าทางแม่ยายไม่ได้...ก็เข้าทางพ่อตาสิ” รชานนท์แนะนำ

“พ่อตาผมชิ่งไปเฝ้าเทวดาตั้งแต่มัทยังอยู่ในท้องแม่แล้วครับ” วันรบถอนใจ

พชรทำท่าคิดนิดหนึ่งแล้วดีดนิ้ว “อ๋อ...ฉันรู้แล้ว อาการหวงลูกสาวเกินกว่าเหตุ มันมาจากชีวิตที่ขาดสีสัน ขาดสิ่งเร้าให้เกิดความกระชุ่มกระชวย แม่อินเลิฟแกก็โลด”

“จริงด้วยพี่ระ...อาการแบบนี้ต้องจัดบุรุษไปจีบ แต่ใครจะกล้าจีบปีศาจโอ่งน้ำปลา ทั้งดุ ทั้งโหด ทั้งเขี้ยว” วันรบทำท่าสยอง

พชรมองไปรอบๆ แล้วพยักพเยิดให้วันรบมองมาที่รชานนท์ รชานนท์สะดุ้งโหยงโวยลั่น

“เฮ้ย จะบ้าเหรอพี่ ผมไม่เอา ไม่เอา...ไม่เด็ดขาด”

“อนาคตผมนะพี่” วันรบอ้อนวอนมองรชานนท์อย่างตัดสินใจแล้วว่าจะจับรุ่นพี่คนนี้จัดใส่พานให้ติรกา

ส่วนติรกาเธอกำลังคุมเข้มพุทราค้นหาเอกสารในตู้ เพราะถ้าไม่พบในเวลาที่กำหนด พุทราจะถูกตัดเงินเดือน แม่เลขาหน้าจ๋อยโอดครวญว่า เดือนนี้โดนตัดไปเกือบพันแล้ว

“สามพันต่างหาก เงินเดือนหมื่นแปดบวกโอทีสองพัน แต่เธอทำงานช้า พลาดจากนี้จนถึงสิ้นเดือนก็คงจะพลาดอีกสักสามพัน สิ้นเดือนนี้ก็คงจะเหลือหมื่นสี่ หักภาษีห้าเปอร์เซ็นต์ ก็เหลือหนึ่งหมื่นสามพันสามร้อยบาทถ้วน” ติรกาคำนวณละเอียดยิบ

พุทราตกใจเป่านกหวีดประท้วง ติรกายกมือขึ้นชี้เตือนว่า ถ้าเป่าอีกเธอจะหักปี๊ดละสองร้อย พุทราปล่อยนกหวีดร่วงจากปากหันไปหาเอกสารต่อ

ระหว่างค้นเอกสาร แม่เลขาตัวดีเห็นอัลบั้มรูปเก่าๆของติรกาอยู่ในตู้จึงหยิบมาเปิดดูพลางหันมาคุย

“ว้าว...อัลบั้มรูปงานแต่งของคุณติรกานี่คะ คุณติรกาใส่ชุดไทยสวยมากค่ะ แต่หน้าเจ้าสาวเศร้าไปหน่อยนะคะ” พุทราโชว์รูปคู่ของติรกากับเจ้าบ่าวขณะรอรดน้ำสังข์ขึ้นมาโชว์

ติรกามองรูปนั้นราวกับตกอยู่ในภวังค์ เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับเข้ามาในความคิด เพราะเธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหมอนพรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยเพื่อหาพ่อให้ลูกในท้อง

หมอนพเป็นพ่อพระยอมรับเป็นพ่อเด็กเพื่อรักษาหน้าให้ติรกา โดยทั้งสองไม่เคยมีอะไรกัน แต่มัทรียังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก หมอนพก็มาด่วนจากไป

ติรกาปาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมา ขณะมองรูปในงานแต่งงานของตัวเอง พุทราเห็นเจ้านายมีน้ำตาก็แหกปากร้องไห้ ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ติรกาปวดใจกับบทบาทของเลขา เธอพึมพำถามตัวเองว่า อะไรดลใจให้รับพุทราเข้าทำงานกันแน่ แล้วรีบวิ่งออกไปดูหน้าบ้าน เพราะได้ยินเสียงสตาร์ตรถ ตามด้วยเสียงปัง พุทราวิ่งตามติด

สองสาวยืนตะลึงเมื่อเห็นเตือนใจพยายามขับรถเต่าเก่าแก่จะออกไปหน้าประตูบ้าน แต่รถเกิดกระตุกแล้วพุ่งเข้าหาเสาประตูรั้ว

พุทรารีบเป่านกหวีดบอกให้เตือนใจหยุดรถ ขณะที่ติรกาก็ร้องบอกแม่ให้เหยียบเบรกเสียงลั่น เตือนใจเหยียบเบรกสุดตัว รถเบรกเอี๊ยดหยุดห่างจากเสาประตูรั้วไม่เกินสองนิ้ว

เตือนใจตกใจมาก แต่ทำตลกกลบเกลื่อนด้วยการร้องเพลง ไม่เป็นไรเลย แต่ติรกาไม่ขำด้วย เตือนใจหน้าจ๋อยสารภาพว่า ตั้งใจจะขับรถไปตลาดซื้อขิงมาทำน้ำขิงให้ติรกาดื่ม

“ก็ให้คนขับรถพาไปสิคะ ทำไมแม่ต้องขับไอ้เศษเหล็กนี่ออกไปเอง”

“แม่ยังแข็งแรงอยู่นะติ”

“เผื่อคุณท่านจะลืม ล่าสุดความดันร้อยแปดสิบ เบาหวานน้ำตาลขึ้นเกือบสองร้อยนะคะ” พุทรารีบเสนอหน้า แต่พอเห็นเตือนใจมองตาเขียวก็รีบหลบหลังติรกา

“แม่อายุเยอะแล้วนะคะ เกิดเป็นลมไปไม่มีใครช่วยทันจะทำยังไง ขิงมันยังไม่สูญพันธุ์หรอกค่ะแม่ จะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่แม่น่ะมีคนเดียวในโลก ติหาไม่ได้อีกแล้วนะคะ แม่คิดถึงใจติบ้างไหมว่า ติจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีแม่...”

“ติ...แม่ขอโทษ” เตือนใจเสียงอ่อย

แต่ติรกายังไม่พอใจ เธอสั่งให้พุทราเอารถเก่าของเตือนใจไปขายทิ้ง เตือนใจร้องลั่นบอกว่า เป็นรถคันแรกที่นางเก็บเงินซื้อเอง ติรกาใจอ่อนหันมายื่นเงื่อนไข

“ก็ได้ค่ะ แม่อยากจะขับอยากจะทำอะไรเองก็ได้ แต่ถ้าแม่จะขับต้องมีคนไปด้วยตลอด ติถึงจะยอม ตกลงไหมคะ”

“ยอม ฉันยอมเจ็บปวด ยอม...ร้าวรวดอุรา ก็ได้ๆ แม่จะไม่ไปไหนมาไหนคนเดียว พอใจหรือยังจ๊ะลูกสาวบังเกิดเกล้า”

ติรกาอมยิ้มเข้ามากอดอ้อนบอก เธอรักแม่ที่สุดในโลก แต่โดนเตือนใจสวนกลับว่า ติรกาเป็นลูกสาวที่เผด็จการที่สุดในโลก แล้วลอบเลียบๆ เคียงๆ ถามเรื่องมัทรีกับวันรบดู แต่คำตอบที่ได้ก็คือ

“เพื่อลูกนี่ล่ะค่ะ ติถึงไม่ยอม”

เตือนใจกับพุทรามองติรกาหนักใจว่า ศึกระหว่างแม่ลูกไม่สงบลงง่ายๆแน่

ooooooo

วันรบยังตามตื๊อขอความช่วยเหลือจากรชานนท์ไม่เลิก แต่รชานนท์ก็ยืนยันหนักแน่นว่า จะไม่ยอมตกไหน้ำปลาของนางปีศาจว่าที่แม่ยายของวันรบเป็นแน่

พชรเดินจิบกาแฟเข้ามา แล้วยื่นอีกแก้วให้รชานนท์ดื่มพร้อมกับข้ออ้างว่า แม่บ้านกำลังล้างส้วมอยู่จึงไม่ว่างยกกาแฟมาให้

รชานนท์หลงกลยกกาแฟขึ้นดื่ม เพียงครู่เดียวก็ทิ้งตัวลงเก้าอี้แล้วหลับไป

พชรมองนาฬิกาพึมพำว่า หลับตามเวลาเป๊ะแล้วหันมาบอกวันรบที่ยังยืนงง

“ตอนนี้ถึงมันไม่อยากไป มันก็ปฏิเสธไม่ได้แล้ว”

วันรบเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขารีบเข้ามาขอบคุณพชรที่ช่วยเหลือ

“จับคู่เสร็จแล้วแกก็เลิกบ้า รีบกลับมาจัดการโปรเจกต์คุณแก้วให้เรียบร้อยด้วย ก่อนฉันจะเจ๊ง” พชรย้ำแล้วส่งเชือกที่เตรียมมาให้วันรบมัดรชานนท์ไว้ ก่อนพาไปขึ้นรถเพื่อความปลอดภัย

ครั้นจัดการกับรชานนท์เรียบร้อยแล้ว วันรบก็ขับรถตรงดิ่งไปราชบุรี มัทรีที่ไปรออยู่ก่อนแล้วรีบโทร.ถามคนรักว่า จะพารชานนท์มาได้แน่หรือ

วันรบรับคำ พลางหันไปมองรชานนท์ที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่หลังรถ

สักพักรชานนท์ก็เริ่มรู้สึกตัว เขาโวยวายลั่นจะไม่ยอมไปด้วย วันรบตัดสินใจจอดรถข้างทางแล้วหันไปหยิบแกลลอนใส่นมสดขึ้นมาขู่

“ถ้าป๋าไม่นิ่ง ผมเอาจริงแน่”

“อย่าเล่นบ้าๆนะไอ้รบ แกก็รู้ว่าฉันแพ้นมวัว ถึงตายนะเว้ย” รชานนท์ตาเหลือกเริ่มหวาดหวั่น เมื่อเห็นท่าทางเอาจริงของวันรบ

เวลาเดียวกัน เตือนใจร้องเรียกให้จันเด็กรับใช้นำช็อกโกแลตเย็นมาให้มัทรีดื่มแก้กระหาย แต่หลังจากดื่มไปได้เพียงครู่เดียว สาวเจ้าก็คันไปทั้งตัว เพราะจันเผลอใส่นมวัวลงไปในช็อกโกแลตด้วย

“นังบ้า คุณมัทเขาแพ้นม” เตือนใจตวาดใส่สาวใช้ แล้วรีบหายาแก้แพ้มาให้หลานสาวกิน

ส่วนวันรบ เมื่อมาถึงบ้านติรกาก็จับรชานนท์ผูกไว้กับรถแล้วทำห่วงคล้องไว้กับแกลลอนนม เพื่อป้องกันรุ่นพี่และว่าที่พ่อตาหลบหนี

“แกจะทิ้งฉันไว้อย่างนี้น่ะเหรอไอ้รบ” รชานนท์นั่งสยองเมื่อเห็นวันรบจะเดินออกไป

“รอแป๊บเดียว เดี๋ยวผมมารับ แต่ถ้าป๋าขยับ นมเทโครมลงมา ผมไม่รู้ด้วยนะ เนี่ยนมจากเต้านมโคสดแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์” วันรบรีบผละไป

“เดี๋ยวไอ้รบ กลับมาก่อน โธ่เว้ย ฉันยอมตาย แต่ไม่ยอมเอาแม่ยายแกเป็นเมียแน่” รชานนท์พยายามจะแก้มัดข้อมือตัวเองอย่างระมัดระวังที่สุด แต่ก็เผลอกระชากสุดแรง จนเชือกที่คล้องแกลลอนนมเอียงแล้วเทลงหน้าอย่างจัง

“ไอ้รบ แกเละแน่” รชานนท์แค้น

ในที่สุดรชานนท์ก็เป็นอิสระ เขาเดินเกายุกยิกด้วยความคันเข้ามาตามหาวันรบในโรงงานโอ่งของติรกา แต่คนที่พบกลับเป็นติรกาหรือสาวกระแตรักแรกที่ไม่ลืมของเขา ชายหนุ่มยืนตะลึงมองคนรักเก่าที่นั่งปั้นโอ่งด้วยสีหน้ามีความสุข

แต่คนที่กำลังทุกข์หนักคือวันรบกับมัทรี เพราะกลับมาที่รถแต่ไม่พบรชานนท์ ทั้งสองออกตามหา จนได้รู้จากพุทราว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปในโรงงานแต่ไม่รู้ตอนนี้หายไปไหนแล้ว

“ป๋านนท์” วันรบกับมัทรีร้องพร้อมกันแล้วรีบวิ่งไปที่โรงงาน

เป็นเวลาเดียวกับที่ติรกาหันมาเจอรชานนท์ยืนยิ้มเคลิ้มมองเธออยู่พอดี เธอตะลึงตกใจจนหยุดแป้นหมุนกะทันหัน ทำให้โอ่งที่ปั้นกลิ้งตกลงพื้นดังตุ้บ

“สวัสดีครับ...” รชานนท์ส่งยิ้มชวนฝัน

“คุณ...” ติรการำพึงทำเหมือนเคลิ้มในความหล่อ

สองคนเหมือนมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ติรกาวิ่งเข้าไปหารชานนท์ ชายหนุ่มอ้าแขนเตรียมกอดแต่ติรกากลับเหวี่ยงหมัดชกเข้าหน้ารชานนท์ผัวะ

รชานนท์ผงะไปตั้งสติแล้วเอ่ยถาม “กระแต คุณจำผมไม่ได้เหรอ”

“ผู้ชายสารเลวอย่างคุณ ฉันจำไม่มีวันลืม”

“กระแต” รชานนท์ดีใจเข้าไปกุมมือติรกา แต่เธอสะบัดมือเดินหนีไป

“กระแต เดี๋ยวสิครับ กระแต” รชานนท์รีบเดินตาม

เมื่อมาถึงหน้าบ้านก็เจอกับวันรบ มัทรี พุทรา และเตือนใจที่กำลังตามหารชานนท์อยู่ รชานนท์ยกมือไหว้เตือนใจพลางถามหากระแต แต่ยังไม่ทันตอบเสียงปืนก็ดังขึ้น

วันรบ มัทรี รชานนท์ เตือนใจ พุทราต่างผวาด้วยความตกใจมองหาที่มาของเสียง

ติรกาก็ก้าวออกมาพร้อมปืนยาวในมือ เธอเล็งมันไปที่รชานนท์

“ตายเสียเถอะ ไอ้สารเลว” ติรกาเตรียมเหนี่ยวไก

มัทรีวิ่งเข้ามาห้าม ส่วนรชานนท์กระโดดหนีไปหาวันรบ ติรกายิงอีกเปรี้ยง วันรบกับรชานนท์วิ่งหนีไปคนละทาง ติรกาตะโกนสั่งให้วันรบจับตัวรชานนท์มาให้เธอ

วันรบบ้าจี้ วิ่งตามตะครุบตัวรชานนท์ไว้ มัทรีเห็นท่าไม่ดีสั่งให้สองหนุ่มหนีไปก่อน วันรบกับรชานนท์วิ่งหนีติรกาลงไปแอบในตุ่มเป็นที่สนุกสนาน แต่สุดท้ายก็หลบไม่พ้นจึงต้องนิมนต์หลวงพ่อโกย วัดหน้าตั้งพากันกลับไปตั้งหลักที่กรุงเทพฯ

ooooooo

เมื่อมาถึงบ้านพชร วันรบก็ยิงคำถามกับรชา-นนท์ว่า ไปรู้จักกับแม่ของมัทรีได้อย่างไร แต่รชานนท์ไม่มีคำตอบให้ เขาอ้างว่า เหนื่อยจะขอตัวเข้าไปพักในห้อง

พชรออกมาได้ยินเรื่องราวก็นึกสนุก แกล้งล้อรชานนท์กับติรกาว่า ไหน้ำปลาปีศาจกับปลาไหลตัวพ่อ รชานนท์ฉุนกึกเพราะเสียดแทงใจจึงระเบิดอารมณ์ใส่พชรกับวันรบ แล้วเดินหนีเข้าห้องไป

“มันไปกินนมบูดที่ไหนมาวะ” พชรยืนงงหันมามองวันรบที่ส่ายหน้า ไม่รู้ว่ารชานนท์เป็นอะไรกันแน่

ส่วนรชานนท์ เขาทิ้งตัวนอนบนเตียงด้วยความ เครียด พยายามข่มตาหลับ สุดท้ายก็ต้องพลิกตัวขึ้นมาครุ่นคิดด้วยความสับสน

“กระแต...กระแตเป็นแม่แฟนไอ้รบ ฟ้ากำลังเล่นตลกอะไรกับฉัน” รชานนท์ทอดถอนใจ คิดถึงเรื่องในอดีต

เป็นเวลาเดียวกับที่ติรกากระแทกปืนลงพื้นดังปึง ด้วยความเจ็บใจแล้วหันไปสั่งมัทรีให้เลิกคบกับวันรบเพราะเขาคบเพื่อนเลวๆ อย่างรชานนท์ คงนิสัยเลวเหมือนกัน

“แต่มัทมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้วนะคะ”

“ชีวิตที่เดินหลงผิด รักคนผิด เพราะไม่เชื่อฟังแม่น่ะเหรอ”

“มัทกับรบรักกัน เราสองคนจะแต่งงานกันค่ะแม่”

“ไม่มีทาง ตราบใดที่ฉันยังเป็นแม่ แกจะไม่มีวัน ได้แต่งงานกับไอ้รบ ฉันจะให้แกย้ายกลับมาอยู่ที่ราชบุรีนี่ จะได้อยู่ในสายตาฉันทุกฝีก้าว พรุ่งนี้ฉันจะพาไปเก็บของออกจากคอนโดฯ และถ้าแกยึกยักไม่ยอมกลับ ฉัน จะจับแกแต่งงานกับธงฉาน” ติรกายื่นคำขาด

“อะไรนะคะ” มัทรีไม่พอใจ ผลุนผลันออกจากห้องไป

เตือนใจลอบมองลูกสาวกับหลานสาวอย่างกลุ้มใจ

ค่ำวันนั้น มัทรีส่งข่าวบอกวันรบว่า แม่จะบังคับให้เธอแต่งงานกับธงฉาน วันรบปลอบใจคนรักและพยายามอธิบายให้เธอเข้าใจแม่ แต่กลับโดนสาวเจ้าพาลใส่ เพราะเข้าใจว่าเขาเบื่อที่จะต่อสู้เพื่อความรักแล้ว และในที่สุดมัทรีก็กดวางสายไปดื้อๆ

“อ้าว งอนไปซะแล้ว” วันรบถอนใจคิดไม่ตกกับเรื่องของเขากับมัทรีเช่นกัน

มัทรีเดินหน้าบูดออกมาหาเตือนใจที่กำลังอิน

อยู่กับละครเกาหลีสุดซึ้ง เตือนใจหันมามองอาการหลานสาวก็พอเดาได้ว่า คงทะเลาะกับคนรักมาจึงร้องเพลงแซว

“ยามศึกเราช่วยกันรบ ยามสงบทำไมรบกันเองล่ะลูก มาดูซีรี่ส์เกาหลีกับยายให้สบายใจดีกว่า กำลังถึงฉากพระเอกจะวางยานางเอกแล้ว”

มัทรีจำใจหันไปดูละครเกาหลีที่ยายแนะนำอย่างเสียไม่ได้ แล้วเธอก็เกิดไอเดียเมื่อเห็นพระเอกในละครแอบใส่ยานอนหลับในแก้วน้ำของนางเอก ก่อนเอาแก้วน้ำนั้นมาให้นางเอกดื่ม

“น่าเห็นใจพระเอกนางเอกคู่นี้ ถูกพ่อตากีดกันไม่ให้แต่งงาน พระเอกเลยวางยาปล้ำนางเอก เพื่อให้พ่อตายอมรับ” เตือนใจอธิบายกับหลานสาว

มัทรีตาลุกวาวมองที่หน้าจออย่างเก็บรายละเอียดทุกช็อต

เช้าวันต่อมา ติรกาไม่พอใจมาก เมื่อรู้จากพุทรา ว่ามัทรีรีบร้อนกลับกรุงเทพฯไปก่อนแล้ว ทั้งที่รับปากกันแล้วว่า จะให้แม่กับธงฉานไปช่วยเก็บของที่คอนโดฯ

“คงรีบไปเก็บของรอ ไม่ให้แกเสียเวลามั้ง” เตือนใจ ออกรับแทน แต่ก็ไม่ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น

ครั้นธงฉานมาถึง ติรกาก็รีบชวนชายหนุ่มตามมัทรีเข้ากรุงเทพฯทันที

เวลาเดียวกัน มัทรีนั่งเศร้าทานอาหารเช้าอยู่กับวันรบในคอนโดฯ ทั้งสองพูดจาปรับความเข้าใจกันถึงเรื่องเมื่อคืน วันรบรีบรับปากคนรัก

“ผมไม่มีวันยอมให้คุณแต่งงานกับคนอื่นหรอกมัท แต่ตอนนี้คุณต้องกลับไปทำหน้าที่ของลูกกตัญญู ทำให้แม่คุณสบายใจก่อน แล้วผมจะหาทางพิสูจน์ตัวเองให้แม่คุณยอมรับผมให้ได้”

“ขอบคุณนะคะรบ ขอบคุณที่เป็นแฟนที่แสนดีของฉันเสมอ”

“สำหรับนางฟ้าคนเดียวของผม มากกว่านี้ผมก็ทำให้ได้ครับ”

“ถ้าฉันแก่ คุณยังจะรักฉันไหม”

“ผมไม่ได้รักคุณแค่หน้าตานะมัท แต่ผมรักคุณที่ตรงนี้...” วันรบจับมือมัทรีมาแตะหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง “ผมรักคุณด้วยหัวใจ...เราจะได้แต่งงานกัน และแก่เฒ่าไปด้วยกันครับ”

“ฉันเลือกรักคนไม่ผิดจริงๆ” มัทรีซาบซึ้ง ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความรัก

แต่ก็ถูกขัดคอด้วยเสียงโทรศัพท์ของพุทราที่แอบโทร.มาเตือนว่า อีกไม่นานติรกาจะไปถึงคอนโดฯแล้ว มัทรีรีบเข้าแผนชวนวันรบดื่มให้กับวันอำลา ทั้งสองชูแก้วให้กัน ต่างคนต่างจิบน้ำหวานในแก้วตัวเอง

“น้ำหวานแก้วนี้ยังหวานไม่ได้ครึ่งความรักของเรา เอ๊ะ” วันรบวางแก้วน้ำหวานลง สักพักก็เอ่ยกับคนรักว่ารู้สึกมึนๆ

“เครียดเพราะจะไม่ค่อยได้เจอมัทรึเปล่า”

มัทรีส่งยิ้มหวาน

“สงสัยจะใช่” วันรบเริ่มโอนเอนแล้วฟุบสลบคาโต๊ะอาหาร

มัทรียกแก้วน้ำหวานของวันรบมาดู “ยานอนหลับรุ่นนี้ออกฤทธิ์เร็วดีแฮะ ขออนุญาตจัดฉากหลอกคุณแม่ เพื่อความรักของเราหน่อยนะคะรบ” มัทรีพยายามดึงตัววันรบออกจากโต๊ะอาหารแต่ไม่สำเร็จ จึงออกแรงกระชากตัววันรบจนสุดแรง จาน ชามบนโต๊ะ ถูกมือวันรบปัดตกลงมากระจัดกระจาย อาหารและน้ำราดบนตัวชายหนุ่มที่นอนสลบไม่ได้สติอยู่กับพื้น

“อุ๊บ” มัทรีส่งยิ้มเจื่อนๆกับสภาพของคนรัก

ขณะที่พุทราก็พยายามทวงติรกาเพื่อให้มัทรีได้จัดเตรียมทุกอย่างตามแผน แต่สุดท้ายติรกาก็เข้ามาย่ืนคำขาดว่า ถ้าต้องเสียเวลารออีกจะหักเงินเดือนพุทราวินาทีละสองร้อย พุทราหมดทางเลี่ยงจำต้องรีบพาติรกา กับธงฉานไปที่คอนโดฯของมัทรี แต่ก็แอบส่งข้อความเตือนอยู่เป็นระยะๆ

มัทรีเห็นข้อความของพุทราก็รีบลากวันรบเข้ามาในห้องนอนโดยไม่สนว่าจะมีอะไรหล่นแตกเสียหาย เสียงดังโครมครามแค่ไหน ทำเอาเพื่อนบ้านร่วมชั้นหลายคนต้องเปิดประตูออกมามองห้องมัทรีด้วยความสงสัย

ในที่สุดสาวเจ้าก็ลากวันรบขึ้นเตียงได้สำเร็จ แต่สภาพชายหนุ่มดูไม่จืด เธอจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำคิตตี้สีชมพู แล้วคว้าเสื้อเชิ้ตของวันรบวิ่งหายเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ แล้ววิ่งกลับออกมานั่งหอบแฮ่กด้วยความเหน็ดเหนื่อย

“โอย...อ่อนเพลียไม่อยากจะเซด” มัทรีรู้สึกคอแห้งจึงวิ่งออกไปหยิบแก้วน้ำหวานมาดื่ม

“หวังว่าแม่จะเข้าใจความรักของเรานะคะรบ”

มัทรีดื่มน้ำหวานจนหมดแก้ว แล้วชะงัก “เฮ้ย...นี่มันแก้วน้ำของรบ” ไม่ทันขาดคำ มัทรีก็หน้าคว่ำทับไปบนตัว วันรบ หลับไปด้วยกัน

ooooooo

ตอนที่ 2

ติรกาพาพุทรากับธงฉานมาหน้าห้องมัทรีแล้วกระหน่ำเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบ เธอใจคอไม่ดี เมื่อหยิบมือถือโทร.หาลูก ก็ได้ยินเสียงอยู่ในห้อง

ธงฉานอมยิ้ม สวมบทพระเอกเดินไปยืนพิงกำแพง พลางเอ่ยกับสองสาว

“มือถืออยู่ในห้อง แถมประตูล็อกจากด้านใน แสดงว่าน้องมัทอยู่ในห้องแน่ๆ”

“เอ่อ...ถ้าไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย” พุทราถอนใจเซ็งแล้วหันกลับไปใช้กุญแจสำรองไขเปิดประตูห้อง

ธงฉานยังพูดต่อเพราะเข้าใจว่า สองสาวฟังอยู่ “คุณอาไม่ต้องห่วงนะครับ ธงฉานคนนี้จะจัดการพังประตูห้องเข้าไปเอง” ขาดคำ เขาก็วิ่งปรู๊ดตรงไปที่ประตูทำท่าจะพังเข้าไป เป็นจังหวะเดียวกับที่พุทราไขประตูเปิดออกพอดี

“เหวอ” พุทราร้องลั่นเมื่อเห็นธงฉานพุ่งเข้ามาอย่างแรงเต็มร้อย แล้วเลยไปเสยกับโต๊ะอาหารหน้าคะมำ

เจ้านายลูกน้องพากันส่ายหน้าระอาธงฉาน แล้วเดินเข้ามาช่วยกันดึงตัวเขาขึ้น พลางกวาดสายตามองไปรอบๆเห็นห้องเละเทะดูไม่จืด แล้วจู่ๆธงฉานก็ร้องโวยวายว่ามีขโมยเข้ามา

ติรกามองรอบๆ อย่างใช้ความคิด สั่งให้พุทราเดินหาว่า มัทรีอยู่ที่ไหน เลขาสาวเดินไปเปิดประตูห้องนอนมองมัทรีแล้วหันมารายงาน

“ไม่อยู่ในห้องค่ะ แต่เมื่อกี้เรายังได้ยินเสียงมือถือน้องมัทนี่คะ”

ติรกาหยิบมือถือขึ้นมากดอีกครั้ง เสียงมือถือของมัทรีดังขึ้น ติรกาสั่งให้ทุกคนช่วยกันมองหา และพบว่ามันดังมาจากห้องนอนอีกห้องหนึ่ง จึงพากันเดินตรงไปที่ประตู

ทั้งสามพยักหน้าให้กัน ติรกาค่อยๆเอื้อมไปจับลูกบิดเปิดประตู ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ มัทรีใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดียว นอนคว่ำทับตัววันรบอยู่ ส่วนวันรบมีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำหลุดลุ่ย เปลือยท่อนบนนอนแผ่หรา

ติรกากรี๊ดสนั่นหวั่นไหวไปทั้งคอนโดฯ ส่วนพุทรากับธงฉานยืนตะลึงอ้าปากค้าง

“ยายมัท ยายมัทตื่นมาคุยกับแม่เดี๋ยวนี้นะยายมัท ตื่นสิ” ติรกาพุ่งเข้าไปดึงตัวมัทรีให้ออกมาจากตัววันรบพลางเขย่าตัว มัทรีสะลึมสะลือแต่ยังไม่ยอมตื่น

ธงฉานมองไปรอบๆเห็นแก้วน้ำตกอยู่ข้างเตียงก็หยิบขึ้นมาพิจารณาพร้อมตั้งสมมติฐาน

“ยานอนหลับ น้องมัทหลับสนิทแบบนี้ เพราะโดนไอ้วันรบวางยานอนหลับแน่ๆครับ”

ติรกาปล่อยมือจากร่างของมัทรีแล้วพุ่งเข้าไปเอาเรื่องวันรบแทน พุทราเข้าไปรับตัวของมัทรีไว้

“ไอ้วันรบ แกตื่นเดี๋ยวนี้นะ ตื่น” ติรกาทั้งเขย่า ทั้งทุบ ทั้งตีแต่วันรบก็ได้แต่สะลึมสะลือไม่ยอมตื่นเช่นกัน

“ไม่ตื่นใช่ไหม” ติรกาโมโหเหวี่ยงร่างวันรบทิ้งลงไปบนเตียงอีกครั้งแล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำ

พุทราเห็นท่าไม่ดีหันมาปลุกมัทรีกับวันรบ ธงฉานจะเข้ามาช่วยปลุกมัทรีด้วย เพราะหวังลวนลาม แต่พุทรา รู้ทันรีบกันท่า แล้วติรกาก็กลับเข้ามาพร้อมกะละมังใส่น้ำ เธอสาดโครมไปที่วันรบและมัทรี

ทั้งสองได้สติ แต่ยังงงๆอยู่ ธงฉานทำตาลุกวาวที่ได้เห็นมัทรีในเสื้อเปียกแสนเซ็กซี่ พุทรารู้ทันรีบเป่านกหวีดปรี๊ด ห้ามธงฉานมองลูกสาวเจ้านาย

ooooooo

“คุณแม่” วันรบกับมัทรีร้องพร้อมกันเมื่อเห็นติรกายืนมองอยู่

“มัท” วันรบตกใจหันมามองคนรักที่อยู่บนเตียง แถมยังใส่เสื้อเชิ้ตของเขา แล้วตกใจอีกรอบ เมื่อก้มมองสภาพตัวเองที่ใส่เสื้อคลุมของมัทรีอยู่ เขารีบกระโดดลงจากเตียงกับคำถาม

“เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

มัทรียังไม่ทันได้พูดอะไร ติรกาก็ใช้กะละมังฟาดใส่ “ไอ้ชั่ว พูดออกมาได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ก็ผมไม่รู้จริงๆครับ”

“เห็นอยู่จะๆ แบบนี้ ยังจะโกหกอีก ตายซะเถอะ” ติรกายิ่งโมโหฟาดใส่วันรบไม่ยั้ง

วันรบร้องลั่นวิ่งหนีออกไปนอกห้อง ติรกาตามด้วยแรงแค้น

“แม่คะ อย่าทำอะไรรบนะคะ” มัทรีจะตามออกมาห้าม แต่พุทราดึงไว้พลางส่งเสื้อคลุมให้สวม

ธงฉานทำท่าเสียดายเพราะอดดูของดี แล้ว

ติรกาก็ร้องเรียกให้พุทรากับธงฉานช่วยกันจับตัววันรบ

ธงฉานรีบทำคะแนนกระโดดเข้าตะครุบตัววันรบ แต่ผิดคิวล้มไปกองกับพื้น

ติรกาไม่รอช้าเงื้อกะละมังขึ้นจะขว้างใส่วันรบ มัทรีวิ่งเข้าขวางปกป้องคนรัก ยิ่งเพิ่มแค้นใจให้ติรกา เธอด่าวันรบว่าเลวเหมือนรชานนท์

วันรบยืนงงเอ่ยถามว่า เขาทำอะไร ธงฉานได้โอกาสลุกขึ้นชี้หน้าด่าวันรบอย่างโกรธแค้น เพราะอิจฉาที่ได้ปล้ำมัทรี

“ใช่...คนอย่างแกนอกจากหน้าตาเลวแล้วจิตใจยังเลวอีก แกทำแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่เคยคิดเลยว่าแกจะใช้แผนวางยานอนหลับเพื่อปล้ำน้องมัทของฉัน”

“วางยา ปล้ำ” วันรบทบทวนเหตุการณ์ ก็เริ่มเข้าใจว่า โดนมัทรีวางยา จึงจะอธิบายกับว่าที่แม่ยาย แต่มัทรีรีบดักคอพลางส่งสายตาอ้อนวอน ไม่ให้บอกความจริงกับแม่

วันรบใจอ่อนหันไปเผชิญหน้ากับติรกา ขอรับผิดสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการแต่งงานกับมัทรี และยืนยันว่า ที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพราะความรัก

“ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้แบบนี้เหรอที่เรียกว่ารัก” ติรกาโมโหปรี่เข้าไปตบหน้าวันรบฉาดใหญ่

“ฉันไม่มีวันยอมให้ลูกสาวฉันแต่งงานกับแก”

“ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณ พุทราว่าไว้ค่อยเคลียร์ดีกว่าค่ะ”

“ไม่ได้ ขืนปล่อยไปแล้วมีคนรู้ว่าลูกสาวฉันเสียทีให้ผู้ชายเลวๆ อย่างมัน ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“เอ่อ...เอาหน้าไปไว้ไหนก็ไม่ทันแล้วครับ ตอนนี้คนอื่นคงรู้กันหมดแล้ว” ธงฉานมองไปหน้าห้อง เห็นคนในคอนโดฯ โผล่ออกมาดูเหตุการณ์กันหน้าสลอน แถมเม้าท์ดังลั่นว่า มัทรีจะท้องไม่มีพ่อ เพราะติรกาไม่ยอมให้แต่งงานกับวันรบ

ติรกาได้ยินคำว่า ท้องไม่มีพ่อก็อึ้งไปนึกถึงเรื่องของตัวเองในอดีต เธอเครียดจนสติแตก

“ไม่จริง มันต้องไม่เป็นแบบนั้น ไม่จริง ไม่” ติรกากรี๊ดลั่น แล้วหมดสติไป

“แม่” วันรบ มัทรี และพุทรารีบเข้าไปประคองร่างที่หมดสติของติรกาไว้

ธงฉานได้แต่ยืนอึ้งกับอาการของติรกา

ooooooo

รชานนท์ตกใจมาก เมื่อรู้จากวันรบว่า ติรกาโกรธจนเป็นลม เขาจะไปหาเธอที่คอนโดฯเพราะเป็นห่วง แต่วันรบร้องห้าม บอกว่ามัทรีพาแม่กลับราชบุรีไปแล้ว และซักกลับเรื่องติรกาด่าตนว่าเลวเหมือน รชานนท์ เพราะสงสัยว่า ทั้งสองไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำไมว่าที่แม่ยายจึงเกลียดรชานนท์มากนัก

“ฉันไม่เคยทำอะไรให้กระแตเสียใจ” รชานนท์หันมาตอบอย่างมั่นใจ

“ป๋า...ก่อนหน้านี้เขาแค่เหม็นหน้าผม แต่ตอนนี้ เขาเข้าขั้นเกลียดมาก และมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เขารู้ว่าป๋าเป็นเพื่อนร่วมงานผม คนเราคงไม่เกลียดหน้ากัน โดยไม่มีเหตุผลหรอกป๋า ป๋าต้องเคลียร์เรื่องนี้กับแม่ยายผมให้รู้เรื่องนะก่อนที่ผมจะแย่ไปด้วย” วันรบเดินหงุดหงิดออกไป

รชานนท์มองตามหงุดหงิดไม่แพ้กัน เขาหวนคิดถึงเรื่องราวระหว่างตัวเองกับติรกา แล้วพึมพำออกมา

“กระแต...พรุ่งนี้ผมต้องรู้ให้ได้ ว่าคุณโกรธผมเรื่องอะไร”

ด้านติรกา เมื่ออาการดีขึ้น เธอเรียกมัทรีมาต่อว่า และจะพาไปตรวจที่โรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ เพราะกลัวจะติดโรคจากวันรบ

มัทรีอึกอักกลัวความลับแตกอ้างว่า ถ้าไปตรวจ คนก็รู้กันหมดว่า เธอมีอะไรกับวันรบแล้ว เตือนใจเข้ามาได้ยินรีบปรามหลานสาวให้รักษาความรู้สึกของคนเป็นแม่บ้าง

“ไม่ต้องไปเตือนหรอกค่ะ ตั้งแต่คบกับไอ้วันรบ ยายมัทก็ไม่เคยรักษาความรู้สึกของหนูแล้ว”

“แล้วแม่เคยสนใจความรู้สึกของมัทเหรอคะ”

“ฉันต้องสนด้วยเหรอว่า แกจะรู้สึกยังไงกับผู้ชายแย่ๆ แบบนั้น”

“ถึงวันรบจะแย่ในสายตาแม่ แต่เขาจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่มัทจะแต่งงานด้วย”

“ผู้ชายเจ้าเล่ห์แบบนั้น มัทยังเห็นมันดีอีกเหรอ”

“รบอาจจะไม่ดีที่สุด แต่เขาไม่เคยบังคับมัท ไม่เคยเอาตัวเองเป็นใหญ่เหมือนที่แม่ทำกับมัท”

ติรกาสุดทนตบหน้ามัทรี เตือนใจยืนตะลึง เพราะห้ามไม่ทัน

“แม่ตบมัท” มัทรีมองติรกาอย่างไม่คาดคิด

“ฉันจะทำมากกว่านี้...ถ้าแกยังไม่เลิกกับมัน”

ติรกามองมัทรีด้วยแววตาแข็งกร้าว

มัทรีทั้งโกรธทั้งเสียใจวิ่งหนีออกไป เตือนใจตำหนิติรกาที่ทำรุนแรงเกินไปแล้วรีบตามหลานไป

ติรกาแอบมองตามแววตาดุกร้าวเปลี่ยนเป็นเศร้าเสียใจรู้สึกผิด เธอมองมือของตัวเองข้างที่ตบหน้าลูกแล้วร้องไห้ออกมา

เตือนใจเข้ามาปลอบใจมัทรีที่นอนร้องไห้อยู่ในห้อง นางเตือนสติให้หลานสาวคิดถึงหัวอกของคนเป็นแม่

“มัท เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แม่เขารับไม่ได้หรอกนะ...มัทเคยหยุดคิดไหมว่าแม่เขาจะเสียใจแค่ไหน ที่รู้ว่าลูกที่เขารักถูกย่ำยีจากผู้ชายที่เขาไม่เคยไว้ใจเลย มันยิ่งตอกย้ำว่าเขาปกป้องลูกไม่ได้ ตอนนี้ที่มัทร้องไห้ แม่เขาก็ร้องไห้อยู่เหมือนกัน”

“มัท...เอ้อ มัท...” มัทรีอึกอักรู้ตัวว่าทำเกินไป

“มัทไม่น่าวู่วามแบบนี้นะลูก วิธีมัดมือชกแบบนี้บังคับแม่เขาไม่ได้หรอก ยิ่งทำให้แม่เขาเกลียดตารบมากขึ้น อีกอย่างถึงมันจะเป็นแผนที่เราสร้างขึ้น แต่ถ้าแม่เราไม่รู้ความจริง แม่เขาก็เสียใจอยู่ดี”

“ยายรู้เรื่องนี้ รบบอกยายเหรอ”

“ยายไม่ได้รู้อะไรเลย ยายแค่รู้จักหลานของยายดี วันรบเป็นคนที่หนูเลือกแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีวันที่คนที่หนูรักจะทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้นแน่ๆ”

“ขอบคุณนะคะยาย ขอบคุณที่เข้าใจรบกับมัท” มัทรียิ้มทั้งน้ำตาโผเข้ากอดยาย

ooooooo

เช้าวันใหม่ ติรกาเดินลงมาจากชั้นบน เตือนใจเรียกให้ลูกสาวทานอาหารด้วยกัน เป็นจังหวะเดียวกับที่มัทรีเดินเข้ามานั่งข้างๆ คุณยายพอดี บรรยากาศเริ่มคุอีกครั้ง

พุทราหาทางออก เอ่ยถามติรกา เรื่องจะออกไปดูที่ดินที่จะซื้อสร้างโรงงานใหม่ มัทรีรีบเข้ามาง้อแม่ อาสาออกแบบงานใหม่ให้ แต่ติรกาไม่ยอมพูดด้วย ทุกคนหน้าจ๋อยไปตามๆกัน

“สวัสดีครับทุกคน “ธงฉานหมุนตัวเข้ามาอย่างเท่พร้อมยื่นช่อดอกไม้ให้มัทรี “สำหรับน้องมัทของพี่ธงฉานครับ”

ฟิ้ว มีดพุ่งผ่านหน้าธงฉานไปปักกำแพงพร้อมกับ เสียงตวาดของติรกา “น้องมัทของใคร”

“น้องมัทของคุณอาไงครับ น่ารักจริงๆ น้องมัทของคุณอาติเนี่ย เอ่อ...ดอกไม้ช่อนี้เพื่อต้อนรับน้องมัทกลับมาอยู่ที่ราชบุรีอย่างถาวร” ธงฉานทำเนียนเข้ามานั่งข้างมัทรีแบบไม่ขออนุญาตใครแล้วประกาศเปิดตัว สมภพคุณอาของเขาที่แวะเวียนมาทำคะแนนกับติรกาด้วย

จากนั้นธงฉานก็ชงเข้าเรื่องว่า ที่สมภพปลีกเวลาจากธุรกิจร้อยล้านมาเยี่ยมเยียนติรกาก็เพราะมีเรื่องสำคัญมาปรึกษา

“เรื่องสำคัญ...” ติรกาทำหน้างง

มัทรีถอนใจหันไปหยิบน้ำส้มคั้นสดๆ ฝีมือเตือนใจมาดื่มแก้เซ็ง แล้วสำลักออกมาเต็มหน้าธงฉาน เพราะได้ยินสมภพบอกว่า จะขออนุญาตติรกาให้ธงฉานได้มีโอกาสคบใกล้ชิดกับเธอเพื่อเรียนรู้นิสัยใจคอ

“ในอนาคต ธงฉานอยากจะแต่งงานกับ...” ขาดคำ เสียงมัทรีกับวันรบก็ดังขึ้นพร้อมกัน

“มัทไม่ยอม ผมไม่ยอม”

ทั้งหมดชะงักหันไปมองวันรบที่ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างมัทรี

“ผมไม่ยอมให้มัทแต่งงานกับคนอื่นเด็ดขาด มัทเป็นคนรักของผม”

เวลาเดียวกันนั้น รชานนท์บุกมาถึงหน้าโรงงานโอ่งของติรกา แต่ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ เพราะที่ประตูหน้าโรงงาน มีรูปของเขาติดอยู่พร้อมข้อความระบุชัดเจน “บุคคลอันตราย ถ้าเจอ...จัดหนัก อย่าให้รอด”

“ขนาดนี้เลยเหรอ...ต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง” รชานนท์มองไปรอบๆ หาวิธีเข้าไปในโรงงาน และโชคดีมีรถขนโอ่งแล่นผ่านมา เขาจึงติดสินบนคนขับแล้วแอบซ่อนตัวเข้าไปด้านใน

ภายในบ้าน ติรกากำลังปะทะคารมอยู่กับวันรบที่บังอาจกลับมาเหยียบบ้านเธออีก แต่วันรบโต้ว่า ที่เขาต้องมาก็เพราะจะคุยกับเธอให้รู้เรื่อง

พุทราเห็นเจ้านายโกรธหน้าแดงก็รีบสะกิดเตือนว่า อย่าเครียด เพราะเดี๋ยวจะช็อกไปอีก

“ขอโอกาสให้ผมบ้างสิครับ” วันรบจะเข้าไปหาติรกา แต่สมภพเดินมาขวางไว้

“ผมว่าคุณกลับไปเถอะ รั้นแบบนี้มีแต่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง”

“จริงครับ ธงฉานเห็นด้วย”

“ผมไม่กลับ...จนกว่าคุณติรกาจะยอมให้โอกาสผม ผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่าผมรักมัทแค่ไหน”

“นะคะแม่...ให้โอกาสรบนะคะ”

“ได้ ฉันจะให้โอกาสแกสิบวัน ถ้าแกมีปัญญาหาเงินได้สิบล้าน”

“สิบล้าน” ทุกคนอึ้งไปตามๆกัน

“เงินสดสิบล้านบาทเป็นค่าสินสอด ถ้าหาได้

ฉันจะยอมให้ยายมัทแต่งงานกับแก แต่ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่ต้องแต่ง” ติรกาสรุปสั้นๆ

มัทรีหน้าเสีย บ่นกับวันรบว่า แม่จงใจแกล้งกันชัดๆ แต่วันรบยืนยันจะหาเงินสิบล้านมาให้ได้ แล้วจู่ๆพุทรากับเตือนใจก็ร้องลั่น เพราะเห็นรชานนท์เดินเข้ามา

ติรกามองตามเห็นรชานนท์ก็อึ้ง วันรบกลัวเรื่องยุ่งร้องถามรุ่นพี่ว่า ตามมาทำไม

“ฉันมีธุระจะคุยกับกระแต”

“คุณเป็นใคร แล้วกระแตนี่ใคร” สมภพทำกร่าง แต่เมื่อเห็นทุกคนพร้อมใจกันชี้ไปที่ติรกาก็เป็นงง

“คุณชื่อกระแตเหรอ” สมภพมองติรกา แต่เธอไม่ตอบวิ่งหนีเข้าห้องทำงาน

รชานนท์ตามไปแล้วเคาะประตู เรียกให้ติรกาออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง สักพักประตูห้องก็เปิดออก ติรกาเดินออกมาพร้อมปืนลูกซอง

“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” ติรกาเล็งปืนมาที่

รชานนท์ แต่ชายหนุ่มไม่ยอมถอยแถมยังจ้องตากับเธอนิ่ง

วันรบเป็นห่วงความปลอดภัย จึงขอร้องให้รชานนท์กลับไปก่อน

“ไปเถอะคุณ ถ้าคุณติรกายิงขึ้นมาจริงๆจะยุ่ง” พุทราช่วยอีกแรง

“กระแตไม่ยิงผมหรอก ผมรู้จักเธอดี...ถ้าเธอจะยิงผมจริงๆเธอยิงไปนานแล้ว...” รชานนท์ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงปืนก็ดังขึ้น ทุกคนสะดุ้งตกใจร้องลั่น

ติรกามองไปทางรชานนท์ เห็นมีเลือดไหลจากไหล่ซ้ายของเขา แล้วชายหนุ่มก็ล้มลง วันรบวิ่งเข้าไปประคองรชานนท์ที่ยังไม่หมดสติ เห็นเขามองติรกา

ด้านติรกา เมื่อเห็นรชานนท์เลือดไหลมากขึ้นเรื่อยๆ ก็หมดสติไป

“แม่...”มัทรีเข้าไปประคองร่างติรกา

ooooooo

รชานนท์กับติรกาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอและพยาบาลออกมารับตัวคนไข้เข้าห้องฉุกเฉิน มัทรีจะตามไปดูอาการแม่ แต่เตือนใจกับพุทราดึงตัวไว้

“ทั้งสองคนอยู่กับหมอแล้ว ยังไงก็ปลอดภัยค่ะ...ถ้าจะห่วง ห่วงเรื่องคุณรชานนท์จะแจ้งความเอาเรื่องคุณติรกาดีกว่าค่ะ” พุทราเปิดประเด็น

มัทรีกับเตือนใจหันมามองวันรบอย่างหวั่นใจ กลัวรชานนท์จะเอาเรื่องติรกา วันรบรับปากว่า จะคุยกับรชานนท์ให้เอง แล้วขอตัวโทร.ไปหาพชรกับนลินีก่อน เพราะไม่รู้ว่ามาถึงไหนกันแล้ว

ขณะที่วันรบออกไปโทรศัพท์ ธงฉานก็ชวนสมภพตามมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำคะแนน แต่ดูเหมือนจะยิ่งติดลบเพราะสองอาหลานพูดจาไม่เข้าหูมัทรีกับเตือนใจ

ครู่ใหญ่ พยาบาลในห้องฉุกเฉินก็เปิดประตูออกมา ประตูนั้นตีเข้ากลางหน้าธงฉานที่ยืนสอดรู้สอดเห็น เธอรีบขอโทษธงฉาน แล้วเรียกหาญาติของติรกากับ

รชานนท์ ให้ช่วยกรอกประวัติคนไข้

พุทราอาสาจัดการให้ติรกาเอง เตือนใจให้มัทรีไปตามวันรบมากรอกประวัติให้รชานนท์ แต่วันรบเดินกลับมาก่อนและบอกว่า ให้นลินีมากรอกเอง เพราะใกล้มาถึงแล้ว

เวลาต่อมา นลินีกับพชรก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในโรงพยาบาล วันรบกับมัทรีรีบออกไป

“วันรบ...รชานนท์อยู่ไหน แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงยิงนนท์ แม่น้องเกลียดอะไรนนท์นักหนา ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ พูดกันดีๆไม่ได้เหรอ” นลินีใส่ไม่ยั้ง

“มัทเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยังไงมัทขอโทษแทนคุณแม่ด้วยนะคะ”

“ของพรรค์นี้...แค่ขอโทษได้เหรอ”

“พี่นีใจเย็นๆก่อนนะครับ กรอกประวัติของป๋าให้พยาบาลก่อนดีกว่า” วันรบส่งเอกสารให้

นลินีรับมาส่งต่อให้พชรไปจัดการแล้วหันมาบอกกับมัทรีและวันรบ “จะใจเย็นได้ไง ถึงขั้นจะฆ่าจะแกงกันแบบนี้...ยังไงพี่ต้องเอาเรื่องคุณแม่ของน้องมัท พี่จะแจ้งความกับตำรวจ” นลินีเดินเชิดไปหน้าห้องฉุกเฉิน

มัทรีหน้าเสียหันสบตากับวันรบอย่างขอตัวช่วย

เวลาเดียวกันที่หน้าห้องฉุกเฉิน ก็มีคนไข้บาดเจ็บสาหัสเข้ามารักษาตัว และเสียชีวิตลง หมอเปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมาถามหาญาติ

“ฉันเป็นพี่สาวค่ะ น้องชายฉันปลอดภัยแล้ว

ใช่ไหมคะหมอ” นลินีวิ่งพรวดเข้าไปหาหมอ

“ผมเสียใจด้วยนะครับ น้องชายของคุณเสียชีวิตแล้วครับ” หมอหน้าสลด

ทุกคนยืนตะลึง นลินีกรีดร้องแล้ววิ่งเข้าไปในห้อง วันรบ พชร มัทรี เตือนใจ และพุทรารีบตามไป มีเพียงสมภพกับธงฉานที่ยืนส่งยิ้มพอใจอยู่หน้าห้อง

นลินีวิ่งเข้ามาที่เตียงคนไข้ เธอเห็นร่างที่นอนบนเตียงมีผ้าคลุมศีรษะไว้ก็ร้องไห้โฮ

“ไม่จริง นนท์ต้องไม่ตาย น้องฉันต้องไม่ตาย” นลินีโผเข้ากอดร่างบนเตียง พชรเข้ามาจับไหล่ปลอบโยนภรรยา

วันรบ มัทรี เตือนใจ และพุทรายืนมองด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ

ติรกาที่นอนอยู่เตียงถัดมา แต่มีม่านบังอยู่ได้ยินเสียงนลินีคร่ำครวญก็เริ่มรู้สึกตัว เธอลุกขึ้นเปิดม่านดู เห็นพชรปลอบโยนนลินีที่ร่ำไห้กอดร่างที่นอนอยู่บนเตียง มัทรี วันรบ เตือนใจยืนอยู่ด้วย

มัทรีหันมาเห็นแม่ร้องไห้โฮบอกว่า ป๋านนท์ตายแล้ว ติรกาแทบช็อกคลุกพรวดเข้าไปยืนมองร่างบนเตียง

ด้านธงฉานที่ยืนเซ็งรออยู่นอกห้องหันมาตั้งคำถามกับสมภพว่า ทำไมต้องมาเสียเวลากับเรื่องศพของรชานนท์ด้วย สมภพว่า มันเป็นการแสดงน้ำใจเพื่อให้สองแม่ลูก ซาบซึ้ง

“นี่ถ้าไม่เห็นแก่โรงงาน ที่ดิน กิจการน่ะ ผมไม่มาเสียเวลาแบบนี้หรอก รอให้อยู่ในกำมือก่อนเถอะ จะฟาดเสียให้ร้องพี่ฉานคะ พี่ฉานขา วันละสามเวลาเลย”

“แกถามแม่เขาเถอะว่าจะยอมหรือเปล่า”

“ผมมีอาเจ้าเสน่ห์อยู่ทั้งคน คุณติน่ะลูกไก่ในกำมืออาไม่ใช่เหรอครับ” ธงฉานยกยอบนบก

สมภพยิ้มอย่างมั่นใจ

ooooooo

“คุณจะตายไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมให้คุณตายได้ยินไหม ฉันไม่ยอมให้คุณตาย ตื่นขึ้นมาสินนท์ ตื่น” ติรกาเขย่าตัวเรียกให้ร่างบนเตียงลุกขึ้นมา

พุทราเป็นงงกับอาการของเจ้านาย กระซิบถาม เตือนใจ “คุณติฟั่นเฟือนหรือเปล่าคะ เดี๋ยวจะฆ่าเขา เดี๋ยวไม่อยากให้ตาย”

“ที่พูดถึงน่ะลูกฉัน” เตือนใจค้อนใส่ แล้วหันไปมองติรกาที่ยังฟูมฟายเรียกให้รชานนท์ตื่นขึ้นมา

“คร้าบ ผมตื่นแล้วครับ” เสียงรชานนท์ดังขึ้น

ทุกคนชะงักหันมองตามเสียงเห็นรชานนท์ ที่ทำแผลเสร็จแล้วยืนยิ้มอยู่

พชรกับวันรบโดดกอดกันแน่นเข้าใจว่าโดนผีหลอก ขณะพวกสาวๆยืนอึ้ง

“เฮ้ย ผมยังไม่ตาย ดูสิ” รชานนท์เปิดผ้าคลุมศพออกเห็นเป็นชายอีกคน

“นนท์ยังไม่ตาย” นลินีวิ่งเข้ากอดน้องชาย

“ถ้าผมตายต้องมีคนเสียใจตั้งหลายคน ผมไม่ยอมตายง่ายๆหรอก” รชานนท์หันมองติรกาอย่างจงใจ สื่อความหมายแล้วเรียกเธอว่า กระแต

ติรกาค่อยๆก้าวเข้าไปหารชานนท์ทำเหมือนเคลิ้ม

“ผมดีใจที่คุณไม่อยากให้ผมตาย” รชานนท์ผละจากพี่สาวเข้ามาหาคนรัก

“ฉันไม่อยากให้คุณตายด้วยลูกปืน...เพราะคุณต้องตายด้วยมือฉัน” ติรกาพุ่งเข้าบีบคอรชานนท์ “จอมโกหก โกหกว่าตายใช่ไหม งั้นก็ตายซะเถอะ”

รชานนท์ตาเหลือก นลินี วันรบ พชร มัทรี เตือนใจและพุทรารีบเข้าช่วยกันแยกติรกาออกมา แต่ไม่สำเร็จเพราะแรงโมโหของเธอมากกว่า หมอและพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆจึงเข้ามาช่วย จนภายในห้องโกลาหลกันไปหมด

ธงฉานทนรอต่อไปไม่ไหว เขาตัดสินใจจะเปิดประตูเข้าไป แต่ประตูถูกผลักออกมากระแทกเข้าหน้าเต็มๆ ชายหนุ่มผงะหงายล้มลงไป แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร รชานนท์ก็ถอยหลังออกมาเหยียบเข้ากลางลำตัว ตามด้วยติรกาที่ยังบีบคอรชานนท์ไม่เลิก จากนั้นกลุ่มของมัทรีกับนลินีก็ตามมาออกมา

“ปล่อยนะยายติ เดี๋ยวเขาก็ตายหรอก” เตือนใจสั่งลูกสาว

“คนเลวอยู่ไปก็รกโลก ตายก็สมควรแล้ว” ติรกาบีบคอรชานนท์แน่น

“จะมากไปแล้วนะยายปีศาจไหน้ำปลา” นลินีอารมณ์ขึ้น เข้าไปผลักติรกา

ติรกาไม่ทันตั้งตัวปล่อยมือจากรชานนท์แล้วเซออกไป

ธงฉานคิดว่ารอดจากที่นอนหงายจะพลิกตัวเพื่อลุก แต่ถูกนลินีเข้ามาเหยียบซ้ำลงไปนอนแดดิ้น

“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” ติรกาหันขวับมา

“เธอเป็นผู้หญิงใจดำ บ้าพลังสมกับฉายาที่ตารบตั้งให้จริงๆยายไหน้ำปลาปีศาจ”

ทุกคนหันไปมองวันรบเป็นตาเดียว วันรบยิ้มเจื่อนๆ แก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจ

เป็นจังหวะเดียวกับที่นลินีชักเท้าจากตัวธงฉานมองติรกาอย่างสะใจ ธงฉายสบโอกาสจะคลานออกจากตำแหน่งอย่างช้าๆ แต่กลับถูกติรกาที่แค้นจัดกระแทกเท้าเข้าที่ก้น ธงฉานตาเหลือกร้องไม่ออก

“ไอ้วันรบ แกกล้าว่าฉันเหรอ” ติรกาเปลี่ยนเป้าหมายมาที่วันรบ

“อย่าค่ะแม่ คุณยาย พี่พุทราช่วยมัทที” มัทรี เตือนใจ  และพุทราเข้ามาช่วยกันดึงติรกาที่ประกาศก้องว่า จะไม่ยอมยกมัทรีให้วันรบแน่

สมภพยืนมองเหตุการณ์อยู่ รู้สึกได้ว่าถึงความไม่ชอบมาพากล พลันได้ยินเสียง ธงฉานร้องขอความช่วยเหลือ
“ใครก็ได้...สนใจเขาที”

ทุกคนหันมองธงฉานที่นอนหนีบขากุมเป้าหน้าเขียวอยู่กับพื้น นลินีถามวันรบว่า ธงฉานคือใคร

“คนรู้จักของแม่มัทครับ” วันรบย่อตัวลงจะช่วยประคองธงฉานขึ้นมา แต่พอได้ยินธงฉานประกาศ

ตัวว่า เขาเป็นแฟนของมัทรีก็เปลี่ยนใจ แทงเข่าลงที่ก้นธงฉานแบบทิ้งน้ำหนักเต็มๆ

“โทษที ว่าจะช่วยสักหน่อย แต่คงไม่ต้องแล้ว ไปกันเถอะป๋า” วันรบเดินนำรชานนท์ พชร และนลินีออกไป

“โอ๊ย คุณอา...ฉานน้อยเป็นหมันแล้ว...”

ooooooo

สมภพประคองหลานชายเดินเข้ามาในบ้าน แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา จากนั้นธงฉานที่เจ็บฉานน้อยเอาเสียมากมายเอ่ยขึ้น

“ไอ้หน้าหล่อนั่นต้องเป็นแฟนเก่าคุณอาติแน่ๆ แล้วถ้าใช่จริงๆหนังหน้าระดับคุณอาเทียบไม่ติดฝุ่นแน่เพราะหน้าเขาหล่อขั้นเทพ แต่คุณอาขี้เหร่ขั้นเทพเลยครับ”

“ไอ้ธงฉาน ฉันอาแกนะ”

“นี่ผมก็พูดแบบซอฟต์ๆที่สุดแล้วนะครับ ถ้าไอ้หน้าหล่อเป็นแฟนเก่าจริงๆ อาลำบากแน่”

“ฉันจะไม่มีวันปล่อยผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างติรกาไปแน่ๆ” สมภพมาดมั่น และไม่ทันเห็นว่าทรงสุดาเดินเข้ามาได้ยิน
“แล้วคุณทรงสุดากับลูกล่ะครับ” ธงฉานถามหาอาสะใภ้ที่ใครๆ เข้าใจว่า เป็นหัวหน้าคนใช้

สมภพทำยืดเปรียบเปรยว่า ทรงสุดากับติรกาก็เหมือนรถญี่ปุ่นกับรถยุโรป

“ค่าความภูมิใจมันไม่เท่ากัน เวลาแกไปตามร้านอาหารเห็นไหมว่าเด็กรับรถพอเห็นโลโก้เบนซ์ก็โค้งหัวทิ่มดิน แต่ถ้าเป็นแบบเบสิกใครๆก็ขับได้ นอกจากไม่โค้งมันจะดูถูกซ้ำซะอีก เป็นแกจะเลือกขับอะไร”

“เบนซ์สิครับ ผมจะไม่ยอมพลาดแบบคุณอาหรอก เอาคนรับใช้ในบ้านเป็นเมีย แถมพลาดให้มีลูกอีก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น โง้...โง่นะครับ”

“ธงฉาน...นี่แกนับถือฉันใช่ไหม”

“นับถือสิครับ อาคือญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของผม ไม่นับถืออาจะให้ผมนับถือหมาที่ไหน”

สมภพโมโหหยิบหมอนใกล้มือปาใส่ธงฉาน แต่ธงฉานก้มหลบได้ทัน  หมอนลอยละลิ่วไปชนกับเด็กรับใช้ที่เอาของว่างมาเสิร์ฟ

“ว้าย” เด็กรับใช้เซไปตามแรงกระแทกของหมอน แล้วไปชนถาดน้ำเปล่าที่ทรงสุดาถือตามมา น้ำหกกระเด็นใส่เสื้อสีขาวของเธอเปียกไปทั้งตัว เผยให้เห็นรูปทรงเซ็กซี่

“โอ้  อะไหล่ญี่ปุ่นมันแจ่มแบบนี้นี่เอง” ธงฉานตาโต

เด็กรับใช้เห็นว่าทรงสุดาเปียกไปทั้งตัวก็รีบขอโทษ และเรียกเธอว่า คุณผู้หญิง สมภพไม่พอใจลุกขึ้นผลักเด็กรับใช้สั่งห้ามเรียกทรงสุดาว่า คุณผู้หญิงอีก

“ขอโทษค่ะ หนูลืมค่ะ” เด็กรับใช้ลนลานออกไป

สมภพหันมาชี้หน้าด่าทรงสุดา “เธอปล่อยให้มันเรียกคุณผู้หญิงคิดจะประกาศให้คนอื่นรู้หรือไงว่า เป็นเมียฉัน”

“เปล่านะคะ สุดาไม่เคยคิด”

สมภพขยับจะเล่นงานอีก แต่เสียงเด็กร้องไห้ดังแว่วมา สมภพตวาดให้ทรงสุดาไปดูลูก

ทรงสุดารีบเดินออกไปแต่ยังไม่ทันพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงธงฉานถามสมภพว่า ถ้าจีบติรกาสำเร็จ ทรงสุดาจะยอมหรือ

“ถ้ายอมไม่ได้ก็ต้องออกไปจากบ้านฉัน”

สิ้นเสียง ทำเอาทรงสุดาน้ำตาร่วง

เย็นวันเดียวกัน พชร นลินี และวันรบ ช่วยกันคาดคั้นรชานนท์เรื่องติรกา เพราะอยากรู้ว่า เธอเป็นแฟนเก่าของเขาใช่ไหม รชานนท์หมดทางเลี่ยง เขาตอบสั้นๆว่าใช่ แต่ไม่ยอมอธิบายรายละเอียดอะไร

“คดีระหว่างผมกับว่าที่แม่ยายก็หนักแล้ว นี่ยังมีคดีของป๋ากับว่าที่แม่ยายผมอีก เฮ้อ ไม่รู้ว่ามัทจะเป็นยังไงบ้าง” วันรบหนักใจ

เวลาเดียวกัน ติรกายื่นคำขาดห้ามมัทรีกลับกรุงเทพฯ แต่มัทรีอ้างว่า ต้องกลับไปทำงาน คุณแม่จอมเผด็จการจึงสั่งให้ลูกสาวโทร.ไปลาออก

“ตามกฎหมายต้องบอกล่วงหน้าก่อนลาออกอย่างน้อย 15 วันค่ะ” พุทราเสนอหน้าเข้ามา ตามด้วยเตือนใจ

“มัทเซ็นสัญญาทำงานกับบริษัทป๋าไปแล้ว 5 ปี ถ้าจะฉีกสัญญา...แม่คงต้องจ่ายเงินให้เขาหลายล้าน”

ติรกาชะงักไปเมื่อได้ยินว่าต้องเสียเงิน เตือนใจเห็นอาการลูกสาวก็รีบเน้น

“นี่เราต้องเอาเงินที่เราหาอย่างยากลำบากไปให้เขาใช้ฟรีๆตั้งหลายล้านเลยเหรอ เกลียดก็เกลียด ถ้ายอมจ่ายนี่มันแพ้เขาชัดๆเลยนะ เขาคงมองว่าเราโง่ซ้ำซ้อนนะว่าไหมลูก”

“โอ้ว...อย่าบิ๊วให้เครียดค่ะคุณเตือนใจ เดี๋ยวช็อกอีก” พุทราลอบยิ้ม

ติรกากรี๊ดลั่นแค้นใจที่ทำอะไรไม่ได้ เธอบอกกับมัทรีว่า อย่าคิดว่าเธอจะยอมแพ้

“มันไม่ใช่เรื่องแพ้ชนะค่ะแม่ หนูกับรบ เรารักกัน และหนูจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ หนูจะแต่งงานกับรบคนเดียวเท่านั้น” มัทรีส่ายหน้าเซ็งแล้วเดินหนี

เตือนใจเข้ามาโอบไหล่เตือนสติลูก “เด็กสองคนรักกัน แกจะไปแยกเขาได้ยังไง”

ติรกานิ่งคิดแล้วเอ่ยขึ้น “จริงสิ...สองคนนั้นรักกัน ถ้ารักกันก็ต้องทำให้เลิกรักกัน...หนูจะทำให้ยายมัทเลิกรักวันรบให้ได้”

“มันจะง่ายขนาดนั้นเหรอคะคุณติ”

“ความระแวงเป็นบ่อเกิดของความพินาศเสมอ ฮึๆๆ” ติรกาหัวเราะอย่างร้ายกาจ

เตือนใจกับพุทรามองหน้ากันอย่างเหวอๆ

ooooooo

เช้าอันสดใส รชานนท์ วันรบ และพชรพา

คุณแก้วกับสามีมาดูห้องตัวอย่างในรีสอร์ตที่สวนผึ้ง สองสามีภรรยาเป็นปลื้มและชื่นชมในฝีมือของรชานนท์และวันรบมาก คุณแก้วถามหามัทรีเพราะไม่เห็นมาด้วยกัน วันรบว่าเธอติดธุระ แต่ยังพูดไม่ทันจบ มัทรีก็เดินเข้ามา

“ว่าที่แม่ยายผมยอมให้คุณมาทำงานกับผมได้ยังไงเนี่ย”

“มัทอ้างไปว่าติดสัญญาทำงานค่ะ ถ้าไม่มาต้องโดนปรับเงิน”

“แล้วแม่เราอยู่ไหน” รชานนท์มองหา

มัทรีชี้ไปทางหนึ่ง ทุกคนหันไปมอง เห็นติรกาใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูมัทรี โดยมีพุทรายืนกางร่มบังแดดให้ เธอเอ่ยถามเจ้านายว่าไม่ตามมัทรีไปหรือ

“ตามไปสิ...แต่ต้องรอให้ถึงเวลาก่อน” ติรกายิ้มอย่างจอมวางแผน

พวกรชานนท์จำต้องตัดใจพักเรื่องติรกาไว้ก่อน เพราะต้องพาคุณแก้วกับสามีไปดูห้องพิเศษที่วันรบเตรียมไว้สำหรับลูกแฝดในท้องของคุณแก้ว

สองสามีภรรยาเห็นบรรยากาศในห้องก็มองตาค้างยิ้มอย่างพอใจสุดๆ ก่อนรำพึงเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่น่าเชื่อที่หนุ่มๆอย่างวันรบจะถนัดเรื่องห้องเด็กทารก

“จริงๆก็ไม่ถนัดหรอกครับ...ผมไม่ได้ตกแต่ง

ห้องนี้จากความรู้...แต่ผมตกแต่งห้องนี้จากความรัก เพราะคิดว่าสักวันผมจะมีครอบครัวกับคนที่ผมรัก มีลูกสาวที่น่ารักสักคน ภาพของห้องนี้มันก็ชัดขึ้นมาในนี้” วันรบชี้ที่หัวใจพลางส่งยิ้มหวานให้มัทรี

“ถ้าเป็นละคร ฉันต้องคิดว่าไอ้รบเป็นพระเอกแน่ๆ” พชรแอบกระซิบกับรชานนท์

“ฮื้อ ถ้าเป็นละคร ผมเนี่ยพระเอก ไอ้รบน่ะพระรอง ส่วนพี่พระลอตามไก่” รชานนท์ส่งยิ้มกวนๆ

พชรทำหน้าเซ็งจะเปลี่ยนเรื่องคุย แต่จู่ๆคุณแก้วก็ร้องไห้โฮเข้ามาจับมือมัทรี

“แก้วยินดีด้วยนะคะ ยินดีด้วยจริงๆ คุณรบสัญญากับแก้วนะคะว่าจะดูแลคุณมัทเป็นอย่างดี อย่าให้แก้วผิดหวังสัญญาสิคะ”

“ครับ” วันรบตกใจ รีบรับปาก แล้วหันมาทางสามีคุณแก้ว ด้วยกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด

“คือช่วงท้อง ฮอร์โมนจะแปรปรวนนิดนึง ค่อนไปทางมากด้วยครับ” สามีคุณแก้วส่งยิ้มเจื่อนๆ

คุณแก้วดึงมือมัทรีกับวันรบมาจับกันไว้แล้วอวยพรให้ทั้งคู่มีครอบครัวที่อบอุ่น มัทรีกับวันรบได้แต่มองหน้ากันจะขำก็ไม่ได้เพราะเกรงใจ

“มีความสุขมากเหรอคะพี่รบ” สาวน้อยนางหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางเอาเรื่อง

ทุกคนมองเธออย่างอึ้งๆ เพราะไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน สาวน้อยแนะนำตัวเองว่า ชื่อแพรวเป็นแฟนของวันรบแล้วบอกเล่าข้อมูลเรื่องวันรบได้อย่างละเอียดยิบ เพราะหวังสร้างเรื่องให้มัทรีระแวงคนรัก

ติรกาที่ส่องกล้องดูอยู่เห็นว่า ได้เวลาแล้วจึงเดินลงมาช่วยแพรวเล่นงานวันรบและตอกยํ้าให้มัทรีเห็นถึงความกะล่อนของชายหนุ่ม

รชานนท์กับพชรที่ฟังอยู่ด้วยชักเอะใจ เพราะทุกอย่างดูลงตัวไปหมด จึงหาทางช่วยวันรบด้วยการขอให้แพรวรับแอดจากรชานนท์ สาวเจ้าเข้าใจว่า เขาแอบปิ๊ง จึงหยิบมือถือมากดรับ

รชานนท์ส่งยิ้มพิฆาตแล้วกดมือถือหาข้อมูลของแพรวจากเฟซบุ๊กจนพบ เขาส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับเอ่ย
“ทีนี้บอกความจริงมาว่าน้องเป็นใครมาใส่ร้ายไอ้รบทำไม ไม่งั้นพี่จะโพสต์กระดานข้อความของน้องว่าน้องกับไอ้รบเป็นกิ๊กกัน”

“อย่านะพี่” หญิงสาวร้องลั่น

“กลัวแฟนตัวจริงเห็นใช่ไหม ว่าไงจะพูดความจริงได้หรือยัง”

แพรวอํ้าๆอึ้งๆเหลือบไปมองติรกา มัทรีพอเข้าใจ เอาเงินเข้าล่อ

“ถ้าเธอพูดความจริง ฉันจ่ายให้อีกเท่านึงที่แม่ฉันจ่าย”

แพรวตาโตเห็นแก่เงิน วันรบกับรชานนท์เห็นว่าวิธีนี้ได้ผลก็เสนอว่า จะจ่ายให้สามเท่าถ้าแพรวยอมบอกความจริง

“ฉันโดนจ้างมาสามพันบาท สามเท่าก็เก้าพัน ถ้ารวมค่ารถกับค่าเสียเวลา ฉันขอเป็นหมื่นหนึ่ง”

“ตกลง” มัทรี วันรบ รชานนท์ และพชรพยักหน้าพร้อมกัน

“แม่คุณจ้างฉันมา บอกให้ฉันทำให้คุณเลิกกับแฟนให้ได้” สิ้นคำสารภาพ มัทรีหันมามองติรกาอย่างผิดหวัง

ติรการู้ว่าพลาด รีบหนีไปขึ้นรถ และแอบกำชับพุทราว่า คราวหน้าอย่าให้พลาดอีก เพราะต้องกำจัดวันรบออกไปจากชีวิตลูกสาวให้ได้

ooooooo

วันรบเห็นมัทรีเครียดเรื่องแม่ ก็ชวนไปทานก๋วยเตี๋ยวแก้เครียด หญิงสาวหันมาถามคนรักว่า ถ้าแม่ยังโหดแบบนี้ เขาจะเบื่อและทิ้งเธอไปไหม

“ต่อให้ผมจะโดนเกลียดมากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า ผมก็จะไม่ไปไหน...ผมจะทำทุกอย่างให้แม่คุณยอมให้ผมเป็นผู้ชายที่อยู่เคียงข้างมัทไปตลอดชีวิต” วันรบกุมมือมัทรี พลางส่งสายตาหวานซึ้ง

พชรกับรชานนท์ตามมาเห็นก็ทำท่าจะอ้วก เพราะเลี่ยนในความหวานของทั้งคู่

“มัทขอโทษนะคะที่ทำให้พวกพี่พลอยยุ่งไปด้วย” มัทรีส่งยิ้มใสซื่อ ชวนสองหนุ่มนั่งทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน

ก๋วยเตี๋ยวถูกวางลงตรงหน้า วันรบกับพชรตักเครื่องปรุงมาเติมตามสไตล์ของตัวเอง แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นมัทรีกับรชานนท์จัดลำดับการปรุงเครื่องปรุงเหมือนกันเป๊ะ ทำให้เอื้อมมือไปชนกันอยู่หลายรอบ และต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่อเห็นลีลาการกินก๋วยเตี๋ยวของทั้งคู่

“สองคนนี้ กินเหมือนกันเลย ลูกชิ้นก่อน เส้นทีหลัง” พชรเปิดเครื่อง

“จริงด้วย...ผมว่าจะบอกมัทหลายทีแล้วว่าชอบกินเหมือนป๋า” วันรบมองคนรัก

พชรล้อว่า กลัวคนแย่งลูกชิ้นหรือไง รชานนท์กับมัทรีส่ายหน้าแล้วพูดพร้อมกัน

“เปล่า แค่ไม่ชอบกินน้ำซุป แต่ก็ไม่ชอบกินแห้ง”

“ขนาดเหตุผลยังเหมือนกันเลย” พชรตาโต

วันรบนึกได้เสริมว่า ไม่ใช่แค่ก๋วยเตี๋ยว แต่มัทรี แพ้นมวัวเหมือนรชานนท์ด้วย มัทรียิ้มรับพลางอธิบาย

“แม่บอกว่ามัทแพ้นมวัวเหมือนพ่อค่ะ”

“ไอ้นี่ก็แพ้เหมือนพ่อเหมือนกัน...” พชรชี้ไปที่รชานนท์

รชานนท์กับมัทรีมองหน้ากัน ด้วยความประหลาดใจ

“ยังมีอีกครับ เวลาเครียด ยังใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วเหมือนกันอีก”

“แบบนี้เหรอ” รชานนท์กับมัทรีก็เผลอยกนิ้วโป้งขึ้นมาคลึงที่หว่างคิ้วตัวเอง

“เฮ้ย เหมือนกันไปป่ะ ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนคงนึกว่าเป็นพ่อลูกกันนะเนี่ย”

“พูดบ้าๆ น่ะพี่ระ” รชานนท์ส่ายหน้าขำๆ เพราะคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้

มัทรีนึกขึ้นได้รีบล้วงกระเป๋าหยิบสำเนาบัตรในกระเป๋ามาส่งให้พชรไปทำสัญญาจ้างงาน เพราะกลัวติรกาจะขอดู

พชรรับสำเนาบัตรมาอ่านแล้วหันมาถามรชานนท์ “วันเกิดน้องมัทคล้ายๆวันเกิดแกเลยวะไอ้นนท์ น้องมัทวันที่หกเดือนสาม ส่วนของแกวันที่สามเดือนหกใช่ไหม”

รชานนท์เอาสำเนาบัตรของมัทรีมาดู เห็นว่าเธอเกิดปี 2532 ก็อึ้ง เขาคิดทบทวนอะไรบางอย่าง แล้วลุกขึ้นบอกว่า จะไปหากระแต จากนั้นก็เดินพรวดพราดออกไป ทิ้งให้วันรบ มัทรี และพชรมองตามด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความงุนงง

ooooooo

ตอนที่ 3

ขณะที่เตือนใจทะเลาะอยู่กับพุทราและแจ่มเรื่องจะขับเจ้าสกายแล็บรถคันเก่าไปจ่ายตลาด มัทรีโทร.มาบอกเตือนใจว่ารชานนท์กำลังไปหาติรกา เตือนใจร้องลั่น เพราะติรกากำลังอารมณ์บูด

พุทราได้ยินก็หน้าเสีย บ่นกับแจ่มว่า งานนี้ต้องมีตายกันไปข้างหนึ่งแน่ๆ แจ่มพยักหน้าเห็นด้วย เตือนใจอาศัยจังหวะที่ทั้งสองเผลอจะกระโดดขึ้นสกายแล็บ แต่พุทราคว้าตัวไว้ได้ทัน พลางขอร้องให้คุณยายอยู่ช่วยกันก่อน เตือนใจโวยวาย ไม่อยากโดนลูกหลง แต่สุดท้ายก็ถูกพุทรากับแจ่มลากไปที่โรงงานจนได้

ด้านมัทรี เธอขี่อีแต๋นที่ขอยืมมาจากชาวบ้านพาวันรบตะลุยท้องนา เพื่อจะไปช่วยรชานนท์ เธอข้ามทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วไปติดแหง็กอยู่บนคันนา จึงต้องเปลี่ยนพาหนะใหม่เป็นเจ้าควายที่ไถนาอยู่กลางทุ่ง

วันรบทำหน้าสยอง แต่ก็ยอมขึ้นหลังควายไปด้วย

ครู่ต่อมา รชานนท์เดินดุ่มๆมาที่หน้าโรงงาน พุทรา เตือนใจ และแจ่มกรูเข้ามาห้าม ชายหนุ่มยืนกรานจะพบติรกาให้ได้ เพราะมีเรื่องต้องคุยกัน แจ่มหยิบนกหวีดมาเป่าห้าม แต่ดันหันไปเข้าหูพุทราที่ยืนอยู่ในวิถีพอดี พุทราไม่ยอมแพ้ เป่านกหวีดใส่แจ่มบ้าง กลายเป็นศึกนกหวีด

เตือนใจมองทั้งคู่อย่างงงๆ รชานนท์ฉวยโอกาสย่องเข้าไปในโรงงาน เตือนใจหันมาเห็นเข้า จึงเรียกพุทราให้ตามไป แล้วสั่งให้แจ่มเฝ้าหน้าประตูไว้ พร้อมกำชับว่า ถ้าได้ยินเสียงปืนก็โทร.เรียกรถพยาบาลได้เลย

แจ่มรับคำด้วยท่าทางหนักใจ เขามองซ้ายขวาหาตัวช่วย ก็พบมัทรีกำลังควบควายเข้ามา โดยมีวันรบซ้อนหลัง หัวหน้า รปภ.ร้องลั่นไม่อยากเชื่อสายตา มัทรีรีบลงจากควายวิ่งหายเข้าไปในโรงงาน วันรบจะตาม แต่นึกได้หันมาสั่งแจ่มให้เอาควายไปคืนเจ้าของด้วย แล้ววิ่งตามคนรักเข้าไป

“อย่าบอกนะ ฉันต้องขี่แกกลับไปคืนน่ะ” แจ่มมองควายที่ทำหน้ามึนใส่

พุทรากับเตือนใจตามมากางแขนกั้นไม่ให้รชานนท์เข้าไปพบติรกา จึงถูกชายหนุ่มส่งยิ้มพิฆาตใส่ สองสาวต่างวัยยืนอ่อนระทวยกอดกันกลม ยอมให้รชานนท์เดินผ่านไปหน้าตาเฉย

วันรบกับมัทรีวิ่งตามมาแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นเตือนใจกับพุทราในสภาพเหม่อๆ มัทรีเข้าไปเขย่าตัวเรียกถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“จำได้ว่า พี่กับคุณเตือนมาห้ามคุณนนท์ แล้วคุณนนท์ก็ยิ้ม” พุทราเคลิ้ม นึกถึงรอยยิ้มของชายหนุ่ม

“อาการแบบนี้เจอรอยยิ้มพิฆาตของป๋านนท์ชัวร์” วันรบมั่นใจ รีบดึงมัทรีเข้าไปตามรชานนท์ออกมา ก่อนที่จะสายเกินไป

แต่รชานนท์ได้พบกับติรกาแล้ว และกำลังต่อว่าเธอเพราะเข้าใจผิด วันรบ มัทรี เตือนใจ และพุทราตามเข้ามาแอบฟังเพราะสงครามเกิดแล้ว

“คุณด่าผมว่าเลว ชั่ว โกหก ผมไม่ว่า แต่คุณหลอกผม ผมรับไม่ได้ ผมผิดหวังจริงๆ ที่เคยรักผู้หญิงหลายใจอย่างคุณ”

“ว่าฉันว่าอะไรนะ” ติรกายืนตะลึง

“ผู้หญิงหลายใจ”

“ไอ้คนเลว” ติรกากรี๊ดลั่น คว้าดินปั้นโอ่งใกล้มือขว้างใส่รชานนท์ “แกโกหกฉัน ทิ้งฉัน ยังมีหน้ามาใส่ร้ายฉันอีก เลวๆ”

รชานนท์จะโต้ตอบ แต่ไม่มีโอกาส เพราะติรกาปาดินมาไม่หยุด เขาหันไปหยิบแผ่นไม้ขึ้นมาเป็นโล่ป้องกันตัว แล้วตะโกนตอบโต้

“คุณต่างหากที่โกหก คุณสวมเขาให้ผม”

ติรกาชะงัก หันมามองพวกเตือนใจที่ยืนตะลึง มัทรียิงคำถามกับแม่

“สวมเขา เขาใช้กับคนที่เป็นสามีภรรยากันไม่ใช่เหรอคะ แม่...นี่แม่กับป๋านนท์”

ติรกาไม่ตอบ เธอกรี๊ดลั่นแล้วหยิบก้อนดินขึ้นมาขว้างใส่รชานนท์ด้วยท่าทางของนักเบสบอลมืออาชีพ รชานนท์มองไปรอบๆแล้วหยิบท่อนไม้ขึ้นมาตีตอบโต้อย่างมืออาชีพเช่นกัน

พุทราเข้ามาพากย์ราวกับได้ดูการแข่งขันเบสบอลคู่ประวัติศาสตร์ แต่เอนเอียงไปทางรชานนท์จนติรกาทนไม่ไหว หันมาขู่ว่าจะตัดเงินเดือนสองพันและเดือนนี้จะไม่จ่ายเบี้ยเลี้ยง

พุทราหน้าเสียหุบปากทันที รชานนท์เข้าประเด็น รีบถามติรกา

“กระแต...คุณท้องกับพี่หมอทั้งที่เรายังไม่เลิกกันใช่ไหม”

ติรกาหันมองรชานนท์น้ำตาคลอ ตัดสินใจเดินหนี เพราะกลัวเขาจะเห็นน้ำตา

“เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องนะกระแต  กระแต”  รชานนท์เดินตามติรกาไป

มัทรีข้องใจ หันมาขอคำอธิบายจากเตือนใจ  เตือนใจว่า จะเล่าให้ฟังทีหลัง แล้วชวนทุกคนตามไปดูติรกากับรชานนท์

ooooooo

“20 ปีที่ผ่านมา ผมถามตัวเองมาตลอดว่า ทำอะไรไม่ดี ทำไมคุณถึงทิ้งผมไปแต่งงานกับพี่หมอ” รชานนท์เดินมาดักหน้าติรกา แต่เธอไม่ทันได้ตอบ

วันรบที่ตามมาก็หันมาถามเตือนใจว่า พี่หมอคือใคร พุทราตอบแทนว่า เขาคือพ่อของมัทรี แล้วเสียงรชานนท์ก็ดังขึ้นอีก

“คุณนอกใจผม คุณท้องมัทรีตั้งแต่ผมยังไม่ได้ไปเรียนต่อเมืองนอก มัทรีนี่ไงที่เป็นลูกของคุณกับพี่หมอ เป็นหลักฐานที่ฟ้องความจริง”

“ยายมัทน่ะเป็น...”

“ยายติ” เตือนใจเรียกลูกสาวพลางส่งสายตาเตือนให้รู้สึกตัวว่ามัทรีอยู่ที่นี่ด้วย

“เราจบกันไปแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก” ติรกาจะเดินหนีอีก

“ผู้หญิงขี้ขลาด ดีแต่หนีความจริง ไม่กล้ายอมรับความผิดที่ตัวเองทำไว้...ไม่คิดเลยว่า คุณจะเป็นคนแบบนี้ ไม่คิดจริงๆว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา ผมมองคุณผิดมาตลอด...” รชานนท์เดินเข้ามา

ติรกาสุดทน ตบเข้าที่หน้าชายหนุ่ม “ฉันผิดเอง... ผิดที่ไม่เลือกพี่หมอตั้งแต่แรก ผิดที่เลือกคบคนอย่างคุณ พุทราพาผู้ชายคนนี้ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”

“ไม่ต้อง” รชานนท์ตวาด แล้วหันมาบอกวันรบ “แกอยากพิสูจน์ตัวกับคนบ้านนี้ก็ตามใจ แต่ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่ และฉันจะไม่ทนเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกเด็ดขาด” รชานนท์หันกลับมามองติรกาอย่างดูถูก โกรธแค้นแล้วเดินจากไป

ติรกามองตามรชานนท์ทั้งโกรธทั้งเกลียดทั้งเสียใจในสิ่งที่เขาพูด เธอเดินหนีไปร้องไห้ในสวน

“ยายติ...” เตือนใจตามมาปลอบใจ ติรกาน้ำตานองเอ่ยถามแม่

“ทำไมมันเป็นแบบนี้คะแม่ ต้องเป็นหนูไม่ใช่เหรอที่เป็นฝ่ายด่าเขาให้สะใจ แล้วทำไมหนูกลายเป็นคนผิด เป็นผู้หญิงหลายใจ ทั้งที่หนู...หนู”

“แม่เข้าใจ” เตือนใจดึงลูกมากอดพลางครวญเพลงปลอบใจ โดยไม่รู้เลยว่า มัทรีแอบยืนมองอยู่อย่างไม่เข้าใจว่า มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างติรกากับรชานนท์

ด้านวันรบ เขาขอข้อมูลเรื่องรชานนท์กับติรกา พชร และนลินี

“ฉันรู้แค่ว่าเมื่อยี่สิบปีก่อน ไอ้นนท์มันโดนผู้หญิงที่ชื่อกระแตทิ้ง มันอกหักอาการหนักเลย อยู่เมืองไทยไม่ไหวต้องหนีไปเรียนต่อเมืองนอก” พชรบอกข้อมูลคร่าวๆ แล้วหันไปมองนลินีที่เดินเข้ามาพร้อมจานผลไม้วางดังตึงอย่างอารมณ์ขึ้น

“จริงๆ ไม่รู้ว่าแม่ไหน้ำปลาปีศาจนั่นตาถั่วหรือไง ไปเลือกแต่งงานกับไอ้แว่นหน้าจืดที่เป็นรุ่นพี่ เจ้านนท์ น่ะไปอยู่ที่โน่นก็ไม่เป็นอันเรียน ตรอมใจอยู่เป็นปี พี่บินไปเยี่ยมเห็นสภาพแล้วแค้นมาก ที่เจ้านนท์โดนผู้หญิงเลวๆแบบนั้นหลอก”

“เมียจ๋า ฟังจากที่ไอ้รบเล่า ผมว่าไอ้นนท์ก็ยังอาลัยอาวรณ์คนรักเก่าอยู่นา อย่าไปพูดให้มันสะเทือนใจล่ะ”

“แล้วป๋าไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอครับว่า สาเหตุที่เลิกกันเพราะอะไรน่ะครับ”

“จะมีอะไร ก็ทางโน้นหน้าที่การงานดีกว่า รวยกว่าน่ะสิ ไม่งั้นจะทิ้งผู้ชายหล่อลากเลือดอย่างน้องชายพี่ได้ยังไง”

“ณ จุดนี้ขอให้เมียจ๋าใช้คำว่า หล่อลากเลือดชมเจ้านนท์คนเดียวนะ ไม่ต้องชมผมแบบนั้น ฟังแล้วสยอง”

“คุณน่ะหล่อลากดิน แต่ถ้าหักหลังฉันแบบแฟนเก่าเจ้านนท์ คุณได้หล่อลากไส้แน่” นลินีข่มขู่จริงจัง แล้วหันมาเตือนวันรบว่า อย่าคิดนอกใจแฟน เพราะการโดนทรยศไม่ใช่เรื่องสนุก

“ทรยศ...ใช่ เรื่องนี้ด้วยครับที่ผมรู้สึกเหมือนว่าทั้งป๋านนท์กับว่าที่แม่ยายผมพูดเหมือนต่างคนต่างโดนโกหก ทรยศ หักหลัง”

“แม่นั่นคงหาเรื่องกลบเกลื่อนน่ะสิ น้องชายพี่น่ะรักใครรักจริง”

“แล้วก็คงจะรักนานด้วย...” พชรมองไปทางห้องรชานนท์อย่างเป็นห่วง

ส่วนรชานนท์ เขานั่งน้ำตาซึมดูรูปเก่าๆของตัวเองกับติรกาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ในห้อง และบังเอิญมีรูปของหมอนพติดมาด้วย ทำให้ยิ่งแค้น

“ไอ้หมอไม่มีจรรยาบรรณ ทำแฟนคนอื่นท้อง” รชานนท์โยนรูปลงถังขยะแล้วเตะซ้ำ แต่รูปหมอนพกระเด็นออกมาอีก และเป็นภาพตอนที่หมอช่วยทายาแก้คันให้รชานนท์ที่เผลอดื่มนมวัวเข้าไป

“มาทำดีทายาให้เรา ที่แท้ก็หวังทำคะแนนกับกระแต” รชานนท์ขยำรูปทิ้งไป แล้วหยิบรูปอีกใบขึ้นมาดูเป็นรูปถ่ายติรกาดื่มกาแฟกระป๋อง ส่วนหมอนพดื่มนมกล่อง

“สร้างภาพว่ากินแต่นมเลยสุขภาพดี...ถ้าดีจริงแล้วทำไมตายเร็ววะ” รชานนท์พูดจบก็ขยำรูปทิ้ง พลันเสียงมัทรีที่บอกว่า เธอแพ้นมวัวเหมือนพ่อดังเข้ามาในความคิด

“พี่หมอไม่ได้แพ้นมวัวนี่หว่า” รชานนท์นิ่งไปนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน แล้วเริ่มทบทวนก่อนตัดสินใจกลับราชบุรีอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ความจริง และแน่นอนว่าต้องมีวันรบติดตามไปด้วย

ooooooo

เช้าวันใหม่ วันรบนัดแนะให้มัทรีพาเตือนใจออกมาพบกับรชานนท์ เพื่อสอบถามเรื่องพ่อของมัทรี เตือนใจพึมพำกับตัวเองเบาๆว่า คงถึงเวลาแล้ว นางจึงเอ่ยปากกับรชานนท์ว่า นอกจากพ่อของมัทรีจะแพ้นมวัวแล้ว ยังชอบดื่มน้ำส้มคั้นอีกด้วย

“ใช่ค่ะ แม่เคยเล่าว่า พ่อชอบให้แม่คั้นน้ำส้มใส่ถุงไปให้ดื่มที่มหาวิทยาลัยทุกเช้า เพราะพ่อชอบน้ำส้มคั้นสดๆ มากกว่าน้ำส้มแบบกล่อง”

รชานนท์อึ้ง พูดไม่ออก เตือนใจแอบสังเกตอาการลูกเขยแต่ไม่พูดอะไร

“เป็นอะไรไปล่ะป๋า...นิ่งเงียบขนาดนี้ เข้าใจว่าที่แม่ยายผมผิดล่ะสิ” ขาดคำ รชานนท์ก็วิ่งเข้าไปหาติรกาในบ้าน

“ถึงเวลาจริงๆด้วย รีบตามเร็ว” เตือนใจวิ่งนำมัทรีกับวันรบตามรชานนท์ไป

รชานนท์จะวิ่งขึ้นไปหาติรกาบนห้อง แต่พุทราเข้ามาดึงไว้ เขาจึงตะโกนเรียกให้ติรกาลงมาคุยกันให้รู้เรื่อง

ติรกาเปิดประตูออกมาหน้าเหี้ยม ขู่ว่าเธอโทร.ไปแจ้งตำรวจแล้ว แต่รชานนท์ไม่สน ขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว

“ฉันไม่คุย อยากตะโกนโหวกเหวกให้คอพังก็เชิญ” ติรกาสะบัดหน้าเชิดเดินหนี

รชานนท์ตัดสินใจกวนโมโหติรกาเพื่อให้เธอหันกลับมา “ถ้าไม่คุย ผมจะบอกเรื่องของเราให้ทุกคนรู้ ผมจะเล่าทุกอย่าง...ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน เล่าในทุกๆเรื่อง”

ติรกาทนไม่ไหว หันกลับมาชี้หน้ารชานนท์ “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่เคยมีอดีตอะไรร่วมกับคุณ”

“ยิ่งคุณลืมอดีตของเราแบบนี้ ผมยิ่งต้องทบทวน...เริ่มจากไหนดี เริ่มจากคืนนั้นที่คุณใส่ชุดเดรสสีชมพูลายจุดดีไหม หรือว่าที่มาของชื่อกระแตที่ผมตั้งให้คุณดีล่ะ”

ติรกาหน้าเสีย กลัวรชานนท์จะพูดมากกว่านี้ เธอลากชายหนุ่มไปคุยกันในห้องทำงาน ทิ้งให้เตือนใจ วันรบ มัทรี และพุทรามองตามด้วยสายตางงงัน

ครั้นอยู่กันตามลำพัง รชานนท์ก็เอ่ยถามติรกาว่า มัทรีเป็นลูกของเขาใช่ไหม แต่ติรกาปฏิเสธ รชานนท์อ้างเรื่องมัทรีแพ้นมวัว

“ใครๆก็แพ้ได้ ไม่ต้องเป็นกรรมพันธุ์ก็ได้”

“แต่คุณบอกมัทรีว่า เธอแพ้นมวัวเหมือนพ่อ ไหนจะเรื่องน้ำส้มคั้นอีกล่ะ คุณไม่เคยคั้นน้ำส้มให้พี่หมอ คุณคั้นให้ผม ตอบผมมาสิ มัทรีเป็นลูกผมใช่ไหม เขาเป็นลูกของเราใช่ไหม”

ติรกายืนเครียดไม่ตอบอะไร เพราะกลัวความลับทั้งหมดจะเปิดเผย เธอยังไม่สามารถให้อภัยและยอมรับรชานนท์ได้

“ถ้าคุณไม่พูด ผมจะตามแม่คุณกับยายมัทมาคุยให้รู้เรื่อง” รชานนท์เดินไปเปิดประตูห้อง

“คุณไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ยายมัท” ติรการีบตามไปปิดประตูห้อง ไม่ให้รชานนท์ออกไป

“ถ้ามัทไม่ใช่ลูกผม ทำไมคุณต้องห้ามด้วย ผมนับย้อนจากวันเกิดของมัทรีแล้ว ตอนที่คุณเริ่มท้อง มันใกล้ๆกับวันที่เรา...เอ้อ เราเมา จากงานเลี้ยงของชมรมทั้งคู่ แล้วคืนนั้นเราก็...”

“คืนนั้น...มันเป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉัน” ติรกาน้ำตาร่วง

“แสดงว่าคืนนั้น คุณท้องกับผมจริงๆ”

“ไม่ใช่ ยายมัทไม่ใช่ลูกของคุณ จะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่จากนี้ไป...ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้คุณเข้าใกล้มัทรีเด็ดขาด”

“ยังไงมัทรีก็ต้องทำงานกับผม”

“ฉันจะฉีกสัญญา ต้องขึ้นศาลเสียเงินเท่าไหร่ฉันก็ยอม แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณเข้าใกล้ลูกสาวของฉันอีกเป็นอันขาด”

“เอาเลย ฟ้องเลย ผมจะได้ขอหมายศาลตรวจดีเอ็นเอ เพราะถ้ามัทรีเป็นลูกของผมจริงๆ ผมจะได้ประกาศให้ทุกคนรู้พร้อมกัน” รชานนท์เปิดประตูห้องเดินออกไปอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า

ติรกาได้แต่นิ่ง ทำอะไรไม่ถูก

รชานนท์เดินออกมาถึงสวนสวยบริเวณบ้านเตือนใจด้วยความสับสน เพราะทำตัวไม่ถูกที่มัทรีกลายมาเป็นลูกสาว แต่สัญชาตญาณความเป็นพ่อที่มีอยู่เต็มร้อย ทำให้เขาโดดเข้าไปถีบวันรบ เพราะเข้าใจผิดคิดว่ารุ่นน้องลวนลามมัทรี

วันรบแปลกใจกับท่าที่เปลี่ยนไปของรชานนท์ จึงเข้าไปฟ้องเตือนใจ คุณยายหัวเราะขำ พลางลอบมองรชานนท์อย่างรู้ทัน ส่วนรชานนท์ก็พอเดาออกว่า คุณแม่

ยายคงไม่ปริปากบอกเรื่องพ่อของมัทรีแน่ จึงชวนวันรบกลับเพราะไม่อยากให้อยู่ใกล้ชิดลูกสาวมากเกินไป

ครั้นอยู่กันตามลำพังในรถ รชานนท์ก็เปิดฉากซักฟอกว่าที่ลูกเขยว่า ตอนนี้วันรบอยู่ในฐานะแฟนหรือสามีของมัทรีกันแน่ วันรบยืนยันว่า เขาไม่เคยล่วงเกินมัทรีเลย เพราะให้เกียรติเธอ และจะรอจนถึงวันแต่งงาน รชานนท์พอใจ และซักต่อว่า เลิกกับเด็กเก่าๆหมดแล้วแน่หรือ

“แน่สิป๋า...ผมน่ะรักเดียวใจเดียว...เฮ้ย ป๋าอยู่ๆมาสอบสวนเรื่องผมกับมัททำไมเนี่ย นี่ถ้าไม่รู้จักกันผมต้องคิดว่าป๋าเป็นพ่อมัทแน่ๆ ซักผมซะสะอาดเชียว”

“ก็ฝึกไว้น่ะ” รชานนท์รำพึง แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยเอาดื้อๆ

“วัยทองเปล่าวะเนี่ย” วันรบเป็นงงกับอาการของรุ่นพี่

ติรกามองตามรถของวันรบที่แล่นออกไป แล้วเอ่ยถามตัวเองว่า จะทำอย่างไรให้วันรบกับรชานนท์ไปจากครอบครัวเธอเสียที แล้วพุทราก็วิ่งหน้าเริ่ดเข้ารายงานว่า หาตัวจริงที่จะทำให้ วันรบกับมัทรีเลิกกันได้แล้ว

“จริงเหรอ รีบพาตัวคนๆนั้นมาพบฉันให้เร็วที่สุด” ติรกายิ้มอย่างมีหวัง

พุทราเชิดหน้าอย่างมั่นใจ พาติรกาเข้าไปดูสไลด์และรับฟังข้อมูลที่เตรียมไว้ในห้องทำงาน

ภาพของวันรบและครอบครัวถูกฉายขึ้นหน้าจอพร้อมคำอธิบาย “คุณวันรบเป็นลูกชายคนเดียวของกำนันเรืองและคุณนายวันทนีย์ ผู้มีชื่อเสียงของจังหวัดสุพรรณบุรี”

ooooooo

เสียงเพลงอะเมซซิ่งสุพรรณของเสรี รุ่งสว่าง ดังเจื้อยแจ้วมาจากวิทยุ มีกำนันเรืองนอนร้องเพลงตาม พลางเคาะนิ้วให้จังหวะอย่างอารมณ์ดี อยู่ตรงระเบียงบ้าน

แล้วจู่ๆวิทยุก็เปลี่ยนจากเพลงเป็นเสียงโฆษกถ่ายทอดสดการประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะวันทนีย์เข้ามายึดวิทยุเปลี่ยนคลื่นเพื่อรอลุ้นหวย

“เพิ่งไปรับน้ำมนต์มงคลชีวิตมา ถูกหวย...ถูกหวย...วันนี้รวย เพี้ยง” วันทนีย์ยกมือท่วมหัว

กำนันเรืองหมั่นไส้ร้องเพลงฉ่อยประชดเมียเรื่องคนบ้าหวย วันทนีย์คันปากอดไม่ได้ต้องร้องตอบ แต่พอรู้ว่าถูกแดกดันก็ตวาดให้กำนันไปดูกฎของบ้านที่ติดอยู่ตรงข้างฝาอย่างชัดเจน

“กฎข้อหนึ่ง...เมียต้องถูกเสมอ ข้อสอง...เมื่อไหร่ที่คิดว่าเมียผิด ให้ย้อนกลับไปดูข้อหนึ่ง” กำนันเรืองอ่านดังๆแล้วเข้ามาบีบนวดเอาใจภรรยา “แหะๆ พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร...ถ้ามันเป็นความสุขของแม่ก็เล่นไปเถอะจ้ะ”

วันทนีย์ยิ้มพอใจ มองกำนันเหมือนจะบอกว่าเข้าใจถูกต้องแล้ว

ด้านติรกา เมื่อฟังข้อมูลเรื่องพ่อกับแม่ของวันรบจากพุทราแล้วก็ยังไม่เข้าใจว่า ทั้งสองจะมาช่วยแยกวัน–รบออกจากมัทรีได้อย่างไร

“อันนี้แค่น้ำจิ้มค่ะ ของเด็ดมันอยู่ต่อจากนี้ค่า”

พุทรากดที่เครื่อง ภาพสไลด์เปลี่ยนเป็นหน้ากระถิน สาววัยรุ่นสุดเซ็กซี่ที่พ่อแม่ส่งมาขัดดอกกับวันทนีย์ตั้งแต่เด็ก และวันทนีย์ก็หมายมั่นจะให้มาเป็นสะใภ้ เพราะเธอช่างเอาอกเอาใจเก่ง

ooooooo

“กระถิน...เอาน้ำให้แม่สักแก้วสิลูก” วันทนีย์เรียกหา

“ค่า...” กระถินเดินเข้ามาในสภาพผ้าแถบนุ่งโจงกระเบน ถือแก้วน้ำคลานเข่าเข้ามาหาวันทนีย์ แต่ไม่ค่อยถนัดจึงสะดุดจะล้มลงตรงหน้ากำนันเรือง

กำนันเรืองตกใจยกมือรับตัวกระถินไว้ แล้วแอบชำเลืองความขาวของเนินเนื้อหน้าอกแบบเนียนๆ

“พี่กำนัน เป็นอะไร” วันทนีย์ตวาดนึกระแวงสายตาสามี

กำนันเรืองรีบทำเข้ม หันมาดุกระถินกลบเกลื่อน “นังกระถิน เดินยังไงของเอ็งเนี่ย แล้วเอ็งเพี้ยนหรือเปล่าแต่งตัวอย่างกับนางทาส”

“ก็คุณป้าสอนให้กระถินรักความเป็นไทย ถึงมันจะเดินเหินยากเย็น แต่เพื่อให้คุณป้าชื่นใจ กระถินยอม...” กระถินบีบน้ำตาบอกคำขวัญประจำตัว

“ก็ใช่...แต่ขนาดนี้มันก็เกินไป แค่กระถินงามมารยาทอย่างไทย เป็นกุลสตรีไทยก็พอ ไปเปลี่ยนไป” วันทนีย์โบกมือไล่

“ค่ะคุณป้า” กระถินจะคลานเข่าออกไป แต่วันทนีย์เรียกไว้ สั่งให้เรียกนางว่าแม่

“งั้นกระถินก็ยอมค่ะคุณแม่...” เอ่ยพลางคลานเข่าออกไป

กำนันเรืองมองตามบั้นท้ายอย่างกรุ้มกริ่ม แล้วหันมาบอกกับภรรยาที่เคารพ “แม่จ๋า เจ้ารบมันไม่ได้ชอบพอกับเด็กกระถินนี่ ลูกเราก็มีแฟนแล้ว แม่เล่นมัดมือชกขนาดนี้ ถ้าเจ้ารบมันไม่ยอม...”

“ต้องยอม...สมัยนี้จะหาผู้หญิงหัวอ่อนว่านอน สอนง่ายอย่างแม่กระถินนี่มีที่ไหน ฉันอบรมมาแต่อ้อนแต่ออก ถ้าตารบคิดจะหาลูกสะใภ้ให้ฉัน ก็ต้องเป็นกระถินคนเดียว”

เวลาเดียวกันนั้น พุทราร่ายประวัติของกระถินให้ติรกาฟังอย่างละเอียดยิบ

“เด็กกระถิน ถูกส่งมาขัดดอกที่บ้านคุณวันทนีย์ตั้งแต่สิบขวบ คุณวันทนีย์อบรมสั่งสอนเรื่องงานบ้านงานเรือนชนิดไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้าน เย็บปักถักร้อย”

“นี่มันตรงข้ามกับยายมัททุกอย่างเลยนี่” ติรกาทึ่ง

“ถูกต้องค่ะ คุณมัททำกับข้าวสุนัขเบือนหน้า เรื่องทำความสะอาดบ้านไม่เคยมีในหัว เย็บปักถักร้อยเรียกว่าเอาเข็มทิ่มผ้าแบบส่งๆ สรุปคือไม่มีความเป็นกุลสตรีสักนิด”

“ห้าร้อย ฐานหลอกด่าลูกฉัน”

“เฮ้ย พุทราแค่เปรียบเทียบให้ฟังนะคะ ว่าอย่างคุณมัทไม่เข้าข่ายเป็นสะใภ้แม่คุณรบเลย”

ติรกาสีหน้าเจ้าเล่ห์ ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที รีบเอ่ยกับเลขา “งั้นเธอก็รู้ใช่ไหมว่า ฉันคิดอะไรอยู่ คราวนี้ล่ะเจ้ารบ เสร็จแน่ ฮ่าๆ” ติรกาหัวเราะแบบนางมาร

พุทราพึมพำกับตัวเองว่า ไปซะแล้ว เจ้านายเรา

ooooooo

ติรกาวางแผนให้พุทราโทร.ไปหลอกวันทนีย์ว่า วันรบได้รับรางวัลจากรายการไทยเที่ยวไทยไปราชบุรี แต่ขอสละสิทธิ์ให้แม่ไปแทน และทางรายการก็อนุญาต ให้มีผู้ติดตามได้หนึ่งคน แต่ต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น

วันทนีย์ชวนกระถินไปเที่ยวด้วยกัน และไม่คิดสงสัยอะไรเลย เพราะแจ่มที่ปลอมตัวเป็นคนขับรถมารับถึงสุพรรณฯ แล้วช่วยโฆษณาชวนเชื่อ “พิเศษสุด ถ้ารีบตัดสินใจตอนนี้ คุณจะได้รับเลขเด็ดสำนักอาจารย์ดัง ฟันแม่นเป๊ะจากอยุธยา และตำรากลยุทธ์ขูดเลข ฟรีทันที”

“ได้เลขเด็ดอาจารย์ดังด้วยเหรอ” วันทนีย์ตาลุก

“ถ้าคุณไม่ตัดสินใจภายในสิบวินาที เราจะตัดสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ สิบ...เก้า...แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง...”

“ว้าย...เดี๋ยวก่อน ตกลงค่ะ ฉันจะไปรับรางวัล เลขเด็ดอาจารย์ดัง เลขเด็ด...เลขเด็ด” วันทนีย์ท่องเหมือนสะกดจิตตัวเอง แล้วเร่งให้กระถินไปเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทาง

กำนันเรืองนึกสงสัยพยายามจะค้านเมีย แต่วันทนีย์กับกระถินหิ้วกระเป๋ากระโดดขึ้นรถออกไปแล้ว กำนันถอนใจ กดโทรศัพท์หาลูกชาย

ส่วนลูกชายตัวดี เขาได้รับเชิญจากติรกาให้ไปพบที่รีสอร์ตของสมภพ โดยอ้างว่า มีเรื่องมัทรีจะคุยด้วย

“กระแตนัดเจอทำไม แล้วทำไมต้องนัดที่รีสอร์ตของนายสมภพด้วย” รชานนท์เกิดคำถาม

“นัดแถวนั้นก็ดีนะครับป๋า ใกล้ไซต์งานที่เราต้องไปคุมงานพอดี ผมอยากให้พี่ระกับพี่นีช่วยไปเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายผมด้วยนะครับ” วันรบหันมาหาพชรกับนลินี

แต่ทั้งสองไม่ทันได้รับปาก รชานนท์ก็แทรกขึ้น “ต้องไปกันหมดนี่แหละ ถ้าวันรบกับมัทรีจะแต่งงานกันผมต้องมีส่วนตัดสินใจในเรื่องนี้”

“พ่อก็ไม่ใช่ ไปเกี่ยวอะไรกับเขา”

“ยังไงผมกับพี่ระก็ต้องไปตรวจงานที่ราชบุรีทุกวัน เราน่าจะพักอยู่ที่บ้านพักในไซต์งานซะเลย จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางไปกลับ ว่าแต่ เขานัดเจอแกเมื่อไหร่” รชานนท์เบี่ยงเบนประเด็น

บ่ายวันเดียวกันนั้น ติรกานำชุดเสื้อแขนกุดกระโปรงสั้นมาให้มัทรีใส่เพื่อจะออกไปรีสอร์ตของสมภพด้วยกัน เตือนใจแปลกใจร้องถามว่า ทำไมต้องให้มัทรีแต่งตัวแบบนี้ด้วย เพราะดูไม่เหมาะสม แต่ติรกาไม่มีคำอธิบาย

มัทรีข้องใจหันมาถาม “แม่คะ แค่คุยธุรกิจทำไมเราต้องค้างที่นั่นด้วย มัทไม่อยากเจอสองคนนั่น”

ติรกาขยิบตาสั่งให้พุทราตอบแทน

“คือคุณสมภพเพิ่งปรับปรุงรีสอร์ตใหม่ ก็เลยอยากให้เราลองไปใช้บริการ เผื่อมีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไข จะได้แนะนำกัน” พุทราเอาตัวรอดไปได้อีกครา

ติรกากลัวลูกสาวจับได้ รีบตัดบทไล่ให้ไปขึ้นรถ พุทรายกกระเป๋าเสื้อผ้าเดินตามมัทรีไป ติรกาขยับจะตามแต่เตือนใจเรียกไว้

“ยายติ มานี่สิ” เตือนใจหยิบแท่งไม้ขึ้นมา “ติเห็นไหมว่าแม่กับพุทราต่อไม้กันได้หลายชั้นแล้วนะ ติวางให้แม่หน่อยสิ”

ติรกาวางไม้ลงที่ตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าศูนย์ถ่วงไม่ดี ไม้ล้มมาทั้งชั้นร่วงกราวเต็มพื้น

“น่าเสียดายนะ อุตส่าห์สร้างกันมาอย่างดี ถ้าติรู้จักวางอย่างใจเย็นสักนิด มันก็จะได้สมดุลไม่พังลงมาแบบนี้ กี่ปีที่ติเลี้ยงยัยมัทมา ไม่รู้เหรอว่าเราเลี้ยงเขาได้แต่ตัว แต่บังคับหัวใจเขาไม่ได้ ลูกน่าจะรู้ดี แม่ก็ไม่เคยบังคับติได้เหมือนกัน”

“เพราะหนูรู้ไงคะ ว่ามันเลวร้ายแค่ไหน ที่ไปหลง เชื่อผู้ชายเลวๆ จน...หนูจะไม่ยอมให้ยัยมัทต้องเจ็บเหมือนที่หนูเจ็บ หนูรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันอาจไม่ถูกใจแม่แต่หนูทำเพื่อลูก” ติรกาเดินผละไป
เตือนใจมองตามอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

แจ่มขับรถเข้ามาจอดเทียบทางเข้ารีสอร์ตของสมภพ วันทนีย์กับกระถินก้าวลงจากรถอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะต่างถิ่น สมภพ ธงฉาน และพนักงานเข้ามาต้อนรับ แล้วมะรุมมะตุ้มพาเข้าห้องพัก เพราะติรกา

บอกว่าทั้งสองเป็นแขกพิเศษของเธอ

ครู่ต่อมา วันรบก็พารชานนท์ พชร และนลินีมาถึงรีสอร์ต รชานนท์ชักหงุดหงิด เพราะหึงติรกา จึงเร่งให้วันรบโทร.ตามเธอมาพบ

ส่วนติรกาเธอมาถึงครู่ใหญ่แล้ว ได้นั่งคุยอยู่กับสมภพถึงเรื่องแขกพิเศษที่เชิญมาจากสุพรรณ ธงฉานเห็นอาทำคะแนนกับติรกาก็เข้ามาทำหื่นใส่มัทรีที่แต่งตัวเซ็กซี่ พุทรารีบกันท่าขวาง แล้ววันรบก็โทร.เข้ามาพอดี

พุทรารับสายแล้วหันมากระซิบติรกาว่า ทุกคนมาพร้อมแล้ว ติรกาส่งยิ้มบอกให้จัดการได้เลย แม่เลขาตัวดีรับคำ แล้วกดโทร.ตามวันทนีย์ที่นอนเล่นอยู่ในห้องพักกับกระถินว่า มีแขกมารออยู่ที่ล็อบบี้

วันทนีย์เข้าใจว่าเป็นวันรบจึงรีบพากระถินลงมา และเห็นวันรบนั่งจี๋จ๋าอยู่กับมัทรี

“เธอเป็นใครมานั่งเบียดแฟนฉันทำไม” กระถินปรี่เข้ามาจะดึงมัทรีออกจากวันรบ

“อ้าวเฮ้ย เธอกับเขาและเราสามคน...คงต้องมีใครเป็นฝ่ายซวยล่ะสิ” พชรชี้มาที่ทั้งสาม

“กระถิน อย่าเสียมารยาทกับแฟนพี่” วันรบตวาด กระถินน้ำตาซึม วิ่งไปฟ้องวันทนีย์

วันทนีย์ปรี่เข้ามาจัดการลูกชาย แล้วปรายตามองมาที่มัทรีอย่างดูแคลน

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่งตัวอย่างกับพวกผู้หญิงราคาถูก”

“นี่มัทรี แฟนผมครับ” วันรบแนะนำ มัทรีจะยกมือไหว้ แต่วันทนีย์ชิงพูดขึ้นก่อน

“งั้นเธอควรจะรู้จักผู้หญิงคนนี้เอาไว้ นี่กระถิน คู่หมั้นของวันรบ”

พชรกับนลินีตะลึง ส่วนรชานนท์ฉุนแทนลูก

ปรี่เข้ามาต่อว่าวันรบ ติรกาได้โอกาสช่วยผสมโรงว่า วันรบแอบคบผู้หญิงสองคนพร้อมกันมาตลอด

“ใช่ค่ะ คุณแม่พี่รบอยากได้กระถินเป็นสะใภ้ กระถินก็ยอม” กระถินทอดเสียงอ่อนระทดระทวย แล้วเข้ามากอดแขนวันรบโชว์

มัทรีทนดูไม่ได้ลุกเดินหนี วันรบดันตัวกระถินออกตามมัทรีไป

พชรกับนลินีหันมองกันไม่รู้จะช่วยยังไง ติรกาหันไปสบตาพุทรา แล้วชวนกันเดินเลี่ยงออกไป รชานนท์นิ่งมองทั้งคู่อย่างสงสัย พลางเดินตามไป

“ทำงานดีมาก คราวนี้ยายมัทกับไอ้วันรบต้องเลิกกันแน่” ติรกาหันมาตีมือกับพุทรา

“คุณติดีใจก็ดีค่ะ แต่อีกคนคงไม่ดีด้วย” พุทรายิ้มเจื่อน เมื่อเห็นรชานนท์ยืนถมึงทึงอยู่ข้างหลังติรกา เธอรีบเลี่ยงออกไปอย่างรู้งาน

“คุณเป็นคนวางแผนให้ไอ้รบกับแม่มาที่นี่”

“ธุระอะไรของคุณ”

“สิทธิ์ในความเป็นพ่อ”

“เลิกเพ้อเจ้อคิดอะไรไปเองสักที ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ เมื่อไหร่ลูกฉันจะตาสว่างจากผู้ชายชั่วๆอย่างพวกคุณ”

“แต่คุณทำเกินไปนะกระแต”

“ติรกา...กรุณาเรียกฉันอย่างเป็นทางการ คนเป็นแม่อย่างฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก หนักกว่านี้ฉันก็ทำได้” ติรกาเดินหนีรชานนท์ออกไป

ooooooo

วันรบตามมาปรับความเข้าใจกับมัทรีเรื่องกระถินในสวนสวย และเมื่อเคลียร์กันลงตัวแล้ว มัทรี

ก็เกิดคำถามว่า ทำไมแม่วันรบกับกระถินถึงมาที่นี่ได้

“นั่นสิ มาชุมนุมกันพร้อมหน้า จนผมก็มึนเหมือนกัน”

“แม่เรียกรบมา แล้วคุณแม่ของรบก็มา มัทว่ามันชักจะยังไงแล้วนะคะ”

“ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่มีคุณ ผมจะต้องผ่านมันไปได้แน่นอน”

“ไม่ใช่แค่คุณนะคะ แต่เป็นเราที่จะผ่านมันไปด้วยกัน”

วันรบกุมมือมัทรีมาจูบเบาๆ “ผมสัญญา...ว่าผมจะรักมัทรีคนนี้ไปชั่วชีวิต ยู อาร์ มาย จัส วัน ครับที่รัก”

“จัส วัน ฟอร์ อัส ค่ะ”

อีกมุมหนึ่งของสวน วันทนีย์พากระถินตามหาวันรบอยู่ แถมยังพูดจาดูแคลนไม่หยุด จนติรกากับพุทราผ่านมาได้ยิน

“แม่ไอ้รบนี่ชักจะระรานยัยมัทมากไปแล้ว” ติรกาจะเข้าไปเอาเรื่อง พุทรารีบดึงไว้เพราะกลัวเสียแผน

เป็นจังหวะเดียวกับที่วันทนีย์ตามไปพบวันรบเดินจูงมืออยู่กับมัทรีพอดี นางปราดเข้าไปหา แต่วันรบเข้าขวางไม่ให้แม่ยุ่งกับมัทรี

“ผู้หญิงง่ายๆแบบนี้แกไปคว้ามาได้ยังไง แอบมาคุยกับผู้ชายสองต่อสอง ไม่เป็นกุลสตรี”

ติรกาสุดทน ก้าวเข้าไปฉะกับวันทนีย์เรื่องวันรบวางยาปล้ำมัทรี แต่วันทนีย์ไม่เชื่อ กระถินเข้ามาแจมว่า เป็นแผนของมัทรีที่หวังจับวันรบมากกว่า

“อย่ามาว่าลูกสาวฉันนะ”

“ทำไมจะว่าไม่ได้ ขนาดยอมให้ผู้ชายจับมือถือแขนง่ายๆ เรื่องอื่นก็คง...”

“พอเถอะครับคุณแม่ทั้งสอง อย่าทะเลาะกันเลยครับ” วันรบรีบเข้ามาห้าม แต่ถูกสองแม่ตวาดใส่ แล้ววันทนีย์ก็ประกาศย้ำอีกครั้งว่า เธอไม่มีวันรับคนอื่นเป็นสะใภ้ นอกจากกระถินคนเดียว

มัทรียืนอึ้ง รู้ว่าวันทนีย์ไม่ชอบตน วันรบสบตาคนรักเป็นห่วงความรู้สึก

ยามนั้นที่มุมลับตา สมภพกับธงฉานแอบดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ สองอาหลานเริ่มเข้าใจว่า ทั้งหมดเป็นแผนของติรกาที่จะเล่นงานวันรบ

“ได้ยินแล้วใช่ไหมว่า แม่ผู้ชายเขาไม่ต้อนรับ ทีนี้แกก็เลิกยุ่งกับคนที่มีเจ้าของสักที” ติรกาจะดึงมัทรีออกไป ขณะที่วันรบหันมาถามแม่ว่า ใครเป็นคนพามาที่นี่ กระถินรีบตอบแทน

“ก็พี่รบได้รางวัล และให้คนมารับกระถินกับคุณแม่มาพักรีสอร์ตนี้นี่คะ”

“รางวัลอะไร”

พุทราทำท่าสะดุ้ง กลัวถูกจับได้ มัทรีเห็นก็นึกรู้เอ่ยถามติรกา “นี่แม่หลอกแม่ของรบมาที่นี่ เพราะอยาก ให้หนูเลิกกับรบใช่ไหมคะ”

“ทั้งหมดเป็นแผนของยายคุณนายจิตแตกนี่เหรอ” วันทนีย์เริ่มเข้าใจ

“ว่าใครจิตแตก ฉันก็แค่ไม่อยากให้ลูกฉันไปเกลือกกลั้วกับผู้ชายชั่วๆ”

“หนอย...คำก็ชั่ว สองคำก็ชั่ว ดูสารรูปลูกสาวตัวเองสิ ดูวิเศษนักรึไง”

“พอเถอะครับแม่ เรื่องหมั้นหมายกระถิน เป็นความต้องการของแม่ผมคนเดียว ไม่เกี่ยวกับผม”

“ฉันไม่สนว่าเป็นความต้องการของใคร ถ้าแกหาเงินค่าสินสอดสิบล้านมาให้ฉันภายในสิบวันไม่ได้ ก็จะไม่มีงานแต่งงานระหว่างแกกับมัทรี” ติรกาคว้าแขนมัทรีเดินหนีไป พุทรารีบวิ่งตาม

วันรบเครียดจัด หนีแม่มาปรึกษากับรชานนท์ พชร และนลินีว่าจะทำยังไงดี เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน คงหาสินสอดครบสิบล้านไม่ทัน พชรแนะนำให้กลับไปตั้งหลักที่บ้านกันก่อน แต่รชานนท์ไม่ยอม ยืนยันจะพักอยู่ที่รีสอร์ตของสมภพ เพราะเป็นห่วงติรกากับลูกที่ต้องอยู่ในถิ่นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างสมภพกับธงฉานตามลำพัง แล้วหันมากระชากคอเสื้อดึงวันรบมาตะคอกถามเรื่องกระถิน

“อ้าวป๋า เปลี่ยนโหมดซะงั้น กระถินเป็นเด็กที่พ่อแม่ส่งมาทำงานใช้หนี้ที่บ้าน แม่ผมเอ็นดู ก็เลยอยากได้เป็นสะใภ้ แต่ผมเห็นกระถินเหมือนน้องสาวเท่านั้น ป๋าจะปล่อยได้รึยัง ผมจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว”

“จำไว้นะ ถ้าวันไหนแกทำให้มัทรีเสียใจ ฉันเล่นงานแกแน่” รชานนท์ผลักวันรบออก แล้วลุกหนีไปดื้อๆ

พชร นลินี และวันรบมองตามแปลกใจกับท่าทางของรชานนท์

ooooooo

“ยายมัท ออกมาคุยกับแม่ให้รู้เรื่อง” ติรกาเคาะประตูห้องน้ำ เรียกลูกสาว

“แม่หลอกแม่รบมาถึงที่นี่ มัทก็ไม่รู้จะขอโทษรบยังไง เราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วค่ะ” มัทรีตัดพ้อ และไม่ยอมเปิดประตู

“ฉันอยากให้แกตาสว่างสักที ไม่เห็นเหรอว่ามันมีคู่หมั้นแล้ว เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะยายมัท แม่บอกให้เปิดประตู”

มัทรีเงียบไม่ตอบและไม่เปิดประตู ติรกาหงุดหงิดที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ

พุทราเข้าห้องมากำลังจะบอกอะไรบางอย่าง แต่ติรกาขัดขึ้นสั่งให้ออกไปคุยข้างนอก เลขาพยักหน้ารับรู้ แล้วตามติรกาออกไป มัทรีแง้มประตูออกมาดูเพื่อให้แน่ใจว่าแม่ไปแล้ว

ติรกายืนหน้าบูดฟังพุทรารายงานว่า สมภพฝากมาเตือนว่า อย่าลืมนัดดินเนอร์ค่ำนี้ แบบสองต่อสอง

“ฉันจำได้” ติรกามีท่าทางอึดอัด ไม่อยากไปอย่างเห็นได้ชัด

พุทรารู้ใจ อาสาจะแคนเซิลด่วนให้ แต่ติรการ้องห้าม

“ไม่ต้อง คุณสมภพอยากคุยเรื่องผลักดันโอ่งแม่เตือนไปจัดแสดงในงานโอทอปแห่งชาติ ฉันต้องพึ่งเขา เพราะเหตุผลทางธุรกิจ”

“แต่เขาจะเอาธุรกิจมาบังหน้า หวังจะเคลมคุณน่ะสิคะ”

ติรกาถอนใจปลง เลี่ยงไม่ได้ รับปากว่าจะระวังตัว แล้วนึกขึ้นได้ถามถึงวันทนีย์ว่า กลับสุพรรณไปหรือยัง

“ยังค่ะ เขาแจ้งพนักงานไว้ว่า จะอยู่พักที่นี่ไปเรื่อยๆ ให้คุณติรการับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเสียเวลาทั้งหมดค่ะ”

“หนอย...เจ้าเล่ห์เหมือนไอ้ตัวลูกไม่มีผิด”

“เราไปทำเขาก่อน เขาเอาคืนแบบนี้ก็สมควรแล้วนะคะ”

ติรกาจ้องเลขาเขม็ง พุทรายิ้มแหยเพิ่งรู้ตัวว่าออกความเห็นมากไป

“แต่มาคิดดูอีกที ให้สองคนนั้นอยู่ตำตาตำใจยายมัทต่อไปก็ดี เผื่อลูกฉันจะคิดได้” ติรกายิ้มกริ่ม เจ้าเล่ห์

ส่วนวันทนีย์ที่ถูกกล่าวถึง เธอพากระถินตามหาวันรบอยู่ในสวน เพราะกลัวลูกชายจะถูกมัทรีหลอกไปปู้ยี่ปู้ยำ

“นังผู้หญิงไม่มียางอาย เราต้องหาทางทำให้ตารบกับยายมัทรีเลิกกันสักที” วันทนีย์ประกาศก้อง

กระถินเสนอไอเดียว่า จะจับวันรบปล้ำ วันทนีย์มองกระถินอย่างไม่อยากเชื่อหู เธอรีบแก้ตัว สร้างภาพนางเอกดราม่า

“เอ่อ หนามยอกก็เอาหนามบ่งไงคะ ยายคุณมัทปล้ำพี่รบได้ กระถินก็ต้องทำเพื่อดึงใจพี่รบกลับมา ทั้งๆ ที่กระถินไม่อยากท้ำไม่อยากทำ เพราะไม่อยากให้ยายคุณมัทดูถูก”

“แม่อนุญาตให้กระถินปล้ำตารบเอง ใครจะคิดยังไงก็ช่างมัน เพราะแม่ไม่ยอมดองกับนังติรกาแน่ ตำแหน่งสะใภ้กำนันแหนบทองคำต้องเป็นของกระถินคนเดียว”

“ถ้าคุณแม่เรียกร้อง กระถินก็ยอมค่ะ” กระถินแอบยิ้ม เพราะเข้าทางธงฉานกับสมภพที่แอบฟังอยู่หันมาซุบซิบกัน

“สองคนนี้จะช่วยทำให้งานเราง่ายขึ้น แกต้องรีบหาวิธีรวบรัดมัทรีตอนที่มีโอกาส” สมภพสั่งการ

สองอาหลานสบตากัน พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์

เวลาเดียวกันนั้น ทางด้านวันรบ เขาเข้ามานั่งปรับทุกข์กับรชานนท์ ที่ต้องเข้าพักในห้องแฝดติดกับห้องธงฉาน เพราะรู้สึกเหมือนโดนแกล้งให้อึดอัด

รชานนท์ว่า สองอาหลานคงได้ใจเพราะมีติรกาคอยให้ท้าย แล้วเริ่มพาลเพราะหึงติรกากับสมภพ วันรบจับทางได้ล้อว่า รชานนท์หึงติรกา

รชานนท์รีบแก้ตัวว่า เป็นห่วงมัทรีกับวันรบต่างหาก แล้วทำเนียนเข้ามาโอบไหล่ “รบเป็นน้อง ถ้าพี่ไม่ห่วงน้องแล้วจะให้พี่ห่วงหมาที่ไหนล่ะน้อง หรือแกคิดว่าฉันจะตีท้ายครัวแก”

“เปลี่ยนสัญชาติผมจากคนลงคลานสี่เท้าเลยนะป๋า ผมไม่ได้คิดว่าป๋าจะตีท้ายครัวผมหรอก แต่ท่าทางป๋าแปลกๆ แบบที่ผมหาคำตอบเองไม่ได้ว่า ทำไมป๋าถึงห่วงมัทมากราวกับญาติผู้ใหญ่หวงลูกหวงหลานน่ะ”

รชานนท์อึกอักรีบแถ “ฉันรู้นิสัยกระแตดีน่ะสิ ว่าถ้าแกไม่ให้เกียรติลูกเขา ต่อให้แกหาสินสอดมาได้ กระแตก็จะไม่มีวันยกมัทรีให้แกแน่นอน ดังนั้นแกไม่ควรทำให้กระแตเกลียดหน้าแกไปมากกว่านี้ เพราะแค่เรื่องแม่แกไม่ยอมรับมัทรีแกก็แย่แล้ว”

“จริงด้วย...ยังพอมีเวลา” วันรบมองนาฬิกาแล้วบอกกับรชานนท์ว่า จะรีบไปจัดมีทติ้งกระชับสัมพันธ์คนรักกับแม่บังเกิดเกล้า

“คนรัก...” รชานนท์พึมพำนึกถึงคำพูดของพี่สาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“พอผัวตายแทนที่จะคิดกลับมาหาเจ้านนท์ กลับหาแฟนใหม่ซะงั้น แค่นี้ก็รู้แล้วว่า ยัยไหน้ำปลาปิศาจไม่ได้รักน้องนีเลย”

ooooooo

ตอนที่ 4

พุทราเกลี้ยกล่อมมัทรีไม่ให้ออกไปมีทติ้งกับว่าที่แม่สามี กลัวโดนติรกาเล่นงาน แต่พอมัทรีดึงแบงก์พันออกมาอวดตรงหน้า ก็รีบเปิดทางให้อย่างง่ายดาย

ด้านวันทนีย์กับกระถิน ขณะซักซ้อมแผนการอยู่ในห้องอาหาร วันรบก็เดินพามัทรี พชร และนลินีเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ พชร นลินี และมัทรียกมือไหว้วันทนีย์อย่างนอบน้อม แต่วันทนีย์รับไหว้แค่พชรและนลินีเท่านั้น แล้วถามวันรบว่ามากันแค่สามคนหรือ รชานนท์ไปไหน เพราะจงใจทำให้มัทรีรู้สึกว่า เธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

วันรบเห็นสีหน้าคนรักก็สงสาร พชรกับนลินีสบตากันเห็นบรรยากาศเริ่มคุกรุ่น ก็ชวนทุกคนสั่งอาหารเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

ด้านรชานนท์เขาตัดสินใจมาหาติรกาที่ห้องเพื่อเคลียร์ปัญหาคาใจ จึงรู้จากพุทราที่อยู่เฝ้าห้องว่า ติรกาออกไปดินเนอร์กับสมภพ เวลาเดียวกันนั้นเอง ติรกากำลังโดนสมภพรุกให้ดื่มไวน์ โดยอ้างว่าจะช่วยคุยกับทางจังหวัดเรื่องผลักดันโอ่งแม่เตือนก้าวสู่ระดับอินเตอร์ให้ ติรกาหนักใจแอบส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือจากพุทรา แต่รชานนท์เห็นเข้า จึงอาสาจัดการเรื่องนี้เอง

รชานนท์เดินดุ่มๆไปที่ริมสระ เขาขัดขวางไม่ให้ติรกาดื่มไวน์กับสมภพ แถมยังดึงสมภพตกนํ้าไปด้วยกัน ติรกาทนดูไม่ไหว เข้าไปตำหนิรชานนท์แล้วไล่สมภพไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

สมภพมองรชานนท์ด้วยความแค้นขณะขึ้นจากนํ้า ส่วนติรกาจะหันมาต่อว่ารชานนท์ แต่เสียหลักลื่นถลาไปในสระ

“กระแต” รชานนท์พุ่งเข้าไปรับติรกาที่ไถลตกลงสระนํ้า ทั้งสองโผล่ขึ้นมาจากนํ้าพร้อมกัน แล้วสบตากันนิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ ครั้นติรการู้ตัวก็ผลักรชานนท์ออกไป พร้อมกับต่อว่าที่เขาฉวยโอกาส

“ถ้าอย่างผมเรียกฉวยโอกาส นายสมภพก็คงตั้งใจเต็มๆ ลูกรู้รึเปล่าว่า คุณแอบมาจู๋จี๋กับว่าที่พ่อใหม่”

“ฉันกับคุณสมภพเป็นแค่เพื่อนทางธุรกิจ และคุณไม่มีสิทธิ์เรียกมัทรีว่าลูก”

“ผมมีสิทธิ์ของความเป็นพ่อ”

“หยุดนะ คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำๆนี้ ไม่มีสิทธิ์”

“ผมจะทำให้คุณยอมรับให้ได้ว่า มัทรีเป็นลูกผม ลูกที่เกิดจากความรักของคุณกับผม”

“ไม่มีวัน” ติรกาพลั้งมือตบรชานนท์สุดแรง

“ทำไมคุณไม่ยอมพูดความจริง”

“ความจริงมันตายไปตั้งแต่วันที่ยายมัทเกิด

มัทรีลูกสาวฉันมีพ่อคนเดียวคือพี่นพเท่านั้น” ติรกาผละจากรชานนท์ขึ้นจากสระเดินหนีไป

รชานนท์ยืนนิ่ง มองเงาตัวเองสะท้อนในนํ้าอย่างเจ็บชํ้าใจ

ooooooo

วันรบ มัทรี พชร นลินี วันทนีย์ และกระถินขณะทานอาหารร่วมกัน วันทนีย์เห็นวันรบตักอาหารใส่จานให้มัทรีอย่างเอาใจ เธอจึงส่งซิกทางสายตาให้กระถินเริ่มแผน

กระถินแสร้งปล่อยช้อนหลุดมือ ทำเหมือนคนเวียนหัวมากมาย วันทนีย์เข้าประคองแล้วหันมาขอร้องแกมบังคับให้วันรบพากระถินไปนอนพักที่ห้อง

มัทรีอาสาพาไปเอง แต่โดนวันทนีย์ตวาด วันรบไม่อยากให้แม่กับคนรักต้องมีปัญหากันอีกจึงรีบห้ามทัพ

“มัทครับผมไปเอง แป๊บเดียวเอง เดี๋ยวผมมานะ” วันรบเอ่ยพลางเข้าประคองตัวกระถินออกไป

วันทนีย์กับกระถินแอบยิ้มให้กัน มัทรีเห็นสายตาของทั้งคู่พอดี จึงรู้สึกไม่ชอบมาพากลนัก

ด้านสาวกระถิน เมื่อถึงหน้าห้องตัวเองก็แอบโยนกุญแจห้องทิ้ง เพื่อให้วันรบพาเธอไปพักในห้องของเขาแทน พลางเริ่มยั่วยวนชายหนุ่ม แต่วันรบกลับไม่คิดอะไร เพราะเห็นกระถินเป็นแค่น้องสาว

มัทรีเห็นวันรบหายไปนานก็ทนไม่ไหว จึงบอกกับทุกคนว่าจะไปห้องน้ำแล้วลุกเดินออกไป วันทนีย์

ส่งยิ้มอย่างพอใจ แล้วรีบลุกตามไป ทิ้งให้พชรกับนลินีมองหน้ากัน เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรอีก

ที่มุมลับตา ธงฉานแอบดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ เขาเห็นมัทรีลุกออกมาจากโต๊ะก็รีบตามไป

ธงฉานแกล้งเดินชนกับมัทรี แล้วทำเป็นข้อเท้าแพลงหลอกให้มัทรีประคองมาส่งที่ห้องพักหวังปลุกปล้ำ วันทนีย์ตามมาเห็นภาพนั้นเข้า เธอส่งยิ้มสะใจ แล้วกลับไปนั่งรอเวลา

ด้านกระถิน เธอตัดสินใจเข้าเผด็จศึกวันรบ ด้วยการโถมตัวใส่ จนวันรบหงายหลังลงไปนอนกับเตียง ชายหนุ่มสั่งให้กระถินปล่อย

“อ้อยเข้าปากกระถินแล้ว ไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆหรอก ขอกระถินชื่นใจหน่อยนะคะคู่หมั้นขา” กระถินยื่นหน้าจะจูบ

“อย่า” วันรบสยองเบี่ยงหนีสุดชีวิต

ด้านมัทรี เธอจับได้ว่าธงฉานหลอก เพราะตอนแรกบอกว่าเจ็บที่ขาซ้าย แต่พอเข้ามาในห้องกลับว่า เจ็บที่ขาขวา เธอจึงใช้ห่อน้ำแข็งฟาดเข้าที่ตาตุ่มธงฉานสุดแรง จนเขาร้องลั่น

กระถินที่ปลุกปล้ำวันรบได้ยินเสียงธงฉานก็ชะงัก เปิดโอกาสให้วันรบอาศัยจังหวะนั้น ผลักกระเด็นออกไปแล้วพุ่งตัวหนี กระถินตามไล่จับ ทั้งสองวิ่งไล่กันวุ่น

สักพักวันรบก็นึกขึ้นได้ หลอกให้กระถินเข้าไปอาบน้ำ เขาอ้างว่า ชอบกลิ่นหอมหลังอาบน้ำใหม่ๆ กระถินหลงเชื่อ วิ่งเข้าห้องน้ำทันที

วันรบถอนใจเฮือกรีบหนีออกมา แต่ต้องชะงัก เพราะได้ยินเสียงมัทรีร้องห้ามธงฉานว่า อย่าๆตามด้วยเสียงตุ๊บตั๊บโครมครามมาจากห้องข้างๆจึงเข้าไปดู ก็พบธงฉานกำลังรังแกมัทรี

“ไอ้สารเลว” วันรบคว้าแจกันไม้ฟาดเข้ากลางหัว ธงฉานล้มลงสลบไป

วันรบจะตามเข้าไปซ้ำ แต่มัทรีรีบห้าม แล้วพลิกตัวธงฉานขึ้นมาเห็นหน้าของเขาโชกเลือด วันรบสยองจับมือคนรักมาขอสัญญาว่า จะไม่ทำกับเขาแบบนี้ มัทรีเขินที่วันรบเห็นภาคความรุนแรงของตัวเอง แต่ไม่ทันได้ตอบ เสียงกระถินก็ดังขึ้น

“พี่รบขา...ยู้ฮู...”

มัทรีจะอ้าปากทัก แต่วันรบรีบปิดปากมัทรีไม่ให้ส่งเสียง แล้วดึงตัวออกไปด้วยกัน

ooooooo

วันทนีย์เห็นว่าได้เวลาแล้ว จึงแสร้งชวนพชรกับนลินีให้ไปดูกระถินกับวันรบด้วยกัน นางอ้างว่า ทั้งสองหายไปนานมากแล้ว สองสามีภรรยายอมตามใจ แต่ก็เกิดคำถามว่า ทำไมถึงมาตามกระถินที่ห้องวันรบ

“ก็จะได้มีพยานไง เฮ้ย ก็ห้องแม่กับกระถินเดินไปอีกไกล เดินนาน...อาการกระถินแย่ขนาดนั้น ตารบคงจะให้น้องพักห้องนี้แหละ” วันทนีย์ทำเนียน หันไปเคาะประตูเรียกกระถิน แต่ไม่มีคนเปิด

รชานนท์กลับมาพอดี เขาไขประตูพาทุกคนเข้าไปดูในห้อง แล้วต้องตะลึงเพราะสภาพห้องดูยับเยินเหมือนเป็นสมรภูมิรบ

“คุณแม่ขา...” กระถินเดินร้องไห้กระซิกๆ เข้ามาหาวันทนีย์พลางกระซิบบอกว่า คงไม่ได้แต่งงานกับวันรบเพราะปล้ำไม่สำเร็จ

วันทนีย์ตาลุกถามหาลูกชายเสียงสั่น รชานนท์ลอบมองวันทนีย์กับกระถินนึกหนักใจแทนมัทรี

ส่วนติรกา เธอรู้จากพุทราว่า มัทรีออกไปทานข้าวกับครอบครัวของวันรบ ก็ไม่พอใจรีบไปขอร้องให้สมภพช่วยพาไปที่ห้องพักของวันรบ

เป็นเวลาเดียวกับที่วันทนีย์พากระถินออกมาจากห้องพอดี สองแม่เผชิญหน้ากันอีกครั้ง วันทนีย์เปิดฉากโจมตีมัทรีว่าใจง่ายเดินตามธงฉานเข้าห้อง

“ไม่จริง” ติรกากับรชานนท์ร้องพร้อมกัน

“จริง ฉันเห็นกับตาเลยว่า ลูกสาวเธอเดินตามผู้ชายไป ป่านนี้คงได้เสียเป็นเมียผัวไปแล้ว”

“งั้นเราก็พิสูจน์ให้แม่คุณวันรบเห็นเลยสิครับ ว่ามัทรีไม่ได้อยู่กับหลานผม” สมภพอมยิ้ม รีบเสนอทางออก

ทุกคนเดินตามสมภพเข้าไปในห้องธงฉาน เห็นเขานั่งหน้าโชกเลือดอยู่เพียงลำพัง พลางฟ้องว่า มัทรีออกไปกับวันรบแล้ว

“ไอ้วันรบ” ติรกาแค้น สั่งพุทราให้ค้นทั้งรีสอร์ตเพราะต้องหามัทรีให้เจอ

สมภพทำท่าจะค้าน เพราะจะรบกวนแขกที่เข้ามาพัก แต่เมื่อเห็นสายตาติรกาที่มองมาก็พูดไม่ออก

เวลาเดียวกัน มัทรีพาวันรบหลบความวุ่นวายมาที่บ้านต้นไม้หลังโรงงาน และโทร.เล่าเรื่องวุ่นวายที่รีสอร์ต สมภพให้เตือนใจฟัง คุณยายบ่นเสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย

มัทรีส่งมือถือให้วันรบถือไว้ แล้วปีนขึ้นบ้านต้นไม้ไปก่อน วันรบรีบคุยกับเตือนใจขอร้องให้ส่งคนมารับมัทรีกลับไปเพราะกลัวติรกาจะไม่สบายใจ แต่เตือนใจที่ใช้กล้องส่องทางไกลมองวันรบกับมัทรีอยู่ในบ้าน แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน นางกดวางสายแล้วรำพึงกับตัวเอง

“เป็นเด็กดีที่ยายไว้ใจทั้งคู่ ก็อยู่ตรงนั้นให้สบายใจก่อนกลับไปเจออิทธิฤทธิ์แม่ยายเถอะ” เตือนใจส่องกล้องมองวันรบ เห็นวันรบกดโทรศัพท์อีกครั้ง

โทรศัพท์ที่มือเตือนใจดังขึ้นอีก แต่คุณยายไม่ยอมรับสาย นางหันรีหันขวางแล้วตัดสินใจโยนโทรศัพท์ลงในตู้ปลาเพื่อให้มันเงียบ แล้วหันไปส่องกล้องมองวันรบและมัทรีอย่างอารมณ์ดีต่อไป

วันรบปีนตามมัทรีขึ้นมาบนบ้านต้นไม้ เขาถึงกับอึ้งเพราะภายในดูดีกว่าสภาพที่เห็นข้างนอกมาก อีกทั้งมีที่นอนหมอนผ้าห่มเตรียมพร้อม

วันรบเอื้อมไปหยิบหมอนกับผ้าห่ม ขยับจะปีนลงไปนอนข้างล่างตามแบบสุภาพบุรุษ แต่มัทรีดึงไว้สั่งให้นอนด้วยกันเพราะเชื่อใจ วันรบมองมัทรีด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความรัก เขาหยิบหมอนข้างมากั้นกลาง แล้วขอให้มัทรีนอนก่อน ส่วนเขาจะเฝ้าจนกว่าเธอจะหลับ

“ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งมัทนะคะ” มัทรีนอนลงหลับตาพริ้มเหมือนเด็กๆ

“หลับฝันดีนะครับ” วันรบเอาผ้าห่มห่มให้คนรัก

ooooooo

ติรกา พุทรา วันทนีย์ และกระถิน ออกตามหามัทรีกับวันรบไปทั่วรีสอร์ต กระทั่งเช้ามืดวันใหม่ ทั้งหมดจึงซมซานกลับมานั่งหมดแรงอยู่หน้าล็อบบี้ สถานที่แห่งนี้มีธงฉานที่ทำแผลเรียบร้อยแล้วนั่งหมดสภาพอยู่

สมภพเข้ามาบอกกับทุกคนว่า มีพนักงานเห็นมัทรีกับวันรบเรียกรถรับจ้างออกไปด้วยกันตั้งแต่เมื่อคืน

“หายไปด้วยกันทั้งคืนแบบนี้ ไอ้วันรบต้องทำไม่ดีกับน้องมัทอีกแน่ๆ โธ่ น้องมัทของพี่”

“จะบิ๊วต์ทำไม” พุทราลืมตัว เอามือปิดปากธงฉาน

สมภพใส่ไฟว่า วันรบทำแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติติรกา รชานนท์ออกรับแทน แล้วโต้กลับเรื่องธงฉานหลอกมัทรีเข้าห้อง ติรกานึกได้หันมาเล่นงานธงฉาน ธงฉานรีบโยนความผิดไปให้วันรบ

วันทนีย์รีบแก้ต่างให้ลูกชาย ทำให้มีปากมีเสียงกับติรกา นลินีทนไม่ไหวคว้านกหวีดจากคอพุทรามาเป่าปรี๊ดห้ามทัพ แล้วขอให้ทุกคนช่วยกันคิดว่า จะไปตามหามัทรีกันวันรบได้ที่ไหน และใครบ้างที่วันรบกับมัทรีจะหนีไปอยู่ด้วย

“คุณแม่” ติรกานึกขึ้นได้

ด้านเตือนใจ นางยืนถือขันนํ้า สบู่ แปรงสีฟัน และเสื้อผ้าชุดใหม่รอหลานสาวและว่าที่หลานเขยอยู่แถวๆ บ้านต้นไม้ เพียงครู่เดียวทั้งสองก็ปีนลงมา

“ไปอาบนํ้าอาบท่าก่อนแล้วมากินข้าว เสร็จแล้วยายจะให้ทองเงินไปส่ง” เตือนใจส่งอุปกรณ์ให้วันรบ

“ทองเงิน...ใครครับ” วันรบมองหา

มัทรีกับเตือนใจชี้ไปที่รถคันเก่าของเตือนใจ วันรบเห็นสภาพรถก็พูดไม่ออก

“ยายเพิ่งคิดชื่อให้มันได้ ฟังแล้วหล่อเนอะ ฮ่าๆ”

ระหว่างที่วันรบไปอาบนํ้า มัทรีตามเตือนใจเข้าครัว เพื่อทำไข่เจียวให้คนรัก และแน่นอนว่า ต้องมีเตือนใจตามคุมเข้ม

“การทำอาหารให้คนที่เรารักทานนี่ มีความสุขจังเลยนะคะ” มัทรีชวนคุย

“มัทรักรบที่ตรงไหน”

“อืม รบเขาเจ้าชู้นะคะ แต่พอคบกับมัทเขาก็เปลี่ยนตัวเอง เขาพิสูจน์ให้มัทมั่นใจว่า เขารักและทำเพื่อมัทจริงๆ ความเสมอต้นเสมอปลายของเขาทำให้มัทรักเขา มัทอยากให้แม่เห็นความดีของรบเหมือนที่มัทเห็น” มัทรีแอบหวังแล้วต้องสะดุ้ง เพราะพุทราโทร.มาเตือนว่า ติรกากำลังจะไปหาที่บ้านเตือนใจ

“คุณยายขา แม่กำลังกลับมา แม่รู้ว่ามัทกับรบอยู่ที่นี่” มัทรีตกใจทำอะไรไม่ถูก

“ต้องให้ตารบรีบหนี รีบไปเตือนตารบเดี๋ยวนี้เลย” สองยายหลานวิ่งไปตามวันรบที่ห้องน้ำ แต่ชายหนุ่มกลับเดินไปโผล่ที่โรงงาน และกำลังยืนเล็งโอ่งที่ขึ้นรูปใหม่

“รบคะ” มัทรีวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ตามด้วยเตือนใจ

“มัท ผมคิดลายใหม่ได้แล้วนะ” วันรบส่งยิ้มภูมิใจกับลวดลายใหม่บนโอ่ง

“แต่ตอนนี้หนีก่อนที่เราจะสิ้นลายนะ” เตือนใจกับมัทรีจะลากวันรบออกไป แต่ไม่ทัน

“ไอ้รบ” ติรกาเดินนำเข้ามา ตามด้วยวันทนีย์ กระถิน รชานนท์ พชร นลินี สมภพ ธงฉาน และพุทรา

เตือนใจเห็นบรรยากาศคุกรุ่นก็ทำตลกเรียกเสียงฮา แต่ติรกาดุว่า ไม่ตลก เธอเปิดฉากเล่นงานวันรบ วันรบทำใจดีสู้เสือ เดินเข้าหาติรกาเพื่ออธิบาย แต่ถูกธงฉานแกล้งขัดขาด้วยความหมั่นไส้ ทำให้วันรบเสียหลักล้มเข้าหาโอ่งที่ดินยังนิ่ม หน้าของเขาทิ่มลงไปที่โอ่ง โดยมีสองมือยันไว้

“รบ” มัทรีรีบประคองวันรบขึ้นมา เห็นบนผิวโอ่งเป็นรอยประทับหน้าของวันรบพร้อมสองมือที่ยันอยู่

ธงฉานลืมตัวหัวเราะลั่น รชานนท์เดือดแทนจะเข้า ไปชกธงฉาน แต่ติรกาตวาดห้าม แล้วหันกลับมาเล่นงานวันรบ

“ในที่สุดฉันก็เห็นธาตุแท้ว่าแกมันก็เป็นผู้ชายเลวๆ ที่ทำลายชื่อเสียงลูกสาวฉันเพราะความมักง่าย”

“ผมจะแต่งงานกับมัทครับ เพื่อไม่ให้มัทต้องเสียหายไปมากกว่านี้”

“ไม่มีทาง”

“ถ้าเด็กสองคนเขารักกัน” รชานนท์จะช่วยพูด แต่ติรกาตวาดว่า เขาไม่มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องของมัทรี

สมภพมองซ้ายมองขวาแล้วปิ๊งไอเดียเสนอให้ ธงฉานแต่งงานกับมัทรีเพื่อกอบกู้ชื่อเสียง

“ผมไม่ยอม มัทจะต้องแต่งงานกับผม”

“ฉันจะให้แกแต่งงานกับยัยมัทก็ได้ ถ้าแกหาสินสอด สิบล้านมาให้ฉันได้ภายในห้าวัน แต่ถ้าไม่มีสินสอดสิบล้านมากองตรงหน้าฉัน ยายมัทจะต้องแต่งงานกับธงฉาน” ติรกาประกาศกร้าวแล้วเดินกลับออกไป

ขณะที่วันรบตะลึง ธงฉาน สมภพ กระถิน และวันทนีย์กลับยิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

มัทรีตามมาเจรจากับติรกา เธอยืนกรานว่าไม่ยอมแต่งงานกับธงฉานแน่ แต่ติรกาสวนว่า ธงฉานเหมาะสมกับมัทรีมากที่สุด เพราะผู้ชายอย่างธงฉานจะอยู่ในโอวาทและไม่กล้านอกลู่นอกทาง

“มัทต้องการคนที่มัทรัก ไม่ได้ต้องการคนอยู่ในโอวาท มัทจะแต่งงานกับรบคนเดียวเท่านั้น”

“วันรบเป็นคนรับเงื่อนไขเรื่องสินสอดเอง แม่ไม่ได้บังคับ ถ้าวันรบทำไม่ได้ตามข้อตกลง มัทก็ต้องยอมรับ แต่ถ้ามัทจะไม่ทำตาม แม่ถามหน่อยนะว่า นายวันรบมันจะยังมีศักดิ์ศรีลูกผู้ชายอยู่ไหม”

“แม่คอยดูนะคะ รบจะต้องหาสินสอดมาได้ทันเวลาแน่ๆ”

“แม่จะรอ” ติรกายิ้มเย้ยอย่างผู้ชนะ แต่เมื่อเห็นพุทรากับเตือนใจมองด้วยสายตาตำหนิ ก็เบือนหน้าหนี

ธงฉานตามสมภพกลับมาที่บ้าน เขาตัดพ้อเรื่องที่อาให้รับเดนมัทรีต่อจากวันรบ สมภพหันมาเขกกะโหลกธงฉาน แล้วตอกกลับ

“หน้าอย่างแกมีสิทธิ์เลือกด้วยหรือไง เตี้ย อ้วน โง่อย่างแกมีดีก็แค่มรดกพ่อแกที่เหลืออยู่ไม่กี่ล้าน คนไม่ทำงานอย่างแก ถ้าไม่เกาะเมียกิน ไม่นานก็อดตาย”

“โหย อาพูดแบบนี้ต่อยผมดีกว่า เพราะอาก็ไม่ได้ดีกว่าผมหรอกน่า รับช่วงธุรกิจจากพ่อผม นับวันมีแต่ขาดทุน หนี้บริษัทบานจะเหยียบร้อยล้านอยู่แล้ว”

“ถ้าแกไม่แอบยักยอกไปเดือนละสองสามล้าน บริษัทมันก็ไม่ย่ำแย่ขนาดนี้หรอก ดังนั้นหนี้ที่มันเกิดแกกับฉันต้องรับผิดชอบร่วมกัน และทางเดียวที่จะปลดหนี้ได้ก็ต้องรวบหัวรวบหางบ้านติรกา”

“ผมกับน้องมัท อากับอาติ ฟาดตั้งแต่แม่ยันลูกเล้ย แต่งสองคู่ สูบเงินมาใช้ รวบกิจการมาเป็นของเรา”

“ฮ่าๆๆ มีเมียรวยก็เกาะเมียกิน” สองอาหลานนั่งฝันหวาน ไม่ทันเห็นทรงสุดาที่ยืนแอบฟังอยู่อย่างสะเทือนใจ

เวลาเดียวกันนั้น เตือนใจเข้ามาคุยกับติรกาหวังให้เข้าใจมัทรีบ้าง เพราะทุกคนมีสิทธิ์จะเลือกชีวิตของตัวเอง แต่ติรกาไม่รับฟัง เธอจะไม่ยอมให้มัทรีแต่งงานกับผู้ชายอย่างวันรบเด็ดขาด

“ห้าวันสิบล้าน คุณรบจะไหวเหรอคะเนี่ย” พุทราถอนใจ หันมามองเตือนใจที่นั่งเครียด

แต่คนที่เครียดกว่าคือวันรบ เพราะต้องระดมทุนให้ครบสิบล้านเป็นค่าสินสอดภายในห้าวัน เขานำเงินเก็บที่มีอยู่มารวมกับค่าแรงล่วงหน้าที่พชรยอมจ่ายให้ก่อน แต่ก็ยังขาดอยู่อีกสามล้าน

พชร นลินี รชานนท์ และมัทรีช่วยกันคิดหาวิธี แล้วมัทรีก็นึกขึ้นได้ เธอชวนวันรบไปทวงค่าออกแบบลวดลายโอ่งลอตใหม่จากติรกา เพราะเป็นผลงานของคนรัก แต่เมื่อเปิดประตูห้องออกมาก็พบกระถินยืนแอบฟังอยู่

กระถินตีหน้าซื่อบอกว่า แค่เดินผ่านมาแล้วรีบชิ่งไปฟ้องวันทนีย์ที่คุยโทรศัพท์อยู่กับกำนันเรืองในห้อง

วันทนีย์มอบหมายให้กระถินคอยขัดขวางวันรบไม่ให้หาเงินได้ตามกำหนด แล้วรีบเก็บเสื้อผ้ากลับสุพรรณเพราะกำนันเรืองโทร.มาตามให้กลับไปกู้หัวใจ

“อ้าวทิ้งกันเลยเหรอแม่...กระถินตัวน้อยๆจะรับมือกับยายมัทรียังไงล่ะเนี่ย...แต่คนอย่างกระถินเพื่อให้ได้ผู้ชายแล้ว...สู้โว้ย” กระถินดูแข็งขันและมุ่งมั่นกับปฏิบัติการล่าผู้ชายสุดๆ

ooooooo

ติรกาเดินตรวจงานที่ขึ้นรูปเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเข้าเตาเผา โดยมีพุทราคอยตามจดรายละเอียดยิกๆ และหนึ่งในนั้นก็มีโอ่งใบที่ประทับหน้าวันรบรวมอยู่ด้วย แต่ติรกาไม่ทันเห็นเพราะอยู่ตรงกลาง เธอสั่งให้คนงานเอาโอ่งเข้าเตาเผาได้

“เอาเข้าเตาเผาทุกชิ้นเลยเหรอครับ” คนงานลังเลเพราะเห็นโอ่งรูปหน้าวันรบ

“ก็งั้นสิ รีบไปจัดการให้เรียบร้อยเลย อย่าให้คุณติสั่งซ้ำ ไม่งั้นคอขาดแน่” พุทราทำเข้มตอบแทน

คนงานทยอยเข็นโอ่งเข้าเตา รวมทั้งใบที่มีหน้าของวันรบแปะเป็นลายอยู่ด้วย

มัทรีพาเตือนใจมาหาติรกา เพื่อทวงค่าออกแบบลวดลายโอ่งที่กำลังจะเข้าเตาเผาให้วันรบ วันรบวิ่งมาห้ามแต่ไม่ทัน เพราะมัทรีเรียกราคาไปแล้วสามล้านบาท

ติรกาปรี๊ดแตกทนไม่ได้ รีบปฏิเสธทันควันแล้วเดินไป

“แม่คะ” มัทรีจะตามไปทวงเงินจากติรกา แต่วันรบรั้งไว้แล้วพาไปหามุมสงบๆคุยกัน

บังเอิญรชานนท์ที่อาสาพาพชรกับนลินีมาช่วยวันรบ ผ่านมาได้ยินหนุ่มสาวคุยกัน

“มัทกลัวจังเลยค่ะพี่รบ เวลาแค่ห้าวันเราจะไปหาเงินจากที่ไหนตั้งสามล้าน มัทไม่น่าเอาเงินเก็บไปไว้กับแม่เลย ไม่งั้นก็ยังพอเอามาสมทบได้บ้าง”

“ผมไม่รับเงินของมัทหรอกครับ ผมเป็นผู้ชายนะต้องเป็นผู้นำครอบครัว ผมรู้ว่าเรื่องที่แม่มัทให้หาสินสอดสิบล้านเพื่อพิสูจน์ว่า ผมรักมัทจริงหรือเปล่า ที่ผมยอมรับเงื่อนไขเพราะอยากให้แม่มัทเห็นว่า ผมรักมัทจริง ผมไม่อยากให้มัททำอะไรแต่ขอให้มัทเป็นกำลังใจให้ผมต่อสู้เพื่อความรักของเรา”

“มัทไม่เข้าใจว่า ทำไมแม่ต้องตั้งแง่กับพี่รบขนาดนี้ ทั้งที่แม่กับพ่อก็รักกัน มัทอยากจะมีครอบครัวอบอุ่นกับพี่รบพ่อ แม่ ลูก มัทขอแค่นี้แต่ทำไมแม่ไม่ยอมให้มัท เฮ้อ ถ้าพ่อยังอยู่ พ่อจะต้องช่วยมัทคานอำนาจแม่แน่ๆน่าเสียดาย” มัทรีเศร้าเงยหน้าขึ้นมองฟ้าแล้วตะโกนออกมา “พ่อขา ช่วยมัทด้วยนะคะ”

รชานนท์สะเทือนใจ เขาบอกกับตัวเองว่า จะต้องช่วยมัทรีให้ได้

ในค่ำนั้นเอง วันรบเดินเซ็งกลับเข้าห้องพักเห็นรชานนท์ พชรและนลินีนั่งเครียดก็เอ่ยถาม

“ประชุมเครียดเรื่องอะไรเหรอครับ”

“เรื่องแกกับลูกมัท เอ๊ย น้องมัทน่ะ เพราะฉันลองคิดอย่างละเอียดแล้ว หนทางที่จะได้เงินก้อนที่เร็วที่สุดตอนนี้ก็จากแม่ของแก”

“แม่ผมไม่มีทางยอมหรอกป๋า คัดค้านสุดตัวขนาดนั้น”

“แกก็อย่าขอตรงๆสิวะ” รชานนท์จะบอกแผนการ แต่กระถินมาเคาะประตูเรียก หวังขัดขวางไม่ให้วันรบหาเงินได้ครบ เช่นเดียวกับธงฉานที่คอยจับตามองพวกรชานนท์กับวันรบไม่ให้คลาดสายตา

รชานนท์เห็นว่า อยู่ที่นี่ต่อไปคงไม่ได้การ จึงพาทุกคนไปพักที่รีสอร์ตของคุณแก้วที่ยังตกแต่งไม่เสร็จแทนเพราะจะได้วางแผนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่กระถินก็ตามไปสอดรู้สอดเห็นอีกตามเคย

วันรบใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเข้าจัดการกับกระถิน นั่นคือส่งเธอกลับสุพรรณ โดยหลอกว่า เขากับพี่ๆจะต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ

“ช่วยพี่เถอะนะกระถิน...กลับบ้านไปซะ แล้วไปดูแลแม่ของพี่ให้ดี พี่เป็นห่วงแม่...ท่านต้องเสียใจมากที่พี่ต้องจากบ้านไปอยู่ต่างแดนแถมยังไม่รู้จะได้กลับมาอีกเมื่อไร พี่มองไม่เห็นใครที่จะดูแลแม่ได้ดีไปกว่ากระถินอีกแล้ว...เชื่อพี่นะกระถิน พี่ไม่ไว้ใจใครจริงๆนอกจากกระถิน” วันรบแกล้งทำเป็นสะอื้นเสียใจอย่างโอเว่อร์

พชร รชานนท์ และนลินีทำหน้าเบ้กับท่าทางของวันรบ แต่กระถินกลับเชื่อสนิทใจ

“แต่พี่รบต้องสัญญานะคะว่า จะกลับมาไม่ว่านานแค่ไหน กระถินก็รอพี่ได้ค่ะ” กระถินโผเข้ากอดวันรบ

ขณะที่วันรบพากระถินไปส่งที่ท่ารถเพื่อกลับสุพรรณ สมภพกับธงฉานก็พาทองเอกกับฮึกเหิมมาเยี่ยมชมโรงงานโอ่งแม่เตือน เพื่อวัดมาตรฐานว่า จะโกอินเตอร์ได้หรือไม่

“ถ้าอาจารย์ฮึกเหิมไม่โอเค เรื่องจะไปโชว์ระดับชาติผมก็คงช่วยไม่ได้” สมภพกระซิบบอกติรกา

ติรกาตาลุกรีบพรีเซนต์  “เรามีโอ่งลายใหม่ที่พึ่งผลิตออกมาไม่นาน ลายมังกรเหยียบดวงอาทิตย์”

ฮึกเหิมเข้าไปพินิจใช้มือแตะหลับตาแล้วส่ายหน้าทันที “ไม่มีพลังเป็นแค่ผลงานแต่ยังไม่สื่อความหมาย มันไม่ใช่ศิลปะ”

ติรกาหน้าเสียรีบนำเสนอลวดลายอื่นๆ แล้วฮึกเหิมก็หันไปเจอโอ่งใบหนึ่งที่รูปทรงยวบลงไป มีลายรูปหน้ากับสองมือของวันรบประทับอยู่เป็นลายของโอ่งวางรวมอยู่กับโอ่งใบอื่นๆ เขาวิ่งเข้าไปยืนมองอย่างตื่นตะลึง

“โอ้ว ไม่ๆ”

ติรกาตกใจจะอธิบายว่าไม่ใช่ผลงานของเธอ แต่ฮึกเหิมชิงพูดขึ้นก่อน

“ไม่ธรรมดา มันคือศิลปะ โอ่งใบนี้มันกำลังสื่อถึงโลก รูปร่างที่ไม่สมประกอบมันคือโลกแห่งความเป็นจริงโลกที่ไม่สมบูรณ์แบบในยุคพุทธกาล ลวดลายสองมือขนาบข้างกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึกมันกำลังสื่อถึงพลังงานแห่งธรรมะที่ชนะอธรรม แรงกดรูปมือทั้งสองลึกได้ระดับบ่งบอกถึงการยอมศิโรราบของพญามารที่มีต่อองค์พระพุทธเจ้า ใบหน้าด้านซ้ายมีรอยยับที่ดวงตาบ่งบอกถึงความอาดูรของพญามารที่ได้วนเวียนอยู่ในวัฏจักรของกิเลสมันคือการสร้างสรรค์”

“ยอดเยี่ยมมากครับ เป็นผลงานนอกกรอบ ที่จะช่วยเผยแพร่ทั้งฝีมือและความเชื่อของชาวไทยได้เป็นอย่างดี ผมยินดีสนับสนุนผลงานของโอ่งเตือนใจเต็มที่” ทองเอกปรบมือชื่นชม แล้วเจรจาขอซื้อโอ่งใบนี้ไปจัดแสดงในแกลเลอรี่เดียวกับงานของอาจารย์ฮึกเหิม

ติรกาอึกอักคิดอะไรไม่ออก แล้วเตือนใจก็โพล่งออกมา เพราะเพิ่งนึกได้

“นี่มันโอ่งที่ตารบล้มใส่วันก่อน”

“ของไอ้วันรบเหรองั้นฉันไม่...” ติรกาจะบอกว่าไม่ขาย แต่ทองเอกสวนขึ้นมาว่าให้ห้าล้านบาท

“สะดุดหน้ากระแทกโอ่งเนี่ยนะ ศิลปะตรงไหนวะ” พุทราตกใจหันมาคุยกับเตือนใจ “แต่ห้าล้านนี่พอค่าสินสอดแถมเหลือกำไรให้คุณวันรบด้วยนะคะ”

สมภพหูผึ่งรีบห้ามทองเอก แต่ทองเอกยืนยันจะเอาโอ่งใบนี้เพราะมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

“ตกลงที่ห้าล้านบาทค่ะ ขอบคุณมาก” เตือนใจสรุปแล้วหันมายิ้มเย้ยติรกา

สมภพกับธงฉานสบตากันอย่างแค้นๆ แล้วเดินเลี่ยงออกไปวางแผนร้ายจะทำลายโอ่งใบนั้นทิ้ง

ส่วนติรกาก็ไม่ยอมแพ้ เธอบอกกับพุทราว่า จะแอบขายโอ่งโดยไม่ให้วันรบรู้ พุทราส่ายหน้าบอกว่าช้าไป แล้วบุ้ยใบ้ไปทางเตือนใจ ที่กำลังโทร.บอกข่าวดีกับวันรบ

ooooooo

มัทรีกลับเข้ามาในบ้าน เห็นทองเอกกับฮึกเหิมคุยอยู่กับเตือนใจก็แปลกใจ เตือนใจเรียกหลานสาวมาใกล้ๆ จะบอกข่าวดี แต่พุทราวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่า โอ่งราคาห้าล้านของวันรบ กลายเป็นเศษดินไม่ถึงสิบบาทไปแล้ว

ทุกคนตกใจรีบไปดูที่โรงงาน เห็นเศษโอ่งกระจัด กระจาย ฮึกเหิมถึงกับทรุด คร่ำครวญราวกับเสียของรักมาก ธงฉานกับสมภพทำเนียนเดินเข้ามา

“เกือบได้ค่าสินสอดพ่อรบแล้วแท้ๆ” เตือนใจถอนใจ สงสารหลาน

“ต้องเป็นฝีมือของคนที่ไม่อยากให้มัทแต่งงาน” มัทรีเหล่ไปทางสมภพกับธงฉาน แต่ติรกากลับร้อนตัวรีบปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ทำ

“แม่คะ มัทไม่ได้คิดว่าแม่เป็นคนทำนะคะ มัทขอตัวก่อน” มัทรีเดินไปอย่างผิดหวัง

ติรกามองตามอย่างไม่พอใจ เพราะคิดว่ามัทรีโทษว่าเธอเป็นคนทำ ส่วนสมภพกับธงฉานส่งยิ้มอย่างรู้กัน ด้านวันรบ เมื่อทราบข่าวร้ายจากมัทรีว่า โอ่งราคาห้าล้านถูกทุบแตกไปแล้ว ก็เดินคอตกเข้าไปถามรชานนท์

“ป๋าจะบอกแผนของป๋าได้หรือยังว่า จะไปขอเงินจากแม่ผมด้วยวิธีไหน”

รชานนท์ยิ้มกริ่มหันไปเรียกพชรมาฟังแผนการด้วยกัน

ในตอนค่ำ มัทรีเข้ามาอ้อนให้เตือนใจช่วยปิดติรกา เรื่องเธอจะไปบ้านวันรบที่สุพรรณ

“เฮ้อ...หาเรื่องให้ยายเดือดร้อนทุกที”

“แต่ทุกครั้งยายก็เต็มใจช่วยหลานรักไม่ใช่เหรอ”

“ก็ยายมีหลานรักคนเดียว ไม่ช่วยมัทแล้วจะช่วยแมวที่ไหน”

“โชคดีที่มัทมียายที่รักและหวังดีกับมัทเสมอ”

“ถ้ามัทไม่มองด้วยอคติ ก็จะเห็นว่ายังมีแม่ที่รักและห่วงใยมัทเหมือนกัน ไม่มีใครทำอะไรบนโลกนี้โดยไม่มีเหตุผล แต่เหตุผลของคนๆนั้น อาจไม่ถูกใจเรามันก็เท่านั้น” เตือนใจมองหลานสาว หวังว่าจะทำให้เธอคิดได้บ้าง

เช้าวันใหม่ เตือนใจจำต้องเล่นละครหลอกติรกาที่แวะมาทานอาหารเช้าด้วยว่า มัทรีไม่สบายใจเรื่องที่ชวดเงินห้าล้าน จึงขอไปพักใจอยู่บ้านของนางสักระยะ ติรกายอมเชื่อแต่ไม่วายกำชับแม่ว่า อย่าให้มัทรีติดต่อกับวันรบเด็ดขาด

เมื่อทางสะดวก มัทรีก็ออกเดินทางไปสุพรรณกับวันรบ ส่วนรชานนท์กับพชรที่ล่วงหน้าไปก่อนก็ปลอมตัวเป็นนักธุรกิจเกาหลี และว่าจ้างมิสเตอร์ดำจังมึงกับบอดี้การ์ดอีกสามคนมาช่วยเล่นละครหลอกวันทนีย์ว่า ที่ดินด้านหลังบ้านมีของดีซ่อนอยู่ จึงอยากจะขอซื้อในราคายี่สิบล้าน

วันทนีย์ตาลุกใส่ให้กำนันรีบโทร.ตามวันรบกลับมา เพราะที่ดินผืนนั้นเป็นของลูกชาย แต่กำนันไม่ทันได้หยิบโทรศัพท์ รถของวันรบก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน

วันรบกับมัทรีลงจากรถ วันทนีย์ปรี่เข้าหาลูกชายพลางเอ่ยว่า มีคนมาขอซื้อที่ของลูกให้ตั้งยี่สิบล้าน

“ยี่สิบล้าน ตกลงเลยครับ” วันรบรีบรับสัญญาจากพชรมาเซ็น

รชานนท์พูดเป็นนัยว่า จะโอนเงินให้ในวันพรุ่งนี้หลังจากสำรวจแล้วว่า ที่ดินของวันรบมีของที่เขาต้องการ

วันทนีย์ชักสงสัยถามว่า ที่ดินของวันรบมีอะไร รชานนท์กับพชรส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่ยอมตอบอะไร

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:17 น.