ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นางฟ้ากับมาเฟีย

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

นางฟ้ากับมาเฟีย ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

หลังจาก ราม รัตนมณี ตำรวจลับหนุ่มฝีมือฉกาจเสร็จภารกิจปราบผู้ร้ายในอเมริกา เขาถูกท่านก้องภพแห่งหน่วยปราบปรามยาเสพติดเรียกตัวกลับมาช่วยงานที่เมืองไทย เป้าหมายงานครั้งนี้คือการให้รามเข้าไปแฝงตัวอยู่ในแก๊งของพ่อเลี้ยงปองธรรมเจ้าพ่อมาเฟียตัวกลั่นเพื่อให้สาวถึงนายใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลัง

เมื่อสายของท่านก้องภพรายงานเข้ามาว่าจะมีการส่งมอบสารผลิตยาเสพติดลอตใหญ่ที่เกาหลีใต้ พ่อเลี้ยงปองธรรมส่งแสงกับเย็นไปดำเนินการ รามวางแผนจะใช้แสงกับเย็นเป็นสะพานเข้าถึงตัวพ่อเลี้ยงมาเฟียจึงต้องตามพวกนั้นไปเกาหลีใต้ด้วย ระหว่างที่แสงกับเย็นเข้าห้องน้ำในสนามบินสุวรรณภูมิ รามพยายามจะเอาอุปกรณ์ดักฟังเป็นปากกาด้ามหรูดูดีเสียบไว้ในกระเป๋าสะพายของเย็นที่วางไว้กับพื้นห้องน้ำติดทางออก

เมขลาแอร์โฮสเตสสาวสวยซึ่งจะขึ้นบินเป็นครั้งแรกเดินทะเล่อทะล่าด้วยความรีบร้อนกลัวจะขึ้นบินไม่ทัน เข้ามาชนรามที่กำลังก้มๆเงยๆอย่างจัง เธอส่งเสียงโวยวายลั่น รามตาเหลือกพุ่งไปปิดปากขอร้องไม่ให้ส่งเสียง เมขลากัดมือเขาจมเขี้ยว ถึงกับร้องลั่น รามเหลือบเห็นประตูห้องน้ำที่แสงเข้าไปกำลังเปิดออก รีบปล่อยเมขลา วิ่งปรู๊ดออกไปทันที ไม่อยากให้แสงเห็นหน้า เมขลามองตามรามยิ้มสะใจ

“คนโรคจิตก็ต้องเจอแบบนี้แหละ”

“มีอะไรหรือครับ” แสงมองหน้าเมขลางงๆ

“ก็ผู้ชายคนนั้นน่ะสิคะ เข้ามาในห้องน้ำผู้หญิงได้ยังไง...เอ๊ะ” เมขลาเอะใจ เหลียวมองไปรอบๆเห็นโถปัสสาวะผู้ชายเรียงรายอยู่ ยิ้มเจื่อน “สงสัย...เขาไม่ได้ผิดหรอกค่ะ แต่ฉันเองที่ผิด...เข้าผิดที่” เมขลาเผ่นแนบ...

ในเวลาต่อมา เครื่องบินที่รามนั่งก็บินขึ้นจากสนามบินมุ่งหน้าสู่เกาหลีใต้ รามนั่งข้างหลังเย็นติดทางเดิน ส่วนแสงนั่งริมหน้าต่างคู่กับเย็น ที่นั่งข้างรามว่างไม่มีผู้โดยสาร แต่อีกฝั่งของทางเดินมีนักธุรกิจหนุ่มต่างชาติท่าทางภูมิฐานนั่งอยู่ รามคอยจ้องกระเป๋าสะพายของเย็นที่วางไว้ใต้เก้าอี้เขม็ง คิดหาทางเสียบปากกา

ถึงเวลาเสิร์ฟเครื่องดื่ม เมขลาเข็นรถใส่เครื่องดื่มมาตามทางเดิน เห็นรามนั่งอยู่ นิ่วหน้าจะใช่คนเดียวกับไอ้โรคจิตที่เจอในห้องน้ำหรือเปล่า รามเงยหน้าเห็นเมขลา รีบก้มหน้า คว้าหนังสือพิมพ์ที่เสียบไว้ในช่องที่นั่งขึ้นมากางปิดหน้า เมขลายิ่งสงสัย ร้องถามชายหนุ่มต้องการรับชาหรือกาแฟ รามทำเป็นไม่สนใจ โบกมือไล่ เมขลายังคาใจพยายามล่อหลอกให้พูด รามไม่หลงกล เธอจำต้องเข็นรถใส่เครื่องดื่มเดินต่อไปถึงแถวของแสงกับเย็น

จังหวะที่เมขลากำลังจะเสิร์ฟกาแฟร้อนให้แสง นักธุรกิจหนุ่มต่างชาติจิตทรามจับก้นเธอเต็มๆ หญิงสาวสะดุ้งโหยง กาแฟในมือหกรดตักเย็นร้องลั่น เมขลาหันขวับมาเจอรามกำลังก้มจะเอาปากกาใส่กระเป๋าสะพายของเย็น เข้าใจผิดคิดว่าเขาจับก้นเธอ ร้องเรียก “คุณ” เสียงเข้ม รามสะดุ้ง ปากกาหลุดมือ รุจเพื่อนซี้แอ๊บแมนของเมขลาเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมขลาอ้าปากจะฟ้อง แต่เปลี่ยนใจ

“ไม่มีอะไร...มดกัด ก็เลยตกใจ...ต้องขอโทษนะคะ” เมขลาหันไปบอกเย็น แล้วดึงกระดาษทิชชูส่งให้นักธุรกิจแอบยิ้มชอบใจ รามมองเขาอย่างแค้นใจ ก่อนจะกวาดตามองหาปากกา เห็นกลิ้งไปอยู่หน้าเคบินเตรียมอาหารของลูกเรือ ขยับจะลุกไปเก็บ เมขลาหยิบขึ้นมาเหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อตัวเองเสียก่อน รามถึงกับเซ็ง

ooooooo

เสร็จจากขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีใต้ รามมาดักรอเมขลาหรือเมอยู่หน้าสนามบินเพื่อจะฉกปากกาเครื่องดักฟังคืน ไม่นานนัก เมขลาในชุดธรรมดาเดินออกมากับรุจ รามซึ่งสวมหมวกใส่แว่นดำอำพรางใบหน้ารีบหลบหลังเสา ก่อนจะค่อยๆชะเง้อมองเห็นเมขลากับรุจพากันขึ้นรถแท็กซี่ รามรีบขึ้นแท็กซี่ตาม

เมขลามองวิวข้างทางอย่างตื่นเต้นเพราะเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ผิดกับรุจซึ่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหรือดารา เขาจึงอาสาเป็นไกด์พาเมขลาทัวร์กรุงโซล โดยมีรามคอยตามติดหาทางเอาปากกาคืนตลอดการท่องเที่ยว แต่พลาดเสียทุกครั้งเพราะนอกจากจะต้องคอยหลบหน้าเมขลา

เขายังต้องคอยเอาตัวรอดจากการจ้องจะลวนลามของรุจ จนกระทั่งหนุ่มหวานใจของรุจโทร.มานัดให้ไปเจอ รุจเลยทิ้งเมขลาให้เที่ยวคนเดียว รามรอจังหวะที่เมขลาหยิบปากกาของเขาขึ้นมาจะเขียนชื่อตัวเองใส่กุญแจคู่รักบนหอคอยโซล ตัดสินใจพุ่งเข้าไปแย่งจากมือเธออย่างหน้าด้านๆแล้ววิ่งหนี เมขลาโกรธวิ่งตาม แต่ไม่ทัน

“บ้าที่สุด ปากกาด้ามเดียวก็ยังเอา นี่ถ้าเป็นเมืองไทยฉันไม่ปล่อยแกลอยนวลแน่” เมขลาเจ็บใจมาก...

ด้านรามกะว่าหนีพ้นเมขลาแล้ว หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาท่านก้องภพ ขอให้ช่วยเช็กทีว่าแสงกับเย็นพักโรงแรมไหน ห้องเบอร์อะไร จากนั้นไม่นาน รามตัวติดหนวดอำพรางใบหน้าที่แท้จริง ปลอมตัวเป็นพนักงานของโรงแรม ทำทีเข็นรถใส่เครื่องดื่มหลากหลายชนิดมาเคาะประตูห้องพักของแสงกับเย็น บอกเย็นซึ่งเป็นคนมาเปิดประตูห้องรับเป็นภาษาอังกฤษว่าเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นอภินันทนาการจากโรงแรม
เย็นฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ปฏิเสธว่าไม่ได้สั่ง แต่พอรามพูดคำว่า “ฟรี” เท่านั้น เย็นถึงกับยิ้มออกผายมือให้รามยกถาดใส่เครื่องดื่มเข้ามาวางบนโต๊ะ ตำรวจหนุ่มอาศัยช่วงที่เย็นไม่ทันมอง เสียบปากกาเครื่องดักฟังไว้ที่กระเป๋าสะพายของเย็น ก่อนจะรีบออกไป

จากนั้น รามลงมานั่งหลบมุมอยู่ที่ล็อบบี้ กำลังปรับเครื่องสัญญาณให้ตรงกับเครื่องดักฟังที่เขาเพิ่งเอาไปเสียบไว้ในกระเป๋าของเย็น เมขลากลับจากเที่ยว เดินอย่างเหนื่อยอ่อนเข้าไปเช็กอินที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ เหลือบเห็นรามสวมแว่นดำนั่งอยู่ เธอขยี้ตาตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อโลกกลมได้ขนาดนี้ พึมพำเบาๆว่า

“นี่ฉันตาฝาดเห็นไอ้หมอนี่อีกแล้วเหรอเนี่ย”

เมขลามองไปอีกที รามหายไปแล้ว จังหวะนั้น เสียงมือถือของเมขลาดังขึ้น โรสเพื่อนของเมขลาโทร.มาถามเรื่องฝากซื้อของ เมขลาร้องเอะอะ ขอโทษเพื่อนเป็นการใหญ่ที่ลืม รับปากจะไปซื้อให้เดี๋ยวนี้ แล้วผลุนผลันออกจากโรงแรม ลืมเรื่องหนุ่มโรคจิตคนนั้นไปสนิท...

เนื่องจากในล็อบบี้สัญญาณไม่ชัด รามแอบขึ้นบันไดหนีไฟมาอยู่ชั้นเดียวกับห้องพักของแสง ขยับหาสัญญาณจนได้ยินเสียงเย็นถามแสงว่าปากกาด้ามนี้ใช่ของแสงหรือเปล่า ทำไมมาอยู่ในกระเป๋าของเขา แสงปฏิเสธว่าเปล่า ถ้าเย็นไม่เอาก็ทิ้งไป เย็นไม่ทิ้ง เอาปากกาเหน็บไว้ที่คอเสื้อ แล้วหยิบเอกสารการท่องเที่ยวที่วางอยู่ในห้องขึ้นมาดู มีเสียงมือถือของแสงดังขึ้น แสงอยู่ในห้องน้ำ เย็นจึงรับสายแทน

“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง...ถึงแล้วครับ...ได้ครับ” เย็นวางสายแล้วเดินไปเคาะประตูห้องน้ำ “พี่แสง...พ่อเลี้ยงโทร.มาแล้ว บอกว่าเราจะขนของตอนเที่ยงคืน...ถ้างั้นฉันขอออกไปข้างนอกหน่อยนะ” เย็นว่าแล้วรีบออกไปทันที เกรงแสงจะไม่อนุญาต รามแอบสะกดรอยตามเย็นมาห่างๆเห็นเดินออกมา หน้าโรงแรม ขึ้นรถแท็กซี่ รามรีบโบกมือเรียกแท็กซี่ให้ตามคันของเย็นไปห่างๆแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.แจ้งท่านก้องภพ

“ทุกอย่างเรียบร้อยครับ...การแสดงใหญ่จะเริ่มตอนเที่ยงคืน...ช่วยเตรียมนักแสดงสมทบให้มารวมตัวกันที่ห้องลูกค้าด้วยนะครับ...ตอนนี้ผมกำลังตามเป้าหมายคนหนึ่งออกจากโรงแรม ถ้าโชคดีอาจจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม”

รามแจ้งท่านก้องภพเป็นรหัสเพื่อกันรั่วไหล การแสดงใหญ่ที่ว่าหมายถึงการปะทะกันของพวกแสงและเย็นกับพวกตำรวจ นักแสดงสมทบคือพวกของภาคภูมินายตำรวจไทยกับพวกตำรวจลับเกาหลีใต้

ooooooo

เย็นแวะเข้าบ่อนกาสิโน แต่เล่นไพ่โกงจึงถูกนักเลงคุมบ่อนจับโยนออกมาทางประตูบ่อนด้านหลัง แล้วตามเข้ามารุมสหบาทา เย็นค่อยๆคลานหนีจากวงล้อมโดยที่พวกนั้นไม่เห็น รามสบช่องร้องเรียกเย็นให้หนีมาทางนี้ พวกนักเลงรู้ตัววิ่งไล่กวด เย็นสะดุดขาตัวเอง ทำปากกาเครื่องดักฟังหล่น

“เฮ้ย...เดี๋ยว ปากกาข้า”

รามหันไปมองเห็นปากกาของตัวเอง จะพุ่งไปเก็บแต่ไม่ทัน พวกนักเลงตามมาเสียก่อน รามมีฝีมือเข้าต่อสู้กับพวกนักเลงจนหมอบไปหลายคน แล้วช่วยหิ้วปีกเย็นพาหนี โดยมีพวกนักเลงวิ่งไล่อย่างไม่ลดละ...

ขณะที่รามพาเย็นวิ่งหนีสุดชีวิตมาตามซอย อีกฟากหนึ่งของถนนใหญ่รถแท็กซี่ที่เมขลานั่งกลับจากซื้อของให้โรสเกิดดับดื้อๆ เธอเห็นคนขับรถแก่มากแล้วจึงลงไปเข็นรถให้ เมขลาเข็นสุดกำลังจนรถแท็กซี่เครื่องยนต์ติด เธอยิ้มดีใจ ปาดเหงื่อเดินมาที่รถแท็กซี่ ยังไม่ทันจะเปิดประตู รามกับเย็นวิ่งพรวดเข้ามาตัดหน้าขึ้นไปนั่งรถแท็กซี่คันที่เธอเข็นแทบตายไปหน้าตาเฉย เมขลามองตามรามอย่างเจ็บแค้นใจ ทำไมต้องเป็นหมอนี่ทุกที...

แสงไม่พอใจมากที่เย็นพารามมาที่ห้องพัก แม้รามจะช่วยชีวิตเย็นไว้ แต่เราสองคนมีงานสำคัญต้องทำจะให้รามอยู่ที่นี่ไม่ได้ ไม่ว่าเย็นจะขอร้องอย่างไรแสงก็ไม่ยอม ครู่ต่อมา รามเดินออกมาหน้าโรงแรมอย่างผิดหวังสวนกับภาคภูมิที่เดินเข้ามากับนายตำรวจลับเกาหลีใต้ ภาคภูมิไม่สนใจราม แต่รามคุ้นๆหน้าภาคภูมิ แอบสะกดรอยตาม เมขลาลงรถแท็กซี่หน้าโรงแรมพอดีเห็นรามไวๆจำได้ รีบเดินตามแต่ไม่ทัน เขาหายตัวไปแล้ว...

ใกล้ถึงเวลาส่งมอบสารผลิตยาเสพติด ภาคภูมิกับตำรวจลับเกาหลีใต้อยู่ในห้องข้างๆห้องแสงจ้องจอภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งพวกตำรวจแอบติดตั้งไว้ในห้องพักของแสงก่อนหน้านี้ โดยไม่รู้ว่ารามคอยซุ่มดูอยู่ตรงโถงทางเดินหน้าห้องพัก สักพัก พ่อค้ายาเกาหลีสองคนมาเคาะประตูห้องพักของแสงอยู่ครู่หนึ่ง เย็นเปิดประตูรับ

เป็นจังหวะเดียวกับเมขลาก้าวออกจากประตูลิฟต์ เห็นรามแอบซุ่มอยู่ ถึงกับปรี๊ดแตก ปราดเข้าไปฟาดกระเป๋าถือใส่รามอุตลุด รามหันมาเงื้อหมัดจะชก แต่เห็นหน้าเมขลาเงื้อค้าง เอ็ดเสียงเขียวมาตีเขาทำไม

“ยังจะกล้าถามอีกนะ คุณทั้งลวนลามฉันบนเครื่องบิน ทั้งแย่งแท็กซี่ฉันแถมยังขโมยของฉันอีก แบบนี้มันสมควรตาย” เมขลาว่าแล้วโดดบีบคอ รามพยายามแกะมือเธอออก ปฏิเสธลั่นว่าไม่รู้เรื่อง เมขลาขู่จะลากคอเขาเข้าคุก รามมองไปทางห้องพักของแสงอย่างพะวักพะวน ก่อนจะตัดสินใจเล่นบทน่าสงสาร ขอร้องเธออย่าส่งเขาให้ตำรวจ ที่เขาทำไปเพราะจนตรอกจริงๆ เมขลาไม่เชื่อ จนตรอกบ้าอะไรมีปัญญาบินมาเที่ยวเกาหลี

“ถ้าคุณเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาแถมยังมีแม่ที่ป่วยหนัก คุณก็ต้องคิดหาทางเสี่ยงโชคเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนผม” รามตีหน้าเศร้า ขอความเห็นใจ เมขลาไม่เชื่อ ชายหนุ่มทำเป็นเจ็บหน้าอกเหมือนเป็นโรคหัวใจ แล้วแกล้งเป็นลมชักกระแด่ว เมขลาใจไม่ดี รีบลากรามเข้าห้องพักตัวเองที่อยู่ติดกับห้องพักของแสงอีกด้านหนึ่ง

ด้วยความเป็นคนใจดี มีเมตตา เมขลาพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตรามที่นอนแน่นิ่ง สุดท้ายตัดสินใจจะปั๊มหัวใจและผายปอดให้ รามตกใจโกหกว่าหายแล้ว ทำท่าจะลุก เมขลารั้งไว้ อยากรู้ที่เขาว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หายคือโรคอะไร รามแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะว่าเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย แถมเป็นลิ้นหัวใจรั่วอีกต่างหาก เมขลาหลงเชื่อ สงสารและเห็นใจรามมาก อาสาจะแนะนำหมอเก่งๆให้แล้วคว้ากระเป๋ามาค้นหานามบัตร

รามเริ่มกระสับกระส่าย พยายามหาทางชิ่งกลัวจะไม่ทันการ กวาดตามองไปรอบๆเห็นระเบียงห้อง ปิ๊งไอเดียทันที แกล้งกุมขมับร้องโอดโอยโผเข้าหาเมขลาจนหน้าเกือบจะชนกัน โกหกว่าปวดหัวมาก ขอผ้าชุบน้ำสักผืน เมขลาหลงกลพุ่งเข้าไปในห้องน้ำ รามสบช่องวิ่งไปที่ระเบียงห้องชะโงกไปดู ประตูระเบียงห้องพักของแสงเปิดอยู่ เห็นเย็นเดินไปเดินมาแถวนั้น จึงปีนระเบียงเข้าไปใกล้ๆส่งเสียงเตือนเย็นว่าตำรวจมา

เย็นตกใจอ้าปากค้าง จังหวะนั้น เมขลาเข้าใจผิดคิดว่ารามคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย พุ่งมารวบเอวไว้ เย็นไม่เห็นเมขลาเพราะรามยืนบัง ร้องเอะอะเป็นภาษาไทยและอังกฤษว่าตำรวจมา ทั้งหมดตาเหลือกวิ่งหนีออกจากห้อง ภาคภูมิกับตำรวจลับเห็นคนร้ายจะหนีรีบกรูออกจากห้อง รามเห็นแสงกับพวกปะทะกับกลุ่มของภาคภูมิผ่านทางระเบียงห้อง อยากจะเข้าไปช่วยพวกแสง แต่เมขลาเกาะแน่นยิ่งกว่าปลิง รามขอร้องให้เธอปล่อย

“ไม่...ฉันไม่มีทางปล่อยให้คุณฆ่าตัวตายไปต่อหน้าหรอก”

รามดิ้นรนสุดฤทธิ์ จนพลัดตกระเบียง แต่มือไวคว้าราวระเบียงไว้ทัน เมขลากรี๊ดร้องลั่นด้วยความตกใจ...

พวกแสงฝ่าวงล้อมของตำรวจไปได้ ภาคภูมิขยับจะตาม แต่เสียงร้องของเมขลาทำให้ชะงัก รีบวิ่งเข้าไปในห้องพักของแสง เมขลายื่นมือให้รามจับ แต่รามเห็นภาคภูมิกำลังเดินมาที่ระเบียง

ทั้งสองหนุ่มสบตากัน ภาคภูมิรู้สึกคุ้นๆหน้า รามเกรงแผนแตก ก้มมองลงไปเบื้องล่างเห็นรถบรรทุกผักแล่นผ่านมารีบปล่อยมือ เมขลาตกใจสุดขีดไม่เคยเห็นคนตกตึกมาก่อน เป็นลมล้มพับไปตรงนั้น จึงไม่ทันเห็นรามตกลงบนรถบรรทุกผักอย่างปลอดภัยดีไม่มีอะไรแตกหัก รามรีบคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาท่านก้องภพ

“ผมเองครับ...ผมจะโทร.มาบอกว่าการแสดงวันนี้ยกเลิกนะครับ พอดีมีอุปสรรคเกิดขึ้นน่ะครับ” รามเซ็ง...

ในเวลาต่อมา ที่สถานีตำรวจเกาหลี ภาคภูมิคิดว่าเมขลาเกี่ยวข้องกับพวกค้ายาเสพติด ทันทีที่เธอฟื้น เขาพาตัวไปห้องสอบสวน ซักถามเธอเพื่อเค้นเอาความจริงโดยไม่ฟังข้อแก้ตัวใดๆ เมขลาถูกกักตัวไว้ที่นั่นทั้งคืน ทำให้ตกเครื่อง ขึ้นบินตามกำหนดไม่ทัน

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงเมืองไทย เมขลาถูกทางบริษัทสายการบินสั่งพักงาน ผู้บริหารไม่พอใจมากที่เธอเข้าไปพัวพันกับคดีค้ายาเสพติด ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัท เมขลาแก้ตัวว่าบริสุทธิ์ไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย แต่ไม่เป็นผล รุจพยายามปลอบ แต่เมขลากลับยิ่งร้องไห้หนัก คร่ำครวญว่าตัวเองผิดอะไรนักหนาถึงต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้

“แกไม่ได้ทำผิดหรอก แต่แกน่ะดีเกินไป แม่นางฟ้า”

เมขลาโต้ เธอไม่ใช่นางฟ้า เพียงแต่ทนเห็นคนเป็นลมชักตรงหน้าแถมป่วยด้วยโรคมะเร็งสมองกับโรคหัวใจไม่ได้ รุจเตือนอย่าเป็นคนดีมากเกินไป หัดเลียนแบบตัวอิจฉาในละครบ้าง ระหว่างนั้น โรสโทร.เข้ามือถือของเมขลา ขอร้องให้มาช่วยประกันตัว รุจส่ายหน้า ยกมือขึ้นทำเป็นรูปกากบาท

เมขลาแข็งใจปฏิเสธโรสว่าต่อไปนี้เธอจะไม่ช่วยโรสอีกแล้ว แต่พอโรสออกปากฝากฝังให้ดูแลแม่ของเธอแทนเธอด้วย เพราะคราวนี้อาจติดคุกนาน เมขลาพยายามทำใจแข็งแต่ไม่สำเร็จ...

ขณะเดียวกัน รามกลับถึงห้องเช่าซึ่งอยู่เหนือสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านรัชดา สาวๆในสถานบันเทิงต่างตรงเข้ามากอดต้อนรับเขาเป็นการใหญ่ มาม่าซังเจ้าของสถานบันเทิงที่หลงรักรามเข้ามาทักทายส่งตาหวานให้

“ตอนผมไม่อยู่นี่ มีอะไรบ้างไหมครับเจ๊”

“ไม่นะ ไม่มีใครกล้ามากวนเจ๊แล้วล่ะ ตั้งแต่รามมาอยู่ที่นี่...อ้อ...จะมีก็แต่คนตาบอดขายลอตเตอรี่มาหาราม บอกว่ารามอยากซื้อลอตเตอรี่”

รามชะงักเพราะนั่นเป็นรหัสติดต่อของเขากับท่านก้องภพ รีบไขกุญแจห้องพักเอาของไปเก็บ แล้วตรงไปยังร้านน้ำชา ซึ่งเป็นสถานที่นัดพบ เจอท่านก้องภพในคราบคนขายลอตเตอรี่ตาบอดนั่งรออยู่ก่อนแล้ว รามทำทีเข้าไปซื้อลอตเตอรี่ แต่ให้คนขายช่วยเลือกให้ ท่านก้องภพทำเป็นเลือกๆก่อนจะหยิบลอตเตอรี่ให้เขาหนึ่งคู่ รามยัดเงินใส่มือท่านก้องภพ แล้วเดินออกจากร้านมาถึงมุมปลอดคน รีบพลิกลอตเตอรี่ดูด้านหลัง มีข้อความเขียนว่า

“เสือลงจากดอยแล้ว”

รามรู้ทันทีว่านี้เป็นรหัสบอกว่า พ่อเลี้ยงปองธรรมตอนนี้ลงมากรุงเทพฯแล้ว...

ที่บ้านของพ่อเลี้ยงปองธรรมในกรุงเทพฯ ธิดาหรือเทเรซ่าลูกสาวของพ่อเลี้ยงปองธรรมออกมารอต้อนรับ พ่อของเธอพร้อมด้วยลูกสมุนของพ่อเลี้ยง รวมทั้งแสงกับเย็น สักพัก รถหรูคันหนึ่งแล่นมาจอด พ่อเลี้ยงปองธรรมกับเทวัญลูกชายของเขาก้าวลงจากรถ ธิดาวิ่งเข้าไปกอดพ่อ ดีใจที่ท่านจะมาร่วมงานเปิดตัวบูติกของเธอ

หลังจากทักทายลูกสาวสุดรักสุดห่วงเสร็จ พ่อเลี้ยงปองธรรมเรียกแสงกับเย็นมาชำระความที่การซื้อขายสารผลิตยาเสพติดไม่สำเร็จ ครั้งนี้พ่อเลี้ยงปองธรรมจะละเว้นโทษไว้ก่อน ลูกสาวของเขากำลังจะเปิดร้าน ไม่อยากให้มีเรื่องอัปมงคล แสงกับเย็นกราบขอบคุณพ่อเลี้ยงปลกๆขยับจะถอยออกไป

พ่อเลี้ยงปองธรรมเรียกไว้ ยังคาใจไม่หาย ทำไมทั้งคู่ถึงรอดเงื้อมือตำรวจมาได้ เย็นรีบรายงานว่าเป็นเพราะรามมาเตือนพวกตนเสียก่อน พ่อเลี้ยงไม่พอใจที่มีคนนอกมาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ด้วย เย็นลนลานอธิบาย

“รามเป็นผีพนันครับ มันช่วยผมจากไอ้พวกมาเฟียคุมบ่อนที่เกาหลี ฝีไม้ลายมือยังกะจาพนม ผมยังคิดจะชวนมาทำงานกับพ่อเลี้ยงเลย”

“ฉันไม่ได้รับคนง่ายๆ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามันเก่งจริงและเชื่อใจได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง” พ่อเลี้ยงปองธรรมเสียงเข้มเย็นค่อยคลายกังวลไปได้

ตอนที่ 2

เมขลาประกันตัวโรสออกมาแล้วพากันไปยังคอนโดฯที่พักของเธอ แต่ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นโซ่ล็อกประตูห้องพักตัวเอง และมีประกาศปิดไว้หน้าประตูห้องมีใจความว่า เนื่องจากเจ้าของห้องนี้ขาดส่งค่างวดมาสามเดือนแล้วทางบริษัทจะยึดห้องคืน เมขลาตั้งสติได้ชี้หน้าโรส

“เอ๊ะ...แต่ฉันฝากเงินแกไปส่งค่าผ่อนคอนโดฯทุกเดือนนี่”

โรส แกล้งปวดท้อง แล้วชิ่งหนีไปหน้าตาเฉย เมขลาวิ่งไล่จนทัน คว้าคอเพื่อนตัวแสบไว้ ตัดพ้อต่อว่าโรสทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร สั่งให้เอาเงินทั้งหมดมาคืนเดี๋ยวนี้ โรสลื่นเป็นปลาไหลใส่สเก็ต อ้างเอาเงินจำนวนนี้ไปใช้หนี้พนันให้แม่ของเธอหมดแล้ว ถ้าเมขลาไม่เชื่อก็ฆ่าเธอให้ตายๆไปเลย แล้วฝากฝังให้ดูแลแม่แทนเธอด้วย เมขลาไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ผลักโรสออกด้วยความเจ็บใจ โรสไม่รอช้าเผ่นหนีทันที...

ไม่นานนัก โรสกลับถึงบ้านทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง คว้ารีโมตทีวีขึ้นมากดเปิด แต่พอเงยหน้ามองทีวีต้องตาค้าง ทีวี แอลซีดี 42 นิ้วจอแบน ใหม่เอี่ยมที่เคยวางอยู่ เหลือเป็นแค่ทีวี 19 นิ้วรุ่นโบราณ โรสตะโกนถามหาทีวีลั่นบ้าน พอรู้ว่าชุลีแม่ของเธอเอาทีวีเครื่องใหม่ไปจำนำ โรสบ่นอย่างเซ็งจัด เธออุตส่าห์เก็บเงินอยู่ตั้งนานกว่าจะซื้อมาได้

“แค่สามเดือนเอง” ชุลีแย้ง

เมขลา ซุ่มแอบฟังอยู่หน้าประตูบ้านถึงกับตาโต สามเดือนก็เท่ากับค่างวดของเธอพอดี ปรี๊ดแตกเข้าไปต่อว่าโรส ตกลงค่าทีวีนั่นเป็นเงินของเธอใช่ไหม ชุลีถึงบางอ้อทันที ที่แท้เมขลาเป็นคนซื้อทีวีนี่เอง ขอบอกขอบใจเมขลาเป็นการใหญ่ที่พลอยทำให้เธอได้อานิสงส์ไปด้วย โรสแต่งเรื่องโกหกไม่ทัน ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆเมขลาชิงตัดบท

“ไม่ต้องพูด ต่อไปนี้ แกกับฉันไม่ใช่เพื่อนกันอีกแล้ว”

ชุลี งง ทำไมเมขลาจิตใจคับแคบขนาดนี้ เธอแค่เอาทีวีที่เมขลาซื้อให้ไปจำนำ ไม่เห็นต้องตัดเพื่อนตัดฝูงกับโรสเลย เมขลาขี้เกียจอธิบาย ผละจากไปอย่างโกรธจัด โรส หน้าสลด พูดอะไรไม่ออก...

ค่ำวันเดียวกัน ที่ห้องเช่าของราม เย็นมาสืบเรื่องของรามตามที่อยู่ที่เขาเคยให้ไว้ โชคดีที่รามรู้ตัวก่อนวางแผนเล่นละครตบตา ทำทีซ้อมมาม่าซังจนล้มคว่ำ แล้วสั่งให้เธอถอดสร้อยคอทองคำมาใช้หนี้ให้เขาแทนเงินที่เธอเม้ม

ค่าส่วยคุ้มครองไป เย็นหลงเชื่อว่ารามเป็นพวกเลวได้ใจ รีบเอาไปคุยอวดให้แสงฟัง...

หลัง จากเย็นกลับไปแล้ว รามเข้าไปขอโทษมาม่าซังที่พลั้งมือไปหน่อย มาม่าซังไม่ถือ เพื่อรามแล้วเจ็บกว่านี้เธอก็ทนได้ รามนึกขึ้นได้คืนสร้อยคอทองคำให้ มาม่าซังไม่อยากได้สร้อยคืนอยากได้อย่างอื่นมากกว่า

“แต่ผมขี้หึงนะ เป็นแฟนผมแล้ว เจ๊ต้องปิดกิจการนี่และห้ามมองคนอื่นตลอดไป เจ๊จะทนไหวหรือ”

“ไม่ต้องมาขู่เลย นึกว่ากลัวหรือไง” มาม่าซังหัวเราะชอบใจ

ooooooo

วัน นี้เมขลาว่างเพราะถูกพักงาน จึงแวะไปช่วยละมุนดูแลเด็กๆที่บ้านเด็กกำพร้าที่เธอเติบโตมา เมขลาช่วยทำโน่นทำนี่เหมือนเช่นเคย ละมุนมองเธออย่างภาคภูมิใจ

“ระวังน้องๆติดใจไม่ยอมปล่อยให้เมกลับไปเป็นแอร์นะ” ละมุนกระเซ้า

“ก็ ดีสิคะ เมจะได้ช่วยงานที่นี่ ตอบแทนน้าละมุนกับแม่อุปถัมภ์ที่เลี้ยงเมจนโต...เอ่อ น้าว่าแม่อุปถัมภ์จะผิดหวังมั้ยคะ ถ้าเมถูกไล่ออก” เมขลาสีหน้าหมองลงทันที ละมุนมั่นใจคนดีๆอย่างเมขลามีพระคอยคุ้มครองไม่ถูกไล่ออกง่ายๆแน่ เมขลาเคยได้ยินเพื่อนบอกว่า โลกนี้สกปรกเกินไปสำหรับคนดี ฉะนั้น เราต้องหัดทำเลวบ้างจะได้อยู่บนโลกนี้ต่อไปได้ ละมุนไม่เห็นด้วย ความเลวไม่ต้องหัด ความดีต่างหากต้องหัดและฝึกฝนถึงจะเป็นคนดีได้

“แต่เมทำดีแล้วไม่เห็นได้อะไรขึ้นมาเลย”

“น้า สอนให้เมทำดีเพื่อให้คนอื่นมีความสุข เมจะได้มีความสุขไปด้วย พอมีความสุข จิตใจก็จะสงบก่อให้เกิดปัญญาแก้ปัญหาได้ที่ต้นเหตุ แบบนี้ยังไม่เรียกว่าดีอีกหรือจ๊ะ” ละมุน ยิ้มให้อย่างมีเมตตา เมขลารู้แล้วจะแก้ปัญหาเรื่องคอนโดฯที่พักของตัวเองได้อย่างไร ขอบคุณละมุนที่ทำให้เธอได้คิด

จากนั้น เมขลาตรงไปบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของคอนโดฯที่เธอเช่าซื้อ อาคารใหญ่โตหรูหราของบริษัททำให้เมขลาหลงทาง มาเจอกับทรงวาด รัตนมณี เจ้าของบริษัทซึ่งกำลังช็อกด้วยความดีใจที่ได้รับโทรศัพท์จากนักสืบแจ้งว่า ตามหาลูกชายของเธอเจอแล้ว เมขลาถามทางไปฝ่ายประนอมหนี้ ทรงวาดยังไม่ทันจะตอบก็เป็นลมไปเสียก่อน หญิงสาวรีบเข้าไปประคอง ก่อนจะร้องเรียกให้คนช่วย...

ที่ห้องพักฟื้นภายใน รพ. ทันทีที่ทรงวาดรู้สึกตัว

รีบ แจ้งให้เรื่องฤทธิ์น้องชายสามีของเธอทราบว่า นักสืบที่เธอจ้างไว้ ตามหารามพบแล้ว เรืองฤทธิ์ชะงัก ก่อนจะรีบทำตัวเป็นปกติ ตำหนิตัวเองที่ไม่ได้เรื่อง ให้คนไปตามหารามอยู่หลายปีกลับไม่พบ ทรงวาดไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ แค่อยากให้เรืองฤทธิ์ช่วยไปพูดกับรามให้เธอที

เรือง ฤทธิ์พยักหน้ารับคำอย่างไม่ค่อยเต็มใจ แต่พยายามเก็บอาการไว้ ไม่นานนัก เรืองฤทธิ์มาหารามที่ห้องเช่าตามที่อยู่ที่ทรงวาดให้ไว้ รามปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่คนที่เรืองฤทธิ์ตามหาแล้วปิดประตูใส่หน้า

“อาเป็นอาของรามไม่มีทางจำผิดหรอก เปิดประตูนะราม ถ้ารามไม่เปิดอาจะรออยู่ตรงนี้ล่ะ”

“รอไปเถอะ ยังไงผมก็ไม่เปิด คุณไม่ใช่อาผม” รามตะโกนตอบ

เรือง ฤทธิ์เอาจริง นั่งรออยู่หน้าห้องตั้งแต่สายยันบ่ายไม่ขยับไปไหนสุดท้ายรามทนไม่ไหว ต้องเปิดประตูห้องออกมาพยุงเรืองฤทธิ์ให้ลุกขึ้น เรืองฤทธิ์ขอร้องให้รามไปเยี่ยมทรงวาดซึ่งกำลังนอนป่วยอยู่ที่ รพ. รามกับทรงวาด

ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เรืองฤทธิ์ทักท้วง แต่ทรงวาดคิดถึงรามมากและรักเขาเหมือนลูกแท้ๆ

“ฮึ...ผมซาบซึ้งดีครับ อามีธุระกับผมแค่นี้ใช่มั้ย”

เรือง ฤทธิ์พยักหน้า จังหวะนั้น สาวนั่งชั่วโมงห้องข้างๆ เปิดประตูออกมาส่งชายคู่ขา พอหันมาเห็นรามยืนอยู่โบกมือทักทายอย่างคนคุ้นเคย ถามกระเซ้าว่ารามจะให้เธอมาดูแลเพื่อนของเขาให้ไหม เรืองฤทธิ์แอบสะใจที่รามกลายเป็นแมงดา แกล้งถามเสียงเศร้าว่ารามคงไม่ได้มีอาชีพอย่างที่เขาคิดใช่ไหม

“แล้ว มันเป็นยังไงล่ะครับ ในเมื่อมันเป็นงานที่ผมชอบ อาช่วยอุดหนุนกิจการผมก็ดีนะครับ กระเป๋าหนักอย่างอา ผมคงได้ส่วนแบ่งจากน้องๆเยอะทีเดียว” รามโกหกไปตามเรื่อง ขอร้องเรืองฤทธิ์อย่ามายุ่งกับคนเลวๆอย่างเขาอีก เราอยู่กันคนละโลกแล้ว แล้วเข้าห้องปิดประตู

“ถึงยังไงรามก็ยังเป็นหลานอานะ อากับแม่ยังรอรามเสมอ ตอนนี้พี่วาดอยู่ที่ รพ.เธอคงจะอาการดีขึ้นถ้าได้เห็นราม” เรืองฤทธิ์ตะโกนลั่น รามยืนพิงประตูอัดอั้นตันใจ ทั้งรักทั้งแค้นทรงวาด

ooooooo

ที่ ห้องพักฟื้น ทรงวาดเห็นเรืองฤทธิ์กลับมาคนเดียว ถึงกับซึม เรืองฤทธิ์แก้ตัวแทนรามว่าวันนี้เขาติดธุระมาไม่ได้ วันหลังจะตามมา ทรงวาดฝืนยิ้ม

“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ ไม่แปลกหรอกที่รามจะไม่มาเพราะเขาคงยังไม่ลืมเรื่องลักษณ์ พี่เองก็ไม่เคยลืมเหมือนกัน” ทรงวาดลงนอนทำเป็นดูทีวี แต่ใจลอยคิดถึงอดีตในคืนที่เธอเข้าไปพบศพลักษณ์นอนตายอยู่ในห้องนอนตัวเอง เธอโผกอดเขาร้องไห้ใจแทบขาด ทรงวาดสะบัดหัวพยายามไล่ความทรงจำแสนปวดร้าวนั้นทิ้ง...

เย็นวัน เดียวกัน รามแอบมาเยี่ยมทรงวาด ค่อยๆเปิดประตูเข้าไปดู เห็นเธอนอนหลับ พอเธอขยับตัวเขาตกใจรีบปิดประตูกลับออกไปทันที ด้วยความบังเอิญ ขณะที่รามเดินมาถึงหน้า รพ.เจอเมขลาหิ้วกระเช้าผลไม้จะมาเยี่ยมทรงวาดพอดี เมขลาเข้ามาทักทายด้วยความเป็นห่วงเพราะคิดว่ารามตกตึกตายไปแล้ว

จังหวะ นั้น แสงต้องการจะทดสอบฝีมือราม สั่งให้สมุนล้อมกรอบเขาไว้ รามใช้เวลาไม่กี่อึดใจจัดการสมุนของแสงได้ราบคาบ แสงกับเย็นออกจากที่ซ่อน ชมเปาะว่ารามเก่งมาก เมขลาแปลกใจนี่มันเรื่องอะไรกัน

“ก็ไอ้รามแฟน น้องมันอยากเข้าร่วมงานกับพวกพี่ ก็เลยต้องทดสอบกันหน่อย...ดีใจด้วยนะไอ้ราม ที่เอ็งผ่านการทดสอบของพวกเรา” เย็นพูดจบเข้ามาตบไหล่รามเบาๆ เมขลาพูดแทรกขึ้นทันที

“แต่เขาเป็นทั้งมะเร็ง ทั้งโรคหัวใจจะเข้าร่วมแก๊งกับพวกคุณได้ยังไง”

แสง อ้าปากค้าง ทำไมขี้โรคขนาดนั้น รามไม่ได้ป่วย แสงอย่าไปฟังเรื่องไร้สาระพรรค์นั้น เมขลารู้ทันทีว่ารามหลอกเรื่องอาการป่วยของตัวเอง รวมทั้งเรื่องแม่ที่ใกล้ตายของเขาด้วย โกรธมาก ตบหน้าเขาฉาดใหญ่

ราม เห็นท่าไม่ดี บอกเย็นว่าจะติดต่อกลับไปทีหลังแล้วรีบลากแขนเมขลาออกมา ไล่เธอกลับบ้านไป ขู่สำทับอย่าให้เจอเธออีก ไม่เช่นนั้นเขาจับเธอส่งไปขายชายแดน เห็นทางโน้นกำลังอยากได้ผู้หญิงรูปร่างหน้าตาแบบเธอ แล้วมองเมขลาสายตากรุ้มกริ่ม เมขลาหน้าเสีย ถอยกรูด ก่อนจะหันหลังโกยแน่บ...

ครู่ต่อมา เมขลามาถึงหน้าห้องพักฟื้นของทรงวาดต้องแปลกใจที่เจอละมุนออกมาจากห้อง ละมุนไม่อยากปิดบังอะไรเมขลาอีกแล้ว ถึงเวลาที่เธอจะได้รู้ความจริงเสียทีว่าทรงวาดคือแม่อุปถัมภ์ของเธอ เมขลาดีใจมาก เข้าไปกราบที่ตักของทรงวาด ขอบคุณมากที่กรุณาส่งเสียเธอจนเรียนจบ ทำให้ได้เป็นแอร์โฮสเตสอย่างที่ใฝ่ฝัน

ทรงวาดกอดเมขลาตอบด้วยความ ดีใจเช่นกัน แล้วหันไปแนะนำให้เธอรู้จักกับเรืองฤทธิ์น้องชายสามีของทรงวาด เมขลาไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของแม่อุปถัมภ์จึงขอตัวกลับ พรุ่งนี้จะมาเยี่ยมเธออีก แล้วทิ้งเบอร์มือถือตัวเองไว้ให้เผื่อทรงวาดมีอะไรเรียกใช้ เธอยินดีบริการทุกเมื่อ

ooooooo

รุ่งขึ้น ทรงวาดโทร.ชวนเมขลาไปหารามที่ไนต์คลับด้วยกัน ทันทีที่เจอหน้าราม ทรงวาดโผกอดด้วยความรักและคิดถึง รามตกใจ รีบแกะมือเธอออก ปฏิเสธเป็นพัลวันว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอรู้จัก เธอทักคนผิดแล้ว เมขลายืนตะลึง อดแปลกใจไม่ได้ที่ทรงวาดเป็นแม่ของผู้ชายหลอกลวงคนนี้

“นี่ลูกยังไม่หายโกรธแม่จริงๆหรือ” ทรงวาดตัดพ้อ

ราม ไม่ตอบ ตะโกนเรียกมาม่าซังมาช่วยพาผู้หญิงสองคนนี่ออกไปที เพ้อเจ้ออะไรใหญ่แล้ว เมขลาไม่พอใจต่อว่ารามทำกับแม่ตัวเองแบบนี้ได้อย่างไร รามปฏิเสธว่าทรงวาดไม่ใช่แม่ของเขา ทรงวาดอ้อนวอนขอร้องให้รามกลับไปกับเธอ จะให้ทำอย่างไรเธอยอมทุกอย่าง มาม่าซังรำคาญกระชากทรงวาดออกจากรามจนเธอเซ รามไม่สนใจเดินหนี เมขลาตะโกนด่ารามไล่หลัง ไอ้คนใจร้าย ป่าเถื่อนอกตัญญู แล้วจะตามไปเอาเรื่อง มาม่าซังขวางไว้

“ไปได้แล้วไป ประตูอยู่ทางโน้น ไปสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกลูกน้องมาโยนเธอออกไป”

เมขลา โกรธ จะเอาเรื่องมาม่าซังแทน แต่ทรงวาดจับมือห้ามไว้ แล้วชวนกันกลับ ด้านรามหนีมานั่งหน้าเครียดอยู่อีกมุมหนึ่งของไนต์คลับ มาม่าซังเข้ามารายงานว่าไล่สองคนนั่นไปให้แล้ว รามขอบใจเธอมาก

“เรื่อง เล็ก แต่ผู้หญิงคนเมื่อกี้นี่แปลกจริงๆเลยนะ เจ๊เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น คนอะไรหน้าตาก็ดี แต่งเนื้อแต่งตัวก็ดี แต่กลับมาหาว่าคนอื่นเป็นลูกตัวเองหน้าตาเฉย”

“คนเราก็แบบนี้แหละ ครับ รู้หน้าไม่รู้ใจ” รามยิ้มหยัน พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของราม ตอนนั้น รามอายุประมาณ 8 ขวบ พ่อของเขาพาทรงวาดเข้ามาอยู่บ้านรัตนมณีในฐานะแม่ของเขากับลักษณ์คู่ฝาแฝด กัน และเป็นวันที่ทุกคนมีความสุข ทรงวาดคอยดูแลเขากับลักษณ์เสมือนเป็นแม่แท้ๆที่ตายจากไปทั้งคู่ยังเล็ก พี่น้องฝาแฝดแตกต่างกันเห็นได้ชัด ลักษณ์จะชอบวาดรูป ส่วนรามจะชอบเล่นเตะต่อยยิงกัน

แม้จะย่างเข้าวัยรุ่นคู่แฝดยังคงไม่ เปลี่ยนความชอบที่มีมาแต่เด็ก โรจน์พ่อของพวกเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ที่วันๆลูกชายทั้งสองของตนไม่ค่อยจะสนใจ เรื่องเรียน คนหนึ่งบ้าวาดรูป อีกคนหนึ่งบ้ากีฬาประเภทเตะๆต่อยๆถึงกับออกปากกับทรงวาด ถ้าเป็นอย่างนี้จะมีใครมาช่วยงานเขาได้

“ตอนนี้ปล่อยให้เด็กๆสนุกกันไปก่อนเถอะค่ะ...

พอถึงเวลา วาดว่าพวกแกต้องทำได้เองนั่นแหละ”

สิ้น เสียงทรงวาด โรจน์เกิดแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก ทรุดลงไปกองกับพื้น ทรงวาดกรีดร้องด้วยความตกใจ ลักษณ์กับรามได้ยินเสียงร้องรีบวิ่งเข้ามาดู โรจน์ใกล้หมดสติ สั่งเสียทรงวาดเป็นครั้งสุดท้าย

“ถ้าพี่เป็นอะไร ไป...ฝากลูก...ด้วยนะวาด...ให้พวกเขาตั้งใจเรียน ดูแลกิจการ...แทนพี่...” โรจน์พูดได้แค่นั้นก็แน่นิ่งไป รามกับลักษณ์ตะโกนเรียกพ่ออย่างเสียขวัญ รามตื่นจากภวังค์ พึมพำกับตัวเอง

“ทำไมพ่อต้องฝากพวกผมไว้กับเธอด้วย...ทำไม”

ooooooo

ระหว่างนั่งรถกลับ รพ.เมขลาเห็นทรงวาดเอาแต่นั่งซึม ปลอบใจว่าอีกไม่นานรามคงจะเข้าใจทรงวาด

“แม่ ก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน หวังมานานแล้ว แต่ดูเหมือนรามจะไม่เคยเข้าใจแม่สักที...เขายังโกรธแม่เรื่องลักษณ์ไม่ หาย...ลักษณ์ฝาแฝดของราม”

ทันใดนั้น ภาพในอดีตผ่านเข้ามาในสมองของทรงวาด วันนั้น เรืองฤทธิ์ยุให้เธอเอาภาพวาดสะสมของลักษณ์มาเผาทิ้ง เพื่อเห็นแก่อนาคตของเขาเอง ทรงวาดกลั้นใจจุดไฟเผาภาพของลักษณ์ทุกภาพไม่มีเหลือ รามกับลักษณ์จะเข้ามาแย่งภาพคืนแต่สายเกินไป ลักษณ์ถามทรงวาดอย่างปวดร้าวใจว่าเผารูปของเขาทำไม

“ยังจะมาถามแม่ อีก จำไม่ได้หรือว่าพ่อสั่งเอาไว้ก่อนตายว่าไง รามกับลักษณ์ต้องสืบทอดกิจการของพ่อทันทีที่เรียนจบ จะมาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่ได้ ไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว แล้วตามแม่ไปประชุมที่บริษัท”

“ผมไม่ไป ผมจะไปชกมวย” รามว่าแล้วขยับจะออกนอกบ้าน

“อาเอานวมกับกระสอบทรายของรามไปบริจาคหมดแล้ว”

ราม หันขวับมองทรงวาด ถามเสียงเข้มนี่เป็นความคิดของแม่อีกใช่ไหม ทรงวาดไม่ตอบ จริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นความคิดของเรืองฤทธิ์ทั้งสิ้น แม้เธอจะรู้สึกผิด แต่จำต้องทำเพื่ออนาคตของลูก...

ในคืนนั้น ลักษณ์เสียใจและผิดหวัง กินยานอนหลับฆ่าตัวตาย ทรงวาดกอดศพเขาไว้ร้องไห้แทบจะขาดใจตายตาม รามโทษว่าเป็นเพราะทรงวาดใจร้ายเผารูปวาดของลักษณ์ทำให้ลักษณ์กินยานอนหลับ จนหมดขวด เข้าไปผลักทรงวาดออกจากร่างไร้วิญญาณของลักษณ์ แล้วเข้าไปอุ้มเขาแทน

“ถ้าลักษณ์เป็นอะไรไป ผมจะไม่ให้อภัยแม่เลย” เสียง ของรามยังดังก้องอยู่ในหัวทรงวาด ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทรงวาดตื่นจากภวังค์น้ำตาคลอ

“แล้วรามก็ทำตามที่พูดจริงๆ เขาหนีออกไปจากบ้านวันที่เราเผาศพลักษณ์ แล้วก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย จนกระทั่งนักสืบตามหาจนเจอตัวในสภาพที่หนูเห็นนั่นแหละ”

เมขลาฟัง สงสารค่อยคลายความเกลียดรามลงบ้างทรงวาดอดเป็นห่วงรามไม่ได้ ทำแบบนี้เท่ากับฆ่าตัวเองทางอ้อม เธอไม่อยากเสียรามไปอีกคนหนึ่ง เมขลาสงสารแม่อุปถัมภ์ สัญญาจะช่วยทุกวิถีทางไม่ให้เธอต้องเสียรามไปเหมือนที่เสียลักษณ์ ทรงวาดมองเมขลาอย่างมีความหวัง...

ขณะที่ทรงวาดเริ่มมีความหวังรำไร ที่จะได้ตัวรามกลับคืนมา เย็นชวนรามไปกินข้าวมื้อเย็นด้วยกัน และแจ้งข่าวดีให้รู้ว่า เขาตื๊อพี่แสงจนยอมให้พารามไปหาพ่อเลี้ยงปองธรรมได้แล้ว รามตื่นเต้นที่แผนเข้าถ้ำเสือสำเร็จไปอีกขั้น ทำทีขอคำปรึกษาจากเย็นจะให้เขาปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง เย็นแนะให้ฟิตร่างกายให้พร้อมก็พอ เพราะฝีมืออย่างราม พ่อเลี้ยงปองธรรมเห็นเข้าต้องให้ทำงานดีๆแน่นอน

“ขอบคุณพี่เย็นมากที่สนับสนุนผม ถ้าพี่อยากได้หรืออยากกินอะไรบอกผมเลยนะ ผมเต็มใจหาให้พี่เต็มที่”

“เอ็งเต็มใจ แต่น้องๆเขาจะเต็มใจหรือเปล่านี่สิ” เย็นยิ้มกริ่ม รามรู้ทันรีบชวนกลับไนต์คลับ...

เมขลา สงสารทรงวาดมาก และเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของทรงวาด เธอตัดสินใจกลับมาหารามที่ไนต์คลับ มาม่าซังไม่ยอมให้พบ เมขลาคิดว่ารามหลบหน้าตะโกนด่าลั่น พวกสาวๆไม่พอใจกรูกันล้อมกรอบเมขลาไว้ ดีที่รามกับเย็นมาถึงทันเวลา รามรีบดึงเมขลาออกจากวงล้อม แล้วลากขึ้นไปชั้นบนเพราะกลัวเธอจะเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของเขา เมขลาตั้งใจว่าจะทำทุกอย่างเพื่อพาเขากลับไปพบทรงวาดให้ได้

รามตาวาว ลากเมขลาเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู ถ้าเมขลายอมขายตัว เขาจะยอมไปกับเธอ เมขลาตบรามอย่างแรงจนหน้าหัน รามย่างสามขุมเข้าหาจะขอปลุกปล้ำพิสูจน์เธอก่อนจะได้เก็งราคาขายได้ถูก เมขลาหน้าตื่นดิ้นหนี รามทำเป็นคว้าตัวไม่ทัน ปล่อยให้หญิงสาวหนีไปได้

“หวัง ว่าคงไปแล้วไปลับนะ” รามรออยู่ครู่หนึ่ง จึงเดินกลับมาหาเย็นกับมาม่าซัง เย็นถึงกับออกปากทำไมเมียของรามถึงได้ดุนัก รามปฏิเสธว่าเมขลาไม่ใช่เมียของเขา

“แล้วทำไมถึงกล้ามาอาละวาดรามขนาดนี้” มาม่าซังตั้งข้อสังเกต

“ผม ก็ไม่รู้ว่าติดใจผมตั้งแต่เมื่อไหร่ ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป อย่าไปสนใจเลย เพี้ยนๆแบบนั้น...นี่ต้องน้องๆผมนี่ เจ๊... ขอให้น้องๆมาต้อนรับลูกพี่ผมหน่อยนะครับ”

มาม่าซังยินดีอย่างยิ่ง โบกมือเรียกสาวๆมาหาเย็น แต่ยังไม่ทันจะได้สนุกสนานมีเสียงมือถือของเย็นดังขัดจังหวะเสียก่อน แสงโทร.มาตามให้กลับเดี๋ยวนี้ มีประชุมเรื่องเปิดร้านเสื้อของธิดา รามรีบถามแล้วเขาไม่ต้องไปด้วยหรือ เย็นนิ่งคิด

ooooooo

ถึง วันเปิดร้านเสื้อของธิดา แสง เย็น และเหล่าสมุนทุกคนอยู่ในชุดสูทสีเข้มแต่ไม่ผูกเนกไทกระจายกำลังกันตรวจตรา ความเรียบร้อยทั้งในและนอกร้าน ในห้องน้ำก็ไม่เว้นแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ อีกมุมหนึ่งของร้านใกล้กับจุดตัดริบบิ้น รามเพิ่งมาเห็นคนร้ายแต่งตัวกลมกลืนกับสมุนของแสง กำลังก้มๆเงยๆจะซุกระเบิดพอดี

“ทำอะไรน่ะ” รามตะโกนลั่น

คนร้าย ตกใจชูระเบิดขึ้นขู่ รามชะงัก แสง เย็นกับสมุนได้ยินเสียงเอะอะกรูกันออกมาดู รามยังไม่ทันจะเตือนพวกของแสง คนร้ายโยนระเบิดใส่แล้ววิ่งหนี พวกแสงแตก กระเจิงไปคนละทิศละทาง ปรากฏว่าระเบิดด้าน รามรีบวิ่งไล่ตามจับคนร้ายจนทัน ใช้ไม่กี่กระบวนท่าก็จับคนร้ายไว้ได้ พวกแสงตามมาถึง เห็นคนร้ายสิ้นท่าไปแล้ว

“สุดยอดเลยวะไอ้ราม...เห็นมั้ยพี่แสงว่าฉันตาถึงที่เรียกมันมา” เย็นยกนิ้วให้ ขณะที่แสงเก็กท่าใส่ราม

“คราว หน้าถ้าฉันไม่สั่ง แกอย่ามายุ่ง...แล้วพวกแกจำไว้ อย่าบอกเรื่องนี้ให้พ่อเลี้ยงรู้เด็ดขาด เอาตัวมันกลับไปที่บ้านพ่อเลี้ยงก่อน” สิ้นเสียงแสง สมุนสองคนช่วยกันลากตัวคนร้ายออกไป จังหวะนั้น สมุนที่เฝ้าร้านโทร.มารายงานแสงว่าคุณธิดามาแล้ว แสงตาเหลือก รีบวิ่งนำสมุนไปตั้งแถวต้อนรับ

“ขอโทษด้วยครับคุณเทเรซ่า พอดีว่าเราออกไปตรวจดูความเรียบร้อยบริเวณรอบๆมาครับ ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ พร้อมเปิดร้านแล้วครับคุณเทเรซ่า”

แทนที่ ธิดาจะพอใจกลับตบหน้าพวกแสงเรียงตัว โทษฐานไม่ยอมผูกเนกไท แล้วสั่งให้ไปหาเนกไทมาผูกเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ได้ ให้เอาเชือกมาผูกคอตายไปเสียเลย ทุกคนรีบปฏิบัติตามคำสั่งธิดาทันที...

ไม่นานนัก พ่อเลี้ยงปองธรรมกับเทวัญมาถึงร้านเสื้อ แขกผู้มีเกียรติทั้งหลายทยอยมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง พอได้ฤกษ์ พ่อเลี้ยงปองธรรมตัดริบบิ้นเปิดร้าน ทุกคนในงานตบมือเป็นเกียรติ เย็นอยากให้รามได้หน้าจากพ่อเลี้ยงปองธรรมที่ช่วยจับคนร้าย แต่แสงไม่เห็นด้วย ขืนเย็นบอกไปอย่างนั้น พ่อเลี้ยงคงเล่นงานเราสองคนตายแน่ที่ปล่อยให้ไอ้หมอนั่นแอบมาวางระเบิด

“เอ่อ...ก็จริงของพี่นะ แต่ว่ามันอุตส่าห์มาแล้ว ยืนหัวโด่อยู่ข้างนอกนู้น รามๆๆทางนี้โว้ย”

รามแหวกผู้คนเข้ามาในร้าน ธิดาได้ยินเสียงเย็น มองตามสายตาของเขาเห็นรามในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์มีแจ็กเกตสวมทับ ถึงกับปรี๊ดแตก หันขวับมองเย็นที่เดินเข้ามาหาพ่อตัวเองอย่างเอาเรื่อง

“พ่อเลี้ยงครับ นั่นไงครับไอ้รามที่ผมบอก” เย็นว่าแล้วชี้มือไปที่ราม

ธิดาไม่รอช้าเหยียบเท้าเย็นเต็มแรงถึงกับสะดุ้งโหยง มองเจ้านายสาวงงๆ “ฉันไม่สนว่าเพื่อนแกจะเป็นใคร แต่ที่นี่ไม่ต้อนรับคนสารรูปแบบนั้น” ธิดากระซิบเสียงเข้ม เย็นมองพ่อเลี้ยงปองธรรมอย่างลังเล

“ไม่ได้ยินที่คุณธิดาสั่งหรือ...พาเพื่อนแกออกไปได้แล้ว”

ธิดางอนที่พ่อจำชื่อเทเรซ่าไม่ได้สักที รามแอบถอนใจ ไม่พอใจธิดาแต่จำต้องเก็บอาการ รีบเดินตามเย็นไปเปลี่ยนเป็นชุดสูทผูกเนกไทตามที่ธิดาต้องการ...

งานเปิดร้านดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งพ่อเลี้ยงปองธรรมได้พบกับแอนดี้ ซึ่งเป็นนายแบบและดาราที่ดูสนิทสนมกับธิดาเป็นพิเศษ พ่อเลี้ยงปองธรรมไม่ค่อยชอบใจนัก สั่งให้เทวัญไปสืบเรื่องแอนดี้มาให้เขาเดี๋ยวนี้ เทวัญหายไปสักพัก กลับเข้ามาพร้อมกับข้อมูลของแอนดี้

“แม่ของแอนดี้เป็นสาวบาร์ที่พัทยา ส่วนพ่อไม่ปรากฏสัญชาติ เรียนจบแค่ ม.5 เพราะหันมาถ่ายแบบเสียก่อน ส่วนที่ได้มาเล่นละครก็เพราะไฮโซสาวใหญ่ที่เคยเลี้ยงแอนดี้ก่อนเข้าวงการช่วยดัน”

พ่อเลี้ยงปองธรรมยิ่งไม่ชอบใจแอนดี้มากขึ้น สั่งให้เทวัญไปหาคนมาจัดการสั่งสอนไอ้หมอนั่นสักหน่อย เทวัญไม่เห็นด้วย พ่อน่าจะลองให้แอนดี้คบหากับธิดาดูก่อน พ่อเลี้ยงมาเฟียไม่พอใจไล่ลูกชายไปพ้นๆหน้า แล้วหันใช้บริการของคนที่แสงกับเย็นจะพามาให้เขาดูตัว ถ้าหมอนั่นจัดการแอนดี้สำเร็จ เขาจะรับเข้าทำงาน...

รามไม่รอช้า ทันทีที่แอนดี้เข้าห้องน้ำ เขาตามไปข่มขู่ให้เลิกยุ่งกับธิดา ถ้าไม่อยากเสียโฉมแล้วควักมีดออกมาโชว์ แอนดี้ตาเหลือกร้องลั่น ธิดาได้ยินเสียงร้อง จำได้ว่าเป็นเสียงของแฟนหนุ่ม พยายามจะเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปแต่ติดล็อก รีบไปหยิบกุญแจมาไข รามจิกหัวแอนดี้ขึ้นมากระซิบถามอีกครั้ง

“ตกลงแกจะเลิกยุ่งกับคุณเทเรซ่ามั้ยหรือจะให้ฉันกรีดหน้าแกจนหมอไม่รับเย็บหมดทางทำมาหากินแทน”

แอนดี้ไม่มีทางเลือก พยักหน้ารับ เป็นจังหวะเดียวกับประตูห้องน้ำเปิดออก ธิดาตรงเข้ามาเอากระเป๋าฟาดรามอุตลุด แอนดี้ได้ทีวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ธิดาวิ่งตามตะโกนเรียกให้หยุด แต่เขาไม่สนใจ พ่อเลี้ยงปองธรรมสั่งให้แสงไปขวางธิดาไว้แต่หยุดเธอไม่ได้ พ่อเลี้ยงเลยต้องออกโรงเองคว้าแขนลูกสาวไว้ ธิดาปัดมือพ่อออก จะวิ่งตามแอนดี้ แต่เขาขึ้นรถเร่งเครื่องออกไปแล้ว ธิดากรีดร้องไม่สบอารมณ์ แขกเหรื่อพากันมองเธอเป็นตาเดียวกัน

“หยุดนะเทเรซ่า...ลูกรู้มั้ย ไอ้หมอนั่นไม่เหมาะสมกับลูกสักนิด”

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือพ่อใช่มั้ยคะ”

พ่อเลี้ยงไม่ตอบ สั่งให้เทวัญพาน้องกลับบ้าน ธิดารู้สึกขายหน้าที่ถูกแขกจ้องมอง แต่ยังโกรธพ่อไม่หาย

“คุณพ่ออย่านึกนะคะว่าทำแบบนี้แล้วจะขัดขวางความรักของหนูกับแอนดี้ได้” ธิดาเดินกระทืบเท้าออกไป...

ในที่สุดรามก็ผ่านการทดสอบ พ่อเลี้ยงปองธรรมตกลงรับเขาเข้าทำงาน แต่รามดีใจเก้อ พ่อเลี้ยงปองธรรมยังไม่ไว้ใจเขามากพอ เขาจึงเป็นได้แค่ลูกสมุนของเย็นเท่านั้น

ooooooo

ตอนที่ 3

พ่อเลี้ยงปองธรรมไม่พอใจมากตบหน้าแสงฉาดใหญ่โทษฐานปกปิดเรื่องมือระเบิดที่แสงนำตัวมาขังไว้ในห้องลับภายในบ้านปองธรรม เทวัญรีบช่วยพูดให้แสง

“พ่อครับ พี่แสงคงไม่อยากให้พ่ออารมณ์เสียในวันสำคัญของยัยน้อง ต่อไปพี่แสงก็อย่าทำอะไรพลการเองอีกก็แล้วกัน”

แสงรีบรับคำ พ่อเลี้ยงปองธรรมหันไปทรมานมือระเบิดเพื่อให้บอกชื่อผู้บงการ มือระเบิดทนความเจ็บปวดไม่ไหวยอมเปิดปากบอกว่าแก๊งสิงห์ดำเป็นคนส่งตนมา พ่อเลี้ยง ปองธรรมแค้นจัด สั่งเทวัญนำสมุนของเราไปจัดการแก๊งสิงห์ดำให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว เทวัญไม่ค่อยสบายใจนัก แต่ไม่กล้าขัด...

จากนั้นไม่นาน เทวัญ แสง และเหล่าสมุนบุกไปจัดการลูกน้องของสิงห์ได้อย่างราบคาบ สิงห์ดำได้รับบาดเจ็บพยายามร้องขอให้เทวัญไว้ชีวิต แต่แสงไม่ยอมเล็งปืนจะยิงสิงห์ดำ เทวัญใจอ่อนจับมือแสงไว้

“ปล่อยเขาไป”

“ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะถ้ามันรอดผมก็ตาย คุณเทวัญคงรู้จักนิสัยพ่อเลี้ยงดี” แสงจ้องหน้าเทวัญให้เลือกเอาเองจะให้ใครตาย เทวัญสีหน้าเจ็บปวด จำต้องปล่อยมือที่จับแสงไว้ หันหลังเดินจากไป...

ในเวลาเดียวกัน เมขลายังไม่ละความพยายามจะตามรามกลับไปหาทรงวาดให้ได้ เธอโทร.ขอความช่วยเหลือจากรุจแล้วพากันไปที่ไนต์คลับ รุจเห็นสภาพไนต์คลับที่เต็มไปด้วยผู้หญิงหากิน อิดออดไม่ยอมเข้าไปตามรามให้ เมขลาขู่จะฟ้องแฟนรุจว่าเขาแอบไปมีกิ๊ก แล้วหยิบมือถือขึ้นมาทำท่าจะกดเบอร์

รุจรีบเก๊กแมน เดินอย่างสง่าหายเข้าไปในไนต์คลับพักใหญ่ กลับออกมาพร้อมลิปสติกเต็มหน้า ท่าทางขยะแขยงหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดลิปสติกออก บอกเมขลาว่ารามไม่ได้อยู่ที่นี่ ไปทำงานที่อื่นแล้ว

ooooooo

รามตามเย็นมาที่สถานบันเทิงของพ่อเลี้ยงปองธรรม สถานที่แห่งนี้โอ่อ่า มีทั้งคาเฟ่ คาราโอเกะและสนุ้กเกอร์ตามจุดต่างๆของสถานบันเทิง มี รปภ. มาดเข้มเฝ้าอยู่ เย็นเดินทักทายพนักงานไปทั่ว ดูท่าทางใหญ่โต แถมคุยอวดรามว่าตนเองเป็นคนคุมที่นี่ทั้งหมด รามกวาดตามองไปรอบๆพยายามเก็บรายละเอียดให้มากที่สุด

“แล้วพ่อเลี้ยงเข้ามาที่นี่บ่อยมั้ย”

“ไม่...ส่วนมากพ่อเลี้ยงจะให้คุณเทวัญลูกชายเข้ามาแทน แต่ไม่ค่อยได้เรื่องหรอก อะไรๆก็ต้องพึ่งข้า”

“พี่เย็นนี่เจ๋งน่าดู แล้วข้างบนทำอะไรมั่งพี่” รามว่าพลางมองสำรวจกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามมุมห้อง

“เสี่ยงโชค...แต่เอ็งเพิ่งมา ยังขึ้นไปไม่ได้ เดี๋ยวข้าจะฉลองรับน้องให้” เย็นว่าแล้วโบกมือเรียกบริกร...

ทั้งคู่ตั้งวงฉลองกันจนเย็นเริ่มเมาได้ที่ แต่ยังไม่วายขอชนแก้วกับราม แล้วคะยั้นคะยอให้ดื่ม วันนี้ไม่เมาไม่เลิก รามชักเซ็ง กวาดตามองไปแถวประตูทางเข้า เห็นเมขลาเดินนำรุจเข้ามาชะเง้อคอมองเหมือนจะหาใครบางคน รามขยี้ตา ไม่แน่ใจว่าเหล้าทำให้ตาฝาดหรือเปล่า แต่พอมองไปอีกที ตาต่อตาประสานกับเมขลาอย่างจัง รามสะดุ้งรีบหลบ หันไปบอกเย็นว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วมุดหนี เมขลารีบไล่ตาม

รุจจะตามไปด้วยแต่ชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังโอบหญิงสาวเดินสวนมา พอเห็นหน้าชัดๆว่าเป็นสเตฟานกิ๊กของตัวเอง รุจถึงกับวีนแตก ไล่ตามสเตฟานที่สวมวิญญาณน้องหมาโกยอ้าวไปนอกร้านก่อนแล้ว

เมขลาหารามไม่เจอทั้งๆที่เห็นหลังไวๆ เจ็บใจมาก พอได้ยินเสียงโฆษกบนเวทีประกาศเชิญชวนแขกในร้านฟังนักร้องสาวสวยร้องเพลง เธอปิ๊งไอเดียทันที ตรงลิ่วขึ้นไปบนเวที แย่งไมค์จากมือโฆษกหน้าตาเฉย นักร้องที่เตรียมขึ้นเวทีมองเมขลางงๆเช่นเดียวกับแขกในร้าน

“ขอโทษนะคะ ขอขัดเวลาความสำราญของทุกท่านสักนิดเถอะค่ะ...ฉันเป็นตัวแทนของลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเสียลูกชายไปเพราะเขาคนนั้นมัวมาหลงกับแสงสี ปล่อยให้แม่ต้องทุกข์ทรมานด้วยความรักความเป็นห่วง”

รามจำเสียงเมขลาได้ ค่อยๆโผล่จากที่ซ่อนตัวขึ้นมามอง เห็นเมขลายืนเด่นอยู่บนเวที ถึงกับตาเหลือก เทวัญเดินเข้ามาพอดี ตะลึงในความงามของเมขลาจ้องมองไม่วางตา เมขลายังพูดไม่เลิก

“ขนาดแม่ล้มเจ็บอยู่ใน รพ.เขาก็ยังไม่แยแส กลับมาหาความสุขอยู่ที่นี่ แบบนี้เราควรเรียกเขาว่าอะไรคะ”

“ทรพี” แขกในร้านช่วยกันตะโกน

รามทนไม่ไหววิ่งออกไปห้ามเมขลา สั่งให้ลงจากเวที เมขลาชี้ไปที่ราม บอกทุกคนว่านั่นคือผู้ชายที่เธอพูดถึง เท่านั้นแหละ แขกในร้านกรูกันเข้าหารามจนเกิดชุลมุนไปทั่ว เย็นเห็นท่าไม่ดีนำสมุนเข้าไปห้ามปราม กลับยิ่งวุ่นวายหนักขึ้น เมขลาเป็นห่วงราม วิ่งลงไปจะช่วย แต่ถูกเหวี่ยงกระเด็นมาเข้าอ้อมกอดเทวัญ

“เปิดไฟให้หมด พี่แสง ตามเด็กเราข้างบนมาช่วยกันเร็ว” เทวัญตะโกนสั่งการ แสงรีบเข้าไปเคลียร์

เย็นดึงรามออกจากวงล้อมไปหลบในห้องคาราโอเกะ สอบถามว่าที่เมขลาประกาศบนเวทีเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า รามยืนยันว่าเปล่า ผู้หญิงคนนั้นตามตื๊อเขาและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขาไปกับเธอ เย็นคิดอยู่แล้วรามคงไม่เลวขนาดนั้น รามเกรงจะโดนไล่ออกขอให้ช่วยพูดกับเทวัญให้ แสงเปิดประตูห้องคาราโอเกะเข้ามาพอดี

“พี่แสง...คือเรื่องนี้ ไอ้รามไม่รู้อะไรด้วยนะ ผู้หญิงคนนั้นน่ะ...” เย็นพูดยังไม่ทันจบโดนแสงตบหัวผัวะ

“ไอ้โง่ ยังมีหน้ามาพูด รู้มั้ยวันนี้เสียหายเท่าไหร่”

“อย่าโทษพี่เย็นเลยครับ เรื่องนี้เป็นเพราะผมเอง”

“แกน่ะมันต้องโดนแน่ ตอนนี้คุณเทวัญกำลังสอบสวนนังตัวการอยู่ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากที่นี่” แสงจ้องหน้ารามเขม็ง รามเป็นห่วงเมขลาจะไปขอร้องเทวัญ แต่แสงไม่ยอมให้ไป...

แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่แสงว่า เทวัญไม่ได้สอบสวนอะไรเมขลา แค่ชวนเธอคุยด้วยเท่านั้น แถมเมขลายังแนะนำให้เทวัญเลิกทำกิจการแบบนี้ เทวัญโกหกว่าเป็นแค่ลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ เมขลาคิดเองเออเองว่าฐานะที่บ้านของเทวัญคงลำบากมากถึงยอมมาทำงานแบบนี้ แล้วขอร้องให้เทวัญไปบอกเจ้านายของเขาให้ปล่อยรามกลับไปหาแม่ เทวัญอดสงสัยไม่ได้ เมขลาเป็นอะไรกับรามถึงได้เป็นห่วงขนาดนี้ เมขลาโกหกว่าเป็นเมียราม

ooooooo

ทันทีที่เทวัญเดินเข้ามาในห้องคาราโอเกะ รามรีบเข้าไปขอร้องให้ปล่อยเมขลาไป เขายินดีรับผิดชอบทุกอย่างเอง เทวัญรู้เรื่องทั้งหมดจากเมียของรามแล้ว สั่งให้รามกลับบ้านไปหาแม่หาเมีย

“หมายความว่าคุณเทวัญ ไม่อาผิดไอ้รามใช่มั้ยครับ” เย็นยิ้มด้วยความดีใจ

“เมียนายบอกว่าทำไปเพราะเป็นห่วงนาย แล้วก็อยากให้นายกลับบ้านไปหาแม่จริงๆฉันไม่ถือ แต่หวังว่านายคงไม่กลับมาที่นี่อีก นายควรจะจัดการปัญหาครอบครัวตัวเองให้ได้ก่อนที่จะมาทำงานใหญ่ ถ้าแค่เมียกับแม่ตัวเองยังดูแลไม่ได้ จะมารับผิดชอบงานที่มอบหมายได้ยังไง”

“แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่...”

“พ่อฉันไม่ชอบเรื่องจุกจิก นายไปหางานใหม่ที่เหมาะกับนายดีกว่า” เทวัญตัดบท

รามถอนใจเฮือก เดินออกจากคาเฟ่อย่างเซ็งจัด ยิ่งเห็นเมขลายังรอตื๊อเขาอยู่ พยายามข่มอารมณ์ไม่สนใจ เดินผ่านเลยไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง เมขลาเดินตามไม่ลดละเห็นรามขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ รีบคว้าแฮนด์รถไว้ไม่ยอมให้ไป รามหมดความอดทนดึงเชือกในช่องเก็บของออกมามัดเมขลาติดไว้กับมอเตอร์ไซค์ แล้วเดินหายไปในความมืด โดยไม่สนใจเสียงเรียกของเมขลา

ชายหนุ่มเดินหนีมาได้สักพัก นึกเป็นห่วงยัยจอมตื๊อ ตัดสินใจเดินกลับมาดู แต่เธอหายไปแล้ว เห็นแต่เชือกกองอยู่ที่พื้น รามไม่ล่วงรู้เลยว่าเทวัญออกมาเจอ เลยช่วยแก้มัด ให้เมขลา...

รามตั้งใจจะไปพบทรงวาดเพื่อจะได้จบๆเรื่องน่ารำคาญนี้เสียที แต่พอถึงหน้าห้องพักฟื้นของทรงวาด เขากลับลังเล เรืองฤทธิ์เปิดประตูห้องออกมาเจอรามกำลังเดินกลับ รีบวิ่งตาม

“ราม...เดี๋ยวสิ...จะไปไหน พี่วาดต้องดีใจมากเลยที่รามมา...เข้าไปหน่อยเถอะ ไม่งั้นอาคงแย่แน่ๆเพราะพี่วาดโกรธอามากที่เอาตัวรามมาไม่ได้ นี่เธอจะจ้างคนไปตามประกบตัวรามแล้วนะ”

“รวมถึงผู้หญิงที่ชื่อเมขลาด้วยใช่มั้ยครับ...ผมนึกอยู่แล้วว่ายัยนั่นต้องถูกจ้างไปป่วนผม ไม่ว่านานแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยเปลี่ยน เรื่องป่วยนี่ก็คงอยู่ในแผนด้วยสิ”

“พี่วาดทำไปเพราะหวังดีกับรามนะ” เรืองฤทธิ์ไม่รู้เรื่องเมขลา รู้แค่จะพูดอย่างไรให้รามเข้าใจทรงวาดผิด

“บอกแม่ด้วยนะครับว่าชีวิตเป็นของผม และผมจะทำในสิ่งที่ผมอยากทำเท่านั้น ใครก็ขวางผมไม่ได้” รามหันหลังเดินจากไป เรืองฤทธิ์แอบยิ้มอย่างโล่งใจ...

พอรามขับมอเตอร์ไซค์ออกจาก รพ.รถของเทวัญแล่นเข้ามาจอด เมขลาขอบคุณเทวัญ ที่ช่วยแก้มัดให้แถมขับรถมาส่งอีกต่างหาก แล้วก้าวลงจากรถ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ หันกลับมา

“คนดีๆอย่างคุณไม่เหมาะกับที่นั่นหรอก หางานใหม่ เถอะนะคะ เชื่อฉัน” เมขลาอดเป็นห่วงเทวัญไม่ได้...

ครู่ต่อมา เมขลาต้องผิดหวังเมื่อมาถึงห้องพักฟื้นของทรงวาด ไม่พบรามอยู่ที่นั่น มีเพียงทรงวาดนอนหลับอยู่บนเตียง เมขลาเดินไปยืนข้างเตียง ขอโทษทรงวาดที่ทำไม่สำเร็จ แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ เธอต้องทำให้รามกลับมาเป็นลูกชายคนเดิมของทรงวาดให้ได้ เมขลามัวแต่พูดกับทรงวาดที่หลับสนิท จึงไม่เห็นเรืองฤทธิ์แอบฟังอยู่

ooooooo

รามสงสัยในตัวเมขลาจึงขอให้ยุทธตำรวจผู้ชำนาญด้านคอมพิวเตอร์ค้นดูข้อมูลของเมขลารวมทั้งเบอร์มือถือและที่อยู่ แต่ต้องแปลกใจที่เมขลาไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฎแฝงตัวมาเกาะติดเขาเพื่อหวังผลประโยชน์ แม้เธอจะโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าแต่ประวัติที่ค้นได้กลับเป็นด้านดีๆทั้งสิ้น

“แล้วผู้กองจะสืบประวัติผู้หญิงคนนี้ทำไมครับ หรือว่าเธอเกี่ยวข้องอะไรกับเป้าหมายเรา”

“ตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจ...แต่ขอให้คุณอย่าเพิ่งรายงานเรื่องนี้ให้กับหัวหน้านะ” รามขอร้อง

ยุทธรับคำ รามนึกขึ้นได้ ขอให้ยุทธช่วยหาข้อมูลของธิดาและแอนดี้แฟนของเธอให้เขาด้วย แล้วรีบไปพบท่านก้องภพที่ห้องทำงาน รายงานเรื่องที่เขาเกือบได้เข้าทำงาน ในคาเฟ่ของพ่อเลี้ยงปองธรรม แต่เกิดปัญหานิดหน่อยคิดว่าน่าจะเคลียร์ได้ ท่านก้องภพให้รามเร่งมือเพราะงานล่าช้ากว่ากำหนดเดิมมากแล้ว

“อย่าลืม ภารกิจนี้สำคัญเร่งด่วนมาก ที่สำคัญมันเป็นผลงานแรกของนายในประเทศไทย ห้ามมีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด”

“ทราบแล้วครับ” รามกลุ้มใจที่ไม่บอกความจริงก้องภพเรื่องเมขลา...

เย็นวันเดียวกัน รามวางแผนสลัดตัวยุ่งอย่างเมขลาไปพ้นทาง โทร.นัดเธอไปเจอเขาแถวแหล่งชุมนุมผู้หญิงหากินราคาถูกหรือที่รู้จักกันในนาม “ผีขนุน” เมขลายืนชะเง้อคอมองรามอยู่ริมถนน อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมแถวนี้มีแต่ สาวๆในชุดเซ็กซี่หิ้วถุงกระดาษยืนอยู่เต็มไปหมด กว่าจะเฉลียวใจว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มผู้หญิงหากินก็ตอนที่ถูกภาคภูมิกับตำรวจอีกหลายนายเข้าจับกุมคุมตัวไปโรงพักและแจ้งข้อหาค้าประเวณี...

ขณะเมขลากับผีขนุนรอเข้าคิวทำประวัติ นักข่าวจากสำนักต่างๆรุมถ่ายรูป พวกผีขนุนต่างปิดหน้าปิดตาด้วยความอาย มีเพียงเมขลาเท่านั้นที่ยืนหน้าหงิกไม่กลัวกล้อง ภาคภูมิถึงกับออกปาก นานๆจะเจอคนที่ทำผิดแล้วกล้ายอมรับผิดอย่างเธอ เมขลาไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องปิดๆบังๆ เธอแค่ มารอเพื่อนเท่านั้น และถ้าเธอผิดจริงๆเขาก็ไม่มีสิทธิ์ปล่อยให้นักข่าวมาถ่ายรูปพวกเธอไปประจานแบบนี้ ภาคภูมิใบ้กิน...

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านปองธรรม พ่อเลี้ยงปองธรรมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ธิดาหายตัวไปแต่ไม่มีใครสักคนรู้ว่าหายไปไหน เขายื่นคำขาดถ้าเย็นนี้ยังไม่ได้ข่าวลูกสาว เขาจะ เอาพวกสมุนทั้งหมดมาทำเป็นเป้าซ้อมยิงปืนแทนเป้ากระดาษ จังหวะนั้น รามวิ่งแหวกวงล้อมของสมุนเข้ามาหาพ่อเลี้ยงปองธรรม อาสาจะตามหาตัวธิดากลับมาให้ เขารู้ว่าเธออยู่ไหน แสงเข้าไปจะลากตัวราม พ่อเลี้ยงปองธรรมยกมือห้าม ถาม รามรู้ได้อย่างไร

“ตั้งแต่ที่พ่อเลี้ยงให้ผมไปขู่นายแอนดี้วันนั้น ผมยังไม่วางใจว่ามันจะเลิกคบคุณเทเรซ่าจริงๆก็เลยแอบตามสะกดรอยมันอยู่ตลอด” รามมองพ่อเลี้ยงอย่างลุ้นระทึก พ่อเลี้ยงปองธรรมสั่งการให้เย็นไปกับราม...

รามตามหาตัวธิดาจนเจอ แถมยังเปิดโปงธาตุแท้ของแอนดี้ให้ธิดาได้รู้เช่นเห็นชาติว่าเขาแอบซุกเมียไว้ ธิดาโกรธมากที่ถูกแอนดี้หลอกมาตลอดเวลา คว้าปืนของเย็นที่เหน็บเอวไว้จะยิงแอนดี้ล้างแค้น

“อย่า...คุณธิดา” รามร้องห้ามลั่น แล้วโดดแย่งปืนในมือธิดา ปืนลั่นเปรี้ยง แอนดี้กับเมียวิ่งหนีกระเจิง เย็นรีบแย่งปืนคืน แล้วเร่งให้รามกับธิดารีบหนี ก่อนตำรวจจะแห่กันมาที่นี่...

รามเห็นธิดาร้องไห้เป็นเผาเต่า เลยแวะข้างทางเพื่อให้เธอสงบสติอารมณ์ แล้วไปซื้อยาใส่แผลกับสำลีมาทำแผลเล็บฉีกจากที่แย่งปืนกับเขา ธิดามองรามที่ตั้งใจทำแผลให้อย่างสับสน รู้สึกใจหวิวๆบอกไม่ถูก พอตั้งสติได้กระชากมือออก แหวใส่รามคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะพ้นผิดที่เรียกเธอว่าคุณธิดาแทนที่จะเรียกคุณเทเรซ่าหรือ

“ผมขอโทษ” รามยิ้มแหย

“แค่ขอโทษไม่พอหรอก นายต้องชดใช้...เอาไว้ฉันนึกออกแล้วจะบอกเองว่านายต้องชดใช้ฉันยังไง”

ooooooo

การกวาดล้างผีขนุนเป็นข่าวครึกโครมไปทั่ว ประเทศ สถานีโทรทัศน์รายงานข่าวนี้แทบทุกช่อง

“เมื่อตอนหัวค่ำวานนี้ ทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.และตำรวจท้องที่ได้ร่วมมือกันบุกเข้าจับกุมและตรวจค้นย่านโลกีย์กลางกรุงฯ จับหญิงขายบริการได้หลายคน ในจำนวนนั้นมีแอร์โฮสเตสสาวสายการบินใหญ่รวมอยู่ด้วย”

ทรงวาดกำลังดื่มน้ำอยู่ ทำแก้วหลุดมือตกแตก เรืองฤทธิ์กำลังหยิบเอกสารมาให้ทรงวาดเซ็น ตกใจหันมาถามว่าเป็นอะไร ทรงวาดพูดไม่ออก ได้แต่จ้องทีวีเขม็ง เรืองฤทธิ์มองตามถึงกับตะลึง...

เช่นเดียวกับเทวัญเกือบจะสำลักน้ำที่เห็นหน้าเมขลาอยู่ในจอทีวี รีบคว้าโทรศัพท์โทร.หาทนายความ สั่งให้ไปประกันตัวเมขลาทันที ครู่ต่อมา เทวัญไปรับตัวเมขลาออกจากห้องขัง เมขลาขอบคุณเขาอีกครั้งที่มาช่วย เทวัญรีบฟ้องเมขลาว่ารามกลับไปขอเจ้านายของเขาทำงานใหม่ เมขลาลุกพรวดจะไปตามรามกลับ

“ไม่ได้นะครับ ที่นั่นตอนนี้เข้มงวดมาก ไม่ใช่ว่าใครจะเข้าออกได้ง่ายๆ”

จังหวะนั้น เสียงมือถือของเมขลากับเทวัญดังขึ้นพร้อมกัน พ่อเลี้ยงปองธรรมโทร.มาตามเทวัญ ขณะที่ทรงวาดโทร.หาเมขลาด้วยความเป็นห่วง...

ไม่นานนัก เมขลามาหาทรงวาดที่ห้องพักฟื้น แค้นใจมากเมื่อรู้ว่าที่เธอถูกจับเป็นแผนลวงของราม เรืองฤทธิ์เห็นควรให้ทรงวาดกับเมขลาเลิกยุ่งกับรามได้แล้วเพราะยิ่งไล่ตาม รามก็ยิ่งหนี เราน่าจะดูอยู่ห่างๆ

“ไม่ได้ค่ะ ถ้าเราปล่อยไป เขาอาจจะยิ่งถลำลึกไปก่ออาชญากรรมร้ายแรงก็ได้นะคะ เราต้องไม่ยอมแพ้ค่ะ เมื่อใช้ไม่อ่อนไม่สำเร็จ ก็ต้องใช้ไม้แข็ง หนูจะทำให้คุณแม่ได้ ลูกชายกลับคืนมา”

“ขอบใจลูก...ขอบใจ” ทรงวาดดีใจกอดเมขลา ขณะที่เรืองฤทธิ์แอบเซ็ง...

พ่อเลี้ยงปองธรรมตกรางวัลให้รามอย่างงามที่พาธิดากลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่รามไม่รับปากเขาขอแค่พ่อเลี้ยงปองธรรมรับเข้าทำงานก็พอแล้ว พ่อเลี้ยงปองธรรมจึงสั่งให้รามไปทำงานกับแสงและเย็นที่คาเฟ่ ธิดาคัดค้าน เธอจองตัวรามมาเป็นคนขับรถให้เธอแล้ว รามอึกอัก อยากทำงานที่คาเฟ่มากกว่าแต่ไม่กล้าขัด แต่พอได้อยู่ลำพังกับเย็น รามแอบบ่นเรื่องนี้ให้ฟังอย่างเซ็ง

“เหอะน่า...ถ้าเอ็งทำให้คุณเทเรซ่าพอใจได้ จะขออะไรพ่อเลี้ยงให้หมด คุณเทเรซ่าน่ะลูกรัก ไม่เหมือนคุณเทวัญหรอก ทำอะไรไม่เคยได้ดังใจพ่อเลย มีพ่อเป็นมาเฟีย แต่ตัวเองจิ้งจกสักตัวเคยฆ่าหรือเปล่าก็ไม่รู้” เย็นอดเหน็บเทวัญไม่ได้ รามพยักหน้ารับรู้ เก็บเรื่องพวกนี้ไว้เป็นข้อมูลเผื่อเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้า...

ด้านพ่อเลี้ยงปองธรรมไม่ยอมปล่อยให้คนที่ทำร้ายจิตใจลูกสาวของเขาลอยนวล สั่งเทวัญไปจัดการเก็บแอนดี้ เทวัญใจอ่อนตามเคย แม้แอนดี้จะต่อสู้ขัดขืน แต่เขาก็ฆ่าใครไม่ลง ได้แต่ยิงเฉียดๆขู่ให้กลัว

“ไปจากเมืองไทยซะ ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ฉันช่วยแกได้แค่นี้” เทวัญว่าแล้วเก็บปืนเดินจากไป โดยไม่ทันสังเกตเห็นแสงแอบซุ่มดูอยู่ตลอด ทันทีที่เทวัญลับสายตา แสงยิงแอนดี้ทิ้งอย่างไม่ปรานี

ooooooo

เทวัญเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าพาดหัวข่าวว่าพบศพแอนดี้ พระเอกชื่อดัง เกยตื้นริมหาดถึงกับตะลึง พ่อเลี้ยงปองธรรมเข้ามาเห็น มองลูกชายอย่างไม่พอใจ

“รับรองว่าแกตาไม่ฝาดหรอก”

เทวัญเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือพ่อ ต่อว่าต่อขานทำไมต้องทำขนาดนี้ แอนดี้รับปากเขาแล้วว่าจะไปจากเมืองไทย และจะไม่ยุ่งกับน้องอีก พ่อเลี้ยงตบหน้าเทวัญหนึ่งฉาดฐานขัดคำสั่ง นี่ถ้าไม่ใช่ลูกป่านนี้ลงไปนอนในหลุมเป็นเพื่อนแอนดี้แล้ว และเตือนว่าถ้าคิดจะอยู่ในโลกนี้ต่อไปจะใจอ่อนแบบนี้ไม่ได้ เทวัญทรุดลงนั่งอย่างท้อแท้ จังหวะนั้น เมขลาโทร.เข้ามือถือของเขา เทวัญยิ้มดีใจเหมือนเจอบ่อน้ำกลางทะเลทราย...

เมขลายังคงเดินหน้าตามจิกรามกลับไปหาทรงวาดให้ได้ พอสืบรู้ว่าเขาไปเป็นบอดี้การ์ดเดินหิ้วของให้ลูกสาวมาเฟียอยู่ในห้างฯหรู รีบตามไปทันที โชคดีที่รามเห็นเสียก่อน ออกอุบายให้ธิดาเข้าไปหลบในห้องน้ำ อ้างว่าเห็นศัตรูของพ่อเลี้ยงปองธรรมสะกดรอยตามเรามา เขาจะล่อพวกนั้นไปทางอื่น

จากนั้น รามย้อนกลับมารอเมขลา จังหวะที่เธอเดินผ่านเขารวบตัว ล็อกคอไว้ แล้วใช้กุญแจรถทิ่มหลังทำเหมือนมีด ขู่ให้เลิกตามตื๊อเขาได้แล้ว เมขลาจะเลิกตื๊อและจะไม่มาให้รามเห็นหน้าอีก ถ้าเขายอมกลับไปหาแม่ รามสงสัยทำไมเมขลาต้องเสี่ยงชีวิตมายุ่งกับครอบครัวคนอื่น

“เพราะฉันไม่มีแม่ ฉันถึงทนเห็นคุณทำเลวกับคุณแม่ไม่ได้”

“แค่นี้นะ”

“แค่นี้มันก็เกินพอแล้ว...ตอนนี้คุณแม่ต้องเข้าผ่าตัดด่วน แต่ถ้าท่านไม่เห็นหน้าคุณ ท่านจะไม่ยอมเข้าห้องผ่าตัด ถ้าคุณไม่ไปตอนนี้ คุณอาจจะไม่ได้เห็นหน้าคุณแม่อีกเลย” เมขลาโกหกหน้าตาย รามหลงกลตามเมขลามาถึงหน้าห้องพักฟื้นของทรงวาด เมขลาตีหน้าเศร้า บอกให้รามเข้าไปคนเดียว แล้วอย่าลืมพูดจากับแม่ตัวเองดีๆ อย่าให้ท่านต้องเสียใจ รามถอนใจ ก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไป เมขลารีบดึงประตูปิด ยกมือไหว้ท่วมหัว

“เจ้าประคู้น ขอให้คุณแม่เกลี้ยกล่อมตารามสูรได้ทีเถอะ” เมขลาอธิษฐานจบก้มกราบสามที...

ด้านรามเข้าไปในห้องพบแต่เตียงว่างเปล่า กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นแผนลวง เรืองฤทธิ์ จักรคนของเรืองฤทธิ์และลูกน้อง ทั้งหมดสวมหน้ากากไอ้โม่งเอายาสลบโปะรามหมดสติ แล้วจับใส่รถเข็นเข็นออกจากห้อง เมขลามองงงๆเกิดอะไรขึ้นทำไมรามคออ่อนคอพับแบบนี้ เรืองฤทธิ์ไม่มีเวลาอธิบายชวนเมขลาไปบ้านรัตนมณีด้วยกัน...

ทางฝ่ายธิดารออยู่ในห้องน้ำนานสองนาน ไม่เห็นรามกลับมารับ ตัดสินใจโทร.ตามเทวัญมาช่วย

ooooooo

ที่บ้านรัตนมณี ทรงวาดเองก็งงเช่นกันที่เห็นจักรกับลูกน้องเรืองฤทธิ์อีกคนหนึ่งช่วยกันหิ้วปีกรามเข้ามา หันไปถามเมขลาว่าเกิดอะไรขึ้น

“หนูก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ จู่ๆคุณอาก็โปะยาสลบคุณราม...แล้วทำไมคุณแม่ไม่รออยู่ที่ห้องแล้วทำตามแผนที่เราตกลงกันไว้ล่ะคะ”

“ฤทธิ์ให้แม่กลับบ้านมารอราม...ตกลงนี่ฤทธิ์ทำอะไรหลาน โปะยาสลบงั้นหรือ”

เรืองฤทธิ์อ้าง ถ้าไม่ทำแบบนี้เราจะได้ตัวรามมาได้อย่างไร แล้วหันไปสั่งจักรกับลูกน้องพารามขึ้นไปที่ห้องนอนของเขา เมขลากับทรงวาดรีบเดินตาม เห็นจักรใส่กุญแจมือรามที่ยังไม่ได้สติติดไว้กับหัวเตียง ทรงวาดทนดูไม่ได้สั่งให้หยุดได้แล้ว เธอไม่เห็นด้วยที่ทำรุนแรงกับรามขนาดนี้ ทำเหมือนเขาเป็นนักโทษ

“ถ้าพี่วาดทนไม่ได้ก็เชิญครับ” เรืองฤทธิ์ว่าแล้วส่งลูกกุญแจให้ทรงวาด “แต่ผมเชื่อว่าเราจะไม่มีวันได้เข้าใกล้รามอีกแล้ว” เรืองฤทธิ์มองทรงวาดอย่างรู้ทันว่ากำลังสับสน ในที่สุด ทรงวาดยอมทำตามแผนของเรืองฤทธิ์...

ไม่นานนัก รามรู้สึกตัวพบว่าตัวเองถูกใส่กุญแจมือติดกับหัวเตียง พยายามดิ้นแต่ไม่หลุด เมขลาได้ยินเสียงร้องเอะอะของราม เปิดประตูห้องเข้ามาดู รามทั้งด่าว่าทั้งข่มขู่ให้เมขลาไขกุญแจปล่อยเขาออกไป เมขลาเห็นใจเขาแต่ทำไม่ได้ ทรงวาดตามเข้ามา ขอร้องรามอย่าโกรธเมขลาเลย เธอทำไปเพราะอยากช่วยทรงวาด

“ผมน่าจะนึกออกว่าคนอย่างยายติงต๊องเนี่ย ไม่มีวันคิดแผนเจ้าเล่ห์แสนกลเหมือนแม่หรอก”

เมขลาด่ารามว่าอกตัญญูชอบว่าแม่ตัวเองแล้วชวนทรงวาดออกจากห้องรามกำลังโกรธพูดไปก็ไร้ประโยชน์ทรงวาดเห็นด้วยรอให้รามใจเย็นกว่านี้ก่อน แล้วค่อยคุยกันใหม่ รามมองตามทั้งคู่ออกไปอย่างแค้นใจ...

ทรงวาดรู้ตัวดีว่ารามไม่อยากเห็นหน้าตนเองสักเท่าไหร่ วานเมขลาช่วยดูแลรามแทนเธอที เมขลายิ้มเจ้าเล่ห์ ถึงเวลาได้แก้เผ็ดรามคืนบ้างแล้ว...

ขณะที่รามถูกจองจำในบ้านตัวเอง ธิดาร้อนใจมากที่รามหายไป ส่งคนออกตามหาทั่วห้างฯแล้วก็ยังไม่เจอเลยจะออกตามหารามเอง เทวัญไม่ยอมคว้ามือน้องสาวไว้ จังหวะนั้น เมขลาโทร.เข้ามือถือเทวัญเพื่อขอบคุณเรื่องสามีของเธอ และวานเขาบอกเจ้านายของเขาด้วยว่า รามคงไม่กลับไปทำงานที่นั่นอีก แล้ววางสาย ธิดาได้ยินพี่ชายเอ่ยถึงราม ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้อยู่ที่ไหน

“รามปลอดภัยดี ตอนนี้เขาอยู่กับเมียของเขา”

“อะไรนะ”

“รามไม่ได้บอกน้องหรือว่าเขามีเมียแล้ว แล้วเมียเขาก็ไม่อยากให้เขามาทำงานกับเรา ตอนนี้เขาคงตัดสินใจทำตามที่เมียเขาต้องการแล้ว”

ธิดาไม่เชื่อ คว้ามือถือโทร.หาราม เมขลาหยิบมันขึ้นมาดู เห็นเบอร์โชว์หน้าจอเป็นชื่อเทเรซ่า แกล้งทำเสียงเหมือนเครื่องตอบรับอัตโนมัติ พูดซ้ำว่าหมายเลขนี้ถูกยกเลิกการให้บริการแล้ว กรุณาตรวจสอบหมายเลขใหม่อีกครั้ง ธิดาวางสายอย่างโกรธเกรี้ยว หันไปคว้าข้าวของในร้านเสื้อตัวเองปาทิ้ง...

ระหว่างที่เมขลาเอาอาหารเย็นมาให้รามกิน เย็นโทร.เข้ามือถือราม เมขลาแกล้งหยิบมือถือเขาขึ้นมาโชว์รามร้องเอะอะให้เอามือถือมาคืน เมขลาไม่สนใจ บอกเย็นว่าสามีของเธอไม่ต้องการจะคุยกับเย็นอีกแล้ว และเขาฝากให้เธอบอกเย็นด้วยว่า จะไม่กลับไปทำงานสกปรกให้พวกเย็นอีก รามตาโตอ้าปากค้าง เมขลาวางสายยิ้มสะใจ ขณะที่เย็นถึงกับอึ้ง พยายามโทร.กลับ แต่เมขลาปิดเครื่อง

“ไอ้ราม...ไอ้ชั่ว ไอ้บ้า...ไอ้คนไม่รู้จักสั่งสอนเมีย” เย็นด่าใส่มือถือเป็นชุด

ooooooo

ตอนที่ 4

รามเห็นแล้วว่าการข่มขู่และด่าทอเมขลาไม่มีประโยชน์จึงหันมาใช้ลูกอ้อนแทน ขอร้องให้เธอไขกุญแจมือให้ เขาจะได้กินข้าวได้ เมขลาไม่ยอม อาสาจะป้อนข้าวให้เขาเองแล้วตักข้าวยื่นมาใกล้ๆ รามเม้มปากแน่น เบือนหน้าหนีทั้งๆที่หิวจัด แต่ท้องเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องจ๊อกๆ เมขลากลั้นหัวเราะแทบตาย

“กินสักคำก็ได้ รับรองฉันไม่บอกใครให้คุณเสียฟอร์มหรอกน่า...กลิ่นก็ฮ้อมหอม นี่ไงได้กลิ่นมั้ย”

เมขลายกช้อนส่ายไปมาแถวจมูกเขา รามลืมตัวมองตาปรอยพอนึกได้ตวาดไล่เมขลาไปไกลๆ เมขลารอท่าอยู่แล้วยัดข้าวใส่ปากเขาทันที รามจำใจเคี้ยวเพราะข้าวอัดเต็มปาก เมขลาจงใจพูดยั่วราม พอเขาอ้าปากด่าเธอก็ยัดข้าวใส่ปากเขาอีก เป็นอย่างนี้ซ้ำๆจนข้าวหมดจาน ทรงวาดแอบมองอยู่ตรงประตูที่แง้มอยู่ ยิ้มพอใจ...

หลังจากปล่อยให้อาหารเย็นย่อยสักพัก  เมขลาชวนรามอาบน้ำ ขยับจะเข้ามาถอดกระดุมเสื้อให้ รามถอยหนีไขว้ขา ไว้แน่น เมขลาชอบใจที่เห็นรามรักนวลสงวนตัวยิ่งกลั่นแกล้งหนักมือ รามร้องลั่นไล่เมขลาไปไกลๆ

“ไปก็ได้ แหม...ฉันคิดจะไขกุญแจพาคุณไปอาบน้ำอยู่พอดี” เมขลาพูดจบเขย่าพวงกุญแจในกระเป๋าแกล้งราม แล้วคว้าถาดอาหารเดินออกจากห้อง รามรีบตะโกนเรียกให้กลับมาก่อน เธอทำหูทวนลมไม่สนใจ รามหงุดหงิด กวาดตามองหาของใกล้มือจะขว้างใส่แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นรูปถ่ายตัวเองถ่ายคู่กับลักษณ์

“บอกฉันทีสิว่า ฉันควรจะทำยังไงกับเรื่องบ้าๆนี่ดี” รามตะโกนขึ้นอย่างอัดอั้น

ooooooo

เช้าวัดถัดมา เรืองฤทธิ์เห็นปลอดคน แม่บ้านกับเด็กคนงานง่วนอยู่ในครัว ส่วนทรงวาดก็ยังอยู่ในห้องนอนเขาเข้าไปหาราม พูดปั่นหัวให้เกลียดชังทรงวาด แล้วหยิบลูกกุญแจขึ้นมาทำท่าจะไขกุญแจมือให้ เพื่อจะพารามไปเข้าห้องน้ำ รามไม่อยากเข้าห้องน้ำ แต่อยากคุยกับแม่มากกว่า

“งั้นอาจะรีบไปตามให้นะ” เรืองฤทธิ์กระวีกระวาดออกจากห้อง แกล้งลืมลูกกุญแจทิ้งไว้ปลายเตียง รามมัวแต่คิดโน่นคิดนี่ ไม่ทันสังเกตเห็น เรืองฤทธิ์เดินมาเจอจักรกำลังยกถาดใส่อาหารเช้าจะเอามาให้ราม

“ถ้าเป็นของราม แกเอาไปกินเองเถอะ” เรืองฤทธิ์พูดไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี

“นี่คุณรามหนีไปแล้วหรือครับ...ค่อยยังชั่วหน่อย ผมกำลังวิตกอยู่พอดีเพราะถ้าคุณรามกลับมาจริงๆ ต้องสอบบัญชีเจอเรื่องเราใช้บริษัทเป็นที่ฟอกเงินแน่ๆ”

“แกคิดว่าฉันจะปล่อยให้ถึงวันนั้นเหรอ” เรืองฤทธิ์ ยิ้มเจ้าเล่ห์ มั่นใจรามต้องหนีไปได้แน่ๆ...

ความมั่นใจของเรืองฤทธิ์ถูกเพียงครึ่งเดียว รามเจอลูกกุญแจที่เขาจงใจทิ้งไว้ ปลดกุญแจมือให้ตัวเอง หนีออกจากห้องสำเร็จ แต่หนีออกจากบ้านรัตนมณีไม่พ้น ขณะที่รามกำลังจะโดดรั้วหนี เมขลามาเจอเข้าเสียก่อนโดดล็อกขาไว้ รามพยายามดิ้นรนสุดชีวิต ปากก็ร้องตะโกนให้ปล่อย เมขลายิ่งออกแรงดึง

“ไม่ปล่อยดีนักใช่มั้ย...เดี๋ยวก็รู้ว่าคุณจะจับผมได้มั้ย” รามตัดสินใจปลดซิบกางเกงออก

เมขลาหลับหูหลับตาดึงสุดแรงจนหงายท้องก้นจ้ำเบ้ากางเกงของรามหลุดติดมือมาด้วย หญิงสาวลืมตามองเห็นรามอยู่ในกางเกงบอกเซอร์ ถึงกับร้องเสียงหลง เอามือปิดตาแทบไม่ทัน ทรงวาดได้ยินเสียงเอะอะวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับเรืองฤทธิ์ ตกใจที่เห็นรามจะหนี ขณะที่เรืองฤทธิ์ทำเนียน

“ราม...อาว่าเราลงมาคุยกันก่อนดีกว่า รามหนีแบบนี้ มันแก้ปัญหาไม่ได้หรอก”

ครู่ต่อมา รามเดินตามทรงวาดเข้าบ้าน สองแม่ลูกได้คุยเปิดอกกันเพียงลำพังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รามหนีออกจากบ้านหลังนี้ ทรงวาดยื่นข้อเสนอเพื่อแลกกับอิสรภาพ ถ้ารามรับปากจะกลับมาอยู่บ้านนี้เหมือนเมื่อก่อนจะเลิกทำงานกับพวกมาเฟียและกลับมาช่วยเธอกับเรืองฤทธิ์ดูแลงานที่บริษัท รามรับปากส่งๆแล้วขยับจะไป

“เดี๋ยว...แม่อยากให้รามแต่งงานกับหนูเมด้วย”

รามปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่มีทางแต่งงานกับยัยจุ้นนั่นเด็ดขาด ทรงวาดขู่ถ้าไม่แต่งงานกับเมขลา ข้อตกลงเมื่อครู่เป็นอันยกเลิก รามไม่เข้าใจทำไมเขาถึงต้องแต่งงานกับเมขลา หรือทรงวาดอยากใช้เมขลาเป็นเหยื่อล่อเพื่อหวังจะฮุบมรดกส่วนของเขา สมบัติที่พ่อของเขาแบ่งให้เธอไม่พอหรืออย่างไร เธอบีบให้ลักษณ์ตายไปคนหนึ่งแล้วต้องให้เขาตายไปอีกคนใช่ไหมเธอถึงจะพอใจ ทรงวาดมองรามอย่างปวดร้าวใจมาก

“ไม่เคยมีสักวันที่แม่จะเลิกเสียใจกับการตายของลักษณ์และไม่เคยมีวันไหนที่แม่ไม่คิดถึงราม ตั้งแต่รามหนีออกจากบ้านไป แม่ไม่มีความสุขเลยสักนิด เฝ้าคิดแต่ว่าลูกจะนอนไหน จะอยู่จะกินยังไง”

“ไม่ต้องมาทำเป็นหน้าไหว้หลังหลอก คนที่ผลักไสให้ผมออกไปจากที่นี่ก็คือแม่ แต่ผมก็ต้องขอบคุณแม่นะครับที่ทำให้ผมได้พบกับชีวิตใหม่ ได้พบกับคนที่ดีกับผมจริงๆ”

“คนที่ทำให้ลูกมีสภาพอย่างทุกวันนี้นะหรือคือคนดีของลูก เขาเป็นใครล่ะหัวหน้ามาเฟียหรือนักเลงหัวไม้”

“แม่ไม่ต้องรู้หรอก แม่รู้แต่ว่าเขาดีกว่าแม่เป็นร้อยเท่าก็พอ” รามโกรธเกรี้ยว ขอให้ทรงวาดเลิกยุ่งกับเขา

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองราม ตอนนั้น เขาระหกระเหินอยู่ที่อเมริกาไม่มีบ้านจะอยู่ต้องนอนอยู่ข้างถนน

หากินด้วยการฉกชิงวิ่งราว โชคดีที่เขาได้พบกับท่านก้องภพซึ่งช่วยฉุดเขาให้พ้นจากสภาพเลวร้ายนั้น หาที่อยู่และที่เรียนให้ ความเมตตาและเอาใจใส่ของท่านก้องภพช่วยให้เขากลับเนื้อกลับตัว จนสอบเข้าโรงเรียนตำรวจที่นั่นได้และเรียนจบในเวลาต่อมา รามให้ความรักและเคารพท่านก้องภพเสมือนเป็นพ่อคนที่สอง...

ทรงวาดออกจากห้องรามด้วยน้ำตานองหน้า เสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ของราม สูดลมหายใจเข้าฮึดสู้ต่อ

“ไม่ว่ารามจะพูดยังไง แม่ก็จะทำในสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องทำต่อไป” ทรงวาดว่าแล้วรีบปาดน้ำตาทิ้ง

เมขลาตามมาถามทรงวาดด้วยความเป็นห่วงว่ามีอะไรให้เธอช่วยไหม ทรงวาดตัดสินใจขอให้เมขลาช่วยแต่งงานกับรามที เมขลาขอเปลี่ยนเป็นช่วยอย่างอื่นแทนได้ไหม เพราะเธอกับรามแทบจะไม่รู้จักกันเลยและที่สำคัญรามเกลียดขี้หน้าเธอ ทรงวาดยืนยันเมขลาเป็นคนเดียวที่จะช่วยดึงรามขึ้นจากปลักโคลนนี้ได้

“ช่วยแม่สักครั้งเถอะนะเม แล้วแม่จะไม่ขออะไรจากหนูอีกแล้ว”

“หนูขอเวลาคิดสักหน่อยได้มั้ยคะ” เมขลาสีหน้าหนักใจ...

เวลามีเรื่องไม่สบายใจ เมขลาจะแวะไปที่บ้านเด็กกำพร้าช่วยละมุนดูแลพวกเด็กๆ และมักจะได้ข้อคิดดีๆ จากละมุนเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ละมุนพูดให้เมขลาคิดได้ว่าทรงวาดมีบุญคุณกับเธอมากแค่ไหนที่ส่งเสียให้ร่ำเรียนจนจบ ทำให้เธอตามความฝันได้สำเร็จ เพื่อตอบแทนบุญคุณ เมขลาตกลงจะทำตามที่ทรงวาดขอร้อง...

รามมองจากหน้าต่างห้องนอนลงมาเห็นคนของเรือง–ฤทธิ์เฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆรอบบ้านอย่างเข้มงวด ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ ต้องเสียงานเสียการหมดแน่ เขาไม่มีทางเลือกอื่น จำต้องตอบรับข้อเสนอของทรงวาด แต่มีข้อแม้พิธีแต่งงานต้องจัดแบบเงียบๆ ทรงวาดจึงไปขอร้องเรืองฤทธิ์ให้ช่วยไปเชิญเจ้าหน้าที่จากเขตมาจดทะเบียนสมรสให้รามกับเมขลาที่นี่หลังเสร็จพิธีแต่งงาน เรืองฤทธิ์ถึงกับตะลึง

“หา...รามกับหนูเมขลาจะแต่งงานกัน?”

“ใช่...พี่คิดว่าถ้ารามได้มีครอบครัวก็น่าจะมีความรับผิดชอบมากขึ้นและคงไม่กล้าทิ้งบ้านไปไหนอีกแล้ว”

เรืองฤทธิ์ไม่เห็นด้วย เราไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเมขลาจะให้แต่งงานกับรามได้อย่างไร ทรงวาดเชื่อว่าตัวเองมองคนไม่ผิด เมขลาเป็นคนดี เรืองฤทธิ์ก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี บังคับให้แต่งงานแบบนี้ออกจะเกินเหตุไปหน่อย

“แต่งงานกับหนูเมน่ะดีกว่าถูกใส่กุญแจมือล่ามไว้กับเตียงเป็นไหนๆนะฤทธิ์ แล้วฤทธิ์ก็เป็นคนบอกพี่เองนะว่าต้องใจแข็งกับรามเสียบ้าง” เจอทรงวาดยอกย้อนเข้าให้ เรืองฤทธิ์ถึงกับพูดไม่ออก

ooooooo

เรืองฤทธิ์ยอมให้รามแต่งกับเมขลาไม่ได้ จึงวางแผนให้จักรดึงพวกการ์ดที่เฝ้ารอบบ้านไปรวมตัวกันหลังบ้านเพื่อเปิดทางให้รามหนีได้ง่ายๆ จากนั้น เรืองฤทธิ์เข้าไปหารามซึ่งกำลังแต่งตัวเตรียมเข้าพิธีแต่งงาน ทำทีเห็นอกเห็นใจที่รามต้องแต่งงานกะทันหัน อาสาจะลงไปถ่วงเวลาให้ ถ้าเขายังไม่พร้อมจะเข้าพิธี

“หรือถ้ารามอยากออกไปขับรถเล่นแก้เครียดก็เอากุญแจรถนี่ไป” เรืองฤทธิ์โยนกุญแจรถให้ราม

“อาไม่กลัวผมหนีหรือครับ”

“ถ้ารามหนี อาก็ไม่ตำหนิรามหรอก ใครจะไปอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่เราไม่รู้จัก พี่วาดก็เหลือเกินแค่สั่งให้อาพาคนไปโปะยาสลบรามกลับมาก็มากไปแล้ว นี่ใจคอจะล่ามโซ่รามไว้ทั้งชีวิตเลยหรือไง”

“ขอบคุณมากครับอาที่เข้าใจผม แต่ผมไม่อยากให้อาเดือดร้อนไปด้วย แล้วผมก็อยากทำอย่างที่อาบอก คนเราเผชิญหน้าเพื่อแก้ปัญหาไม่ใช่วิ่งหนีปัญหาเพราะมันคงไม่จบง่ายๆ”

เรืองฤทธิ์ผิดหวังที่ยุแยงรามไม่สำเร็จ แต่ยังไม่ยอมแพ้ ขอให้รามเก็บกุญแจรถไว้ก่อน ถือเสียว่าเขายกรถคันนี้เป็นของขวัญวันแต่งงาน รามขอบคุณเรืองฤทธิ์อีกครั้ง แล้วเอากุญแจรถใส่กระเป๋ากางเกงไว้...

พิธีแต่งงานระหว่างเมขลากับรามมีขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านรัตนมณี เมขลาสวยสง่าในชุดแต่งงานที่ทรงวาดเคยใช้เข้าพิธีกับโรจน์พ่อของราม ส่วนรามเองก็หล่อเหลาสะอาดสะอ้านจนรุจต้องแอบเช็ดน้ำลาย อยากจะเป็นเจ้าสาวเสียเอง เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสต่อหน้าเจ้าหน้าที่จากเขต จากนั้น ทั้งคู่สวมแหวนทองเกลี้ยงให้กัน เป็นอันเสร็จพิธี ทรงวาดกับละมุนน้ำตาซึมด้วยความปีติ

มีงานเลี้ยงฉลองสมรสเล็กๆจัดขึ้นในสวน รามเห็นทุกคนกำลังรุมปลื้มสะใภ้คนใหม่ของบ้านรัตนมณีค่อยๆหลบฉากออกมา อีกนิดเดียวรามก็ก้าวพ้นรั้วบ้าน อยู่ๆเมขลาโผล่พรวดมาขวางหน้า แกล้งถามจะไปไหนจังหวะที่รามไม่ทันระวังตัว เมขลาสับกุญแจมือที่ข้อมือซ้ายของรามอย่างรวดเร็ว ส่วนกุญแจมืออีกข้างหนึ่งคล้องที่มือขวาของเธออยู่ก่อนแล้ว รามยกแขนตัวเองขึ้นมาดูอย่างไม่เชื่อสายตา สั่งให้เมขลาไขกุญแจมือออก

“ไม่ได้หรอก นี่มันเป็นกำไลคู่รัก เป็นตัวแทนบอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันจนชั่วฟ้าดินสลาย”

“คุณอยากอยู่กับผมนักใช่มั้ย...ได้” รามล้วงกระเป๋าหยิบกุญแจรถขึ้นมา แล้วลากเมขลาไปที่โรงรถ เมขลาใจคอไม่ดี แต่ยังฝืนยิ้มสู้

“อ๋อ...จะพาฉันไปฮันนีมูนเหรอ...ขอบคุณนะคะที่รัก”

รามขบกรามแน่น เปิดประตูรถด้านคนขับออก เนื่องจากติดกุญแจมือกว่าทั้งคู่จะเข้าไปนั่งในรถได้ทุลักทุเลมาก เมขลาจะต้องก้าวข้ามเบาะคนขับไปนั่งด้านคนนั่งคู่กับคนขับ เพื่อที่รามจะได้นั่งที่นั่งคนขับได้...

ขณะทรงวาดกำลังคุยอยู่กับละมุน เห็นรามขับรถออกมาจากโรงรถ รีบวิ่งมาขวางไม่ยอมให้ไป  อ้างคนโบราณถือ คนที่เพิ่งแต่งงานไม่ควรออกนอกบ้าน รามหงุดหงิดโวยลั่น ไอ้โน่นก็ทำไม่ดี ไอ้นี่ก็ทำไม่ได้ ตกลงเขาเป็นลูกชายหรือเป็นนักโทษกันแน่ ทรงวาดไม่เคยเห็นรามเป็นนักโทษ ที่มาขวางเพราะเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณแม่ หนูรับรองว่าคุณรามออกไปทำธุระแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” เมขลาพูดจบยกมือข้างขวาที่ล็อกกุญแจมือติดกับมือข้างซ้ายของรามให้ดู รามรีบดึงลงอย่างเสียหน้า...

ระหว่างนั่งรถมาด้วยกัน เมขลาไม่วายหาเรื่องกลั่นแกล้ง ราม หลอกว่ามีของขวัญแต่งงานจะให้ รามไม่สนใจไม่อยากได้ เข้าทางเมขลาทันที หยิบมือถือของรามออกจากกระเป๋าสะพาย

“ว้า...น่าเสียดายจัง ฉันกะจะให้มือถืออันเก่าคืนคุณอยู่พอดี แต่คุณไม่อยากได้ก็ไม่เป็นไร...ลาก่อนนะหนูน้อย นายแกเขาไม่ต้องการแกแล้ว บ๊ายบาย” เมขลาแกล้งกดกระจกรถลงทำท่าจะเหวี่ยงมือถือทิ้ง รามตาเหลือกรีบเบนรถจอดข้างทาง สั่งให้เมขลาเอามือถือมาคืน เมขลาต่อรองถ้ารามอยากได้คืนต้องพูดเพราะๆกับเธอก่อน รามจนแต้ม ยอมพูดจาภาษาดอกไม้ด้วย เมขลายิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะคืนมือถือให้

แต่พอรามเช็กดูเบอร์โทร.และข้อความที่ส่งมาทั้งหมดถูกลบเกลี้ยง เขาฉุนขาดแต่พยายามข่มอารมณ์ไว้พอใจเย็นลง ก็คิดแผนแก้เผ็ดขึ้นมาได้ ขับรถฉวัดเฉวียนจนเมขลาเมารถจะอ้วก ต้องขอร้องให้เขาลดความเร็วลงและขับรถดีๆ
หน่อย เลิกแกล้งเธอได้แล้ว

“ผมไม่ได้แกล้งนะ แต่คุณเล่นใส่กุญแจมือผมแบบนี้ แล้วผมจะขับถนัดได้ไง”

เมขลาแค้นใจมาก จำต้องไขกุญแจมือออกมาให้ แต่ไม่วายพูดดักคอ อย่าคิดว่าไม่มีกุญแจมือแล้วจะหนีไปจากเธอได้ง่ายๆ จังหวะนั้น รถแล่นมาถึงสี่แยก รามตัดสินใจขับรถฝ่าไฟแดงหน้าตาเฉย ตำรวจจราจรเข้าเวรที่สี่แยกนั้นพอดี ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตาม แทนที่เขาจะจอดรถ กลับขับเบียดมอเตอร์ไซค์ตำรวจแล้วเร่งเครื่องหนี ตำรวจโกรธมากวิทยุเรียกกำลังเสริม ก่อนจะไล่ตามรถรามต่อไป

รามขับรถผิดกฎจราจรไปตลอดทาง เมขลาทนไม่ไหวสั่งให้จอดรถ รามทำตามอย่างว่าง่าย ดับเครื่องยนต์โยนกุญแจรถให้เมขลา แล้วเปิดประตูรถวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่ง เมขลาจะวิ่งตามแต่เห็นรามขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งย้อนไปอีกทางหนึ่ง เธอรีบย้ายนั่งฝั่งคนขับจะขับรถตาม แต่ตำรวจจราจรขี่รถมาประกบเสียก่อน

“ขอดูใบขับขี่ด้วยครับ” ตำรวจขอร้องอย่างสุภาพ

เมขลาได้แต่ยิ้มแหยๆเพราะไม่ได้เอาติดตัวมา ตำรวจจึงต้องเชิญตัวไปโรงพัก ครู่ต่อมา เมขลามาถึงโรงพักเธอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าไม่ได้เป็นคนขับรถ ถ้าจ่าไม่เชื่อ

ให้ไปดูกล้องวงจรได้เลย ภาคภูมิได้ยินเสียงเอะอะเดินมาดู เห็นเมขลาถึงกับส่ายหน้าเอือมระอา หันไปถามจ่าว่าคุณผู้หญิงคนนี้ทำผิดอะไร พอรู้ว่าขับรถหนีตำรวจและฝ่าสัญญาณไฟจราจร ภาคภูมิชักสงสัยในรถของเธอจะมีของผิดกฎหมายสั่งให้จ่าไปค้นรถ เมขลาโวยทันที

“เดี๋ยวๆๆพวกคุณมีหมายค้นหรือเปล่า จะมาค้นรถฉันเนี่ย...ฉันไม่ได้ขนอะไรผิดกฎหมาย”

ภาคภูมิหมั่นไส้ สั่งให้คุมตัวไปสอบสวน เมขลารีบคว้ามือถือโทร.ขอความช่วยเหลือจากทรงวาด ไม่นานนักทรงวาดส่งเรืองฤทธิ์มาประกันตัวเมขลาออกจากห้องขัง หญิงสาวยังไม่มีเวลาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น ขอตัวไปตามรามก่อน เธอสัญญากับทรงวาด จะเอาตัวรามกลับไปกินข้าวเย็นกับทรงวาดให้ได้ จากนั้น ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง โดยมีสายตาของภาคภูมิจ้องจับผิดมาจากบนโรงพัก ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์

ooooooo

ที่หน่วยงานพิเศษของ ป.ป.ส.ท่านก้องภพได้ยินยุทธบ่นๆ ทำไมใครๆถึงอยากได้ประวัติผู้หญิงคนนี้กันนักจึงหันไปถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ได้ความว่าภาคภูมิกับรามต่างสนใจประวัติผู้หญิงคนเดียวกัน ท่านก้องภพรีบซักทันทีว่ารามติดต่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นเงียบหายไปหลายวันแล้ว ถ้ายุทธว่างช่วยลองติดต่อรามให้เขาที จังหวะนั้น รามโทร.เข้ามือถือยุทธพอดี ยุทธรีบส่งมือถือให้ท่านก้องภพรับสาย

“สวัสดีครับท่าน พอดีผมโทร.เข้าเครื่องท่านแล้วไม่มีคนรับสาย ผมเลยโทร.หายุทธแทน”

“ไม่เป็นไร แค่นายปลอดภัยก็ดีแล้ว แล้วพอจะบอกได้มั้ยว่าที่นายหายไปมันเกิดอะไรขึ้น”

รามมีปัญหาทางบ้านนิดหน่อย แต่ตอนนี้เคลียร์ได้แล้ว ท่านก้องภพแปลกใจ ทางบ้านหารามเจอได้อย่างไร แล้วทำไมรามไม่บอกเขา รามอึกๆอักๆ ท่านก้องภพเลยไม่อยากซักไซ้อะไรอีก สั่งให้ลุยงานต่อให้เต็มที

“ไว้มีอะไรคืบหน้าค่อยติดต่อมา อ้อ...แต่อย่าหายเงียบไปแบบนี้อีกล่ะ แล้วก็ห้ามปิดมือถืออย่างที่ผ่านมาด้วย” ท่านก้องภพวางสาย คืนมือถือให้ยุทธที่ยืนรออยู่ ยุทธดูๆแล้วท่านคงจะสนิทกับรามมาก ท่านก้องภพถอนใจยาว พยักหน้ารับ ถ้าลูกชายของเขายังอยู่ก็จะมีอายุเท่ารามพอดี ยุทธไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่านมีลูก

“เขาเสียไปตอนจะเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตอนนั้นฉันทำใจไม่ได้อยู่พักใหญ่เลยอาสาไปเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานระหว่างอินเตอร์โปลของไทยกับอเมริกาอยู่ระยะหนึ่ง ฉันก็เลยเจอรามที่นั่น” ท่านก้องภพเล่า...

รามลุยงานต่ออย่างที่ท่านก้องภพสั่ง โดยแวะไปหาเย็นที่ห้องคาราโอเกะเพื่อขอให้เย็นช่วยเขาได้กลับมาทำงานที่นี่อีกครั้ง และรับรองกับเย็นว่าเมียของเขาจะไม่มาวุ่นวายอะไรอีก เย็นช่วยอะไรไม่ได้ รามต้องไปให้คำรับรองกับธิดาเอาเอง ถ้าธิดายอมยกโทษให้ รามคงได้งานคืน...

หลังจากได้คำแนะนำจากเย็น รามตามไปอ้อนวอนขอร้องให้ธิดายกโทษให้ และช่วยรับเขากลับมาทำงานให้เธออีกครั้ง เขาจำเป็นต้องหาเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยหนัก ธิดามีใจให้รามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แกล้งโกรธพอเป็นพิธี ก่อนจะส่งกุญแจรถของเธอให้ รามยิ้มดีใจ กระวีกระวาดเปิดประตูรถให้ธิดาขึ้นนั่ง

ระหว่างทางที่รามขับรถให้ ธิดาแกล้งสั่งให้รามขับรถวนไปวนมาอยู่หลายรอบ แล้วสั่งให้แวะปั๊มน้ำมันที่มีร้านขายอาหารตั้งเรียงรายอยู่

“ฉันอยากได้แซนด์วิชแฮมชีส แล้วก็ไส้กรอก

พริกไทยดำกับน้ำส้มแบบผสมเกล็ดส้ม อ้อ...โดนัทอีกหกชิ้น มอคค่าปั่นใส่วิปครีมแก้วนึง”

รามรีบทำตามคำสั่ง ลงจากรถหายเข้าไปในร้านขายอาหาร ธิดาแกล้งทิ้งรองเท้าไว้หนึ่งข้าง ทำทีเหมือนโดนลักพาตัว แล้วไปแอบซุ่มดูอยู่ท้ายรถอีกคันหนึ่งไม่ห่างกัน

สักพัก เธอเห็นรามเดินกลับมาที่รถพร้อมถุงใส่อาหารหลายชนิด พอเขาเห็นสภาพโดยรอบ รีบโยนของกินใส่รถ วิ่งตามหาธิดาให้ควั่ก แล้วเดินไปหาเด็กปั๊ม ธิดาแอบยิ้มสะใจ แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นรามวิ่งกลับขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว เธอมองตะลึง ก่อนจะตั้งสติได้ ถือรองเท้าอีกข้างหนึ่งวิ่งออกจากที่ซ่อน หันรีหันขวางไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตัดสินใจเดินไปหาเด็กปั๊ม ขอยืมมือถือ แต่จำเบอร์รามไม่ได้ ปรี๊ดแตก ทำท่าจะขว้างมือถือทิ้ง

รามเข้ามาคว้าไว้ได้ทัน แล้วดึงมือถือคืนเจ้าของ ธิดาต่อว่ารามยกใหญ่ที่ไม่รู้จักเป็นห่วงเธอ รามรู้ทันว่านี่เป็นแผนกลั่นแกล้งของเธอก็เลยแกล้งกลับ ธิดาเจ็บใจที่รามรู้ทัน เดินกระฟัดกระเฟียดขึ้นรถ

ooooooo

เมขลามาตามหารามที่ร้านเสื้อของธิดาแต่ร้านปิดแล้ว ขณะยืนเคว้งไม่รู้จะไปทางไหนดี เทวัญเดินเข้ามาทักทาย พอเขารู้ว่ารามหนีเมขลาออกมาในวันแต่งงานที่ถูกต้องตามกฎหมายของทั้งคู่ รู้สึกเห็นใจเมขลาคิดหาทางช่วย เทวัญชวนเมขลาเข้ามารอในร้าน แล้วโทร.ถามเด็กในร้านให้ เด็กบอกว่าเห็นรามออกไปกับธิดา

“ฉันไม่เข้าใจทำไมรามต้องดิ้นรนกลับมาทำงานกับพวกคุณให้ได้ จะเพราะเงินก็ไม่น่าใช่”

“ท่าทางคุณคงเหนื่อยมาก” เทวัญสงสารเมขลา

“เหนื่อยยังไงฉันก็ต้องเอาตัวเขากลับไปให้ได้ ฉันรับปากกับแม่เขาไว้แล้ว”

เทวัญเดินไปเลือกชุดที่ราวแขวนเสื้อในร้านมาให้เมขลาเปลี่ยน ถึงชุดแต่งงานที่เธอใส่อยู่จะสวย แต่ไม่เหมาะกับที่ที่เราสองคนกำลังจะไป...

ขณะที่เมขลากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ที่ร้านเสื้อของธิดา รามถูกแปลงโฉมใหม่หล่อเลิศทั้งตัวโดยฝีมือของธิดา แล้วควงแขนเขาพาไปงานปาร์ตี้วันเกิดจีน่าเพื่อนของธิดาที่จัดขึ้นในโรงแรมหรูกลางกรุง เพื่อนๆของธิดาเห็นความหล่อของรามแล้วกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ไม่เชื่อว่ารามเป็นแค่บอดี้การ์ด...

ไม่นานนัก เทวัญพาเมขลามาส่งหน้างานปาร์ตี้ของจีน่า เมขลาต้องเข้าไปในงานคนเดียวเพราะเทวัญไม่อยากให้ลูกสาวเจ้านายเห็นว่าเขาเป็นคนพาเธอมาที่นี่

“ฉันเข้าใจ คุณอาจจะเดือดร้อน แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ คุณเป็นคนดีจริงๆ”

“ผมจะรออยู่แถวนี้ มีอะไรโทร.มานะครับ” เทวัญรอส่งเมขลาจนเดินหายเข้าไปในฝูงคน...

อีกมุมหนึ่งของงานปาร์ตี้ เสียงเพลงหวานโรแมนติกบรรเลงขึ้นเพื่อให้จีน่าเจ้าของวันเกิดกับแฟนหนุ่มออกไปเต้นเปิดฟลอร์ จีน่าโบกมือเรียกธิดาให้ออกมาเต้นด้วยกัน เพื่อนๆผลักธิดาออกไปกับรามที่กลางฟลอร์ รามเห็นท่าไม่ดี แกล้งปวดท้องทำตัวงอ ธิดาตกใจรีบเข้าไปประคอง ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร

“สงสัยส้มตำปลาร้าที่ผมกินไปเมื่อตอนบ่ายจะทำพิษเข้าให้แล้ว อู๊ย...ไม่ไหวแล้วครับ”

รามเล่นละครได้สมบทบาทจนธิดาต้องรีบไล่ให้ไปเข้าห้องน้ำ รามไม่รอให้ไล่ซ้ำ จ้ำอ้าวผ่านด้านหลังเมขลาที่มัวแต่ชะเง้อคอมองหาราม ต่างฝ่ายต่างไม่เห็นกันและกัน...

ธิดาเดินมาหยิบเครื่องดื่มระหว่างรอบอดี้การ์ดสุดหล่อของตัวเอง แทบไม่เชื่อสายตาที่เห็นเมขลายืนอยู่เธอวางแผนจะฉีกหน้าเมขลากลางงาน โดยให้จีน่าเข้ามาดึงเมขลาไปยืนกลางฟลอร์ จากนั้นธิดาตบมือเรียกทุกคนในงานหันมาฟังทางนี้

“เพื่อนๆ...ฉันขอแนะนำให้รู้จักแขกของฉัน ชื่อฉันขี้เกียจจำ รู้แต่ว่าสถานภาพทางครอบครัว...ถูกผัวทิ้ง”

“คุณเข้าใจผิดแล้ว สามีฉันโดนผู้หญิงอื่นฉกมามากกว่า” เมขลาโต้ไม่ยอมแพ้ ธิดาฉุนขาดที่เป็นฝ่ายถูกฉีกหน้า ประกาศจะให้รางวัลกับใครก็ได้ที่สามารถตบหน้าเมขลาได้ สิ้นเสียงธิดา เพื่อนๆของเธอกรูกันเข้าใส่เมขลาแต่รามพุ่งเข้ามาชิงตัวเธอหนีไปได้หวุดหวิด ธิดาเจ็บใจมาก วิ่งตามแต่ไม่ทัน รามกับเมขลาลงลิฟต์ไปเสียก่อนเธอทุบประตูลิฟต์โวยวายลั่น เทวัญรีบเข้ามาห้าม ธิดาไม่ยอมหยุดจนกว่าจะคุยกับรามให้รู้เรื่องก่อน

“คุยเรื่องอะไร เรื่องที่เขามีเมียแล้วงั้นหรือ...เชื่อพี่สิ อย่าไปยุ่งกับนายรามเลย เขาแต่งงานกับคุณเมแล้วและคุณเมก็รักนายรามมากด้วย” เทวัญเผลอหลุดปาก ธิดาจ้องหน้าพี่ชายเขม็ง

“คุณเม...นี่พี่เทพรู้จักนังนั่นด้วยหรือ...พี่เทพเป็นคนพามันมาที่นี่ใช่มั้ย พี่เทพพามันมาทำไมหรือคิดจะแกล้งฉีกหน้าน้อง ทำให้น้องอายเพื่อนๆ”

เทวัญไม่เห็นจะต้องอายตรงไหนในเมื่อรามเป็นแค่บอดี้การ์ดไม่ใช่แฟนของธิดาสักหน่อย ธิดาเถียงข้างๆคูๆถึงรามจะเป็นแค่บอดี้การ์ด เธอก็ไม่อยากให้เขามีเมีย เทวัญเซ็ง

เมื่อไหร่น้องสาวเขาจะรู้จักโตเสียที...

ด้านรามผลักเมขลาขึ้นรถแท็กซี่แล้วต่อว่าต่อขานเธอยกใหญ่ ทำแบบนี้เขาต้องเสียงานไปอีกแน่ๆ เมขลาไม่สนใจ ควักกุญแจมือจากกระเป๋ามาสับเข้าที่ข้อมือรามแล้วสับอีกข้างหนึ่งที่ข้อมือตัวเองเพื่อกันไม่ให้รามหนีไปไหนอีก ครู่ต่อมา รามกับเมขลากลับถึงบ้านรัตมณีเห็นทรงวาดยืนรออยู่ก่อนแล้ว รามโมโหไม่พูดไม่จาลากเมขลาถูลู่ถูกังเข้าบ้าน แล้วแกล้งเดินชนข้าวของในบ้านแตก เมขลาตกใจ นี่รามจะมาไม้ไหนอีก

“ก็ผมเดินไม่ถนัด” รามว่าพลางเขย่ากุญแจมือ เมขลาจำใจหยิบลูกกุญแจมาไขให้

“ทีนี้คงเดินถนัดขึ้นแล้วใช่มั้ย”

“ก็ดีขึ้น แต่คงจะดีกว่านี้ ถ้าคุณจะไสหัวไปจากบ้านผมเสียที” รามว่าแล้วเดินกระแทกเท้าขึ้นบ้าน

ทรงวาดขอโทษเมขลาแทนรามที่ปากร้ายแถมเอาแต่ใจตัวเอง เมขลาเข้าใจดี วันนี้เราสองคนเหนื่อยกันมาก ถ้ารามได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วคงจะอารมณ์ดีขึ้น ทรงวาดฝากเมขลาดูแลรามให้ด้วยส่วนเธอจะไปสั่งให้เด็กตั้งโต๊ะรอ พอเมขลาเดินลับสายตา เรืองฤทธิ์เข้ามาเห็นข้าวของล้มระเนระนาด ถามทรงวาดว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าเป็นฝีมือของราม เรืองฤทธิ์ตกใจ

“นี่รามยอมกลับมาด้วยหรือครับ”

“พี่บอกฤทธิ์แล้วไงว่า หนูเมทำได้ทุกอย่าง” ทรงวาดยิ้มพอใจ ขณะที่เรืองฤทธิ์กลับรู้สึกตรงกันข้าม

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:35 น.