ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหนือเมฆ2 มือปราบจอมขมังเวทย์

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เหนือเมฆ2 มือปราบจอมขมังเวทย์ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ หน้าที่ทำการพรรค “ไทธิวัตถ์” คลาคล่ำไปด้วยสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ พร้อมรายงานและถ่ายทอดการแถลงข่าวของ ดร.เมฆา ฐานรัฐ นายกรัฐมนตรี

ในที่ทำการพรรค ดร.เมฆาเดินมาโดยมีคมศร สุริยน เลขาฯส่วนตัวหนุ่มหล่อมาดดีมีการศึกษาเดินตามมาข้างๆ ในมือถือไอแพดเหมือนกำลังบรีฟงานให้เมฆา รอบๆมีบอดี้การ์ดเดินนำและอารักขาอยู่ 4 คน

“ผลการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเป็นยังไงบ้าง” เมฆาถามคมศรสีหน้าเครียดๆ

“รองนายกฯ อนันต์กำลังเจรจาอยู่ครับ แต่ท่าทางจะไม่สำเร็จ ท่านนายกฯ อาจจะต้องยอมอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ตามที่พรรคร่วมเสนอ”

“ไม่มีทาง...ฉันไม่มีวันยอมกินตามน้ำ!”

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น คมศรยกดูปรากฏ หน้ารองนายกฯอนันต์ เขาหันรายงานเมฆา เมฆาสั่งการทันที

“บอกไปว่าฉันยืนยันตามคำพูดเดิม จะไม่มีการอนุมัติโครงการใดๆทั้งสิ้น จนกว่าจะมีการทำประชาพิจารณ์และผลสรุปด้านความปลอดภัย!”

คมศรรับทราบเดินเลี่ยงออกไปรับโทรศัพท์ผ่านทางบูลทูธตอบไปว่า

“ยกเลิกการประมูลครับ”

ooooooo

ดร.เมฆาเดินเข้าห้องทำงานอารมณ์เครียด แล้วก็ยิ่งเครียดเมื่อเห็นจักร อมตฤทธา ที่ปรึกษาพิเศษพรรคไทธิวัตถ์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา ท่าทางจักรกร่าง ยโส กำลังพลิกแฟ้มเอกสารอ่านอยู่ เห็นเมฆาเข้ามาก็ทำหน้าเรียบเฉย

“ใครอนุญาตให้เข้ามา” เมฆาถามห้วนๆ จักรไม่ตอบแต่โยนแฟ้มเอกสารโครมลงบนโต๊ะ บอกให้อ่านแฟ้มนี้หน่อย เมฆาไม่สนใจแฟ้มเอกสาร พูดย้ำว่า “ที่นี่เป็นห้องทำงานส่วนตัว”

“รู้! แต่อยากให้นายกฯ อ่าน! อ่านแล้วเซ็นอนุมัติซะ”

“ไม่มีใครบังคับฉันได้! คิดว่าตัวเองเป็นใคร”

“เป็นเจ้าของเงินสนับสนุนพรรคไทธิวัตถ์! เลือกตั้งครั้งที่แล้ว ด็อกเตอร์เมฆา ฐานรัฐ ได้เป็นนายกฯ เพราะใคร!”

“เพราะประชาชน” เมฆาตอบหนักแน่น ถูกจักรถามเยาะว่าแน่ใจหรือ ถามรองอนันต์ดูบ้างสิว่าเงินอุปถัมภ์พรรคได้มาจากไหน “ฉันเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ มีหน้าที่ทำงานเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน สนองคุณแผ่นดิน! ไม่จำเป็นต้องตอบแทนบุญคุณใคร”

จักรยิ้มเยาะว่าอยู่กันแค่สองคนไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ ถูกเมฆาตวาดไล่ “ออกไป!” จักรไม่สนใจสั่งนายกฯ ให้อนุมัติเสีย อย่าทำอะไรให้มันยาก ยิ้มหยันถามว่า “รึต้องการค่าลายเซ็น?”

เมฆาตวาดไล่ให้ออกไป จักรยังคงดื้อรั้นมองหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ซ้ำพูดเย้ยหยันว่าแค่ไม้ใกล้ฝั่งอย่าทำตัวดื้อด้าน เพราะ “การเมืองของคนรุ่นใหม่ ทัศนคติต้องทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่”

“โลกแห่งความถูกต้อง จะกี่สิบกี่ร้อยปีก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ แต่อำนาจต้องสร้างความดีงามและถูกต้อง ตราบใดที่เมฆา ฐานรัฐ ยังเป็นนายกฯ จะต้องไม่มีการโกงกินบ้านเมืองเพื่อตอบแทนบุญคุณใคร...ออกไป!!”

“เราต้องเจอกันอีกแน่” จักรจ้องหน้าเมฆาก่อนเดินออกไปอย่างท้าทาย

คมศรเดินสวนเข้ามารายงานว่า “ท่านนายกฯครับ งานแถลงข่าวพร้อมแล้ว”

เมฆาพยักหน้า ติดกระดุมเสื้อสูทจัดไทด์ให้เรียบร้อย กำลังจะเดินออกไป แต่ชะงักหันบอกคมศรว่าให้โทร.บอกคุณนภาด้วยว่านัดวันนี้ยกเลิก เพราะหลังแถลงข่าวยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ นภาเข้าใจ

นภา ฐานรัฐ อดีตผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษ เธออยู่ที่รีสอร์ตสวยงามเชิงเขาไม่ไกลจากกรุงเทพฯนัก เมื่อรับโทรศัพท์จากคมศร เธอพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“ฉันเข้าใจ บอกด็อกเตอร์เมฆาให้ดูแลสุขภาพด้วย ฉันจะอยู่ที่นี่ถึงวันอาทิตย์...ถ้ามาได้ก็แวะมาหน่อย”

วางสายจากคมศรแล้ว นภายิ้มอย่างพยายามทำใจให้ยอมรับได้

ooooooo

จักรมานั่งในรถตรงลานด้านหน้าบริเวณแถลงข่าวของพรรค สีหน้าไม่สบอารมณ์ ยกโทรศัพท์ไอโฟนขึ้นมาเปิดโปรแกรมเฟซไทม์พูดโทรศัพท์แบบเห็นหน้ากับวิญญู โชติญาณ ผู้มีอำนาจคุณไสย

ขั้นสูงสุดจนยากจะมีใครต่อต้านได้ เขาอยู่ในมุมมืดบ้านจักรนั่นเอง

“ฉันต้องการมีอำนาจมากกว่านี้” จักรเสียงเครียด

“เวลานั่นใกล้เข้ามาแล้ว”

“จะทำอะไรก็เร่งมือ ฉันเบื่อจะรอ!”

“ภายในเจ็ดวัน ด็อกเตอร์เมฆาต้องเปลี่ยนรองนายกฯคนใหม่ ใช้คนที่มีวิสัยทัศน์เหมาะสม ฮึๆ”

“ฉันไม่ต้องการแค่นั้น”

“เพื่อความมั่นคง รากฐานต้องแน่น เรากำลังจะได้ของชิ้นแรกมาแล้ว อีกไม่นานหรอก...อีกไม่นาน” เสียงวิญญูลึกลับ ฟังขรึมขลังอย่างเต็มไปด้วยคุณไสย

ooooooo

เวลาเดียวกัน ที่ศูนย์ศิลปะร่วมสมัยเอเชีย นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์มารวมกันทำข่าว ต่างกำลังรายงาน ข่าวอยู่หน้ากล้องอย่างตื่นเต้น มีผู้คนมากมายอยู่รอบอาคาร...
น้ำใส ภูมิภักดิ์ นักข่าวสาวจากสกายนิวส์เน็ตเวิร์ค กำลังรายงานอย่างตื่นเต้นเช่นกัน

“สกายนิวส์เน็ตเวิร์คกำลังติดตามการเคลื่อนย้ายวัตถุโบราณชิ้นสำคัญซึ่งรัฐบาลไทยเพิ่งได้รับมาจากประเทศเพื่อนบ้านค่ะ...ขณะนี้ดิฉันอยู่กับคุณเจนภพ เทวสถิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์ศิลปะร่วมสมัยแห่งเอเชีย...สวัสดีค่ะท่าน ผอ.พอจะบอกได้ไหมคะว่า “ตรีศูลวัชระ” วัตถุโบราณชิ้นนี้มีความสำคัญยังไง”

เจนภพในบุคลิกนักวิชาการตอบอย่างผู้รู้ว่า “ตรีศูล ...เป็นอาวุธประจำกายของพระศิวะ ตามคัมภีร์ยุทธสงครามโบราณเชื่อว่า “ตรีศูลวัชระ” เป็นหนึ่งในเครื่องราง “เทวาศาสตราวุธ” มีความเชื่อว่า ถ้าผู้ใดได้ครอบครองเทวาศาสตราวุธทั้ง 4 ชิ้น จะเกิดมงคลสูงสุดกับชีวิตมีทั้งอำนาจคุณไสยฯและบารมีครับ”

“ศาสตราวุธโบราณทั้ง 4 ชิ้นมีอะไรบ้างคะ”

“ตามคัมภีร์...เทวาศาสตราวุธทั้งสี่ประกอบไปด้วย... ตรีศูลวัชระ อนันตคทา จักรนารายณ์ และสังข์ไชยมงคล”

น้ำใสหันไปหากล้องพูดกับผู้ชมว่า “และนี่คือความเชื่อที่กำลังรอการพิสูจน์ในโลกยุคดิจิตอล แต่สำหรับคนรุ่นใหม่...คงไม่มีไสยศาสตร์หรือเวทมนตร์สำคัญไปกว่ามันสมองและสองมือของมนุษย์...น้ำใส ภูมิ–ภักดิ์ สกายนิวส์เน็ตเวิร์ครายงาน”

สิ้นเสียงน้ำใส เกิดลมพัดแรงราวกับพายุจนเธอต้องหาที่เกาะยึดตัวเองไว้ ตกใจจนหน้าถอดสี ผู้มาร่วมงานต่างแตกตื่นกับปรากฏการณ์นี้ หมู่เมฆบดบังอาทิตย์บนท้องฟ้าจนมืดสลัวไปทั้งบริเวณ ฟ้าคำรามลั่นราวกับพายุกำลังจะมา!

ท่ามกลางลมหมุนใบไม้ปลิวว่อนนั่นเอง มอเตอร์ไซค์ตำรวจสองคันก็นำรถตู้ที่ขนย้ายตรีศูลวัชระเข้ามา

เมื่อประตูรถตู้เปิด ร.ต.ต.แสงกล้า อภิไชย จากหน่วยปฏิบัติการกลยุทธ์ สำนักงานสืบสวนพิเศษ ในมือประคองกล่องใส่ตรีศูลก้าวลงจากรถ ส่งสัญญาณให้ตำรวจเอารถเข็นมาลำเลียงตรีศูล ทันทีที่แสงกล้าวางกล่องใส่ตรีศูลลงบนรถเข็น ท้องฟ้าโดยรอบที่มืดมิดก็กลับสว่างขึ้นฉับพลัน!!

ปรากฏการณ์นี้ยังความตื่นตะลึงแก่ทุกคน!

ooooooo

เจนภพเดินนำทีมเจ้าหน้าที่โบราณคดีเข้าไปในห้องแสดงโบราณวัตถุ แล้วเริ่มตรวจสอบตรีศูลด้วยอุปกรณ์ทันสมัย แสงกล้าถอยออกมา สั่งลูกน้อง

“ตรวจสอบรอบห้องอีกครั้ง ระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด ห้ามผู้สื่อข่าวหรือผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในนี้เด็ดขาด”

ที่รอบอาคารฯ รถถ่ายทอดสดและนักข่าวทยอยออกไปจากบริเวณนั้นแล้ว ตำรวจกำลังตรวจสอบจุดต่างๆ ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

บรรยากาศโดยรอบ เกิดสิ่งที่มองไม่เห็น คล้ายคลื่นพลังงานบางอย่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครรู้!

ที่ประตูด้านหลังอาคาร ดาบแหบกำลังสั่งลูกน้องตรวจสอบความเรียบร้อยอยู่ จู่ๆก็ทำวิทยุสื่อสารตกพอก้มลงเก็บก็เห็นเงาตำรวจทอดยาวอยู่บนพื้น พริบตานั้นเงารวมตัวกันอย่างเร็ว กลายเป็นกลุ่มควันสีดำแล้วรวมตัวกันกลายเป็นร่างมนุษย์!

ดาบแหบตาเหลือกกำลังจะร้อง ก็ถูกแสงและควันดำวูบเข้าใส่หน้าล้มลงทันที วิทยุสื่อสารตกอยู่ข้างกาย...และ ควันดำก็วูบใส่ตำรวจอีกหลายนายแถวนั้น ทุกคนทรุดล้มไปทันที
แสงกล้าพยายามติดต่อดาบแหบ จนครู่หนึ่งจึงได้รับเสียงตอบจากดาบแหบด้วยน้ำเสียงปกติลีลา

ทะเล้นตามสไตล์ แต่แววตาเหม่อลอยคล้ายโดนสะกดว่า

“ดีครับหมวด รีบๆเคลียร์งานด้านในเหอะ ผมนัดเมียไว้...จะรีบไปขายบะหมี่ยำ”

ooooooo

ตรีศูลวัชระถูกเก็บรักษาด้วยระบบทันสมัยอย่าง เข้มงวดแข็งแรง มีแต่แสงกล้ากับเจนภพเท่านั้นที่เปิดได้ ระหว่างทำการเก็บรักษานั้น แสงกล้ารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในห้อง เขาชะงักชักปืนกวาดไปรอบๆร้องถาม

“ใคร! บอกให้ออกมา! หรือจะให้ยิงเข้าไป!”

ที่แท้คือน้ำใสมาแอบถ่ายทั้งแสงกล้าเจนภพและ กระบวนการเก็บไว้ เมื่อถูกจับได้ก็ถือกล้องเดินยิ้มแหยๆ ออกมาพูดปะเหลาะแสงกล้าซึ่งเป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกัน

แสงกล้าคว้ากล้องจากน้ำใสไปกดลบภาพทิ้งทั้งหมดแล้วสั่งให้เธอออกไป

“แหม...ตั้งแต่ได้มาอยู่สำนักงานสืบสวนพิเศษเฮี้ยบเกินเหตุนะเพื่อนรัก” น้ำใสกระเง้ากระงอดออกไป

แสงกล้าวิทยุออกไปด้านนอกบอกว่าภายในโถงจัดแสดงเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะออกไป

น้ำใสออกมาเจอจ่าหวาน จ่ายิ้มหวานให้พลันก็

ชะงักกึกเมื่อฉุกคิดว่าเธอเข้าไปได้ยังไง เอาหน้าแนบกระจกมองเข้าไปสำรวจ พริบตานั้น คลื่นควันดำวูบออกจากกระจกอย่างเร็วกระแทกเข้าหน้าจ่าวูบเดียวสลบตึง ตำรวจที่อยู่ด้านนอกมองจ่าอย่างสงสัย ไม่ทันไรก็ถูกคลื่นดำกระแทกใส่อย่างเร็วล้มตึงไปหมดทุกคน!

ประตูห้องจัดแสดงเปิดออกมา มวลควันรวมกันเป็นร่างขมังเวทย์ ยืนหน้าเหี้ยมน่าเกรงขาม แล้วเดินเข้าห้องไป

แสงกล้ายังไม่ทันออกมา รู้สึกมีคนอยู่ด้านหลัง ชักปืนหันขวับไปนึกว่าเป็นน้ำใส  ได้ยินเสียงหัวเราะ“หึๆๆ” ออกมา แสงกล้าลั่นกระสุนใส่ทันที ขมังเวทย์จ้องเขม็งเกิดคลื่นควันดำพุ่งถาโถมเข้าใส่แสงกล้า แต่ทำอะไรเขาไม่ได้ ขมังเวทย์ทำครั้งที่สองก็ยังทำอะไรเขาไม่ได้ จนเอ่ยปาก “ดวงจิตแก่กล้า”

แสงกล้ายิงใส่ขมังเวทย์แต่กระสุนกลับกระดอนกลับในสภาพบู้บี้ทีละนัด...ทีละนัด ทุกนัด!

เมื่อต่างทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ จึงถาโถมเข้าสู้กันด้วยมือเปล่าอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ในที่สุดแสงกล้าก็ล้มลงกองกับพื้น ปืนหลุดจากมือไถลไปกับพื้น...

ขมังเวทย์ใช้มือเดียวจับแสงกล้าชูขึ้น ร่างแสงกล้าสะบัดไปมาในอากาศ ขมังเวทย์ขว้างร่างเขาไปศีรษะกระแทกผนังล้มคว่ำ

ขมังเวทย์ตรงไปที่แท่นเก็บตรีศูลวัชระ เพียง

จ้องไปที่กล่องระบบป้องกันก็เปิดออก ขมังเวทย์ยิ้มสะใจหยิบตรีศูลวัชระเดินผ่านตำรวจที่ถูกสะกดออกไปอย่างเท่

ทันทีที่ขมังเวทย์ผ่านไป ตำรวจทุกคนที่ถูกสะกดนิ่งในท่าต่างๆก็ร่วงหมดสติไปทันที

ooooooo

ที่บริเวณทางเข้าศูนย์ศิลปะ...คราม หัวหน้าหน่วยกลยุทธ์ของสำนักงานสืบสวนพิเศษ บึ่งมอ-เตอร์ไซค์มาถึง เขาจอดรถหน้าอาคารชักปืนวิ่งเข้าไปพลางวิทยุถึงแสงกล้า

“ภายในห้องจัดแสดงเป็นยังไงบ้างหมวดแสงกล้า” ไม่มีเสียงตอบ ครามนิ่วหน้าเครียด “เกิดอะไรขึ้นหมวดแสงกล้า...รายงานด้วย”

ทันใดนั้นเสียงสัญญาณเตือนภัยของศูนย์ฯดังลั่น ไซเรนบริเวณกำแพงหมุนติ้ว ครามรับรู้ถึงความผิดปกติ เขาวิ่งพุ่งเข้าไปในอาคารอย่างเร็ว

ภายในห้องจัดแสดง แสงกล้าเพิ่งกระชากสัญญาณเตือนภัยของศูนย์ฯ เขายกวิทยุรายงานเสียงอ่อนล้า

“ตรีศูลวัชระถูกโจรกรรม ผู้ต้องสงสัยกำลังหนีออกไปทางหลัง สกัดจับด่วน!” รายงานเสร็จก็หมดสติไปทันที

ครามวิ่งไปด้านหลังตามที่แสงกล้าบอก เห็นขมังเวทย์เดินอยู่ไกลๆเขายิงกระหน่ำทันที แต่ขมังเวทย์แค่หันมองแล้วเดินไปอีกทางหนึ่ง...ครามรีบวิทยุ...

“ขอกำลังสนับสนุน...ผู้ต้องสงสัยโจรกรรมตรีศูลวัชระกำลังหนีไปทางอาคารก่อสร้างริมน้ำ”

น้ำใสปักหลักรายงานอยู่หน้าอาคารริมน้ำที่กำลังก่อสร้าง เห็นครามวิ่งมาอย่างเร็ว เขาหยุดแหงนมองอาคารแล้ววิ่งขึ้นไปทันที รถสำนักงานสืบสวนพิเศษและตำรวจอื่นแล่นตรงเข้ามาด้านหน้า ตำรวจพุ่งลงจากรถแยกย้ายกันล้อมอาคารไว้

“ขณะนี้ ดิฉันอยู่หน้าอาคารก่อสร้างของศูนย์ศิลปะแห่งเอเชียค่ะ ตำรวจสำนักงานสืบสวนพิเศษกำลังรุกไล่ผู้ต้องสงสัยโจรกรรมวัตถุโบราณ “ตรีศูลวัชระ” น่าจะจับตัวได้แน่ค่ะ” น้ำใสหยุดไปนิดหนึ่งก่อนรายงานต่ออย่างตื่นเต้นขึ้นทุกที “ผู้ต้องสงสัยอยู่บนดาดฟ้าตึกค่ะ...ขณะนี้ตำรวจตัดสินใจบุกขึ้นไปแล้ว!!”

ooooooo

บนดาดฟ้า...ขมังเวทย์ยืนตระหง่านอยู่ริมดาดฟ้าอย่างไม่สะทกสะท้านกับการถูกไล่ล่า ครามขึ้นไปยกปืนเล็ง

“ยอมมอบตัวเสียดีๆ ยังไงแกก็หนีไปไหนไม่รอด”

“หึๆๆ” เสียงหัวเราะของขมังเวทย์กึกก้องน่ากลัว พลันก็เกิดเมฆดำปกคลุมโดยรอบ ลมพัดแรงคล้ายมีพายุ

ครามมองสภาพรอบตัวอย่างกังวล พอดีกองกำลังสนับสนุนมาถึง ครามส่งสัญญาณให้รายล้อมขมังเวทย์ไว้

“หึๆๆ” ขมังเวทย์หัวเราะ ตาเบิกโพลงดุร้ายน่ากลัว แล้วเดินดุ่มเข้าหาตำรวจที่รายล้อมอยู่ ตำรวจระดมยิงใส่แต่ขมังเวทย์ไม่สะดุ้งสะเทือน พุ่งเข้าเล่นงานตำรวจด้วยลีลาฉมังขลังเข้มสวยงาม ตำรวจที่รายล้อมต่างล้มคว่ำไม่เป็นท่าไปหมด

ครามค่อยๆถอยอย่างมีมาด ขมังเวทย์พุ่งเข้าใส่ทันที ครามยิงสวนแต่ไม่โดน เขาเองกลับถูกขมังเวทย์ชกเปรี้ยงเดียวร่างลอยคว้าง แหวกอากาศดิ่งลงข้างล่างทันที!

ตอนที่ 2

แพรไพลินและกิตเผชิญหน้ากันอย่างแหลมคม กิตถามว่าตนจะฆ่าระรินทำไม เธอบอกว่าระรินสลัดรักผู้กองเพราะผู้กองถูกสอบสวนทางวินัยคดีบุกรุกป่าสงวน

กิต ยังพูดบ่ายเบี่ยงดิ้นรนให้พ้นข้อสงสัย แต่ถูกแพรไพลินดักไว้หมดทุกทาง โดยเฉพาะเรื่องที่ระรินเป็นแกนนำเอ็นจีโอที่กำลังสืบหาความจริงคดีทุจริต ถามเขาอย่างเป็นต่อว่า

“ผู้กองคงคิดว่าลบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ไปหมดแล้ว ฉลาด...แต่ไม่เฉลียวค่ะ ระรินอัพโหลดข้อมูลทั้งหมดไว้ที่เว็บไซต์ออนไลน์” พูดแล้วจ่อปืนไปตรงหน้า “ผู้กองถูกจับแล้วค่ะ”

กิตสู้อย่างจนตรอก จับข้อมือที่ถือปืนของแพรไพลินบิดจนปืนร่วง ตัวเธอก็ถูกบิดข้อมือจนล้มลงกับพื้น กิตเย้ยว่าผู้หญิงต่อให้เก่งยังไงก็ต้องแพ้ผู้ชาย

“สมมติฐานมีข้อยกเว้น” แพรไพลินลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่กิตอย่างรวดเร็ว เธออ่านประวัติเขามาอย่างละเอียดแล้วรู้ว่า คนดื่มเหล้าจัดอย่างเขานั้น ถ้าถูกโจมตีตับจะเจ็บปวดมากกว่าปกติ 2 เท่า รู้ว่าเขาเคยโดนยิงที่หัวเข่าและผ่าตัดมา 3 ครั้งแล้ว และรู้ว่าเขาหัวไหล่หลุดมีโอกาสจะหลุดอีก 70% เธอจึงโจมตีจุดอ่อนทุกจุดของเขาจนร้องลั่น

แต่พริบตานั้น มีชายอีกคนเข้ามาซ้อนร่างแพรไพลินไว้ โปะยาสลบใส่เธอทันที กิตพูดอย่างผยองว่าตนไม่เคยทำงานคนเดียว ที่แท้เขาคนนั้นคือหมวดที่เป็นคู่หูของกิตนั่นเอง เขาถามกิตว่าจะเอายังไงต่อ กิตบอกว่าผู้หญิงคนนี้รู้เยอะมาก

กุ๊บกิ๊บที่ แพรไพลินนัดไปทานอาหารกัน 6 โมงเย็นชวนเพื่อนจากเนติเทคฯ แต่งตัวมายืนรอกันอยู่หน้าบ้านพัก กุ๊บกิ๊บร้องถามแพรไพลินว่า พวกตนมารออยู่หน้าบ้านแล้ว แต่งตัวเรียบร้อยหรือยัง

“เอาตัวหมอแพรไพลินออกไปทางประตูหน้า” กิตบอกหมวดที่ประคองแพรไพลินอยู่

เวลา เดียวกันนั้น นภากำลังเอาปืนมาถอดทำความสะอาดและตรวจเช็ก เห็นมีการเคลื่อนไหวผิดปกติที่บ้านหลังนั้น เขม้นมองเห็นกิตอุ้มแพรไพลินออกมา เขาบอกกุ๊บกิ๊บว่าเข้าไปเจอหมอหมดสติอยู่ คงต้องรีบพาไปโรงพยาบาล

กุ๊บกิ๊บกับเพื่อนหลงเชื่อพากันมองตามอย่างเป็น ห่วง แต่พอกิตอุ้มแพรไพลินไปไว้ในรถ เขาใส่กุญแจมือเธอทันที หมวดขึ้นนั่งที่คนขับตะบึงรถไปอย่างเร็ว ส่วนกิตนั่งเบาะหลังคอยคุมแพรไพลิน กุ๊บกิ๊บกับเพื่อนเป็นห่วงขึ้นรถจะขับตามไป แต่จนแล้วจนรอดก็สตาร์ตไม่ติด

นภารู้โดยสัญชาตญาณว่ามีเรื่องผิดปกติแน่ เธอขับรถตามรถกิตไปทั้งที่เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว

แพรไพลินเริ่มรู้สึกตัว ถูกกิตเตรียมฉีดยาเสพติดให้ เธอดิ้นสุดแรงเกิด ถูกกิตตบสลบไปอีกรอบ

ooooooo

นภาขับรถไล่ตามรถกิตไปอย่างกระชั้นชิด เพื่อสกัดรถคันนั้นให้ได้ เธอยิงใส่พลางโทรศัพท์ขอกำลังสนับสนุนด่วนที่สุด

กิตชะโงกหน้าออกมายิงตอบโต้ หมวดคนขับมองจากกระจกส่องหลังเห็นผู้ไล่ตามโผล่ออกมายิงอีก ร้องบอกกิต

“งานเข้าแล้วล่ะผู้กอง คนที่ผู้กองกำลังจัดหนักน่ะ ผบ.นภา...เมียนายกฯ งานนี้ถ้าจัดไม่ถึงตาย...เราก็ตายล่ะ!”

“จัด หนัก จัดเต็ม!” กิตตะโกนอย่างบ้าเลือด หันไปคว้าอาวุธสงครามมากมายในรถมาระดมยิง รถนภาถูกยิงที่กระโปรงรถเกิดควันโขมง เธอกระโดดลงจากรถไล่ยิงมันอีก ถูกกิตขว้างระเบิดใส่ เธอกระโดดหลบ

พอ โผล่ออกมาเห็นรถกิตตีโค้งอ้อมเนินเขาไป นภาวิ่งตัดเขาไปดักทัน เธอพุ่งออกไปยืนจังก้าขวางถนนยกปืนพร้อมยิง กิตสั่งหมวดให้ชนเลย! รถพุ่งเข้าใส่นภา สวนกับกระสุนที่เธอสาดใส่ไม่ยั้ง!

ขณะนั้นเอง แพรไพลินรู้สึกตัว เธอรู้สถานการณ์ทันที พุ่งเข้าใส่กิตที่กำลังชะโงกไปยิงกับนภา กิตเกือบตกรถ แพรไพลินฉวยโอกาสนั้นเปิดประตูรถกระโดดลงไป กิตดึงตัวเองกลับเข้าไปในรถ

นภา เห็นแพรไพลินกระโดดลงมาก็ระดมยิงใส่รถกิต หมวดคนขับถูกกระสุนเจาะหัวตายคาพวงมาลัย รถหมุนติ้วพุ่งมาทางนภา เธอกะจังหวะหมุนของรถแล้วก้มหมอบ รถหมุนข้ามเธอไปตกลงไปด้านล่างระเบิดตูม!!

ooooooo

คืนนี้ที่บ้านพักของนภากลายเป็นที่พักพิงและสถานที่สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อค่ำนี้

เพชรแท้แม่ของแพรไพลินโทร.หาเธอ แต่เมื่อกุ๊บกิ๊บเอาโทรศัพท์ไปให้ เธอบอกว่าไม่ว่างเพราะต้องรีบไปสรุปหลักฐาน ไม่ยอมรับสาย

นภา สังเกตอยู่ เมื่อเข้าไปนั่งคุย แพรไพลินขอบคุณที่ช่วยตน ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าตนกำลังตกอยู่ในอันตราย นภาตอบยิ้มๆว่า คงเป็นสัญชาตญาณ ชมเธอว่าถ้าไม่ได้เธอสำนักงานสืบฯก็คงจับตัวผู้กองกิตกับพวกไม่ได้ แพรไพลินตอบกลับไปยิ้มๆด้วยคำพูดของนภาว่า “หนูคงทำตามสัญชาตญาณ...”

นภา คุยกับแพรไพลินอย่างสนิทสนม บอกว่า ตนเป็นเพื่อนเพชรแท้สมัยเรียนมัธยมมาด้วยกัน และมีลูกสาวโตเท่าๆกับเธอ แล้วจึงเลียบเคียงถามว่า ท่าทางเธอกับแม่จะมีปัญหากันอยู่ เดาว่าทะเลาะกันใช่ไหม เพราะถ้าถึงขั้นเสี่ยงชีวิตเจียนตายแล้วยังไม่ยอมบอกแม่ก็ไม่ใช่เรื่อง ธรรมดาแน่

แล้วนภาก็เล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ฟังว่า...

“ลูกสาวฉัน ก็คงอายุพอๆกับหนู เห็นหนูแล้วก็อดคิดถึงลูกสาวไม่ได้...ฉันกับฟ้า เราเคยมีเรื่องไม่เข้าใจ ...ไม่มองหน้ากันหลายสิบปี...สุดท้ายไม่เคยมีใครมีความสุข...หนูรู้ไหม วันที่เราลดทิฐิหันมาทำความเข้าใจกัน เราถึงพบว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครรักกัน...เท่ากับเราสองแม่ลูกอีกแล้ว”

แพรไพลินฟังอย่างสงบ สนใจ นภาเอามือแตะบ่าเธอเชิงให้กำลังใจ ขณะเอ่ย...

“หนู แพร...หนูอยู่ในท้องแม่เพชร เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันมาตลอด 10 เดือน เชื่อฉันเถอะ ระหว่างแม่กับลูกไม่มีอะไรมาทำลายความผูกพันระหว่างกันไปได้ ปรับความเข้าใจกับแม่เสียเถอะนะ”

เมื่อนภาออกไปแล้ว แพรไพลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดไปที่ชื่อ “แม่เพชรแท้” แล้วทำท่าจะโทร.ออก แต่แล้วก็ไม่โทร. วางโทรศัพท์คว่ำไว้ตรงนั้นแล้วเดินออกไป

คืนนี้เมฆา โทรศัพท์ถึงนภาด้วยความเป็นห่วง พลางก็เปิดทีวีเช็กข่าวไปด้วย นภาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงตนไม่เป็นอะไร เมฆาเตือนว่าอย่าลืมว่าตัวเองไม่ได้เป็น ผบ.นภาแล้ว

นภาถามว่า ได้ข่าวเขาขัดแย้งกับจักรหรือ เมฆาเชื่อว่ารองอนันต์น่าจะเอาอยู่ อย่างไรเสียตนก็ยอมทำตามนายทุนพรรคไม่ได้ บอกเธอให้ดูแลตัวเอง แล้วค่อยพบกันที่กรุงเทพฯ ก่อนตัดสายหันไปดูรองอนันต์ในข่าวทีวีต่อ

ooooooo

ที่ บ้านรองอนันต์...จักรนั่งรถคันหรูเข้าไป ทันใดก็ถูกการ์ดของอนันต์เดินมาล้อมรถอย่างไม่พอใจ บอกว่ารองอนันต์แจ้งแล้วว่าไม่มีอะไรจะเจรจา เชิญกลับไปได้

“แต่ฉันต้องการพบรองอนันต์วันนี้! และเดี๋ยวนี้!” จักรยื่นคำขาด

เหล่า บอดี้การ์ดชักปืนออกมา ทันใดก็ชะงักเมื่อวิญญูที่ปรึกษาส่วนตัวของจักรก้าวลงจากอีกด้านของรถด้วย มาดเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว จ้องหน้าบอดี้การ์ดเรียงตัว ทุกคนยืนแข็งทื่อตาลอยไปทันที วิญญูพูดเสียงเย็นทรงอำนาจว่า

“คุณจักรต้องการพบรองนายกฯอนันต์”

วิญญู เดินนำเข้าไปข้างในอย่างสง่าผ่าเผย จักรรีบตาม วิญญูหันมองเหล่าบอดี้การ์ดทีละคนอีกครั้ง พวกนั้นพากันนอนดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวดกับพื้นทีละคน ...ทีละคน!

รอง อนันต์โกรธมาก ถามว่าคิดว่าตัวเองเป็นใคร เข้ามาทำร้ายคนของตนได้ยังไง จักรบอกว่าแค่มาเจรจา รองอนันต์ถามว่าต้องการอะไร วิญญูตอบแทนว่า

“ตำแหน่งรองนายกฯ! ท่านรองนายกฯอนันต์ ท่านทำงานเหนื่อยมามาก ถึงเวลาต้องพักผ่อนอย่างสงบ” แล้วกระซิบเสียงเข้ม “พัก...ตลอดไป!!”

สิ้นเสียงวิญญู อนันต์ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นนิ่งฟังวิญญูอย่างสงบทุกถ้อยคำ!

ooooooo

ดาบ แหบได้รับคำสั่งให้พาแสงกล้าไปนิติเทคฯ กว่าจะเอาตัวไปถึงนิติเทคฯได้ก็เล่นเอาดาบเหนื่อย เมื่อไปถึง ดาบเอาใบส่งตัวยัดใส่มือให้ พูดกึ่งขู่กึ่งให้กำลังใจว่า

“ให้หมอเขาตรวจ แล้วเซ็นรับรองเสีย แค่นี้หมวดก็จะหมดทุกข์หมดโศกทำงานสืบสวนได้อย่างเดิมแล้ว” พยักพเยิดให้แสงกล้าลงจากรถ ตนจะเอารถไปจอดก่อนแล้วค่อยเจอกัน แสงกล้าแหงนมองชื่อสถาบันพึมพำ “ตรวจสภาพจิต” ถอนใจยาวแล้วเดินเข้าไปเซ็งๆ

ที่ อีกมุมหนึ่งหน้านิติเทคฯ ศพบอดี้การ์ดของอนันต์ถูกลำเลียงเข้ามารายแล้วรายเล่า ครู่เดียวคมศรก็พาอนันต์ที่ไม่ได้สติมา แจ้งแก่หัวหน้าหน่วยนิติเทคฯว่า

“สลบไม่ได้สติตั้งแต่เมื่อคืน คงต้องเอาตัวมารักษาที่นี่”

เจ้า หน้าที่ทุกคนต้องรับศพทำเอกสารกันวุ่นวายไปหมด แสงกล้าที่มานั่งรออยู่พยายามจะรายงานตัวกับพนักงานก็ไม่มีใครสนใจ เดินผ่านไปคนแล้วคนเล่า เขาแผดเสียงสบถ “โว้ยยยยย!!” อย่างหงุดหงิดก็ยังไม่มีใครสนใจอยู่ดี

การชันสูตรศพบอดี้การ์ดผลออกมาว่า ทุกศพอวัยวะภายในถูกทำลายอย่างรุนแรง คมศรแปลกใจมากเดินมาคุยกับแพรไพลิน เขาทักเธอ “สวัสดีครับแพร” เธอหันขวับสั่งหน้านิ่ง “หมอค่ะ...กรุณาเรียกฉันว่าหมอ”

ทั้งคู่มองหน้ากันนิ่งเหมือนมีความคุ้น เคยกันมาก่อน เพราะความจริงทั้งคู่เคยเป็นทั้งเพื่อนนักเรียนและเกือบจะชอบพอกัน แต่เพราะต่างมีทัศนคติและยึดมั่นทุ่มเทให้กับงานที่ตนชอบ จึงห่างกันไป

ส่วน รองอนันต์นั้น แพรไพลินถามคมศรอย่างไม่พอใจว่า รู้อยู่แล้วว่านิติเทคฯไม่รับดูแลคนไข้ แล้วทำไมไม่ส่งไปโรงพยาบาล คมศรชี้แจงว่านี่เป็นกรณีพิเศษ เพราะอนันต์เป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงพรรคไททิวัตถ์ไม่ต้องการให้สื่อรู้ ว่าโดนทำร้าย

ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกันด้วยเรื่องในอดีต คมศรพยายามสงบปากสงบคำ แพรไพลินฉีดยาใส่ทางสายน้ำเกลือ บอกว่า อีกสักพักก็น่าจะดีขึ้น สั่งคมศรให้ดูอาการให้ด้วย ถ้าท่านรองนายกฯฟื้นให้แมสเสจตามตนด้วย ว่าแล้วออกไปอย่างไม่แยแสคมศรที่พยายามจะคุยด้วย

รองอนันต์ยังนอนไม่ ได้สติอยู่บนเตียง แต่ที่มุมหนึ่ง ของโถงขมังเวทย์ เจ้าตัวกำลังหลับตาคล้ายทำสมาธิ ทันใดก็เบิกตาโพลงอย่างน่ากลัว เป็นเวลาเดียวกับที่อนันต์ลืมตาขึ้น แต่ดวงตาไร้แววเหม่อลอย เจ้าหน้าที่เข้ามาถามอย่างดีใจว่า

“ฟื้นแล้วเหรอคะท่านอนันต์”

อนันต์ซัดเจ้าหน้าที่โครมเดียวสลบคาที่ ล้มเสาน้ำเกลือ กระชากสายน้ำเกลือออก เดินทื่อออกจากห้องไป...

ooooooo

ที่ ห้องตรวจสภาพจิต แสงกล้ากำลังถูกแพรไพลินทดสอบจิต เธอชูรูปกราฟฟิกให้ดูทีละรูปถามว่าเป็นรูปอะไร แสงกล้าตอบยียวนกวนประสาทก็พยายามระงับอารมณ์

เมื่อแสงกล้าเอาใบส่งตัววางบนโต๊ะบอกให้รีบเซ็นเพราะตนยังมีงานต้องทำอีกเยอะ

แพร ไพลินเซ็น “ไม่ผ่าน” ให้เหตุผลว่าหมวดก้าวร้าว อีคิวต่ำ ไม่เหมาะจะทำอาชีพตำรวจ แสงกล้าโวยวายลั่นว่านั่นอนาคตทั้งชีวิตของตนเลยนะ เมื่อโวยวายไม่ได้ผลก็ทำปากหวานปะเหลาะแล้วขอให้แก้คำวินิจฉัยใหม่เพราะยัง ไงตนก็ต้องผ่านการตรวจ ยืนกรานจะไม่ยอมไปไหนทั้งสิ้นจนกว่าเธอจะยอมเซ็นให้ผ่าน

ระหว่างนั้น ขมังเวทย์กำลังแผ่คลื่นคุณไสยกระจาย ออกไปทั่ว แม้แต่สมิง จ่าหนุ่มใหญ่แห่งสำนักงานสืบสวนพิเศษที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์อยู่บนถนนก็ยัง ถูกคลื่นคุณไสยที่ขมังเวทย์ปล่อยออกมากวนจนปวดหัวหนัก

รองอนันต์ที่เดิน ทื่อออกจากห้อง เดินตาแข็งไม่มีสติ เหมือนเดินมุ่งไปที่ใดที่หนึ่ง ดาบแหบกำลังป้ออยู่กับเจ้าหน้าที่สาวคนหนึ่งเหลือบเห็น รีบตามไปร้องเรียก ถูกรองอนันต์หันมาชกเปรี้ยงที่หน้า ที่ท้อง เตะเสยคางซ้ำจนสลบเหมือด ก้มหยิบปืนที่เอวดาบเดินทื่อต่อไป เจ้าหน้าที่มาห้ามก็ถูกยิงที่ไหล่จนทรุด แล้วเดินบ่ายหน้าขึ้นไปที่ดาดฟ้า

เจ้าหน้าที่หลายคนกรูกันจะเข้าไปขวาง ถูกรองอนันต์ยิงเปรี้ยงๆๆๆ บ้างบาดเจ็บ บ้างชะงักหาที่กำบัง

สมิงปวดหัวมาก เขาเปลี่ยนเป็นขับรถเก็บขยะมุ่งหน้าไปยังที่มาของคลื่นคุณไสยที่แรงขึ้นทุกที!

ขณะแพรไพลินกับแสงกล้ากำลังขัดแย้งเขม็งเกลียวนั่นเอง กุ๊บกิ๊บหน้าตื่นเข้ามาบอกแพรไพลินว่า

“คุณหมอคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ท่านรองนายกฯคลุ้งคลั่งยิงคนไปทั่ว ตอนนี้กำลังอยู่บนดาดฟ้าค่ะ”

ทั้งแพรไพลินและแสงกล้าต่างตกใจลืมเรื่องของตัวเอง รีบออกไปทันที

ooooooo

บนดาดฟ้า รองอนันต์ยิงเปิดทางตรงไปยังขอบดาดฟ้า เจ้าหน้าที่ตะโกนเตือนสติว่า อันตราย! อย่าโดด!

แพรไพลินมาถึงเดินตรงไปเผชิญหน้ากับรองอนันต์อย่างไม่หวาดกลัวปืนในมือบอกให้พอเถอะ แสงกล้าร้องเตือนว่า

“จิตวิทยาของหมอไม่ได้ผลหรอก”

“หุบปาก!” เธอตวาด แล้วหันไปทางรองอนันต์ “นี่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของท่าน...ท่านกำลังเครียด...ทำจิตใจให้สบาย ไม่มีใครทำร้ายท่านสักคนนะคะ”

ด้านขมังเวทย์เร่งร่ายมนต์ แผ่คลื่นคุณไสยกระจายไปทั่วบริเวณ สมิงที่ขับรถเก็บขยะตรงมาที่นิติเทคฯปวดหัวรุนแรงขึ้นทุกที แต่พยายามกัดฟันขับต่อไป

บนดาดฟ้านิติเทคฯรองอนันต์ถูกคลื่นคุณไสยร้องลั่น หันกระบอกปืนจ่อมาทางแพรไพลิน แสงกล้าตะโกนให้ระวัง พลันก็กระโจนเข้าเอาตัวบังเธอไว้ รอง อนันต์ลั่นไกทันที กระสุนถูกแสงกล้าที่หัวไหล่เลือดพุ่งกระฉูด

“หมวดแสงกล้า! คุณช่วยชีวิตฉัน...” แพรไพลิน ประคองแสงกล้าที่ยังเอาตัวบังกระสุนให้เธอ เขายิ้มนิดๆ บอกว่า

“ยังไม่ใช่เวลาซึ้งครับหมอ”

รองอนันต์วาดปืนในมือเหยียดตรง กำลังจะยิงใส่ทั้งคู่อีก!

ขมังเวทย์ทำพิธีต่อเนื่อง รังสีอำมหิตกระจายไปทั่ว สมิงยิ่งปวดหัวหนัก พอขับรถเก็บขยะมาถึงหน้านิติเทคฯ ก็กระโดดลงจากรถ แหงนหน้าตั้งบ่ามองขึ้นไปบนดาดฟ้า เหมือนล่วงรู้ถึงเหตุการณ์วิกฤติบนนั้น

“หยุด!เลิกบ้าได้แล้ว!” แสงกล้าตะโกนก้อง น่าแปลกที่จู่ๆนิ้วรองอนันต์ที่กำลังเหนี่ยวไกก็ชะงัก แสงกล้าตะโกนอีก “เป็นถึงรองนากยกฯทำอะไรสิ้นคิด! ถ้าจะบ้าก็ฆ่าตัวตายไปเลย อย่าทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนแบบนี้” เห็นรองอนันต์ชะงักคล้ายสติกำลังจะกลับคืนมา แสงกล้าตะโกนย้ำ “เลิกบ้าเสียที!ท่านคือรองนายกรัฐมนตรีนะครับ”

แสงกล้าจ้องรองอนันต์เขม็งตลอดเวลา รองอนันต์ท่าทีอ่อนลงเรื่อยๆ ขมังเวทย์ที่ทำพิธีอยู่สีหน้าแปลกใจ แววตาเครียด พึมพำ

“เด็กหนุ่มคนนั้น...พลังลึกลับ...แกไม่มีวันเอา ชนะฉัน!”

แสงกล้าบอกให้รองอนันต์ส่งปืนมา รองอนันต์ส่งปืนให้งงๆ ท่าทางอ่อนเพลีย เสี้ยวนาทีที่แสงกล้าละสายตาจากรองอนันต์รับปืนหันส่งให้อีกคนที่อยู่ใกล้ๆนั้น รองอนันต์ก็ถูกขมังเวทย์ทำพิธีขั้นเด็ดขาด ไม่มีสติตาขวางวิ่งไปกระโดดจากดาดฟ้าทันที!!

สมิงที่กำลังแหงนมองดาดฟ้าอยู่เบิกตาโพลง เมื่อเห็นร่างรองอนันต์ลอยละลิ่วลงมา!

ขมังเวทย์ที่ทำพิธีลืมตาขึ้นอย่างเร็ว ยิ้มพอใจที่ทำทุกอย่างสำเร็จเสร็จสิ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ระเบิดหัวเราะกึกก้อง...“ฮ่าๆๆๆ!!”

ooooooo

ที่ห้องประชุมพรรคไทธิวัตถ์ กำลังมีการประชุมคณะรัฐมนตรี เมฆาขอมติจากคณะรัฐมนตรีไม่อนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ถูกจักรทักท้วงว่าถามรองอนันต์หรือยัง

จักรทักท้วงถึงสองครั้งอย่างรู้สถานการณ์ เมื่อเมฆายืนยันขอมติ จักรถามจี้ว่าท่านอนันต์ไปไหน ทำไมไม่เข้าร่วมประชุมทั้งๆที่เป็นนัดสำคัญ เมื่อเมฆาอึกอัก จักรรุกหนักว่า การประชุมนัดสำคัญรองอนันต์เป็นถึงรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงไม่เข้าร่วมประชุม ภาพลักษณ์ของเมฆาในฐานะนายกรัฐมนตรีในสายตาสังคมภายนอกจะไม่สง่างาม

ขณะนั้นเอง คมศรที่นั่งอยู่ด้านหลังเมฆาได้รับสัญญาณโทรศัพท์ ฟังปลายสายแล้วสีหน้าไม่ดี เมฆาดูออกว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น คมศรกระซิบบางอย่างแก่เมฆา เมฆาแจ้งแก่ที่ประชุมทันทีว่า

“ขอพักประชุม 30 นาที...มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นที่นิติเทค”

จักรมองเมฆาที่เดินออกไปกับคมศรอย่างรีบร้อนด้วยความสะใจ

เมฆาสั่งคมศรให้แจ้ง ผบ.รวิเตรียมรายงานเรื่องทั้งหมด ตนจะเข้าไปสำนักงานสืบบ่ายนี้ ส่วนที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิก บอกคมศรว่า “ผมต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมรองอนันต์ถึงได้คลุ้มคลั่งแบบนั้น”

ที่ห้องประชุมสำนักงานสืบสวนพิเศษ รวิกำลังคุยอยู่กับคราม วิน และตำรวจสืบสวนอีกหลายนาย

รวิถามเรื่องที่รับตัวรองอนันต์เข้ารักษาโดยที่ตนไม่รู้เรื่อง  ครามชี้แจงว่าแพรไพลินแจ้งว่าเป็นเรื่องฉุกเฉิน เลขาฯนายกฯกำลังจะทำจดหมายแจ้งเป็นทางการแต่เกิดเรื่องเสียก่อน
ปัญหาที่รองอนันต์เกิดอาการคลุ้มคลั่งกลายเป็นประเด็นที่ ผบ.รวิสั่งสอบสวนด่วน ต้องรู้ให้ได้ว่าแพรไพลินให้ยาอะไรกับรองอนันต์ ครามติงว่า ผบ.กำลังสงสัย

ผู้อำนวยการนิติเทคฯ? ถูกรวิย้อนถามหน้าเครียดว่า

“ก็ถ้าจู่ๆคนปกติกลายเป็นคนวิกลจริตหลังจากได้รับยาบำรุง เป็นผู้กอง...ผู้กองจะสงสัยไหม?”

ooooooo

สื่อมวลชนโดยเฉพาะทีวีรายงานข่าวอย่างครึก-โครม น้ำใสรายงานอย่างตื่นเต้นอยู่หน้านิติเทคฯว่า

“ไม่น่าเชื่อว่าท่านอนันต์จะรอดชีวิต...เพราะร่างตกลงมายังรถเก็บขยะคันนี้ค่ะ” เธอชี้ไปที่รถเก็บขยะที่สมิงขับมา “เบื้องต้นไม่มีใครทราบว่ารถเก็บขยะคันนี้มาจอดที่นี่ได้ยังไงค่ะ”

จักรกับวิญญูที่กำลังกระหยิ่มกับตำแหน่งรองนายกฯดูทีวีแล้วชะงัก วิญญูพึมพำว่าเป็นไปได้ยังไง สมิงยืนกอดอกแอบฟังอยู่ วิญญูรู้สึกได้ถึงกระแสบางอย่าง จ้องไปยังจุดที่สมิงยืนอยู่เขม็ง!

เมฆาคุยโทรศัพท์กับห้องผ่าตัดในนิติเทคฯขณะเดินทาง ถามอาการของรองอนันต์ แพรไพลินรายงานว่า

“ศีรษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง ขาหักทั้งสองข้าง เรากำลังรอผลซีทีสแกนสมองอยู่ค่ะ”

เมฆากำชับว่า ชีวิตของรองอนันต์ขึ้นอยู่กับเธอ แพรไพลินรับปากจะทำให้ดีที่สุด จากนั้นเมฆาไปเยี่ยมรองอนันต์ สั่งคมศรให้เลื่อนนัดประชุมที่สำนักงานสืบสวนพิเศษไปอีกครึ่งชั่วโมง

จักรไม่พอใจวิญญูที่ปรึกษาส่วนตัวที่ทำการไม่สำเร็จ เด็ดขาดดั่งใจ บอกว่าเขาต้องรับผิดชอบความผิดพลาดนี้ แต่พอวิญญูยิ้มเหี้ยมใส่ก็เกิดคลื่นรังสีบางอย่างออกมา กระชากจักรอย่างแรงที่บริเวณลำคอมีรอยบีบเห็นได้ชัด บอดี้การ์ดของจักรชักปืนออกมา ไม่ทันเล็งก็ถูกวิญญูจ้องเขม็ง เพียงเท่านั้นทุกคนก็มีอาการเหมือนจักร

จักรรู้สถานการณ์รีบร้องบอก “ฉันผิดเอง...ฉันขอโทษ ให้อภัยฉันเถอะ...ฉันขอโทษ!”

พริบตานั้นร่างจักรหล่นตุ๊บลงมา บอดี้การ์ดทุกคนก็ร่วงลงพื้นตามกัน วิญญูจ้องไปที่หน้าจอทีวี เห็นสมิงกำลังให้สัมภาษณ์น้ำใสอยู่ ก็พึมพำเหี้ยม

“มันเป็นใคร? ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าแกเป็นใคร!”

ooooooo

ที่ห้องประชุมสำนักงานสืบสวนพิเศษ เมฆานั่งฟังรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจาก ผบ.รวิเครียดๆ

ผบ.รวิรายงานว่า ตอนที่สำนักงานสืบฯรับตัวรองอนันต์มาเมื่อคืนท่านหมดสติอยู่ เมฆาถามว่าทำไมไม่รายงานตน คมศรชี้แจงว่า สำนักงานสืบฯแจ้งแล้ว แต่ตนเห็นว่าเช้านี้มีประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสำคัญ ตนเลยไม่ได้แจ้งท่านนายกฯ

ส่วนอาการบาดเจ็บที่เมฆาถามนั้น ผบ.รวิรายงานว่าบาดเจ็บสาหัสโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ประเด็นสำคัญคือ

“หลังจากนิติเทคฯรับตัวท่านอนันต์เข้ารักษา กลับทำให้ท่านคลุ้มคลั่งถือปืนยิงกราดไปทั่ว” ส่วนเหยื่อนั้น “ไม่เสียชีวิตก็บาดเจ็บสาหัสค่ะ”

เมฆาสั่งว่าเราต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรองอนันต์ ผบ.รวิแจ้งว่ามอบหมายให้ผู้กองครามรับผิดชอบไปแล้ว ครามขอเวลา 7 วัน ต้องได้ผลการสอบสวน เมฆาสวนไปทันทีว่า

“ไม่ต้อง งานนี้ไม่เหมาะกับคุณ” แล้วออกคำสั่ง “ผบ.รวิ...ผมต้องการให้คุณรับผิดชอบชุดสอบสวนด้วยตัวเอง รายงานความคืบหน้าให้ผมรู้ทุกวัน”

ขณะเดินออกจากห้องประชุม เมฆาตำหนิคมศรว่า ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีก ย้ำว่า

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอต้องรายงานฉันทุกเรื่อง เธอเป็นเลขาส่วนตัวของด็อกเตอร์เมฆา ไม่ได้ทำงานการเมือง ให้พรรคไทธิวัตถ์ ฉันคำนึงถึงความเป็นมนุษย์มากกว่าผลประโยชน์ทางการเมือง”

คมศรรับปากว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เมฆาพยักหน้าย้ำว่า “ดูแลด็อกเตอร์แพรไพลินให้โอกาสทำงานต่อไป ฉันไม่เชื่อว่าแพรไพลินมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการคลุ้มคลั่งของรองอนันต์” คมศรถามเหตุผล เมฆาตอบว่า “สัญชาตญาณ...สัญชาตญาณล้วนๆ”

ระหว่างนั้น เมฆาเห็นผู้กองครามเดินงุดๆออกไป เมฆาเรียกไว้ ถามว่าไม่พอใจที่ตนถอดออกจากหน้าที่สอบสวนใช่ไหม ครามมองหน้าเมฆาเหมือนขอทราบเหตุผล เมฆาพูดอย่างผู้ใหญ่ว่า

“ทุ่มเทให้กับงานน่ะดี แต่เธอต้องไม่ละเลยคนสำคัญใกล้ตัว วันอังคารหน้าเธอจะต้องแต่งงานกับทอรุ้งแล้วนะ พักบ้างก็ได้ เธอยังมีเวลาทำงานอีกทั้งชีวิต งานแต่งงานมีได้วันเดียว ตอนนี้เธอควรให้เวลากับคนรักมากที่สุด”

“ขอบคุณมากครับ...ท่านนายกฯ” ครามยิ้มอย่างสบายใจ ดีใจที่ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญกับชีวิตส่วนตัวของตน...

แล้วค่ำวันนี้ เขาก็แอบเข้าครัวไปทำผัดผักบุ้งไฟแดงแสดงฝีมือให้ทอรุ้งเจ้าของมูลนิธิครูอารีชิม แต่ทำเอาทอรุ้งตกใจนึกว่าไฟไหม้บ้าน เพราะเห็นประกายไฟลุกพรึบๆ จากการผัดผักบุ้งไฟแดง คว้าถังน้ำสาดเข้าไป ทำให้ทั้งพ่อครัวและผักบุ้งไฟแดงเปียกม่อลอกม่อแลก เห็นแล้วทั้งน่ารักและน่าขำทั้งคู่

หลังทานอาหารเย็นด้วยกันแล้ว ทั้งคู่พากันไปนอนดูดาว ทอรุ้งพูดถึงชีวิตมนุษย์ที่อยู่ด้วยกันและพรากจากกัน ครามติงว่าทำไมพูดแบบนี้

“ฉันพูดความจริง ชีวิตที่ผ่านมาทำให้ฉันได้คิด คนเราเกิดมาเพื่อใช้เวลาช่วงหนึ่งบนโลก ไม่ว่าจะสุขจะทุกข์จะสมหวังหรือผิดหวัง ยังไงทุกคนก็ต้องจากโลกใบนี้ไป ค่าของคนจึงอยู่ที่เราใช้ชีวิตเป็นประโยชน์เพื่อใคร” เธอพูดแคบลงมาถึงเราสองคนว่า “สำคัญอยู่ที่วันที่เราอยู่ด้วยกัน เราทำความดีให้แก่กันมากแค่ไหน เพื่อให้สมกับโอกาสที่ได้มาพบกัน”

จากการคุยระหว่างนอนดูดาวด้วยกันทอรุ้งบอกว่า “คุณคือที่รักที่สุดในชีวิตของทอรุ้งค่ะ” และครามก็บอก เธอว่า “ชีวิตผมจะไม่มีวันรักใครได้อีกแล้ว นอกจากคุณ...”

ooooooo

คืนนี้ แพรไพลินบอกกุ๊บกิ๊บให้แจ้งนายกฯ ว่าอาการของรองอนันต์ดีขึ้นแล้ว และเพื่อความปลอดภัยพรุ่งนี้เช้าจะย้ายให้ไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลตำรวจ

แต่ก็มีเรื่องกวนใจจนได้ เมื่อแสงกล้ายังดักรอเธอให้แก้คำวินิจฉัยอยู่ แพรไพลินจึงแก้ให้เป็นว่าให้ทำงานต่อได้แต่ต้องเข้าตรวจสุขภาพจิตต่อเนื่องทุกเดือน ทำเอาแสงกล้าเซ็งแต่ต่อรองมากกว่านั้นไม่ได้แล้ว

ระหว่างแพรไพลินเดินไปที่ลานจอดรถนั้น ถูกขมังเวทย์เอาเส้นผมเธอไปได้และปลอมเป็นแพรไพลิน ย้อนกลับไปที่ห้องพักของรองอนันต์ ใช้อำนาจคุณไสย ทำให้รองอนันต์ดิ้นทุรนทุรายราวกับถูกทุบหัว จนในที่สุดหัวใจก็หยุดเต้น!

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้นข่าวรองอนันต์เสียชีวิตก็แพร่ไปในรายการคุยข่าวเช้าของสกายนิวส์เนตเวิร์ค เมฆาจะรีบไปเคลียร์เรื่องนี้ ดื่มกาแฟที่นภาชงให้ไปอึกเดียวก็ได้รับโทรศัพท์จากคมศรแจ้งว่า

“ที่พรรคเกิดเรื่องครับ จักรรวบรวมผู้สนับสนุน สั่งเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคภายในเช้านี้วันนี้ ต้องการให้พรรคแต่งตั้งคนทำหน้าที่แทนรองนายกฯอนันต์โดยด่วนที่สุด...ผมสังหรณ์ใจยังไงชอบกล รีบเข้ามาที่พรรคด่วนเถอะครับท่านนายกฯ” วางสายจากคมศรแล้ว เมฆารีบออกไปทันที

ooooooo

จ่าสมิงในภาพลักษณ์ขี้เมา แต่ทั้งการกระทำและคำพูดกลับตรงกันข้ามกับบุคลิก เขาเพิ่งย้ายมาอยู่ในซอยที่เต็มไปด้วยนักเลง ขี้ยา ขี้เหล้านี้ได้ไม่นาน

สมิงเดินเข้าซอยถูกพวกนักเลงและขี้เหล้าระรานกระทั่งรุมกันชกต่อย เขาปล่อยให้พวกนั้นเตะต่อยกลิ้งไปมาที่พื้น

ขมังเวทย์ดูสมิงอยู่จากมุมสูง เห็นสภาพแล้วพึมพำสงสัย “ไม่ตอบโต้...หรือว่าสู้ไม่ได้?” เมื่อถูกพวกนักเลงและขี้เหล้าซ้อมจนสะบักสะบอมแล้วไล่ไปให้พ้น ชาวบ้านกับคนขายยาดองถามว่า ทำไมไม่สู้ล่ะ ตัวออกใหญ่ สมิงจ้องนักเลงไล่ไปทีละคนบอกว่า “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ฉันอโหสิให้พวกแก” แต่พวกมันไม่รับรุมกันเข้าเล่นงานอีก

“ไม่ใช่...ไม่ใช่มันแน่ๆ!” ขมังเวทย์พึมพำแล้วหายไปท่ามกลางลมที่พัดกระพือเข้ามาจนใบไม้ปลิวว่อน

ที่อยู่ของขมังเวทย์ เจ้าตัวกลับมานอนนิ่งในแคปซูล ใบหน้าขมังเวทย์ค่อยๆเปลี่ยนเป็นวิญญูที่นอนหลับตานิ่งอยู่

จักรเข้ามากลางห้องที่วาง “ตรีศูลวัชระ” อยู่บนแท่น เขาหยิบขึ้นมาดู เสียงวิญญูดังจากแคปซูลว่า

“ตรีศูลวัชระ...อาวุธประจำกายของพระศิวะ ตามคัมภีร์ยุทธสงครามโบราณเชื่อว่า “ตรีศูลวัชระ” เป็นหนึ่งในเครื่องรางเทวาศาสตราวุธ” แล้วถามจักรว่า “เข้ามาทำไม ข้อมูลที่สั่งให้ค้น...ทำไปได้ถึงไหนแล้ว”

ooooooo

ตอนที่ 3

จักรพาวิญญูเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์ เขารัว เคาะคีย์บอร์ดครู่เดียวก็ปรากฏรูป “สังข์ไชยมงคล” อยู่กลางจอพร้อมข้อมูลรายละเอียดเต็มไปหมด จักรสรุปให้ฟังว่า

“ในอินเตอร์เน็ต...เว็บบอร์ดหลายแห่งรายงานข้อมูลตรงกัน ส่วนหนึ่งของเทวาศาสตราวุธเพิ่งเข้ามาในกรุงเทพฯ”

วิญญู มองหน้าจอพึมพำอย่างพอใจว่าสังข์ไชยมงคล จักรนิ่งไปนิดหนึ่งรัวคีย์บอร์ดเจอภาพเก่าๆจากนิตยสารวัตถุมงคลระบุข้อมูล มากมาย เขาอ่านและเล่าว่า

“หลังจากสังข์ไชยมงคลถูกทำลาย เพชรยอดสังข์เปลี่ยนมือหลายครั้ง ถูกนำไปประดับเครื่องประดับหลายชนิด แต่ใครที่ครอบครองเพชรเม็ดนี้มีอันเป็นไปทุกครั้ง! และครั้งล่าสุด เพชรยอดสังข์กำลังจะถูกนำมาแสดงในงานเพชรในตำนานที่จะจัดแสดงในประเทศไทย อาทิตย์หน้า”

“ถ้าเราได้เพชรยอดสังข์มา ก็ไม่ต่างอะไรกับได้

สังข์ไชย มงคล คุณไสยทางเทวาศาสตราวุธยังคงอยู่บนเพชรเม็ดนี้ครบถ้วน” แล้วบอกจักรว่า “ฉันต้องการเพชรยอดสังข์ ยิ่งเรารวบรวมเทวาศาสตราวุธได้มากขึ้นเท่าไหร่ พลังและ อำนาจที่เราต้องการก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ” วิญญูยิ้มเหี้ยมอย่างมีความหมาย

ooooooo

คืนเดียวกันนี้ สมิงออกจากบ้านพัก ดักพวก นักเลงและขี้เหล้าที่ซ้อมตนเมื่อตอนเย็น พวกมันถามว่าแก๊งไอ้สรรึ?!

“เปล่า ไม่ใช่พวกไอ้สร แต่ข้าเป็นมัคนายกหลงยุคฯ ชอบกินน้ำหวานสั่งสอนชาวบ้านไงล่ะ” พวกนั้นถามว่ามาทำไม “ข้ามาโปรดสัตว์!”

พวก นักเลงกับขี้เหล้ากระตุกปืนออกมา แต่สมิงสู้ด้วยมือเปล่า ไม่นานพวกนั้นก็ถูกเล่นงานหมอบกระแตไปหมดทุกคน สมิงมองผลงานของตัวเอง แล้วเอามือสัมผัสท้ายทอย ดึงวัสดุสีขาวกลมๆเท่าเหรียญสลึงออกจากท้ายทอยของทุกคน

“พวกเอ็งโดนสะกด ข้าต้องช่วยพวกเอ็งให้หลุดพ้นจากความเป็นทาส” สมิงนิ่งไปนิดหนึ่ง พูดเหมือนประกาศว่า “วิญญาณชั่วกลับมาแล้ว!”

วิญญู รับรู้ในทันที เขาบอกจักรว่า “มีคนทำลายของของเรา” ยังไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ “ไม่ว่าจะเป็นใคร...อีกไม่นานจะต้องปรากฏตัวแน่นอน ต่อไปงานของเราคงไม่ง่ายอย่างที่คิด” วิญญูปรายตามองจักรเหมือนกังวลใจไม่น้อย

สมิงกลับมาเอาวัสดุลูกกลมๆที่ได้มาทั้งหมด ใช้เทียนลนทำลายทีละลูก...ทีละลูก ด้วยสีหน้าเหี้ยม จริงจัง

ooooooo

เมฆานั่งเป็นประธานการประชุมที่ห้องประชุมพรรคไทธิวัตถ์ กรรมการบริหารคนหนึ่งกล่าวสรุปว่า

“เสนอให้คุณจักร อมตฤทธา เป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงแทนท่านอนันต์ที่เสียชีวิตไป ขอผู้รับรอง”

ปรากฏว่าที่ประชุมรับรองทั้งห้อง เมฆาพูดเบาๆ กับคมศรว่า “ทำไมทุกอย่างถึงได้ง่ายไปหมด”

“นั่น สิครับ...ก่อนเข้าประชุมก็ตกลงกันแล้วว่าจะเลื่อนการลงมติไปก่อน กรรมการทำเหมือนโดนยาสั่ง” คมศรมองขนมที่วางตรงหน้ากรรมการพร่องไปหมดมีแต่ของเมฆากับเขาเท่านั้นที่ไม่ ได้แตะต้อง คมศรบอกว่า “ถ้าเป็นแบบนี้เราคงขัดมติที่ประชุมไม่ได้แน่ๆครับ”

จักร ยิ้มพอใจพูดในที่ประชุมว่า “ขอบคุณมาก ผมขอรับรองว่าจะทำงานเพื่อพรรคให้ดีที่สุด...กว่าที่เคยเป็นมา” และเมื่อเดินออกมา ยังดักถามเมฆาว่าจะไม่แสดงความยินดีกับเพื่อนร่วมงานคนใหม่หน่อยหรือ

“ฉันไม่นิยมทำเรื่องที่ขัดกับความรู้สึก จะให้ยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับคนที่อยู่ในโลกสีเทา...คงเป็นไปไม่ได้!”

เขา จ้องหน้าจักรพูดเสียงเข้มว่า “ถ้าคิดทำอะไรไม่ถูกต้องจะไม่มีวันสำเร็จ! ในฐานะนายกรัฐมนตรี ฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายประเทศไทยเด็ดขาด!”

“ยโส...แต่คงยโสไปได้อีกไม่นาน” จักรจิกตาใส่

“ต่อ ให้เป็นประชาชนคนธรรมดา ฉันก็จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับความอยุติธรรม ตราบใดที่ด็อกเตอร์เมฆายังมีชีวิตอยู่ จะไม่มีวันยอมให้คนชั่วคนเลวขึ้นมาเป็นใหญ่!”

จักรมองเมฆาอย่างไม่พอใจ ชำเลืองไปทางวิญญูที่อยู่ข้างๆ เห็นจ้องเมฆาเขม็ง! เมฆาไม่แยแสบอกคมศรว่า

“สั่ง หน่วยข่าวกรอง ตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ทั้งหมด ถ้ามีหลักฐานทุจริต ส่งให้ฉันทันที!” ชี้หน้าจักรปราม “ถ้าจะยืนอยู่ด้านมืด...ขอให้มั่นใจว่าอย่าพลาด! ถ้าพลาด สองเท้าที่ยืนจะได้ก้าวเข้าไปอยู่ในคุก!”

เมื่อเมฆากับคมศรเดินไป จักรพูดกับวิญญูอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ทำอะไรมันบ้างสิ”

“ไสย ศาสตร์ดำฯ ทำร้ายคนที่มีคุณธรรมและความดีหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลาที่ดวงจิตเข้มแข็ง เมฆามีคุณธรรมและความดีเป็นเกราะปกป้อง ถ้าจะทำอะไร เราต้องมีพลังอำนาจมากกว่านี้”

“หมายความว่า...” จักรมองหน้ารอคำตอบ

“ด้วย เทวาศาสตราวุธ ไสยศาสตร์ดำจะมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง อีกไม่นานหรอกจักร เมื่อเราได้เทวาศาสตราวุธทั้งสี่ชิ้น เราจะทำทุกอย่างได้ตามที่ใจต้องการ” วิญญูทิ้งท้ายอย่างมีความหมาย

ขณะเมฆานั่งในรถประจำตำแหน่งออกไปนั้น คมศรใช้ไอแพดตรวจดูงานพลางรายงานว่า จักรยังไม่ทันรับตำแหน่งเป็นทางการ ทีมงานก็เริ่มทำมาหากินกันแล้ว เมฆาถามว่ายังไง? คมศรเล่าว่า

“เสนอให้มี การประมูลดาวเทียมดวงใหม่ ล็อกสเป็กเรียบร้อย ล้มเลิกโครงการเดิมที่เสนอโดยท่านรองอนันต์ครับ” เมฆาถามว่าหมายถึงเปลี่ยนผู้รับเหมารายใหม่ใช่ไหม “ใช่ครับ...ไดมอนด์กะรัตเน็ตเวิร์กของ เพชรแท้ นวิยากุล เป็นตัวเก็งนอนมาแน่ครับ”

เมฆาทวน “นวิยากุล” คมศรีชี้แจงว่า “แม่แท้ๆของด็อกเตอร์แพรไพลิน ผู้อำนวยการนิติเทคฯไงครับท่านนายกฯ”

ooooooo

ที่ ห้องผ่าตัดในนิติเทคฯ แพรไพลินกำลังผ่าตรวจศพอนันต์อยู่ เจ้าหน้าที่เคาะคอมด้านข้างรายงานว่า ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย แพรไพลินขอปากคีบรับปากคีบจากกุ๊บกิ๊บแล้ว เธอคีบวัสดุออกจากท้ายทอยของอนันต์ มันเป็นลูกกลมๆเหมือนที่สมิงทำลายไปไม่มีผิด แพรไพลินมองอย่างสงสัย

วิญญูรับรู้ในทันที บอกจักรหน้าเครียดว่า “มีคนพบของของเราในตัวอนันต์”

แพร ไพลินสั่งกุ๊บกิ๊บว่ายังไม่ต้องลงบันทึกว่าพบหลักฐานชิ้นนี้ เพราะ “ฉันต้องการตรวจสอบหลักฐานด้วยตัวเอง” กุ๊บกิ๊บทำท่าจะท้วงติง เธอตัดบทว่า

“ขอ ฉันตัดสินอนาคตด้วยตัวเอง มันเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่พิสูจน์ว่า รองอนันต์ไม่ได้คลุ้มคลั่งเพราะยาคลายเครียดของฉัน” แล้วเธอก็ชะงัก เมื่อพยาบาลเข้ามาบอกว่า ผบ.มีเรื่องด่วน
ผบ.รวิเอาใบสั่งพักงานมาให้เธอ เซ็น บอกว่าเธอถูกพักงานไปจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าอนันต์ไม่ได้คลุ้มคลั่งเพราะยา ที่เธอฉีดให้ก่อนตาย พูดอย่างไม่ยี่หระว่า

“นี่ไม่ใช่ความแค้นส่วนตัว คนอย่างฉันผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก”

“แต่เท่าที่จำได้ ผบ.รวิไม่เคยเห็นน้องสาวลูกคน

ละ แม่ทำอะไรถูกเลยสักครั้ง ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ฉันต้องโดนสอบทุกครั้งที่สืบเรื่องเสี่ยงๆ ฉันเลือกไม่ได้หรอกนะที่จะเป็นลูกเมียแต่ง และเวลานี้ฉันกับแม่พูดกันนับครั้งได้”

รวิย้ำว่า ถึงอย่างไรเธอก็ถูกสั่งพักงานแล้ว แพรไพลิน เซ็นชื่อในคำสั่ง พูดปลงๆว่า

“คุณธรรม กับอำนาจ...มักจะไม่มาพร้อมกัน” รวิมองขวับถามว่าพูดอะไรนะ “ฉันแค่พูดเตือนตัวเองให้ยอมรับความจริง แต่ฉันเชื่อในสัจธรรม...ความดีชนะทุกสิ่ง” จ้องหน้ารวิก่อนเดินออกไป รวิมองตามไปอย่างไม่พอใจ

ooooooo

แพรไพลินกลับมาที่ห้องทำงาน เอาลังมา เก็บของ ไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากเพชรแท้ผู้เป็นแม่บอกว่าคิดถึง ชวนกลับมาทานข้าวเย็นกันหน่อยเพราะเราไม่ได้พบกันหลายเดือนแล้ว
แพรไพลิน พูดดักคออย่างเย็นชาว่า ต้องการอะไรบอกมาเลยดีกว่า ไม่จำเป็นต้องทานข้าวให้เสียเวลา เพชรแท้ถามว่า ฟังจากน้ำเสียงกำลังมีปัญหาใช่ไหม มีอะไรก็ปรึกษาแม่ได้ แล้วรวบรัดให้มาทานข้าวกันบอกว่า “แม่จะรอ”

วางสายจากแพรไพลินแล้ว เพชรแท้หยิบแฟ้มเอกสารหนึ่งขึ้นเปิดดู เป็นแฟ้ม...

“โครงการดาวเทียมดวงใหม่ Diamond Karat Networks”

เก็บ ของเสร็จแพรไพลินขนของลงมาที่รถ มีถุงพลาสติกขนาดเล็กใส่ลูกกลมๆวางอยู่ ขมังเวทย์รับรู้ว่าเธอจะเอาลูกกลมๆนั้นไปวิเคราะห์ที่บ้าน คำราม “ด็อกเตอร์ แพรไพลิน!” แล้วหลับตาเพ่งหาที่อยู่ของเธอ

ที่เคาน์เตอร์นิติเทคฯ แสงกล้ามาหาแพรไพลิน กุ๊บกิ๊บบอกว่าโดนพักงานไปแล้ว เขาตกใจเพราะอนาคตตนอยู่กับเธอ ถามว่าเธอจะกลับมาทำงานอีกเมื่อไร กุ๊บกิ๊บ บอกว่าไม่รู้ แสงกล้าหน้าเครียดถามว่า แล้วตนจะเจอเธอได้อย่างไร กุ๊บกิ๊บตกใจประหม่าหน้าตื่น เมื่อโทร.เข้ามือถือ แพรไพลินไม่ได้เอาติดตัวจึงไม่มีคนรับสาย สุดท้ายแสงกล้าใช้ไม้แข็งพูดจนกุ๊บกิ๊บยอมส่งพิกัด GPS เข้าเครื่องของเขา

กลับ มาถึงห้องทำงานที่ทาวน์โฮม แพรไพลินคิดถึงคำพูดของแม่ที่ว่า “ในเวลาไม่มีใคร แม่อยากให้หนูรู้ว่ายังมีแม่...ที่รักและหวังดีกับหนูมากที่สุด” คิดถึงที่นภาพูดถึงแม่เมื่อครั้งอยู่ที่รีสอร์ต ในที่สุดหยิบโทรศัพท์บ้านโทร.ไปหาเพชรแท้ ปรากฏว่าไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมาย ให้ฝากข้อความ เธอจึงฝากข้อความ “แม่คะ... พรุ่งนี้เย็นเจอกันค่ะ”

พอวางโทรศัพท์ เธอยิ้มอย่างสบายใจที่ตัดสินใจได้แล้ว

เมื่อขมังเวทย์เพ่งหาจนเจอที่อยู่ของแพรไพลินก็ลุกพรวดออกไปทันที

แพรไพลินเริ่มตรวจสอบลูกกลมๆว่ามีสารประกอบอะไรบ้าง อันดับแรกพบว่ามีส่วนประกอบของแคลเซียม

ขณะ เธอกำลังวิเคราะห์อย่างสงสัยนั่นเอง เสียงขมังเวทย์ตะคอกถาม “อยากจะรู้ไปทำไม” แพรไพลินตกใจถามว่าใคร ขมังเวทย์ปรากฏร่างยิ้มเหี้ยมขู่ “อย่า เสี่ยงกับอำนาจที่ไม่ควรไปเกี่ยวข้อง”

พอแพรไพลินจะกดปุ่มกันขโมย ก็ถูกขมังเวทย์สะกดจนขยับไม่ได้ เห็นเธอมองอย่างตื่นกลัวก็บอกว่าไม่ต้องกลัว ตนแค่มาเอาของคืน แล้วตรงไปหยิบลูกกลมๆ จากแท่นทดสอบ พูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ทรงพลังว่า

“เมื่อผ่านคืนนี้ไปแล้ว หมอจะจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย”

ooooooo

แสงกล้าขี่มอเตอร์ไซค์บิดมาตามสัญญาณ GPS จนถึงหน้าทาวน์โฮมของแพรไพลิน

ตอนที่ 4

ที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าสำนักงานสืบสวนพิเศษ สมิงเดินไปเลือกลอตเตอรี่ ส่วนแสงกล้ามานั่งที่โต๊ะดาบแหบกับจ่าหวานที่กินข้าวกันอยู่ แสงกล้ากินน้ำ รอฟังจ่ากับดาบอยู่

ทั้งจ่าทั้งดาบทำท่าไม่อยากเล่า บอกว่าพวกตนยึดคติ “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน”

“งั้นมื้อนี้จ่ากับดาบจ่ายเอง” แสงกล้าพูดสบายๆ เท่านั้นเองทั้งจ่าทั้งดาบต่างชิงกันบอกว่าสำหรับกรณีนี้ยกเว้น

“ไอ้ หมิงเนี่ยนะ มันเป็นคนเลี้ยงผี” ดาบเริ่มก่อนแล้วเล่าอย่างตื่นเต้นว่า “หมวดไม่สังเกตหรือ ต่อให้อยู่ในภาวะเสี่ยงตาย ไอ้หมิงก็เอาตัวรอดได้ทุกครั้ง”

ทั้งจ่าทั้งดาบช่วยกันเล่าอย่างออกรส เรื่องที่สมิงเลี้ยงผีทำให้รอดปลอดภัยจากภยันตรายที่ไม่น่ารอดมาได้อย่างน่า อัศจรรย์ จ่าหวานยังเล่าอย่างขนลุกขนพองว่า “นอกจากนั้นนะ สมิงยังเป็นคนกินนายด้วย” แสงกล้าถามว่ายังไง ดาบแหบทำหน้าสยองบอกว่า “มันทำงานให้ใคร เจ้านายตายเรียบ” แล้วช่วยกันเล่าเหตุการณ์ที่สมิงน่าจะตายแต่กลับรอด ส่วนนายน่าจะรอดแต่กลับตาย เล่ากันเป็นตุเป็นตะ

“มันบังเอิญน่า” แสงกล้าติง จ่าถามว่ามันจะบังเอิญทุกครั้งได้ไง

ขณะ จ่ากับดาบกำลังเล่าอย่างออกรสนั่นเอง เหลือบเห็นสมิงมายืนอยู่ข้างหลัง ต่างติดอ่างอึกอักพูดไม่ออกอีก หาทางเลี่ยงไป โดยดาบแหบขอไปเข้าห้องน้ำส่วนจ่าก็ปวดกะทันหันขอตามไปอีกคน

สมิงเอาลอตเตอรี่ออกมาฉีกแบ่งครึ่งส่งให้แสงกล้าบอกว่า

“ผมแบ่งให้ครึ่งนึง จะได้โชคดีร่วมกัน หมวดเป็นนายผม”

แสงกล้ามองลอตเตอรี่หวาดๆ แม้จะไม่เชื่อที่จ่ากับดาบเล่าว่าสมิงเป็นคนกินนายแต่ก็อดรู้สึกเกร็งไม่ได้ บอกสมิงไม่เต็มเสียงว่า

“เก็บไว้เถอะ ไม่ต้องคิดว่าเป็นหัวหน้าเป็นลูกน้องหรอก ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน”

สมิงเก็บลอตเตอรี่ ยิ้มให้แสงกล้า เขายิ้มตอบเจื่อนๆ

ooooooo

แพร ไพลินออกจากโรงพยาบาลมาถึงทาวน์-โฮมก็ตรงไปที่ห้องแล็บมองหาลูกกลมๆที่ทำการ วิเคราะห์ ปรากฏว่าหายไป เธอกวาดตามองไปรอบๆ สงสัยว่าคนร้ายเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง

เธอพยายามทบทวนเหตุการณ์ มองประตูที่คืนนั้นเห็นควันสีขาวลอยคลุ้งเข้ามา หาที่มาของควันสีขาวนั้น

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายจากเพชรแท้ รับสายแล้วตอบว่า “ค่ะคุณแม่” เธอลืมเรื่องที่กำลังคิดไปชั่วขณะ รีบออกจากบ้านไปหาแม่

เพชร แท้แสดงความรักความห่วงใยลูกสาวชวนกลับมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน แพรไพลินบอกว่าอยู่ข้างนอกสะดวกกว่าและใกล้ที่ทำงานด้วย ครู่หนึ่งเพชรแท้บอกว่า

“ใกล้จะถึงเวลาทานข้าวแล้ว ลูกไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวแม่จะไปรอข้างล่าง”

เมื่อ แพรไพลินอาบน้ำแต่งตัวลงมา เพชรแท้ชมว่าชุดนี้สวยมาก พอแพรไพลินจะไปขึ้นรถ เพชรแท้บอกรออีกนิดเดียว พูดไม่ทันขาดคำก็มีรถมาจอดที่หน้าบ้าน

ที่แท้คือ เพชรแท้นัดจักรมาทานข้าวด้วยกัน แพร–ไพลินไม่พอใจจะไม่ไปทานข้าวด้วย จักรรีบพูดขึ้นว่า

“ไม่ ได้เจอแพรมานานหลายเดือน ไปๆ วันนี้พี่มี เรื่องสำคัญจะปรึกษา” เมื่อเธอปฏิเสธ จักรออดอ้อน “ใจเย็นๆสิครับ น้องแพรก็รู้ว่าเราเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่เล็กทานข้าวกับพี่สัก มื้อจะเป็นอะไรไป”

จักรเดินตามไปออดอ้อน แพรไพลินปฏิเสธ พลันก็ชะงักนิ่วหน้าคล้ายได้รับคลื่นอะไรบางอย่าง เอามือจับศีรษะ จักรรีบเข้าประคองพากลับเข้าไป น่าแปลก!เธอ ไม่อยากไปแต่ก็ไม่อาจขัดขืนเขาได้

เมื่อกลับมานั่งที่โต๊ะ จักรพูดเรื่องสัมปทานดาวเทียมดวงใหม่ แล้วทำทีถามเพชรแท้ว่าบอกเรื่อง งานสำคัญกับแพรไพลินหรือยัง แพรไพลินถามเพชรแท้ว่า “งานอะไรคะ” แต่จักรชิงตอบว่า

“งานแถลงข่าวเพชรในตำนาน น้องแพรคงช่วยเป็นนางแบบให้พี่ได้ใช่ไหม พี่รับปากกับเจ้าของงานแล้วว่า น้องแพรจะให้เกียรติมาเดินแบบฟินาเล”

แพรไพลินแสดงความไม่พอใจ จักรอ้อนวอนว่าถือว่าเป็นคำขอร้องจากตนก็แล้วกัน เธอสะบัดหน้าตอบห้วนๆ

“ไม่ ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอลุกเดินออกไป แต่ที่มุมสูง ขมังเวทย์ดูเธออยู่ เพียงแพรไพลินเดินมาที่สวนหน้าร้านก็เหมือนถูกบังคับให้หยุด มีกระแสลมพัดมาวูบหนึ่งผมสลวยของเธอพัดไปตามแรงลม เผยให้เห็นที่ท้ายทอยเธอมีลูกกลมๆฝังอยู่!!

ขมังเวทย์เพ่งจิตไปที่แพร ไพลิน เมื่อจักรเดินตามมา เธอตอบเขาโดยง่ายว่าจะไปเดินแบบให้ จักรดีใจมาก ขอบใจแล้วจะพากลับเข้าข้างใน เธอขอไปล้างหน้าก่อน เพราะจู่ๆก็รู้สึกมึนศีรษะขึ้นมา

ขณะอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ แพรไพลินเห็นขมังเวทย์ในกระจก แต่พอหันมองก็ไม่เห็นอะไรแล้ว นึกสงสัยตัวเองว่าไปรับปากจักรได้ยังไง ทั้งๆที่ใจไม่อยากจะทำ

จู่ๆเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุก็ผุดขึ้นเป็นฉากๆ เธอนิ่วหน้าสงสัย บอกกับตัวเองว่า

“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น” เธอเดินออกไปจะกลับทาวน์โฮมเพื่อค้นหาความจริง

ooooooo

กลับมาทาวน์โฮม แพรไพลินเห็นคราบสารบางอย่างติดอยู่บริเวณกระจกข้างประตู เธอเอาอุปกรณ์ค่อยๆขูดคราบสารนั้นมาวิเคราะห์

ระหว่าง นั้นได้ยินเสียงผิดปกติ เธอลุกไปหยิบปืนเหวี่ยงแขนไปที่ต้นเสียง ทันทีก็ได้ยินเสียงร้องบอกว่า “ผมเอง” ที่แท้คือแสงกล้า แต่ช้าไปแล้ว เธอเหนี่ยวไกลั่นเปรี้ยง พร้อมกับร่างของแสงกล้าล้มลง เธอตกใจมากรีบเข้าประคอง ร่างนั้นนอนแน่นิ่งเหมือนตายแต่ชีพจรยังเต้น

พอ รู้ว่าถูกหลอก เธอวางร่างเขาลงเอาน้ำมาสาดจนแสงกล้าที่แกล้งทำตายทนไม่ไหวลุกขึ้นมาโวยวาย เธอพูดอย่างสมน้ำหน้าว่า อยากแกล้งทำตายทำไมล่ะ

“แต่พี่ตกใจแล้วก็เจ็บ ด้วย ดีนะที่ติดเสื้อเกราะ โอย...ไม่รู้ซี่โครงหักไปกี่ซี่” แสงกล้าทำสำออย แทนที่จะได้รับความเห็นใจกลับถูกขู่ว่าจะฟ้องหัวหน้าว่าเขาบุกรุกเข้ามาใน ยามวิกาล “ใจร้าย...โอย...ไม่คิดจะดูพี่บ้างเหรอ น้องจ๋าพี่เจ็บนะ”

แสงกล้าถอดเสื้อให้แพรไพลินช่วยทายารอยฟกช้ำที่ซี่โครงด้านซ้ายให้ ระหว่างนั้นต่างต่อปากต่อคำกันประสาเคยเป็นคู่กัดกันมา

แต่ ระหว่างทายาให้ ความใกล้ชิดก็ทำให้อารมณ์แข็งกระด้างที่มีต่อกันหวั่นไหว เคลิ้มไปไม่รู้ตัว พอตั้งสติได้ แพรไพลินก็หยิบกล่องอุปกรณ์พยาบาลเดินไปเก็บที่ชั้น

ที่แท้แสงกล้าแวะเวียนมาหาเธอด้วยความเป็นห่วง ถามว่าเธอไปทำอะไร ทำไมถึงถูกหมอนั่นบุกมาเล่นงาน เล่าว่า

“ผม เคยปะทะกับมันมาแล้ว เหมือนมันเล่นอาคม ฆ่าไม่ตาย” ถูกเธอหาว่างมงาย เขายืนยัน “ผมก็ไม่เชื่อ แต่บางเรื่องก็เกินจะหาเหตุผล คืนนั้นคุณจำอะไรไม่ได้เลยไม่ใช่เหรอ”

“ใครว่าไม่มีเหตุผล มันก็แค่ใช้สาร ‘ไตรคลอโรเอทิลีน’ สารชนิดนี้มีฤทธิ์กดประสาททำให้เมาเคลิ้ม ในอดีตเคยใช้สารนี้เป็นยาสลบในการผ่าตัด เพราะมีฤทธิ์กดประสาทรุนแรง แต่ปัจจุบันเลิกใช้ไปแล้ว เพราะมีอันตรายมาก”

แพรไพลินสรุปว่าไม่มีเวทมนตร์ แต่เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ล้วนๆ

เมื่อ รู้เหตุผลข้อเท็จจริงของการทำให้หมดสติแล้ว แพรไพลินบอกให้เขากลับได้แล้ว แสงกล้ายังไม่อยากกลับ ถูกเธอดันเลยขืนตัวยื้อกันจนล้มไปบนโซฟา สมิงที่รอแสงกล้าอยู่นานเดินมาตามเห็นพอดี ทำเสียงจิ๊จ๊ะล้อ ขอโทษแล้วจะถอย

แพรไพลินรีบชี้แจงว่ามันไม่ใช่อย่างที่สมิงคิด สมิงพูดยิ้มๆว่า “พยายามจะไม่คิด แต่ภาพมันฟ้อง”

บรรยากาศกร่อยไปทันที แสงกล้าถามสมิงว่าเข้ามาทำไม

“ก็ ผมง่วงแล้ว หมวดบอกว่าเข้ามาแป๊บเดียว แต่ดูท่าจะอีกนานเพราะตอนนี้แค่ถอดเสื้อ แหะๆ ผมกลับเองดีกว่า” แสงกล้าบอกว่าตนจะกลับด้วย รีบเดินออกไปจนแพรไพลินต้องเรียกให้กลับมาเอาเสื้อ

ขณะสมิงสัมผัสมือลาแพรไพลินนั่นเอง เขารับรู้ถึงสิ่งผิดปกติในตัวเธอ แต่ไม่พูด

เมื่อ ออกมาขึ้นรถ แสงกล้ากำชับสมิงว่า “อย่าเอา เรื่องนี้ไปบอกใครนะ ไม่งั้นหมอจะเสียหาย แล้วมันก็ไม่ใช่อย่างที่จ่าคิดด้วย” แต่หันมองข้างๆไม่มีสมิงแล้ว เขากวาดตามองไปรอบๆก็ไม่มี ได้แต่งงว่าจ่าสมิงหายไปไหน?

ที่แท้สมิงกลับถึงห้องพักแล้ว เขาตรงไปรื้อหาตำราโบราณมากมายจนเจอเล่มหนึ่ง หยิบขึ้นมาปัดฝุ่น คิดจะทำอะไรบางอย่าง สีหน้าสมิงมุ่งมั่นจริงจังผิดกับที่เคยทำตัวบ้าๆบอๆตลอดมา...

ooooooo

วันเวลาผ่านไป...ที่ห้องทำงานของรองนายกฯ จักรกำลังพูดโทรศัพท์มือถืออารมณ์ดี

“ถ้าคุณง่ายกับผม ทุกอย่างมันก็จะง่ายไปหมดแบบนี้แหละ เซ็นอนุมัติโปรเจกต์ให้แล้ว ขอบใจมากสำหรับเงินโอนเข้าบัญชี หึๆๆ”

ทันใดนั้น เมฆาผลักประตูเข้ามา จักรถามด้วยแววตาเย้ยหยันว่าจะมาแสดงความยินดีกับตนหรือมาขอส่วนแบ่ง

เมฆาโกรธมากดึงเอกสารอนุมัติออกมาฉีกทิ้ง จักรจ้องตาแทบถลนตะคอก “ด็อกเตอร์ทำอะไร”

“ทำ สิ่งที่ถูกต้อง!” เมฆาเสียงเข้ม จักรสวนไปว่าจะทำอะไรให้เกียรติกันบ้าง “พวกโกงชาติ! ไม่สมควรจะได้รับเกียรติ ฉันไม่ยอมให้ใครแสวงหาผลประโยชน์จากภาษีประชาชน”

แล้วเมฆาก็เปิดโปงการ ทุจริตในการสร้างถนนเข้าอุทยานแห่งชาติ ด่าว่ามีแต่พวกสมองฝ่อกว่าสัตว์เท่านั้นที่คิดได้ จักรลำเลิกเรื่องเงินสนับสนุนพรรคอีกเมฆาตอบโต้ว่า

“จะให้เงินสนับสนุน พรรคเท่าไหร่ฉันไม่สน เพราะฉันไม่เคยเอาเงินบาปมาใช้” จักรลำเลิกเรื่องท่อน้ำเลี้ยง เมฆาสวนไปว่า “ท่อน้ำเลี้ยงของด็อกเตอร์เมฆาคือศรัทธาของประชาชน ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของประชาชน”

“โง่สิ้นดี! มีอำนาจแต่ไม่รู้จักใช้อำนาจ ไม่เรียกว่า ‘โง่’ แล้วจะเรียกอะไร”

“เรียก ว่า ‘คน’ ! ถ้ายังไม่เข้าใจความหมายคำว่าคน ความดี ศีลธรรม และคุณธรรม อย่าเล่นการเมือง! เพราะมันจะทำให้สภาสกปรก ประเทศชาติล่มจม!!” เมฆาเดินออกจากห้องไปอย่างไม่พอใจ จักรมองตามทั้งเกลียดทั้งเจ็บใจ

กลับถึงบ้าน จักรโวยวายใส่วิญญูลั่นบ้าน

“ไอ้เมฆาหักหน้าฉัน! มันคิดขัดขวางเส้นทางทำเงินของฉัน แกต้องจัดการมันเสีย”

วิญญูไม่พอใจความโฉ่งฉ่างของจักร เดินเลี่ยงไปทางอื่น จักรยิ่งโมโหตะโกนถาม

“ไม่ได้ยินรึไง ฉันบอกให้แกไปฆ่ามัน!!”

ooooooo

ใน โถงพิธีกรรมขมังเวทย์ วิญญูเดินตรงไปที่กลางห้องที่ตรีศูลวัชระวางอยู่ เขาแตะเบาๆอย่างชื่นชม เดินไปอีกมุมหนึ่ง เห็นสังข์ไชยมงคลวางอยู่ เป็นรูปหล่อเหมือนจริงที่วิญญูสั่งทำขึ้นมา เขามองดูรอบๆ พึมพำอย่างพอใจ

“เมื่อ เราได้เพชรยอดสังข์มาประดับบนสังข์ไชยมงคลจำลอง อำนาจคุณไสยของสังข์ไชยมงคลก็จะครบถ้วน และเมื่อนั้น เราจะต้องการอนันตคทา กับจักรนารายณ์ อีกแค่ 2 ชิ้น”
จักรตามเข้ามาเผชิญหน้าวิญญู จ้องหน้าตาขวาง

“อย่ามัวเสียเวลาหาของเก่าอยู่เลย ฉันต้องการให้แกสะกดไอ้เมฆา บังคับให้มันทำทุกอย่างตามที่ฉันต้องการ!”

“ตอนนี้ฉันทำอะไรด็อกเตอร์เมฆาไม่ได้” วิญญูตอบนิ่งๆ

“มัวแต่อ้างว่ามันเป็นคนดี มีคุณธรรม ทำอะไรไม่ได้เลย ถามจริงๆเถอะว่าแกเป็นอะไรกันแน่ ไอ้หมอผีห่วย!”

วิญญูหันขวับมองหน้าจักร จ้องเขม็งด้วยแววตาแข็งกร้าว จนจักรที่ทำเหิมเกริมชะงักนึกกลัว รีบเดินหนีออกไป

“ไอ้วิญญู...ในเมื่อแกไม่ทำ ฉันจะจัดการเอง ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘คนดีก็ตายได้’!”

จักรวางแผนฆ่าเมฆาด้วยตัวเอง!

ooooooo

สบโอกาส เมื่อเมฆาพานภาไปฉลองครบรอบวันแต่งงานที่ล่วงเลยมาแล้วกันตามลำพัง โดยไม่มี ผู้ติดตามอารักขา เขาบอกนภาว่า

“ผมอยากสร้างมาตรฐานใหม่ เพราะการเป็นนายกฯไม่ได้หมายถึงการมีอำนาจหรือเป็นอภิสิทธิ์ชน วันนี้เป็นวันพิเศษของเรา ผมอยากมีแค่คนในครอบครัว”

เมฆาพานภาขึ้นไปร้านอาหารหรูบนดาดฟ้า เขา ยังมีแขกพิเศษมาเซอร์ไพรส์เธอ เปิดไอแพดให้ดูผ่านโปร– แกรมเฟซไทม์ ปรากฏใบหน้าของฟ้ากับพายุ ลูกสาวและลูกเขยยิ้มแย้มทักทายคุณพ่อคุณแม่อย่างยินดีมีความสุข

คุยกับลูกแล้ว นภาขอบคุณเมฆา บอกว่าได้เห็นหน้ารู้ว่าพวกเขาสบายดีตนก็สบายใจแล้ว

“ขอดื่มให้กับความสุขของทุกคนในครอบครัว” เมฆาชูแก้วไวน์ขึ้น นภายกแก้วไวน์ขึ้น ต่างดื่มให้กับความสุขของครอบครัว...

ที่มุมหนึ่งของดาดฟ้าตึกข้างเคียง มือปืนยกปืนขึ้นเล็งหาเป้าหมาย ครู่หนึ่งเห็นเมฆากับนภาเดินลงมาข้างล่างเตรียมกลับ เมื่อรถมาจอดรับ คมศรลงจากรถด้านข้างคนขับมาเปิดประตูด้านหลังรอเมฆากับนภา

ทันทีที่เมฆากับนภาออกมาจะขึ้นรถ นภาเห็นเงาสะท้อนบนหลังคารถ รู้สึกอะไรบางอย่าง เธอเงยหน้าขึ้นไปเห็นมือปืนอยู่บนนั้น!

“ทุกคนระวัง!”

นภาตะโกนบอก เธอดันเมฆาให้หมอบหลบที่ข้างรถ กระสุนพลาดไปโดนพื้นตรงบันได คมศรชักปืนออกมาเมื่อแน่ใจว่ามือปืนอยู่บนดาดฟ้าข้างเคียง เขาบอกนภา “ฝากดูแลท่านด้วยนะครับ” แล้ววิ่งไปที่ตึกข้างเคียง

คนขับรถออกมาจะช่วยดูแลนภากับเมฆา ถูกคนร้ายสองคนเดินมายิงตาย กระจกรถแตกกระจาย นภาผลักเมฆาเข้าไปในรถ ชักปืนออกมาใช้ประตูรถเป็นที่กำบังยิงต่อสู้กับคนร้าย เธอยิงคนร้ายคนหนึ่งตายอีกคนวิ่งหนีไป

ส่วนคมศรวิ่งไปที่ตึกข้างเคียง ต่อสู้กับมือปืน ที่วิ่งลงมาทั้งด้วยปืนและมือเปล่า ในที่สุดคมศรก็จัดการกับคนร้ายได้

ooooooo

ที่บ้านเมฆา ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมาอารักขา ดูแลความเรียบร้อยไปรอบบริเวณ

เมื่อกลับถึงบ้าน เมฆาขอบคุณนภา แต่เธอบอก ว่าให้ขอบคุณลูกน้องคนสนิทของเขาดีกว่า แล้วมองไปทางคมศร

“ขอบใจมากคมศร นายช่วยชีวิตฉันกับภรรยาไว้ พอจะรู้ไหมว่าใครอยู่เบื้องหลัง”

“ผมยังไม่กล้าสรุปว่าเป็นกลุ่มไหน แต่ในเบื้องต้น ...ผมไม่ไว้ใจคนใกล้ตัวท่าน”

“จักร!!” เมฆารู้ทันที

จักรแค้นใจที่ฆ่าเมฆาไม่สำเร็จ กลับมาคำรามว่า สักวันต้องฆ่าให้ได้ วิญญูบอกว่ายังไม่ถึงเวลา แต่อีกไม่นาน...

อีกไม่นานของวิญญูคือ เสาร์นี้เราจะได้ของมาอีกชิ้นหนึ่งคือ เพชรยอดสังข์ เพื่อการกลับมาของเทวาศาสตราวุธ ‘สังข์ไชยมงคล’ จักรกังวลว่าถึงแพรไพลินจะยอมเป็นนางแบบในงาน แต่เธอคงไม่ยอมขโมยเพชรมาให้เรา

“ไม่มีอะไร...ที่ฉันทำไม่ได้” วิญญูพูดอย่างเชื่อมั่น

ooooooo

อีกไม่กี่วันครามกับทอรุ้งก็จะแต่งงานกันแล้ว วันนี้ทั้งสองลองชุดแต่งงานกันที่บ้าน ต่างมีความสุขกับวันเวลาที่จะมาเป็นครอบครัวกัน ครามบอกทอรุ้งว่า

“ผมสัญญา...วันแต่งงานผมจะนำมงกุฎดอกไม้ที่สวยที่สุดมาสวมให้คุณ”

ทั้งสองกอดกันท่ามกลางแสงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับ

แล้วคืนวันต่อมา  สกายนิวส์เน็ตเวิร์คก็ไปรายงานสดจากหน้าโรงแรมหรูที่จะจัดแถลงข่าวงานแสดงเพชรในตำนาน น้ำใสรายงานด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า

“สวัสดีค่ะ เบรกกิ้งนิวส์ของสกายนิวส์เน็ตเวิร์คคืนนี้ เราจะรายงานการแถลงข่าวงานแสดงเพชรในตำนานค่ะ ไฮไลต์ของงานวันนี้อยู่ที่การเปิดตัวสร้อยเพชรรัดเกล้า เพชรที่นำมาประดับบนรัดเกล้าชิ้นนี้คือ เพชรที่เคยประดับอยู่บนยอดสังข์ไชยมงคล โบราณวัตถุที่ถูกทำลายไปเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว คุณค่าของเพชรเม็ดนี้จึงไม่สามารถประเมินค่าได้ค่ะ”

น้ำใสรายงานว่าอีกไม่ถึงสองชั่วโมงก็จะถึงเวลาเปิดงานแถลงข่าวแล้ว สามทุ่มตรงจะนำภาพสดมารายงานอีกครั้ง

หลังจากนั้นเธอเดินมาถามดาบแหบกับจ่าหวานว่าแสงกล้ามาหรือยัง ดาบบอกว่ารับรองมาแน่ เพราะหมวดมีหน้าที่อารักขานางแบบ

ขณะนั้นเองแพรไพลินก็มาถึง มีกุ๊บกิ๊บคอยดูแลจนแทบจะประคอง ลีลามากเสียจนตัวเองก้าวพลาดล้มเอง อายจนเดินหนีไปเลย

แสงกล้ายังคอยสมิงอยู่หน้าแฟลต เขามองขึ้นไปอย่างหงุดหงิด ส่วนสมิงกำลังดูคัมภีร์โบราณ โดยมีบางสิ่งวางอยู่บนพาน บรรยากาศขรึมขลัง สมิงรับรู้ถึงการมาของแสงกล้า หยุดกึกมองไปหน้าห้องขวับ

แสงกล้ามาร้องเรียกสมิงอยู่นาน สมิงจึงส่งเสียงตอบโผล่มาทัก เขาบ่นว่ารอเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่อาบน้ำอีกหรือ

“ผมก็รอ...แต่รอฤกษ์อาบน้ำ”

ว่าแล้วสมิงเดินไปที่ลานกีฬาที่แฟลต แหงนมองดวงจันทร์บอกว่า “วันนี้เป็นวันมหามงคลฉัตรชัย แสงจันทร์ที่สาดส่องจะทำให้กายใจผ่องแผ้วแคล้วคลาดภัยพาล มาเถิด...มาอาบแสงจันทรา แล้วเจ้าจะเป็นพญาเกรียงไกรไชโย”

สมิงจัดแจงอาบแสงจันทร์ถูตัว สระผม ท่าทางทะมัด ทะแมงทำโดยไม่มีน้ำสักหยด มีแต่แสงจันทร์สาดลงมา

แสงกล้าส่ายหน้าบอกว่า ตนไม่บ้าด้วยหรอก พูดเสียงเข้มว่า ตนทำงานคนเดียวก็ได้ สั่งสมิงว่าหลังจากวันนี้ตนไม่มีคู่หู พรุ่งนี้ไม่ต้องทำงานกับตน กลับไปเป็นสายสืบอย่างเดิมเสีย!!
สมิงส่งถุงผ้ากำมะหยี่เล็กๆให้บอกว่า ฝากให้คุณหมอคนสวยด้วย แต่ไม่ยอมบอกว่าในนั้นมีอะไร แต่เมื่อแสงกล้าไปถึงหน้าโรงแรมหรูเจอน้ำใสถามว่าสมิงไม่มาด้วยหรือ เขาบอกว่าบ้าไปแล้ว พลางยื่นถุงกำมะหยี่นั้นให้น้ำใสบอกว่าสมิงฝากมาให้ น้ำใสทำท่ารังเกียจปฏิเสธว่าไม่รับของคนบ้า

แสงกล้ารับถุงกำมะหยี่กลับมา เห็นถังขยะเลยเอาไปทิ้ง แล้วไปเข้าลิฟต์ ปรากฏว่าพนักงานวิ่งเอาถุงกำมะหยี่มาให้บอกว่าเขาทำหล่น ยืนยันว่าเห็นหล่นจากกระเป๋าเขา แสงกล้ารับกลับไปงงๆ

ขณะเดินไปห้องแต่งตัว แสงกล้ามองถุงกำมะหยี่ในมือบ่นว่า โยนทิ้งแท้ๆยังบอกว่าทำตก คิดจะทำดีเอารางวัลพนักงานดีเด่นรึไง ก็พอดีดาบแหบมารายงานว่า ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จ่าหวานก็รายงานว่ากำลังนำสร้อยเพชรรัดเกล้ามาแล้ว

ที่มุมหนึ่งหน้าโรงแรม ครามเดินเข้ามาในโรงแรม รถของจักรวิ่งเข้ามาจอด จักรลงจากรถมองทีมงานของครามที่นำกล่องใส่เพชรเดินเข้าไปในโรงแรม จักรหยิบสร้อยเพชรรัดเกล้าปลอมขึ้นมา วิญญูเดินมาขนาบข้าง บอกเบาๆ

“เอาสร้อยเพชรรัดเกล้าปลอมไปให้นางแบบได้แล้ว ที่เหลือฉันจัดการเอง” พูดเสร็จก็มองขวับไปยังตำแหน่งห้องแต่งตัวนางแบบ!

ooooooo

ดาบแหบ จ่าแหวน และแสงกล้ายืนอยู่หน้าห้องแต่งตัว บังเอิญกุ๊บกิ๊บจะไปเข้าห้องน้ำ จ่ากับดาบเลย เดินไปส่ง ระหว่างนั้นแสงกล้าได้ยินเสียงแพรไพลิน เรียกใช้ กุ๊บกิ๊บจึงเข้าไปช่วยหยิบกิ๊บและรูดซิปให้ พอเธอรู้ว่าเป็นแสงกล้าก็ไล่ออกไป แสงกล้าจึงเอาถุงกำมะหยี่ที่สมิงฝากมาให้เธอ

แพรไพลินเปิดดูข้างในเป็นเปลือกหอย ไล่แสงกล้าว่าหมดธุระแล้วก็ออกไปเสีย แสงกล้าเดินออกไปเจอเพชรแท้กับจักรกำลังเดินเข้ามา แสงกล้าจะให้ไปรอที่ห้องรับรอง แต่จักรวางก้ามรองนายกฯและมีเรื่องส่วนตัวจะคุยกับแพรไพลิน แสงกล้ากับเพชรแท้จึงออกไป

เมื่ออยู่กันลำพังสองคน จักรขอให้เธอใส่สร้อยเพชรที่ตนเอามาแทนเส้นที่จะใส่ในงาน ขมังเวทย์พยายามสะกดจิตแพรไพลินให้ทำตาม แต่เธอปฏิเสธ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:18 น.