ศึกนอก-ศึกในล้อมกรอบ แก้เกมกันไม่ตกอุณหภูมิเดือดเดือน มิ.ย. สวนทางความชุ่มฉ่ำฤดูฝน “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตกที่นั่งตำบลกระสุนตก มือเป็นระวิงแก้ปัญหาไม่รู้จบ ยิ่งแก้ก็ยิ่งทวีความร้อนแรงโจทย์เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคงพุ่งปะทะให้ตามแก้ไม่หยุดหย่อนเรื่องใหญ่ที่ปลุกพายุอารมณ์คนไทยมากที่สุดคือ เสียงวิจารณ์ท่าทีรัฐบาลไทยหงอกัมพูชา ในการแก้ปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย–เขมร ที่กำลังเพิ่มความตึงเครียดปล่อยแกนนำประเทศเพื่อนบ้านฟาดงวงฟาดงาใส่ประเทศไทย ตีหน้าเศร้าเล่นบทผู้ถูกกระทำ กล่าวหาทหารไทยละเมิดอธิปไตย ยิงทหารกัมพูชาเสียชีวิต ตามความรู้สึกประชาชนที่สะท้อนการแก้ปัญหารัฐบาลไม่ทันเล่ห์เขมร มองความสัมพันธ์ตระกูลชินวัตร กับตระกูลฮุน มีผลประโยชน์ร่วมจนเกิดลูกเกรงใจ ต้องทำตัวสงบเสงี่ยม ปลุกอารมณ์เกรี้ยวกราดคนไทยกระหน่ำรัฐบาล กดดัน “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หายงัวเงีย ตื่นมาเทกแอ็กชัน ข่มกลับจะปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา หากการเจรจาแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนช่องบก จ.อุบลราชธานี ในวงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) วันที่ 14 มิ.ย. ไม่บรรลุผล พร้อมเรียกประชุมด่วนสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กำหนดมาตรการตอบโต้กัมพูชา ย้ำจุดยืนรัฐบาลและกองทัพ พร้อมปกป้องอธิปไตย และดินแดนไทยอย่างเต็มที่ อารมณ์ร่วมพลังชาตินิยมคนทั้งประเทศ ดึงสติรัฐบาลให้เลิกหงอ แฮชแท็ก “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” ว่อนโซเชียล กระตุ้นรัฐบาลอยู่เฉยไม่ได้ ต้องขับเคลื่อนเกมตอบโต้ให้มีความชัดเจนไม่หยุดอยู่แค่บทรูทีน ออกแถลงการณ์ใช้กลไกเจบีซีเจรจาแก้ข้อพิพาทระหว่างประเทศดับเกรียนลูกหลานพระยาละแวกที่ตั้งธงไม่สนวงเจรจา ตั้งหน้าตั้งตานำเรื่องขึ้นศาลโลกอย่างเดียวแนวโน้มการแก้ปัญหาล่าสุดของรัฐบาล เริ่มกลับมาตั้งหลักได้ การทำงานของรัฐบาล-กองทัพกลับมาเข้ารูปเข้ารอย มีเอกภาพ ลุยออกแถลงการณ์แก้เกมกลับ ไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก ลากกัมพูชามาเจรจาเฉพาะเวทีทวิภาคีการแก้ปัญหามีทิศทางมากขึ้น ตามบริบทที่ประชาชนอยากเห็นมาตรการชัดเจน ฉับไว สร้างความเชื่อมั่น ติดอยู่แค่ตัวผู้นำประเทศจะต้องสร้างความเชื่อมั่นเรื่องการสื่อสารให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ มากกว่าการตอบคำถามแบบชวนทะเลาะ วีนใส่นักข่าวไฟต์บังคับต้องเร่งสร้างความเป็นเอกภาพของทุกฝ่าย ป้องกันมือที่สามฉวยโอกาสสวมรอย ปั่นกระแสคลั่งชาติ จ้องเปิดสงครามปัญหาชายแดนรุกคืบ วัดฝีมือภาวะผู้นำ ให้รีบดับไฟสงครามชายแดนภาวะไฟลนก้น “นายกฯอิ๊งค์” ศึกนอกก็รุกไล่ ขณะที่ศึกในที่ตามหายใจรดต้นคอ ต้องรับมือแนวรบในพรรคร่วมรัฐบาล กัดเซาะเสถียรภาพรัฐบาลอีกทางตามอาการรุกคืบ เร่งปรับ ครม. พุ่งเป้ายึดกระทรวงมหาดไทยจากพรรคภูมิใจไทย กลับมาอยู่ในความดูแลของพรรคเพื่อไทย ตามการชี้เป้าของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ส่งสัญญาณเวนคืนกระทรวงหลักกลับมาเป็นของพรรคแกนนำอันดับ 1 คุมขุมกำลังอำนาจท้องถิ่น รับการเลือกตั้งสมัยหน้าตั้งท่าเอาจริง เหยียบคันเร่งกันเต็มที่ให้เสร็จใน 1–2 สัปดาห์ ปิดเกมเร็ว สกัดแรงกระเพื่อมบานปลายข่าวปล่อย ข่าวปั่นว่อนรายวัน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถูกโยกเป็น รมว.ศึกษาธิการ หรือ รมว.พลังงานกระเพื่อมไปถึงเก้าอี้ รมว.พลังงาน ของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พลอยถูกหางเลข โดนเลื่อยขาจากคนในพรรคเดียวกันอาศัยจังหวะที่ทัพเซราะกราวถูกแรงกดดันคดีฮั้วเลือก สว. มาเป็นเงื่อนไขต่อรองขอยึดกระทรวงมหาดไทยกลับมา เพราะมั่นใจพรรคภูมิใจไทยไม่กล้าถอนตัวไปเป็นฝ่ายค้านแน่สภาพปลาคนละน้ำ “ภูมิใจไทย-ประชาชน” ทำงานร่วมกันในนามฝ่ายค้านไม่ได้แน่สัญญาณเร่งปรับ ครม.นายใหญ่สะท้อนชัด ไม่ได้มุ่งตอบโจทย์แก้ปัญหาประชาชน แค่ต้องการกระชับอำนาจการเมือง แก้เกมที่เสียดุลอำนาจให้พรรคภูมิใจไทยบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมาขืนให้กองทัพสีน้ำเงินผูกขาดกระทรวงมหาดไทย วางขุมข่ายอำนาจท้องถิ่นต่อเนื่อง อาจเป็นก้างขวางคอพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งสมัยหน้าปมไล่ยึดเก้าอี้ รมว.มหาดไทย ทำสถานภาพ “เพื่อไทย-ภูมิใจไทย” กระเพื่อมหนักศึกนอก-ศึกในบุกประชิด สภาวะรัฐบาล “นายกฯอิ๊งค์” เสี่ยงเดินเข้าโซนอันตราย เป็นบทพิสูจน์ฝีมือภาวะผู้นำ จะพลิกวิกฤติได้หรือไม่!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม