นิวเคลียร์ ขีปนาวุธมหาภัยหรือจะสู้ภัยพิบัติธรรมชาติตามภาพข่าวต่างประเทศ ประธานาธิบดี “คิม จองอึน” ผู้นำจอมเผด็จการเกาหลีเหนือ ชะโงกมองผ่านหน้าต่างรถยนต์ ตรวจความเสียหายพื้นที่อุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ชายแดนติดกับจีนแผ่นดินใหญ่ หลังเจอฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์สัญญาณอากาศแปรปรวน อิทธิฤทธิ์ “ลานีญา” ถล่มภูมิภาคเอเชียและประเทศไทยก็เจอเข้าเต็มๆแล้ว สถานการณ์ภาคตะวันออก จังหวัดตราด จันทบุรี ปราจีนบุรี นครนายก เจอพายุฝนถล่ม น้ำป่าไหลหลากท่วมเมือง ประชาชนขนของหนีกันจ้าละหวั่น ขณะที่ภาคตะวันตก เมืองกาญจนบุรี น้ำพัดสะพานมอญ สังขละบุรีน่าเสียวไส้ แม่น้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนมิดหลังคาไม่เว้นกรุงเทพฯเจอฝนกระหน่ำ น้ำรอระบายท่วมถนนหลายสายฝนหนัก น้ำป่ามาไว ท่วมแบบไม่ทันตั้งตัว วิกฤติอุทกภัยมาแน่ๆ โจทย์เร่งด่วนของฝ่ายบริหาร รัฐบาลเตรียมรับมือได้เลย ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ โดยเฉพาะงบฉุกเฉิน งบประมาณกลางในการรับมือภัยพิบัติต้องจัดการบริหาร เรียงลำดับความจำเป็นให้เหมาะสมอารมณ์น้ำป่า พายุฝน สถานการณ์เร่งด่วนปาดหน้ามาเบียดโครงการ “เทกระจาด” ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่กระทรวงการคลังโชว์กระแทกคันเร่ง รีบลากเรือธง เปิดให้ลงทะเบียนรับคิวกันล่วงหน้าแล้วแต่ยังไม่ลงวัน ว. เวลา น. เงินจะถึงมือตอนไหนในสภาพที่ยังงงๆ รัฐมนตรีคลังตอบไม่ตรงคำถาม หรือนักข่าวถามไม่ตรงคำตอบ ว่าจะเจียดเงินจากก้อนไหน ซิกแซ็ก เล่นกล โยกงบมาโปะมหกรรมเทกระจาด 5 แสนกว่าล้านกันท่าไหนโดนไล่ต้อน อึกๆอักๆ ไปกันไม่เป็นทุกทีณ จุดที่รัฐบาลผสมสูตรพิสดารนำโดยพรรคเพื่อไทยต้องสะดุดปม “ความเชื่อมั่น” ผ่านมาครบขวบปี ยังไม่ได้แสดงขีดความสามารถในเชิงบริหารได้อย่างที่เคลมตีกินบุญเก่าผลงานคุมเศรษฐกิจในอดีตยุครัฐบาลไทยรักไทยคิดใหญ่ ทำเป็น ยังไม่เห็นรูปธรรมสภาพผู้นำอย่างนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ตกอยู่ในห้วงลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงายในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟันธงคุณสมบัติจากการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ทั้งที่เคยต้องโทษอยู่ในเรือนจำรอดหรือไม่รอด ก็หนีไม่พ้นเงาทาบทับของ “นายใหญ่” จันทร์ส่องหล้า ที่จ่อรับ “ใบบริสุทธิ์” ในปลายเดือนสิงหาคมนี้ แต่ที่มาก่อนกาลก็คือพลัง “ตัวจริง” ที่สำแดงให้เห็นกันแบบโจ๋งครึ่มปรากฏการณ์ “ปฏิญญาแรนโช ชาญวีร์” ก๊วนกอล์ฟโคตรวีไอพี ส่งซิกถึงทำเนียบรัฐบาล อาการเด้งรับอย่างที่นายเศรษฐาต้องเรียกประชุมด่วนวงเล็ก โดยมี “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เข้ารับคำสั่งทุบโต๊ะ ออก พ.ร.บ.ควบคุมกัญชากลับหลังหันแบบ 180 องศา จากที่นายเศรษฐาตีธงให้นายสมศักดิ์ “หักดิบ” นำกัญชากลับเข้าบัญชียาเสพติดให้เร็วที่สุดก่อนสิ้นปีนี้เน้นเร่งด่วน อันตรายกัญชาสร้างผลกระทบด้านลบต่อสังคมอารมณ์ที่คนนอกมองออกผ่านทางสีหน้า นายเศรษฐาต้องยอมเสียฟอร์ม เป็นไม้หลักปักเลน โอนอ่อนตามสัญญาณ “นายใหญ่” ที่ถอยให้ก๊วนเกรียนเซราะกราว แลกกับเหลี่ยมเกมทางการเมืองตามท้องเรื่องยิ่งสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นรัฐบาลเมื่อปมกัญชากลายเป็น “สุญญากาศ” ไม่ชัดในแง่กฎหมาย ไม่เคลียร์ว่าผู้นำจะเอายังไงแน่ ในเชิงเศรษฐกิจ นักลงทุนก็ไม่กล้าเสี่ยงลุยต่อ ในมุมของรายย่อยก็กล้าๆกลัวๆไม่ชัวร์ในวิถีการปฏิบัติที่แน่ๆมันเข้าเหลี่ยมเจ้าหน้าที่ขี้ฉ้อที่ฉวยโอกาสทองสบช่องหากินใต้โต๊ะ ตบทรัพย์จากผลิตภัณฑ์กัญชากันมันมือ.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม