มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ต้องเร่งสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านตาดำๆ ยังขาดการบริหารจัดการที่ชัดเจน เป็นจุดอ่อนของมาตรการที่รัฐออกมาในระยะนี้ ความวิตกกังวล รัฐจะถังแตก ไม่มีเงินใช้จ่าย ได้รับการยืนยันว่า เงินสำรองคงคลัง ยังมีอีกมากกว่า 2 แสนล้านบาท แต่การจะ ขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในยามวิกฤติของประเทศให้สัมฤทธิผลเป็นเรื่องที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ตัวเลขหดตัวไปถึงร้อยละ 12.2 เนื่องจากผลกระทบจาก โควิด-19 อันจะส่งผลให้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศดับลง ไม่ว่าจะเป็น การส่งออก การท่องเที่ยว และบริการ ที่กระทบไปถึง การบริโภค การลงทุน ไม่เฉพาะบ้านเราเท่านั้นเกือบทุกประเทศก็อ่วมอรทัยไปตามๆกันการคลายล็อกดาวน์ ก็เป็นวิธีหนึ่งแต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะประเทศยังอยู่ในภาวะเปราะบางจาก การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกยังมีผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละเกือบ 1 แสนรายการพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ จึงเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศให้ผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ ไฮไลต์ก็คือ การท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ อาทิ โครงการเที่ยวปันสุข หรือ โครงการเรา ไปเที่ยวกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้มีการหมุนเวียนฟื้นฟูเศรษฐกิจกลับมาอีกครั้งนโยบายการท่องเที่ยวยั่งยืน ภายใต้ การส่งเสริมและพัฒนาจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวในรูปแบบการกระจายรายได้ตอบโจทย์ตามนโยบายภาครัฐ ที่จะสร้างอาชีพ สร้างรายได้และความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชนในระดับสากลการจัดอันดับ Sustainable Destinations Top 100 ของคณะผู้จัดงานมหกรรมท่องเที่ยวนานาชาติ ITB ที่ร่วมกับหน่วยงาน Green Destination Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ตกลงกันว่าจะสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการที่ดีและมีความยั่งยืน ได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณา จำนวน 30 ข้อ 6 หมวดในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวความสมบูรณ์ทางธรรมชาติและทิวทัศน์ ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ ด้าน วัฒนธรรม ประเพณี ด้านความเป็นอยู่ทางสังคม ด้านธุรกิจและการให้บริการ โดยแหล่งท่องเที่ยวที่จะได้รับการรับรองจะต้องผ่านเกณฑ์อย่างน้อย 15 ข้อขึ้นไป จากนั้นจะประกาศในงาน ITB ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีประเทศไทย ได้เสนอ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน ให้พิจารณา 2 แห่ง คือที่ เทศบาลตำบลเชียงคาน จ.เลย และ ตำบลเวียงใน จ.น่าน เพื่อได้รับโอกาสในการเข้าสู่ Top100 สร้างความสนใจให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวนานาชาติ งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะมีการพิจารณาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอื่นๆตามมา เช่น นาเกลือพัทยา เมืองเก่า สุโขทัย เกาะหมาก จ.ตราด ต.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น การท่องเที่ยวชุมชนจะเป็นคำตอบที่จะช่วยยกระดับ เศรษฐกิจฐานราก ให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ฟื้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยในอนาคตได้เป็นอย่างดี.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th