ดูทิศทางแล้วไม่น่าห่วง แม้จะอภิปรายยืดยาวอย่างไร ยังไงก็คงประคองเอาตัวรอดไปได้เพราะสุดท้ายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเรือเหล็กเตรียมบรรจุเสบียงเต็มลำไว้คอยขับเคลื่อนบริหารราชการแผ่นดินช็อตเสี่ยงด่านแรกของปี 2563 มีแนวโน้มผ่านไปด้วยดี ไม่ต้องใจหายใจคว่ำเหมือนที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลได้เสียงงูเห่าสีส้มมาเติม บวกการเก็บตกผลเลือกตั้งซ่อม ก้าวพ้นสภาพเสียงปริ่มน้ำไปหลายช่วงตัวเสถียรภาพรัฐบาลเชียงกงของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กลับมาตั้งลำคุมเกมในสภาได้อย่างเต็มที่ผิดกับสภาพฝ่ายค้านที่ค่ายแกนนำพรรคเพื่อไทยมีปัญหาเครื่องรวนหนัก ภายในพรรคมีอาการขบเหลี่ยมกำเริบ ปล่อยข่าวเลื่อยขาเก้าอี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยสถานภาพพรรคเพื่อไทยแตกเป็นก๊กๆ ทั้งสายเฮีย สายเจ๊ สายน้าเหลิม ปัญหาเรื้อรังยังแก้กันไม่จบ ใครเผลอ ใครพลาดถูกแทงหลังเหวอะเอกภาพภายในทีมออกอาการแกว่งหนัก เสียศูนย์ไปถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่รู้จะร่วมมือกันแน่นปึ้กในการซักฟอกคู่ต่อสู้ได้แค่ไหนไปๆมาๆเกมในสภากลายเป็นเรื่องไม่ค่อยน่าห่วงสำหรับรัฐบาล “ลุงตู่”แต่ช็อตที่น่าห่วงกว่าคือ ปัจจัยจากภายนอก โดยเฉพาะเหตุการณ์เฉพาะหน้าเรื่องความตึงเครียดไฟสงคราม ระหว่างสหรัฐอเมริกา–อิหร่าน ที่ทั่วโลกกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแม้ล่าสุดจะมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังสหรัฐฯลดทีท่าแข็งกร้าว พร้อมเปิดเจรจาอิหร่าน หลีกเลี่ยงสถานการณ์เปิดศึกรบพุ่ง แต่ก็ต้องจับตาดูเหตุการณ์กันวันต่อวันสร้างความตื่นตระหนก ส่งผลให้เกิดภาวะผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันและทองคำแปรปรวน ดีดตัวขึ้นๆลงๆ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลกไม่เว้นประเทศไทยที่พลอยหวั่นวิตกไปด้วย และยิ่งไปกันใหญ่ เมื่อ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ หลุดปากสหรัฐฯแจ้งให้ไทยรู้ล่วงหน้าถึงช็อตโจมตีสังหารผู้นำทหารอิหร่านยิ่งสร้างความแตกตื่น ไทยอาจรู้เห็นปฏิบัติการเปิดไฟสงคราม จนนายดอนต้องรีบแก้ข่าวพัลวัน เป็นเรื่องการเข้าใจคลาดเคลื่อนในข้อมูลช็อตเศรษฐกิจโลกวูบ ประดังมาพร้อมๆกับปัญหาภัยแล้งที่ลุกลามไปทั่วประเทศ ส่งผลกระทบรุนแรงกว่าทุกปี ต้องขุดเจาะบ่อบาดาลมาใช้กันในหลายแห่ง ลามหนักไปถึงขั้นน้ำประปามีรสกร่อยเกษตรกรไทยเผชิญวิกฤติหนักขาดแคลนน้ำตั้งแต่ต้นปี ปัญหาปากท้อง ปัญหาภัยแล้งกำลังเป็นไฟลนก้น “ลุงตู่”ยังไม่รวมคิวม็อบนอกสภาที่จ่อคิวรอสมทบ อีเวนต์ “วิ่งไล่ลุง” ที่จะเริ่มนำร่องในวันที่ 12 ม.ค.นี้ และอาจตามมาด้วยม็อบสีส้มเป็นทัพใหญ่ หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรคจากคดีในศาลรัฐธรรมนูญมวลชนจ่อถูกลากลงถนน ม็อบการเมืองรอการจุดติด ต้องคอยเฝ้าระวังมือที่สามสวมรอยสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้บานปลายออกไปปัจจัยเสี่ยงโผล่รายวัน ล้อมหน้าล้อมหลัง รอให้ “ลุงตู่” ถอดสลักเต็มไปหมด ในห้วงที่ภูมิต้านทานของ “ลุงตู่” ลดลงจากผลโพลช่วงสัปดาห์ที่แล้วกลุ่มพลังเงียบที่เคยเป็นขุมกำลังหลักหายไปดื้อๆจากที่เคยมีเป็นกอบเป็นกำ 56% เมื่อเดือน เม.ย.2562 หลังผ่านการเลือกตั้งมาหมาดๆ ตกฮวบเหลือแค่ 29% ในช่วงต้นเดือน ม.ค.2563สาเหตุหลักๆเป็นผลมาจากเบื่อรัฐบาลที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลว และเห็นแก่พวกพ้องชาวบ้านไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลเพิ่มขึ้น พลังเงียบตีตัวออกห่าง ส่อเป็นลางร้ายต่อเสถียรภาพรัฐบาลในช็อตเฉพาะหน้าที่เลี่ยงไม่ได้ คงต้องปรับ ครม.แน่ หลังเสร็จสิ้นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพื่อกู้ความมั่นใจของประชาชนกลับคืนมา เพราะพวกหน้าเดิมๆ ชาวบ้านหมดความเชื่อมั่นไปแล้วยังไงก็ต้องเปลี่ยนขุนพลในทีม ครม.เพื่อไปต่อ ทางหนึ่งเพื่อสร้างความหวังรอบใหม่ให้ประชาชน อีกทางเป็นการแก้ปัญหางัดข้อกันในทีมเศรษฐกิจพรรคร่วมรัฐบาลช่วงที่ผ่านมารอบนี้คงต้องจูนเครื่องครั้งใหญ่ หากยังกู้ศรัทธาคืนมาไม่สำเร็จ คิวต่อไปลามถึงตัว “ลุงตู่” แน่.ทีมข่าวการเมือง