“ประวีณมัย บ่ายคล้อย” ผู้ประกาศข่าวรุ่นใหญ่ช่อง 3 ถูกแก๊งคอลฯตุ๋นเปื่อย อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินหว่านล้อมให้โหลดแอปฯ กรมที่ดินจากโทรศัพท์มือถือ เพื่อเสียภาษีที่ดินทางออนไลน์ในปีถัดไป ผลโทรศัพท์โดนควบคุมถูกคนร้ายโอนเงินออกจากบัญชีสูญเงินไปกว่าล้านบาท เผยคนร้ายเป็นหญิงโทร.เข้ามือถือรู้ข้อมูลเกือบหมดแม้กระทั่งเลขโฉนดที่ดินเลยไม่เอะใจ ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ เจ้าของพื้นที่อยู่ระหว่างประสาน บช.สอท.เข้าคลี่คลายคดีผู้ประกาศข่าวดังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโหลดแอปฯดูดเงินจากมือถือสูญเงินหลักล้าน เปิดเผยเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 ส.ค. น.ส.ประวีณมัย หรือตาล บ่ายคล้อย อายุ 44 ปี ผู้ประกาศข่าวชื่อดังช่อง 3 ชาวบ้านย่านถนนราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กทม. นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.มงคล ชัยศิลป์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ กรณีถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดูดเงินออกจากบัญชีเงินฝาก สูญเงินไปกว่า 1 ล้านบาทน.ส.ประวีณมัย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ขณะนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้าน มีโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือ ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมที่ดิน ระบุให้โหลดแอปพลิเคชันของกรมที่ดินเพื่อเสียภาษีที่ดินบ้านหลังปัจจุบันที่ตนพักอาศัย ปลายสายทราบข้อมูลของบ้านตนถูกต้องทั้งหมด ซ้ำยังหว่านล้อมให้โหลดแอปฯดังกล่าว ให้เหตุผลเพื่ออัปเดตระบบการเสียภาษีที่ดินออนไลน์ในปีต่อไป ขณะนั้นตนยุ่งมากเลยไม่ได้สงสัยใดๆ ประกอบกับเป็นช่วงเสียภาษีที่ดินเพราะตนเพิ่งไปเสียภาษีที่ดินอีกแปลงไปก่อนหน้านี้ไม่นาน ถามกลับไปว่าทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ โหลดทางคอมพิวเตอร์ได้ไหม คนร้ายบอกต้องทำในโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์จะง่ายกว่า ตนใช้โทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์พอดีโหลดแอปพลิเคชันตามที่คนร้ายแนะนำทุกขั้นตอน ให้ใส่รหัส 6 หลัก พอถึงขั้นตอนต้องกรอกเลขโฉนดที่ดินตนจำเลขไม่ได้ คนร้ายบอกเลขโฉนดและให้จดตาม ใช้เวลาในการทวนตัวเลขอยู่หลายนาที เมื่อมาถึงการสแกนใบหน้าเพื่อแสดงตัวตน คนร้ายให้ทำซ้ำถึง 4 ครั้ง จากนั้นคนร้ายยังชวนคุยเพื่อถ่วงเวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง จนรู้สึกเอะใจถามคนร้ายย้อนกลับไปว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจริงหรือไม่ คนร้ายยืนยันว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจริงและบอกชื่อ-สกุล เมื่อตรวจสอบชื่อในเว็บไซต์ของกรมที่ดินพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดินประจำจังหวัดภูเก็ตจริง ทำให้ลดความสงสัยไปเกือบหมด“หลังจากดิฉันโหลดแอปฯเสร็จโทรศัพท์ก็ค้าง ไม่สามารถใช้งานได้ ต้องปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ได้รับข้อความจากธนาคาร มีเงินโอนเข้า 1.5 แสนและโอนเข้ามาอีก 5 แสน ทราบทีหลังว่าเป็นเงินจากบัตรเครดิตของดิฉัน ถูกโอนเข้ามา จากนั้นถูกถอนออกไปรวมทั้งหมด 675,000 บาท ไล่เลี่ยกันดิฉันได้รับข้อความจากธนาคารอีกแห่งว่ามีการโอนเงินออกไปจากบัญชี 155,000 บาท และมีข้อความจากธนาคารอีกแห่งว่าเงินในบัญชีถูกโอนไปครั้งละ 49,999 บาท 4 ครั้ง รวมความเสียหายที่คนร้ายโอนเงินไปทั้งหมด 1,029,996 บาท ตรวจสอบพบทุกบัญชีจะถูกโอนเงินไปยังบัญชีนายภานุพันธ์ จิรเมฆ แต่ไม่ซ้ำธนาคาร คาดว่าเป็นบัญชีม้า ทั้งนี้ ดิฉันโทรศัพท์ไปอายัดบัญชีแล้วแต่ไม่ทัน นำหลักฐานเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ” น.ส.ประวีณมัยกล่าวน.ส.ประวีณมัยยังระบุด้วยว่า เคยอ่านข่าวภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาก็หลายครั้ง เตือนให้ประชาชนระวัง ตรวจสอบให้แน่ชัดจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ สุดท้ายต้องตกเป็นเหยื่อเสียเอง ยอมรับว่าคนร้ายออกอุบายทำได้แนบเนียนมากขณะที่ ร.ต.อ.มงคลกล่าวว่า เบื้องต้นรับแจ้งความและสอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้วคาดคนร้ายทำเป็นขบวนการ เตรียมประสานตำรวจ บช.สอท.เข้าสืบสวนคลี่คลายคดีพร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก่อนออกหมายเรียกเจ้าของบัญชีและผู้ที่ถูกอ้างชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินในจังหวัดภูเก็ตมาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่เพื่อหาเบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้ต่อไป