ศรัทธา ความเชื่อที่มนุษย์มีต่อ “หิน” นับแต่ ในอดีตกาลนานมาแล้วมีอยู่มากมายหลาย เรื่องด้วยกัน และด้วยความเก่าแก่ อายุของหินที่มากโข คนบางกลุ่มจำนวนไม่น้อยจึงมีความเชื่อว่า...หินเป็นเหมือนเครื่องรางของขลังเชื่อไม่เชื่ออย่างไร...ก็อย่าได้ลบหลู่ คิดจะลองดี ท้าทายประสบการณ์ที่เคยพบเจอบอกเล่าสู่กันฟัง “ต้นไม้กลายเป็นหิน อายุ 400,000,000 ปี” ในสถานที่แห่งหนึ่ง ริมแม่น้ำโขงจังหวัดหนองคาย ถูกล้อมรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีบนแท่นฐานปูนอย่าง แน่นหนา สังเกตเห็นกระถางธูป ที่มีการจุดธูป ปักบูชาสม่ำเสมอ...สะท้อนศรัทธา ความเชื่อได้เป็นอย่างดีO O O “ชาวบ้านกาญจน์เชื่อหอยหินล้านปีเหมือนเบี้ยกันภัย” ข่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อราวๆต้นปี 2554 ด้วยชาวบ้านเชื่อว่าหอยหินอายุ 300 ล้านปี ...ลักษณะเหมือนหอยแครง เหมือนเบี้ยแก้ป้องกันภัย บางคนก็เอามาถวายพระอาจารย์ให้ทำพิธีปลุกเสก เพื่อนำไปเป็นเครื่องรางของขลัง มีพกไว้ป้องกันภยันตราย สิ่งชั่วร้ายต่างๆท่านว่า “ในเมื่อชาวบ้านศรัทธา...และไม่ได้ เป็นการหลอกลวง ใครมาทำบุญแล้วขอหอยหินก็ให้ไป แต่ก็บอกว่าต้องรักษาให้ดี ยิ่งรักษาศีลอยู่ในธรรมก็จะช่วยให้เป็นคนดีมากขึ้น”O O O “เบี้ยแก้” ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องรางของขลังที่เชื่อกันว่าใช้ติดตัวเวลาเดินทางเข้าป่าจะป้องกันไข้ป่าได้ แก้กลับร้ายให้กลายเป็นดีได้ นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่ายังมีพุทธานุภาพในเรื่องกันเขี้ยวงา อยู่ยงคงกระพันผู้ที่มีเบี้ยแก้...จะไม่มีทางตายโหงด้วยอุบัติเหตุ สามารถป้องกันอาวุธได้ทั้งมีด ไม้ ของแหลม สิ่งมีคมผู้ที่มีเบี้ยแก้...จะไม่ถูกผีหลอก วิญญาณชั่วร้ายไม่กล้าเข้ามากล้ำกราย ปลอดจากภัยอันตรายทุกประการ“กลับร้ายกลายเป็นดี” เป็นสิ่งที่ผู้ที่มีเบี้ยแก้จะได้รับ ว่ากันว่าไม่ว่าจะเป็นเบี้ยแก้ของครูบาอาจารย์ท่านใดก็จะมีคุณสมบัตินี้ไม่ต่างกัน แก้เรื่องที่ไม่ดีต่างๆที่จะได้รับให้กลับกลายเป็นเรื่องที่ดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ นี่กระมังที่เป็นจุดสำคัญของคำว่า “เบี้ยแก้” แก้ในสิ่งที่ไม่ดีให้เป็นดีO O O ตามตำราว่าไว้ “เบี้ยแก้” ทำด้วยเบี้ยจั่น มีทั้งขนาดตัวเล็กและขนาดตัวใหญ่ ภายในบรรจุปรอทแล้วปิดด้วยชันนะโรงใต้ดิน หรือประกับด้วยทองแดงลงอักขระเลขยันต์ก็มีเบี้ยแก้เป็นเครื่องรางของขลังอย่างหนึ่งที่ขุดพบครั้งแรกสมัยอยุธยา แต่ส่วนมากปรอทรั่วหายไปหมดแล้ว พบว่าเบี้ยแก้บางอาจารย์เมื่อบรรจุปรอทแล้วจะหุ้มด้วยตะกั่วตลอดตัวเบี้ย มีทั้ง เบี้ยเปลือยและถักเชือกลงรักปิดทองตลอดทั้งตัวถ้าเป็นเบี้ยเปลือยจะมองเห็นเหล็กจาร จารคำว่า “นะโมพุทธายะ” ซ้อนกัน ลงตัว “อัง” ก็มี บางตัวลงพระคาถา “อะสิสะติ” ทั้งบทศรัทธาเล่นหา อาทิ เบี้ยจักจั่นแกะจากงาช้าง หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์... เครื่องรางพกติดตัวเป็นโภคทรัพย์ นำโชคมาสู่ผู้บูชา, เบี้ยแก้ทองคำ หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว นครปฐมเบี้ยแก้หุ้มทองคำลงอักขระ...เบี้ยแก้สามห่วงทองแดง...เบี้ยแก้เปลือยจักจั่น...เบี้ยเปลือยหุ้มด้วยเนื้อชินตะกั่วผสมขี้นกเขาเปล้า ลงอักขระ ...เบี้ยเปลือย...เม็ดเบี้ยเนื้อเมฆพัด อุดด้วยครั่งพุทรา ผสมยาจินดามณี...เบี้ยแก้ถักเชือกลงรัก...เบี้ยแก้ถักเชือกไม่ได้จุ่มรัก หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐมเบี้ยแก้เปลือย หลวงพ่อวงศ์ วัดมะกอก ตลิ่งชัน ธนบุรี ปิดด้วยชันนะโรงใต้ดินเสก แก้เคราะห์ให้ดี...เบี้ยแก้ถักเชือกลงรัก...เบี้ยแก้หุ้มเนื้อตะกั่วแล้วนำมาถักเชือกปอจุ่มรักน้ำเลี้ยง...เบี้ยแก้ถักเชือกจุ่มรัก หลวงปู่รอด วัดนายโรง บางกอกน้อย ธนบุรี...เบี้ยแก้หลวงพ่อคำ วัดโพธิ์ปล้ำ อ่างทอง ฯลฯO O O ใครที่มีเบี้ยแก้อยู่แล้วกับตัว จะพิสูจน์ศรัทธา ความเข้มขลัง เรื่องทำนองอย่างนี้อยู่ที่ใจ อย่าท้า หรือไม่ควรลองของจะดีกว่า ทางเทคนิคก็ว่าให้ลองเขย่าแล้วใช้หูฟังดูจะได้ยินเสียงขลุกๆดังอยู่ข้างในนั่นก็คือการเช็กดูว่ามีปรอทบรรจุเอาไว้ แต่ถ้าเบี้ยแก้บางสำนักก็อาจจะบรรจุว่าน ของอาถรรพณ์ต่างๆแทนเข้าไป เขย่าจะไม่มีเสียง หากแต่วัตถุมงคลจะขลัง จะดีหรือไม่นั้น...ขึ้นอยู่ กับเจ้าของที่ต้องทำกรรมดีวัตถุมงคล เครื่องรางของขลังมีไว้เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ...“ศรัทธา” จะนำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์”.รัก-ยม