เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ “มิโลวาน ราเยวัช” กุนซือชาวเซอร์เบีย วัย 63 ปี ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯตัดสินใจเลือกเข้ามารั้งตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติไทยคนใหม่ แทนที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือคนเดิมที่ไขก๊อกลาเก้าอี้ไป เพื่อรับผิดชอบผลงานการตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชียสมาคมลูกหนังไทยใช้เวลาเกือบ 1 เดือนในการสรรหาโค้ชใหญ่ทีมช้างศึก ซึ่งมีกุนซือต่างชาติ ชื่อดังให้เอเย่นต์ หรือตัวแทนเสนอโปรไฟล์เข้ามาให้พิจารณากันเพียบ แต่ที่แสดงความจริงใจบินมา ไทยด้วยตัวเองเพื่อสัมภาษณ์กับทีมงานของสมาคมฯที่นำโดย “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิค มีทั้งหมด 8 คน ซึ่งรวมถึงโค้ชราเยวัชคนนี้ด้วย ซึ่งหลังจากที่เจ้าตัวเข้ามาพรีเซ็นต์วิสัยทัศน์ รวมถึงแนวทางและปรัชญาการทำทีม บวกกับความพร้อมในการทำงานที่ไม่ได้มาคนเดียว แต่จะมีทีมสตาฟฟ์ของตัวเองร่วมมาด้วย ในที่สุดสมาคมกีฬาฟุตบอลฯก็ตกลงใจที่จะเซ็นสัญญากุนซือชาวเซิร์บผู้นี้เข้ามากุมบังเหียนแข้งช้างศึก ด้วยสัญญา 1 ปี บวกออปชั่นต่อสัญญาออกไป หากผลงานเป็นที่เข้าตาโดยในส่วนทีมงานของราเยวัชที่บินมาเปิดตัวคุมทีมชาติไทยในครั้งนี้ ประกอบด้วยโซรัน ยานโควิช อดีตศูนย์หน้าทีมชาติบัลแกเรีย ที่รับบทผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ซาซ่า โทดิช โค้ชผู้รักษาประตู ส่วน เนบอยซา สตาเมนโควิช ฟิตเนสโค้ช จะตามมาสมทบในภายหลังสำหรับประวัติของโค้ชมิโลวาน ราเยวัช ผู้นี้ เกิดที่ยูโกสลาเวีย เมื่อปี 1954 สมัยเป็นนักเตะลงค้าแข้งในตำแหน่งแนวรับให้กับ 7 สโมสรชื่อดัง ทั้งในบ้านเกิดและต่างประเทศ ก่อนจะเริ่มต้นหันมาจับงานโค้ชเมื่อปี 1989 ในลีกยูโกฯจากนั้นเมื่อเข้าสู่ปี 2000 ได้ย้ายมาหาความท้าทายใหม่ในทวีปเอเชีย กับทีมปักกิ่ง กั๋วอัน ในจีน และอัล-ซาดด์ ในลีกกาตาร์ก่อนที่อีก 8 ปีถัดมา เจ้าตัวจะประเดิมรับงานในนามทีมชาติครั้งแรกด้วยการนำทัพ “ดาวดำ” ทีมชาติกานา กรุยทางเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ก่อนจะพ่ายให้กับอุรุกวัยไปอย่างน่าเจ็บใจในช่วงดวลจุดโทษ ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของราเยวัชเลยก็ว่าได้ หลังจากนั้น กุนซือชาวเซิร์บได้หันไปคุมทีมในระดับสโมสรอีก 2 ทีมในตะวันออกลาง รวมถึง ทีมชาติกาตาร์และทีมชาติแอลจีเรีย แต่ก็เป็นการคุมทีมเพียงแค่สั้นๆ ก่อนจะมารับงานคุมทีมชาติไทยโดยในงานแถลงข่าวเปิดตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราเยวัชกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า “ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ถูกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยแต่งตั้งให้เข้ามารับหน้าที่เฮดโค้ชทีมชาติไทย ฟุตบอลในประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้อีก และมั่นใจว่าตัวเองจะเป็นส่วนหนึ่งที่พัฒนาฟุตบอลที่นี่ได้”“ผมอยากพัฒนาความสามารถของทีม รวมถึงผลการแข่งขันในอีก 3 เกมที่เหลือ เราต้องการแสดงให้เห็นว่า ทีมชาติไทยแข่งขันกับชาติยักษ์ใหญ่ได้ดีมากขึ้น มันสำคัญมากๆในอีก 3 เกมสุดท้าย แม้เราจะไม่มีลุ้นผ่านเข้ารอบแล้ว”กุนซือใหม่ของทีมช้างศึกกล่าวอีกว่า “ผมทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ทั้งตัวผู้เล่นและรูปเกมซึ่งผมคงต้องเจอกับนักเตะก่อน เราต้องเรียนรู้กัน และกัน รู้จักกันมากขึ้น และไม่ใช่แค่ผมต้องรู้จักแต่นักเตะไทย ผมต้องรู้จักคู่แข่งด้วย ซึ่งผมก็เริ่มศึกษา แล้วเพราะผมมีประสบการณ์ในเอเชียมาพอสมควร”.“ผมเห็นว่าผู้เล่นไทยแสดงออกถึงการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบ และเห็นถึงพรสวรรค์ผู้เล่นไทยเยอะมาก เทคนิคอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ที่ผ่านมาผู้เล่นไทยมักเล่นเกมรุก เราต้องรัดกุมกว่านี้ เราเสียประตูค่อนข้างเยอะ ซึ่งที่ผ่านมาผมทำทีมไม่เสียประตูเท่าไหร่ แน่นอนว่าผมต้องการพัฒนาแท็กติกให้ดีขึ้น รวมถึงผลลัพธ์ที่ต้องดีขึ้นไปด้วย”ในตอนท้าย ราเยวัชยังกล่าวถึงเป้าหมายในการพาทีมบอลไทยไปเล่นบอลโลกด้วยว่า “ผมมีประสบการณ์พาทีมไปเล่นบอลโลกมาแล้ว แต่การไปเล่นบอลโลกรอบสุดท้ายมันต้องใช้เวลา ต้องใจเย็น ความทุ่มเทไม่ใช่เฉพาะแค่ผู้เล่น แต่จากทุกๆคน ส่วนตัวผมเชื่อว่า ถ้าเราทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ได้รับการส่งเสริมจากทุกฝ่าย สำคัญที่สุดคือแฟนบอล ผมก็เชื่อว่าเราจะไปถึงจุดนั้นได้ ผมหวังว่าเราจะทำได้สำเร็จในเวิลด์คัพที่กาตาร์ ในปี 2022”ว่ากันว่า มิโลวาน ราเยวัช เป็นโค้ชที่ประมุขฟุตบอลไทย “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง จิ้มเลือกด้วยตัวเอง เพราะตรงสเปกที่วางไว้ตั้งแต่แรกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์เคยพาทีมชาติกานาไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว แถมยังเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกต่างหาก บวกกับจิตวิทยาในการกระตุ้นนักเตะที่ประทับอกประทับใจ นายกลูกหนังเป็นอย่างยิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “ค่าจ้าง” ที่ถือเป็นปัจจัยแรกๆในการตัดสินใจ นับว่าไม่แพง เพราะราคาสูสีกับที่เคยจ้างโค้ชซิโก้มาก่อน แถมยังพ่วงทีมงานสตาฟฟ์โค้ชมาให้ด้วยดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ “นายกอ๊อด” ไม่ลังเลเลยที่จะเสี่ยงพวงมาลัยเลือกโค้ชผู้นี้เข้ามาเป็นความหวังใหม่ของแฟนฟุตบอลชาวไทยทั้งประเทศซึ่งก็หวังใจว่าราเยวัชจะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง โดยเฉพาะท่านสมยศ ที่อุตส่าห์หาโค้ชระดับอินเตอร์มาให้เราได้ลิ้มลองของใหม่เผื่อบางทีจะได้ลืมภาพเก่าๆของโค้ชไทยคนเดิม ที่ท่านย้ำหัวตะปูอยู่บ่อยครั้งว่าวนเวียนทำสำเร็จอยู่แค่กะลาอาเซียน!!!วรเทพ มากโภคา