เมื่อได้ยินคุณทักษิณพูดว่า “ความยุติธรรมแบบป้อมๆ” คอการเมืองได้เฮกันยกใหญ่คอการเมืองฝ่ายคุณทักษิณ ที่นึกถึงปมนาฬิกายืมเพื่อน...ป.ป.ช.ฟันธงว่าไม่มีความผิด...ก็เข้าใจชัดเจนไปอย่าง คอการเมืองฝ่ายตรงข้าม ก็คิดไปถึงคดีจำนำข้าว ตัวเลขถึง 7-8 แสนล้าน ก็คงคิดถึงความยุติธรรมอีกอย่างอารมณ์ผมยังติดพันโขนพระราชทาน...สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ลาโรงไปเมื่อ 5 ธ.ค.ปีที่แล้วมีหนังสือ ศิลาจำหลักเรื่องรามเกียรติ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดพระเชตุพน พิมพ์เผยแพร่ พ.ศ.2539) ใกล้มือ ก็หยิบมาเปิดไปเรื่อยๆ จนถึงภาพที่ 28ใต้ภาพศิลาจำหลัก มีคำโคลง กวีสมัย ร.3 พรรณนาว่าพอยามสามย่ำฆ้องคนหลับ ขึ้นผูกพระสอกับ กิ่งไม้ หณุมานมุ่งมองขยับ คอยอยู่ พอโลดรองรับได้ ตัดผ้า วางลง (ตัวสะกดตามต้นฉบับ)อาจารย์นิยะดา เหล่าสุนทร อธิบายคำโคลงว่า นางสีดาคับแค้นใจที่ถูกทศกัณฐ์ข่มเหงจิตใจ และถูกนางกำนัลของทศกัณฐ์รุมกันต่อว่า นางถือโอกาสขณะที่ทุกคนหลับ ผูกศอกับกิ่งโศกใหญ่ หวังจะทำลายชีวิตหนุมานที่ซึ่งแอบดูอยู่ รีบแก้ผ้าที่ผูกคอนางคอรามเกียรติ์ คงเคยอ่านเรื่องบทโขน คำกลอน สมัยที่ ร.2 ทรงกำกับเอง กวีกี่คนๆก็เขียนตามขนบกลอน...บัดนั้น พรรณนาท่วงท่าของหนุมานยืดยาว ร.2 ท่านก็ท้วงว่า “มัวแต่เล่นท่า นางสีดา ก็ตายเสียก่อน”จนเมื่อสุนทรภู่ เขียนว่า “บัดนั้น วายุบุตรแก้ได้ดังใจหมาย” จึงทรงพอพระทัยเป็นอันว่าหนุมานช่วยนางสีดา รอดตายได้ทัน เรื่องก็ต่อเนื่องไปถึงศิลาจำหลักภาพที่ 29คำโคลงสี่ กวี ร.3 พรรณนาว่าวายุบุตรอภิวาทไหว้ ถวายแหวน นางรับมาทรงแสน โศกเศร้า แจ้งเหตุพระดลแดน เดิรป่า มานา นางโศกลิงซบเกล้า เกลือกกลั้นกรรแสงอาจารย์นิยะดา บรรยายให้รู้เรื่องกว้างลึกต่อไปว่า...หนุมานถวายแหวนและผ้าสไบที่พระรามฝากมาให้นาง พร้อมทั้งเล่าเรื่องแต่หนหลังให้นางฟังนางสีดาปฏิเสธคำวิงวอนของหนุมาน ที่จะอัญเชิญนางกลับไปพร้อมกับตน เพราะจะเป็นข้อครหานินทาต่อไปว่า“ยักษ์ลักมา ลิงพาไป”ผมทั้งดูภาพ ทั้งอ่านเรื่องรามเกียรติ์ตอนนี้ หลายครั้ง ทุกครั้ง ก็บ่นกับคนใกล้ๆดูเอาเถิด...เพราะศักดิ์ศรีนางสีดา...แค่นี้ สงครามรามเกียรติ์ ล้างผลาญโคตรวงศ์พงศ์ยักษ์ เปล่าเปลืองชีวิตนักรบไพร่พลสองฝ่าย ไม่รวมอาวุธยุทโธปกรณ์ อีกนับไม่ถ้วน จึงต้องดำเนินต่อแต่ถ้าไม่มีลีลานางสีดา ตอนนี้ เรื่องรามเกียรติ์ก็คงไม่ขลังฝังใจผู้คนมานานเกือบสองพันปีอ่านรามเกียรติ์ถึงตอนนี้ ผมจึงนึกได้ อันว่าตัวนางสีดา ที่หลายฝ่ายอยากได้นี้ไซร้ ถ้าจะเปรียบให้เป็นแก้วสารพัดนึกที่เรียกว่า ประชาธิปไตย ก็คงจะไม่ผิดบางบ้านเมือง รบกันติดพันกว่าสิบปี ก็เพราะเรื่องชิงนางประชาธิปไตยนับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ.2475 เริ่มจากคณะราษฎร เรื่อยมาจนถึงวันนี้ ทั้งยักษ์ทั้งลิง ก็ชิงนางสีดา เอ๊ย! ประชาธิปไตย เข้าทำนอง ยักษ์ลักมา ลิงพาไป ยังไม่ยอมเลิกราหรือใครจะเห็นว่า ประชาธิปไตยแบบป้อม ดีกว่าประชาธิปไตยแบบทักษิณฯ ก็ว่ามาสำหรับผมเห็นว่า ก็ทั้งลักทั้งลาก...พอๆกัน.กิเลน ประลองเชิง