คำเรียก แม่ใหญ่ พ่อใหญ่ ที่ใช้กันในภาคเหนือ ฟังแล้วอบอุ่น แต่ที่ผมสงสัยคาใจ เมื่อแม่ก็ใหญ่ พ่อก็ใหญ่ จริงๆแล้วระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ใครใหญ่กว่าพงศาวดารเขมรเล่าว่า โกณฑัญญะ พ่อค้าสำเภาจากอินเดีย รบชนะนางหลิวเย่ หัวหน้าชนเผ่าพื้นเมือง จับนางนุ่งผ้า แล้วก็แต่งงานกัน เป็นผัวเมียกันแล้ว ไม่มีเล่าต่อ นางหลิวเย่ ยังเป็นผู้นำต่อไปหรือเปล่าผมมีโจทย์ เมื่อใดเล่า...ผู้ชาย ได้อำนาจใหญ่กว่าผู้หญิง ไว้ในใจในหนังสือเรื่อง ความเป็นมาของชนเผ่าจ้วง (ประวัติศาสตร์ไทย ในสายตาชาวจีน สำนักพิมพ์พิราบ พ.ศ.2538) อาจารย์ ต้วน ลี เซิง เขียนว่า ชนเผ่าจ้วงในกวางสี ชนเผ่าไตในยูนนาน และชนเผ่าไทยล้วนมีเชื้อสายเดียวกันจากหลักฐานทางด้านภาษาและวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันในแง่นิรุกติศาสตร์ ภาษาจ้วง กับภาษาไต ภาษาไทย อยู่ในตระกูลจีน-ทิเบต เป็นภาษาที่มีเสียงวรรณยุกต์ มีพยัญชนะที่ค่อนข้างง่าย ส่วนสระค่อนข้างจะสับสนนักภาษาศาสตร์เคยเอาศัพท์ที่ใช้บ่อยสามพันคำ ในภาษาไต ภาษาไทย และภาษาจ้วง มาวิจัย พบว่าภาษาทั้งสามมีศัพท์ 500 คำเหมือนกัน เฉพาะคู่ภาษาไต กับภาษาไทย เหมือนกัน 1,500 คำจ้วงอยู่กับจีน ได้รับอิทธิพลของภาษาจีน ภาษาไต และภาษาไทย ยังรักษาเอกลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่ได้รับอิทธิพลภาษาบาลีจากอินเดียบ้างเผ่าจ้วงแยกตัวออกจากเผ่าไต และเผ่าไทยมาช้านาน เผ่าไต และเผ่าไทย แยกออกจากกันภายหลังจ้วง ไต และไทย นอกจากคล้ายคลึงกันด้านภาษา ยังมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน เช่น การใช้เข็มสักร่างกายเป็นลายแล้วทาด้วยน้ำมันพืช เมื่อแผลหายจะกลายเป็นลายสักทั้งเหมือนกันในด้านการอยู่ในบ้านเรือนยกพื้น สมัยแรกๆ พวกทางเหนืออยู่ในถ้ำ พวกทางใต้ปลูกบ้านบนต้นไม้ จ้วงกับไตประดิษฐ์และใช้กลองมโหระทึก มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสองพันปีเมื่อมาถึงประเพณีฉลองเทศกาล เผ่าไตในสิบสองพันนา มีฉลองตรุษสงกรานต์ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา เพราะรับพุทธศาสนานิกายหินยาน ส่วนเผ่าจ้วงมีแต่เทศกาลไหว้ผี วันที่ 15 เดือน 7พิธีแต่งงานจ้วงแตกต่างจากไต เจ้าสาวจะไม่ไปอยู่บ้านสามี วันแต่งงานจะมีหญิงสาวสิบกว่าคน นำเจ้าสาวไปบ้านเจ้าบ่าว เจ้าสาวนอนบ้านเจ้าบ่าวคืนเดียว แล้วก็กลับมาอยู่บ้านตัวเองจนถึงเทศกาลวันตรุษและฤดูหน้างาน เจ้าสาวจะกลับมาบ้านสามีช่วยทำงาน โดยสรุปผัวเมียแต่งงานกันแล้ว เมียจะอยู่บ้านตัวเองราวสองสามปี จึงจะย้ายไปอยู่บ้านผัวสมัยก่อนหน้านั้น จ้วงยังมีประเพณีให้ผัวไปพักผ่อน เมื่อเมียคลอดบุตร หลังจากนั้นผัวก็รับหน้าที่เลี้ยงดูลูกแทนเมีย ผัวจึงต้องรับผิดชอบงานในครอบครัวเป็นใหญ่ในบ้านส่วนเมียนั้นก็ต้องออกไปทำงานนอกบ้านอาจารย์ ต้วน ลี เซิง บอกว่าประเพณีให้ผู้ชายเลี้ยงลูกและเป็นใหญ่ในบ้าน เป็นจุดเปลี่ยนจากสังคมเดิมที่ผู้หญิงมีอำนาจ มาเป็นผู้ชายมีอำนาจเป็นที่มาของค่านิยมแบบไทย ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังพอสรุปได้ ทั้งพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ผลัดกันใหญ่มาแต่สมัยโบราณ มาถึงสมัยนี้ ทั้งโลกไม่มีประเพณีหญิงหรือชายเป็นใหญ่ แต่ตัดสินกันด้วยคะแนนเสียงลูกๆ คือลูกบ้านไทยเรามีผู้หญิงเป็น “แม่ใหญ่” ไปแล้วคนหนึ่ง การจะมีผู้หญิง อย่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือคุณกัญจนา เป็นแม่ใหญ่อีกสักคน ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เป็นเรื่องเก่าดึกดำบรรพ์เสียด้วยซ้ำแต่หากไม่แน่ใจแม่ใหญ่ เช่น พรรคเพื่อไทย จะเปลี่ยนหน้าชน เป็นพ่อใหญ่ ชัชชาติ ผมก็ว่าน่าลอง.กิเลน ประลองเชิง