ลั่นระฆังไปเรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคระยะที่ 1 ระหว่างกรุงเทพฯถึงนครราชสีมา โครงการยิ่งใหญ่มูลค่าลงทุนสูงถึง 1.7 แสนล้านบาท หน้า 1 หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับก็ว่าได้ ลงข่าวและลงภาพ ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนาย หวัง เสี่ยว เทา รอง ผอ. คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ จากสาธารณรัฐประชาชน จีน ยืนเคียงข้างใช้พลั่วตักหินพร้อมกัน เมื่อพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2560 ณ สถานีกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาเป็นสัญลักษณ์ว่า อภิมหาโครงการรถไฟความเร็วสูงโคราช-กทม. ระยะทาง 253 กิโลเมตร ได้ฤกษ์ลงมือก่อสร้างแล้ว ณ บัดนี้ผมอ่านข่าวนี้แล้วก็ขอเอาใจช่วยให้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเฟสแรกของรัฐบาล จงประสบความสำเร็จรวมทั้งเมื่อถึงเวลาก่อสร้างในเฟสที่ 2 อีก 355 กิโลเมตร จาก นครราชสีมา สู่จังหวัด หนองคาย ที่จะใช้เงินอีก 2.5 แสนล้านบาทนั้น...ก็ขอให้ประสบความสำเร็จเช่นกันเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง มิใช่จะมีจุดประสงค์หรือความตั้งใจที่จะเชื่อมภาคอีสาน โดยเฉพาะหนองคาย-โคราช-เข้ากับกรุงเทพมหานคร เท่านั้นแต่ยังมีความคาดหวังที่จะเชื่อมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงของจีน-ลาว สาย “เวียงจันทน์-คุนหมิง” อีกด้วยใน 5-6 ปีข้างหน้าถือเป็นการเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมยุคใหม่ของจีน ซึ่งน่าจะ เป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยเราอย่างมากในอนาคตอย่าลืมว่าเส้นทางสายไหมใหม่ของจีนที่ว่านี้ จะไม่ผ่านไทยโดยตรงนะครับ ดูจากแผนที่แล้ว เลี่ยงๆยังไงก็ไม่รู้ จากเวียดนามแล้วลงทะเลไปโผล่มาเลเซียโน่นเลย ถ้าเราไม่สร้างไปเชื่อมกับเขาที่ลาวไว้บ้าง อาจจะหลุดจากเส้นทางสายไหมไปก็ได้ทำให้รัฐบาลไทยตัดสินใจลงทุน โดยใช้เงินก้อนใหญ่และตัดสินใจก่อหนี้ครั้งใหญ่ เพราะมั่นใจว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จผมเป็นคนหัวโบราณชอบทำอะไรแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือนกน้อยทำรังแต่พอตัว ไม่ชอบการทำแบบเสี่ยงๆ โดยเฉพาะการลงทุนสูงๆแม้ผมจะตระหนักดีถึงความจำเป็นในการพัฒนาประเทศชาติและเห็นด้วยว่าเราจะต้องมีการลงทุนใหญ่ๆหนักๆ โดยเฉพาะด้านคมนาคมและขนส่งบ้างเพื่อการวางรากฐานไว้สำหรับอนาคตแต่ผมก็จะคอยท้วงติง และคอยกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลรอบคอบ ระมัดระวัง อย่าทำอะไรเกินตัว และต้องมีภูมิคุ้มกัน ดังที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานแนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ไว้ผมติงผมท้วงตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนๆ ตอนที่มีความคิดจะสร้างรถไฟความเร็วสูงสายนี้เมื่อหลายปีก่อนโน้นเพราะดูตัวเลขแล้วขาดทุนแน่ๆ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนแน่ๆแต่เมื่อรัฐบาลปัจจุบันยังเห็นดีเห็นงามและมองประโยชน์ว่าจะเชื่อมกับจีนได้ และจะดำเนินต่อไป ผมก็เคารพการตัดสินใจของท่านที่เขียนมาวันนี้ก็เพียงจะเตือนอีกครั้งว่า ท่านคงคิดดีแล้ว รอบคอบแล้วว่านี่ไม่ใช่การลงทุนที่เกินตัวขอให้ทุกท่านที่จะลงมือปฏิบัติตามโครงการนี้จงทุ่มเทความสามารถอย่างเต็มที่ ใช้ความอุตสาหะ วิริยะอย่างเต็มที่ และอย่าโกง อย่ากิน อย่าคอร์รัปชันใดๆเป็นอันขาดอ้อ!ผมมีข่าวดีจะบอกอยู่อย่างหนึ่งครับว่าในประวัติการเขียนหนังสือของผมซึ่งเขียนท้วงติงโครงการใหญ่ๆไว้หลายๆโครงการนั้นหลายโครงการผมก็ท้วงถูก และหลายโครงการผมก็ท้วงผิด โดยเฉพาะโครงการใหญ่มากที่ผมทักท้วงแล้วผิดก็คือ โครงการสร้างสนามบิน “หนองงูเห่า” หรือ “สุวรรณภูมิ” นี่เองผมเขียนเห็นดีเห็นงามกับฝ่ายค้านฝ่ายทักท้วงมาตั้งแต่ปี 2517 หรือ 2518 ที่มีการทักท้วงครั้งแรกที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โน่นแล้ว และก็ยังท้วงมาตลอด แม้ในช่วงนำมาปัดฝุ่นใหม่ก็ตามปรากฏว่าผมผิดถนัด สนามบินหนองงูเห่า หรือสุวรรณภูมิ ประสบความสำเร็จอย่างเหลือล้นดังที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันผมจึงหวังว่า สิ่งที่ผมฝากความห่วงใยเรื่องรถไฟความเร็วสูงครั้งนี้จะเป็นการท้วงที่ผิดเช่นเดียวกับที่ผมเคยท้วงสนามบินหนองงูเห่าในอดีตกาล...เพี้ยง! ขอให้ผมผิดอีกครั้งเถอะครับ!“ซูม”