ผมได้รับหนังสือที่น่าอ่านมากๆมาเล่มหนึ่ง ตั้งใจว่าจะเขียนแนะนำหลายวันแล้ว เพราะอ่านแล้วชอบจริงๆ แต่ก็มีโน่นมีนี่เข้ามาแซง ยังไม่ได้เขียนถึงสักทีพอดีเมื่อวานมีข่าวจากภาคใต้ว่า แม่บุญธรรมของพลทหารเกณฑ์คนหนึ่งไปร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมว่า ลูกชายของตน “ถูกซ่อม” จนบอบช้ำและกลับมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลต่อมาทางฝ่ายผู้ใหญ่ของทหารก็ให้ความเป็นธรรม มีการนำวีดิโอที่บันทึกภาพล่าสุดของทหารรายนั้นในค่ายทหารมาให้ดู ปรากฏว่าหนีออกจากค่ายไปเที่ยวตอนดึก และอาจจะไปมีเหตุข้างนอกก็เป็นได้เรื่องราวจะจบลงอย่างไร คงต้องติดตามข่าวต่ออีกสักวัน 2 วัน เพราะทางผู้ใหญ่ฝ่ายทหารทุกระดับต่างยืนยันที่จะให้ความร่วมมือในการค้นหาความจริงอย่างเต็มที่ผมก็เลยได้จังหวะที่จะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ ซึ่งก็เป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวิตทหารเกณฑ์เหมือนกัน ฝึกหนัก ฝึกโหดเหมือนกัน แต่เป็นความโหดที่มีเหตุผลลึกๆซ่อนอยู่ที่สำคัญหนังสือเล่มนี้จบลงด้วยดี อ่านแล้วน้ำตาไหล ด้วยความ ปลาบปลื้มในหลายๆตอน ตรงข้ามกับที่เป็นข่าวหน้า 1 ที่ผมยกมาข้างต้นหนังสือเรื่อง “แทนคุณ” ครับ เขียนเรื่องและวาดภาพประกอบ โดย แทน โฆษิตพิพัฒน์ ลูกชายของศิลปินแห่งชาติ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่กลับจากเรียนเมืองนอก แล้วไปสมัครเป็นพลทหารแทนคุณแผ่นดินแทนลูกชายคนเดียวของศิลปินแห่งชาติ ผู้ออกแบบ วัดร่องขุ่น ที่จังหวัดเชียงราย ไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 15 ปี ใช้เวลา 7 ปี ก็จบปริญญาตรีเกียรตินิยมสาขาภาพยนตร์จาก Kingston Universityพอกลับมาเมืองไทย แทนก็ขอสมัครเป็นทหารเกณฑ์ เพื่อรับใช้ชาติ และได้รับฉันทานุมัติจากพ่อและแม่ด้วยความปลาบปลื้มยินดีโดยเฉพาะอาจารย์เฉลิมชัยผู้เป็นพ่อนั้นถึงกับระบายความในใจเขียนในบทนำของหนังสือเล่มนี้ว่า“ผมเสียใจที่มีแผลในใจ ผมสะอาดต่อประเทศชาติของผมไม่พอ เพราะพ่อแม่รักผมห่วงผมจนต้องทำการคดโกง เพื่อไม่ให้ผมได้เป็นทหารเกณฑ์”--“ผมเป็นคนรักชาติ รักแผ่นดินเกิดสูงสุดคนหนึ่งของประเทศที่มีพฤติกรรมและผลงานชัดเจน แต่การโกงไม่เป็นทหารเกณฑ์ คือจุดดำเล็กๆในดวงแก้วดวงใจของผม”“แทนรับทราบบาดแผลในใจของพ่อแทน บอกพ่อว่า แทนจะแทนคุณพ่อด้วยการสมัครเป็นทหารเกณฑ์ ผมดีใจน้ำตาลึกๆเคลื่อนไหวกอดลูกแล้วบอกลูกว่า พ่อดีใจมากๆดีใจยิ่งกว่าแทนเรียนจบ ดีใจมากกว่าแทนบวชให้พ่อ ขอบใจลูกมากที่ทำเพื่อพ่อ”แล้วแทนก็ไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์ใช้ชีวิตทหารเกณฑ์ ที่ค่ายทหาร “มทบ.37” จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 จนกระทั่งปลดประจำการในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.25606 เดือนในค่ายทหาร นักเรียนนอกหนุ่มวัย 23 ปี ได้เรียนรู้ชีวิตที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิงกับชีวิตดั้งเดิมของเขานึกถึงภาพนักเรียนอังกฤษที่เดินสำรวยอยู่ที่โน่นมาถึง 7 ปี ต้องมาลุยน้ำลุยโคลนระหว่างฝึกต้องนอนที่นอนกระด้างของเตียงทหารและกินอาหารไร้รสชาติ รวมทั้งการทำในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาเลยในชีวิตวันหนึ่งส้วมของค่ายทหารเต็ม เขาเป็นคนหนึ่งที่จะต้องรับหน้าที่ไปตักขี้ทิ้งและต้องทนดมกลิ่นขี้ทหารจนกว่าจะตักเสร็จ มันเหม็นติดจมูกเขาไปหลายวันและยังจำกลิ่นขี้ทหารได้ถึงทุกวันนี้ยังมีเรื่องราวที่โหดๆ แต่ก็สนุกๆอีกหลายบทที่แทนบันทึกไว้ บางครั้ง มันก็โหดเสียจนเขาแทบทนไม่ได้ แต่ก็ต้องทนเมื่อทราบเหตุผลจากครูฝึก“คำสั่งโหดที่เคยคิดว่าไม่มีเหตุผล ความจริงแล้วมันมีนัยแฝงอยู่ เป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่งของครูที่มีต่อศิษย์ อยากให้ได้ดีอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นสะเทินน้ำสะเทินบกได้มากขึ้น จิตใจเปลี่ยนแปลงไป เข้มแข็ง รักชาติ กล้าสู้ และไม่กลัวตาย ทั้งนี้เพราะคนคนนี้ หมวดเบส”“แทนคุณ” เป็นหนังสือที่น่าอ่านและสามารถอ่านได้จบเล่มในไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นคำพูดสั้นๆกินใจแล้วก็เดินเรื่องด้วยภาพที่แทนวาดด้วยตัวเองทั้งเล่มรายได้จากการจำหน่ายหนังสือจะนำไปซื้อเสื้อเกราะมอบแก่ทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมอบเงินอีกส่วนหนึ่งให้แก่กองร้อย มทบ.37 จ.เชียงราย เพื่อเป็นสวัสดิการของทหารเกณฑ์รุ่นต่อไป.“ซูม”