ทั้งยาว ทั้งใหญ่ เยอะแยะยุ่บยั่บถือเป็นคดีที่ต้องจารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ประเทศไทยเมื่อศาลอาญาพิจารณาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องผู้ต้องหาเป็นจำเลย แบบพวงใหญ่มีระดับหัวแถวแนวหน้า อาทิ นายบรรจง ปองพล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1 นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 54 ร่วมกับพวก ที่มีทั้งข้าราชการและพลเรือน ร่วมเป็นจำเลย สิริรวม 103 รายเรียกว่าต้องยัดทะนานแน่นเอี้ยด ห้องพิจารณาคดีกันเลยทีเดียวเชียวงานนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลย เบ็ดเสร็จ 11 สำนวน ในความผิด 16 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2546ร่วมกันนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2490 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบพฤติการณ์ของจำเลย ร่วมกันนำคนต่างด้าวชาวโรฮีนจาจากเรือในทะเล มาขึ้นฝั่งที่ จ.สตูล ก่อนนำแรงงานทั้งหมดไปพักไว้ในแคมป์คนงานบนเทือกเขาแก้ว ก่อนส่งตัวไปประเทศมาเลเซียทั้งนี้ ศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษายาวนานกว่า 13 ชั่วโมง!!!โดยมีคำพิพากษาลงโทษ จำเลย 62 คน รับโทษจำคุกไล่เรียงกันไปตามความหนักเบา ตั้งแต่ 4 ปี ถึง 94 ปี แต่ เมื่อรวมโทษจำคุกของจำเลยที่มีโทษเกินกว่า 50 ปี ศาลสั่งให้ลงโทษจำคุก จำเลยนั้นมีกำหนด 50 ปีและยกฟ้องจำเลย 40 คน แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์ 28 คน และให้จำเลยที่วินิจฉัยว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์ ร่วมกันชดใช้สินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายชาวโรฮีนจา 58 คน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 4,400,250 บาทเมื่อโฟกัสจำเลยที่เป็นตัวการสำคัญระดับหัวแถวแนวหน้า ปรากฏว่า นายบรรจง จำเลยที่ 1 โดนศาลพิพากษาจำคุก 78 ปี สั่งลงโทษจำคุก 50 ปีนายปัจจุบัน จำเลยที่ 29 ถูกศาลพิพากษาจำคุก 75 ปี สั่งลงโทษจำคุก 50 ปี และ พล.ท.มนัส จำเลยที่ 54 โดนศาลพิพากษาจำคุก 27 ปีรับโทษรับทัณฑ์ อ่วมอรทัยไปตามๆกัน!!!คดีนี้เป็นที่สนใจของสังคม เพราะปัญหาการค้ามนุษย์ ทำให้ประเทศไทย โดนกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา จัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือทิปรีพอร์ต ล่าสุด ให้ประเทศไทย ยังคงอยู่แค่เทียร์ 2.5 จับตาเฝ้าระวังไม่ได้กระเตื้องขึ้นจากปีที่แล้ว แต่ประการใด!!!และสาเหตุใหญ่ใจความ ที่เรายังติดแหง็กไม่ได้เลื่อนอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ดีขึ้นกว่าเดิม ก็เป็นเพราะยังมีข้อบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมายจัดการกับขบวนการค้ามนุษย์โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปพัวพันกับขบวนการค้ามนุษย์ ยังไม่มีการดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาดเหมือนฝรั่งรู้ไส้รู้พุงว่าไทยแลนด์ ยังมีปัญหาลูบหน้าปะจมูก!!!เมื่อศาลมีคำพิพากษาลงโทษหนักกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ย่อมเป็นนิมิตหมายที่ดีฉะนั้น รัฐบาลยิ่งต้องเร่งปราบ ปรามการค้ามนุษย์ แบบนันสต็อป ห้ามหยุดเด็ดขาด!!!“พ่อลูกอิน”