ด้ามขวานลุกโชน คนร้ายจองเวรปั๊มน้ำมัน ปตท. ลอบบึมพร้อมกัน 11 แห่งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อัดระเบิดยัดถังดับเพลิง ตั้งเวลาจุดชนวน หิ้วไปถล่มหัวจ่ายน้ำมันพร้อมจุดไฟเผาร้านเซเว่นฯวายวอด “นราธิวาส” ระอุสุดถล่มรวดเดียว 5 ปั๊ม รอง สวป.ระแงะ ถูกสะเก็ดเข้าแขนเจ็บ แถมโจรยังดักโจมตีรถปิกอัพหนุ่ม อบต. เข้าใจผิดเป็นรถหน่วยความมั่นคง ผบ.ฉก.นราฯ ต้องประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้าน 3 ทุ่มถึงตี 5 ปิดทุกช่องทางข้ามชายแดนไทย-มาเลเซีย “ยะลา” ไม่น้อยหน้าโดน 4 ปั๊ม พินาศร่วม 60 ล้านบาท ผู้ก่อเหตุเน้นทำลายทรัพย์สินไม่ทำร้ายคน “ปัตตานี” เจอแค่ 2 ปั๊ม แต่เสียหายรุนแรง “แม่ทัพภาค 4” ไม่ฟันธงปมก่อเหตุ มีทั้งการเมือง-ไฟใต้ “อนุทิน” ชี้มาจากเรื่องเลือกตั้งท้องถิ่น “พลังงาน” สั่งยกระดับความปลอดภัยทุกปั๊มพื้นที่เสี่ยง สั่งเช็กสต๊อกน้ำมันสำรองเผื่อฉุกเฉินสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาระอุอีกครั้ง หลังกลุ่มคนร้ายโชว์ศักยภาพ ลอบก่อเหตุวินาศกรรมวางระเบิด-จุดไฟเผาปั๊มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ พร้อมกันในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด รวม 11 จุด สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนและชาวบ้านในพื้นที่พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานด้านข่าวกรองของหน่วยงานความมั่นคงที่หละหลวม ขาดข้อมูลเชิงลึก และไม่เป็นเอกภาพ แต่ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สั่งระดมมาตรการคุมเข้มทุกพื้นที่ เข้าทำนอง “วัวหายล้อมคอก” แต่กลับส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่อย่างมากบึมปั๊ม ปตท.นราฯ 5 สาขารวดจ.นราธิวาส เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 11 ม.ค. เกิดเหตุเสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน จุดเกิดเหตุเป็นปั๊มน้ำมัน ปตท. รวม 5 สาขา 1.ปั๊มน้ำมัน ปตท. หมู่ 4 บ้านโคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง 2.ปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ 3.ปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ 4.ปั๊มน้ำมัน ปตท. อ.แว้ง 5.ปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าควบคุมสถานการณ์และปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย รอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดในช่วงเช้า เพื่อหาสาเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานใช้ระเบิดยัดถังดับเพลิงตั้งเวลาต่อมาเวลา 09.30 น. พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ทหาร ฉก.นย.33 และผู้เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาปาเสมัส หมู่ 3 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก ที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดและเกิดเพลิงไหม้ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบคนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงจำนวน 4 ลูก น้ำหนักลูกละ 20 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา ไปวางไว้ที่ตู้หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 2 จุด หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น 1 จุด และที่ส่วนท้ายพ่วงของรถบรรทุกน้ำมัน อีก 1 จุด ตั้งเวลาจุดระเบิดให้ ห่างกันลูกละ 5 นาที กระทั่งเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้ง 4 จุดเศษวัสดุชิ้นส่วนต่างๆกระเด็นมาตกบนถนนและภายในปั๊มน้ำมัน ความเสียหายโดยรวมคิดเป็นร้อยละ80ทำงานกันเป็นทีมวางแผนมาดีจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ริมถนนทางเข้าปั๊มน้ำมันทางด้านขวามือ พบคนร้ายแต่งกายชุดดำ 4 คน ทุกคนถือปืน และแบกระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สคนละ 1 ลูก เดินออกมาจากพุ่มไม้ใหญ่ตรงกันข้ามกับปั๊มน้ำมัน กระจายกันไปวางตามเป้าหมายทั้ง 4 จุด ที่กำหนดไว้ หลังเกิดการระเบิดขึ้น คนร้ายได้หลบหนีไปตามเส้นทางเดิม จากนั้นประมาณ 15 นาที คนร้ายอีกชุดได้ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ด้านหลังฐาน นปพ.สภ.สุไหงโก-ลก ที่อยู่ห่างปั๊มน้ำมันไปประมาณ 400 เมตร เพื่อตัดการสนับสนุนไปยังที่เกิดเหตุ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บโจรถูกระเบิดตัวเองเลือดสาดต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาแว้ง ตั้งอยู่ หมู่ 6 ต.แว้ง อ.แว้ง เหตุเกิดเวลา 01.29 น.คืนที่ผ่านมา คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องชนิดและขนาดเดียวกันไปวางไว้ที่ตู้หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 2 จุด จนเกิดระเบิดขึ้น สร้างความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ตัวอาคารของสถานีบริการน้ำมันทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 95 จุดที่ 3 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาบ้านโคก หมู่ 5 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง คนร้ายนำระเบิดไปวางที่หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ลูก และด้านหน้าร้านเซเว่นฯ 1 ลูก แรงระเบิดทำให้หัวจ่ายเกิดเพลิงไหม้ หลังคาปั๊มทรุดตัว รวมทั้งฝ้าหลังคาร้านเซเว่นฯทรุดลงมาด้วยเช่นกัน พบรอยเลือดพร้อมรอยเท้าบนถนนหน้าทางเข้าปั๊ม และในทุ่งนาตรงข้ามปั๊มฯเกิดเหตุ คาดคนร้ายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่นำมาก่อเหตุ เจ้าหน้าที่แจ้งสถานพยาบาลทุกแห่งให้เพ่งเล็งเป็นกรณีพิเศษหากมีผู้ได้รับบาดเจ็บแฝงตัวเข้ารักษาบาดแผลรอง สวป.โดนสะเก็ดเข้าแขนจุดที่ 4 ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาตันหยงมัส หมู่ 1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ คนร้ายนำระเบิดวางที่ตู้ หัวจ่าย 2 จุด และร้านเซเว่นฯ 1 จุด ทำให้ตู้หัวจ่ายพัง ร้านเซเว่นฯกระจกแตก ฝ้าเพดานปั๊มร่วงลงมา ช่วงเกิดเหตุ ร.ต.อ.ประสิทธิ์ บำรุง รอง สวป. สภ.ระแงะ นำกำลังมาตรวจตราป้องกันเหตุพอดี และถูกสะเก็ดระเบิดเจ็บเล็กน้อยที่แขนขวา นำตัวส่ง รพ.ระแงะ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบคนร้ายแต่งชุดดำ 4-5 คนบุกเข้าก่อเหตุ จุดสุดท้ายจุดที่ 5 ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาดุซงญอ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ คนร้ายนำระเบิดวางไว้ที่ตู้หัวจ่าย 1 จุด และหน้าร้านเซเว่นฯอีก 1 จุด แรงระเบิดทำให้ทั้ง 2 จุดเสียหายหนักเช่นกัน เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายวางแผนระเบิดปั๊มน้ำมันเชื่อมโยงพร้อมกันทั้ง 5 แห่งดักโจมตีรถปิกอัพหนุ่ม อบต.นอกจากระเบิดปั๊มน้ำมันแล้ว คนร้ายยังดักถล่มรถยนต์พนักงาน อบต.ด้วย เมื่อเวลา 08.33 น. ร.ต.ท.ธีมดี ศรีหล้าเดโช รอง สว. (สอบสวน) สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุลอบระเบิดถล่มรถยนต์บริเวณ ทางโค้ง ถนนสายบ้านกีแยมัส หมู่ 4 ต.ฆอเลาะ อ.แว้ง นำผู้เกี่ยวข้องไปที่เกิดเหตุ พบใกล้การ์ดเหล็กกั้นขอบทางริมถนน มีหลุมลึก 30 ซม. กว้าง 50 ซม. ผิวยางมะตอยหลุดกระเด็น รถยนต์เสียหาย คนขับเคลื่อนย้ายไปจอดหน้าบ้านชาวบ้าน ห่างจุดเกิดเหตุ 1 กม. ตรวจสอบเป็นรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์ ทะเบียน กจ 3319 นราธิวาส กระบะท้ายติดตั้งหลังคาไฟเบอร์ ถูกแรงอัดระเบิดประตูหลังฝั่งซ้ายยุบทั้งบาน กระจกแตก คนขับชื่อนายณัฐภัค รามช่วย อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการ อบต. ฆอเลาะ ถูกแรงกระแทกไหล่ซ้ายเจ็บและหูอื้อ แพทย์ รพ.แว้ง ตรวจรักษาแล้วอนุญาตให้กลับบ้านได้เข้าใจผิดว่าเป็นรถ จนท.มั่นคงสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายณัฐภัค ขับรถปิกอัพออกจากบ้านเลขที่ 122/15 ถนนทรายทอง 3 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อเดินทางไปที่ทำการ อบต.ฆอเลาะ เนื่องจากมีการเลือกตั้งนายก อบต.และสมาชิก อบต.ในวันนี้ ขณะขับรถผ่านจุดเกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง จุดชนวนระเบิดที่วางไว้ริมถนนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เป็นจังหวะที่รถกระบะของนายณัฐภัคขับผ่านมาพอดี แรงอัดระเบิดทำให้รถได้รับความเสียหาย แต่นายณัฐภัคตั้งสติได้ รีบขับรถยนต์ไปขอความช่วยเหลือชาวบ้าน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ได้จุดชนวนเพื่อดักสังหารดังกล่าว4 ปั๊ม ปตท.ยะลาพินาศย่อยยับจ.ยะลา เวลา 01.14 น. คืนเดียวกัน เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องและวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมัน ปตท. รวมถึงร้านเซเว่นฯในพื้นที่ 4 จุด 1.ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านบันนังดามา อ.กาบัง 2.ปั๊มน้ำมัน ปตท.บันนังสตา อ.บันนังสตา 3.ปั๊มน้ำมัน ปตท.บูเกะคละ ริมถนนสายยะลา-รามัน ต.บุดี อ.เมืองยะลา และ 4.ปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนสาย 418 (ปัตตานี—ยะลา) ขาเข้าตัวเมืองยะลา ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าควบคุมสถานการณ์ ปิดกั้นพื้นเพื่อความปลอดภัย รอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบส่งโจ๋ยิงปืนขู่ไล่เด็กปั๊มก่อนบึมจากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ลักษณะของคนร้าย ที่ก่อเหตุในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสาย 418 (ปัตตานี—ยะลา) เป็นชายวัยรุ่นขี่รถ จยย.มาจอดหน้าปั๊มน้ำมันแล้วยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่ ขับไล่ให้พนักงานปั๊มออกไป ก่อนเข้าไปก่อเหตุวางระเบิด 3 ลูกไว้ที่หัวจ่ายน้ำมันจนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนปั๊มน้ำมันในอีก 3 จุดที่เหลือ พบการก่อเหตุของคนร้ายมีลักษณะเดียวกัน คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุใส่ถังดับเพลิงตั้งเวล จุดชนวนนำมาวางไว้เหมือนกันทุกจุด ขณะที่นายก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด และเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามผู้ก่อเหตุและคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วความเสียหายร่วม 60 ล้านบาทช่วงเช้า นายก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา พร้อมนายอัมรันท์ บากา นอภ.กาบัง พลังงานจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บูเกะคละ อ.กาบัง พบแรงระเบิดทำให้หัวจ่ายน้ำมัน 28 หัวจ่ายพังเสียหายทั้งหมด ร้านเซเว่นฯในปั๊มได้รับผลกระทบกระจกแตก มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน นายก้องสกุลเผยว่า มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น จุดที่ อ.กาบัง ประมาณ 10 ล้านบาท ส่วน อ.บันนังสตา ใกล้เคียงกัน ขณะที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสาย 418 ประมาณ 15 ล้านบาท และปั๊มน้ำมัน ปตท.บูเกะคละ มีรถยนต์และโครงสร้างเสียหายทั้งหมด มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท รวมทั้ง 4 จุด ร่วม 60 ล้านบาท ขณะนี้ได้ประชุมร่วมกับแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เร่งรัดด้านคดีและการรวบรวมพยานหลักฐาน ภารกิจเร่งด่วนคือการเยียวยาผู้ประกอบการ และฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อนในพื้นที่เศรษฐกิจจองเวรปั๊ม ปตท.ปัตตานีที่เดิมจ.ปัตตานี เวลาประมาณ 01.00 น. คืนวันที่ 11 ม.ค.เช่นกัน พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.เมืองปัตตานี นำกำลังไปตรวจสอบเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส หมู่ 7 ต.บานา แรงระเบิดทำให้กำแพงพังถล่ม คอท่อจ่ายน้ำมันลงบ่อเสียหาย ฝาเหล็กหลุดกระเด็น หลังคาปั๊มทรุดตัว ตู้กระจกแตก ชิ้นส่วนระเบิดกระจายทั่วบริเวณ สอบสวนทราบว่า ปั๊มแห่งนี้ปิดให้บริการเวลา 22.00 น. มี รปภ. 2 คน ดูแลความปลอดภัย จู่ๆ มีชาย 5 คน ปิดบังใบหน้า ขี่รถ จยย.มาจอดหน้าปั๊ม ถือปืนยาววิ่งเข้ามาจี้จับตัว รปภ.ทั้ง 2 คน มัดมือคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 5 กก.ไปวางบริเวณคอท่อปล่อยน้ำมันลงบ่อพักที่อยู่ใต้ดิน ก่อนวิ่งขึ้นรถ จยย.หลบหนีไป จากนั้นไม่นานเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ปั๊มแห่งนี้เคยถูกคนร้ายลอบวางระเบิดจนเกิดเพลิงไหม้มาแล้วเมื่อวันที่ 15 พ.ย.65ถล่มปั๊มกะพ้อ–จุดไฟเผาเซเว่นฯจุดที่ 2 เวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.อ.สินชัย พาบับพา ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี รับแจ้งคนร้ายลอบวางระเบิดและเผาร้านเซเว่นฯ ในปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนกะพ้อ-สายบุรี ต.กะรุบี นำกำลังไปถึงพบเพลิงลุกไหม้ร้านเซเว่นฯ รุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำร่วม 1 ชั่วโมง คุมเพลิงไว้ได้ เพลิงเผาตัวอาคารเสียหายทั้งหมด และคนร้ายยังนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางที่หัวจ่ายน้ำมัน 2 จุด ทำให้หัวจ่ายพังยับ กระจกอาคารใกล้เคียงแตก ชิ้นส่วนระเบิดกระจายทั่วบริเวณ สอบสวนทราบว่าช่วงเกิดเหตุปั๊มปิดบริการแล้ว แต่ร้านเซเว่นฯยังเปิดปกติ มีคนร้าย 7-10 คน ปิดบังใบหน้า ขี่รถ จยย.บุกเข้ามาในปั๊มแล้วแยกกันก่อเหตุ คนร้ายชุดแรกนำระเบิดแสวงเครื่องวางไว้ที่หัวจ่ายน้ำมัน 2 จุด คนร้ายอีกชุดบุกเข้าไปในร้านเซเว่นฯ ไล่พนักงานออกแล้วราดน้ำมันจุดไฟเผา ก่อนวิ่งขึ้นรถ จยย.หนีไป และเกิดระเบิดขึ้นทั้ง 2 จุดศอ.บต.เยียวยาผู้ประกอบการสายวันเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (คบฉ.) และรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมนางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี ลงพื้นที่ติดตาม เหตุลอบวางเพลิงและระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.บานา อ.เมืองปัตตานี หนึ่งในหลายจุดที่ถูกก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มี พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี รายงานเหตุที่เกิดขึ้น นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุระเบิดปั๊ม ปตท.บานา โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ปั๊มน้ำมันเสียหายพอสมควร เจ้าหน้าที่กำลังเก็บพยานหลักฐานสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ ส่วนการเยียวยาได้พูดคุยกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเรียบร้อยแล้ว จังหวัดและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะดูแลผู้เสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ขอให้สบายใจได้นราธิวาสเคอร์ฟิว 3 ทุ่มถึงตี 5ต่อมา พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ออกประกาศที่ 29/2569 เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน เวลา 21.00 น. ถึง 05.00 น. ทั่วทุกพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ และเพิ่มความเข้มงวดการผ่านเข้า-ออกจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ตรวจสอบยานพาหนะทุกประเภท การเดินทางของประชาชน และการค้าขายสินค้าทุกชนิด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ทหารดำเนินการด้านยุทธการ การตรวจค้น และการรักษาความมั่นคงตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด พร้อมขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนและประชาชนอำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแม่ทัพภาค 4 สั่งคุมเข้มชายแดนพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 กล่าวถึงเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมันว่า กำชับผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยทุกจุดให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงจุดตรวจจุดสกัดให้ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด มอบหมายให้หน่วยกองร้อยป้องกันชายแดน ปิดช่องทางเข้าและออกตลอดแนวชายแดนทั้งหมด เว้นจุดผ่านแดนถาวร บูรณาการร่วมกับศุลกากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มมาตรการตรวจเข้มบุคคลเข้าและออก ส่วนการก่อเหตุที่ขยายวงกว้างมายังพื้นที่เศรษฐกิจ ได้หารือร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อเพิ่มมาตรการเข้มงวดสูงสุด เนื่องจากเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวชี้ปมก่อเหตุมีทั้งการเมือง–ไฟใต้แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวต่อว่า ส่วนในวันนี้ที่มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทุกจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จัดชุดดูแลอำนวยความสะดวกตลอดห้วงการเลือกตั้ง สำหรับพฤติกรรมการก่อเหตุที่มีลักษณะคล้ายกันเกือบทุกจุด ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยง ทั้งประเด็นการเมืองท้องถิ่น การเลือกตั้ง การเมืองระดับชาติ หรือการข่มขู่ประชาชนของกลุ่มแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง จะประชุมหารือรายละเอียดในเชิงลึกอีกครั้งนายกฯฟันธงปมเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อเวลา 11.15 น. ที่ตลาด อ.ต.ก. เขตจตุจักร กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันพร้อมกัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รับทราบรายงานแล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิต ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการส่งสัญญาณให้สอดรับกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ได้มุ่งหวังก่อการร้าย ได้กำชับไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ ประสานไปทางกองทัพภาคที่ 4 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้เข้าไปแก้ปัญหา ผู้สื่อข่าว ถามว่า จะต้องถึงขั้นเรียกฝ่ายความมั่นคงมาประชุมด่วนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นแค่การหารือกันระหว่างผู้รับผิดชอบเท่านั้นผบ.ตร.ส่ง “บิ๊กราญ” คลี่คลายคดีพล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ด้านความมั่นคง) ในฐานะ ผบ.ศปก.ตร.สน. และ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 เร่งสืบสวนสอบสวนเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดวางเพลิงปั๊มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน รวม 11 แห่ง ในพื้นที่ จ.ยะลา นราธิวาส และปัตตานี กำชับให้ติดตามกลุ่มคนร้ายก่อความไม่สงบมาดำเนินคดีโดยเร็ว ย้ำให้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เบื้องต้นรับรายงานเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่สร้างสถานการณ์ความรุนแรงในคืนก่อนเลือกตั้ง อบต. พร้อมให้กวดขันเรื่องมาตรการความปลอดภัยด้วย“พลังงาน” ยกระดับปลอดภัยนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงฯสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทั้งพลังงานจังหวัด ผู้ค้าน้ำมัน ประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ยกระดับการควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน เพื่อเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันและจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานทุกแห่งอย่างเข้มงวด มุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยของพนักงานประจำสถานีและประชาชนผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ในพื้นที่ที่ประสบเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ยังขอให้มีการรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ส่วนกลางสามารถสนับสนุนความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเช็กสต๊อกน้ำมันสำรอง 3 จว.ใต้โฆษกกระทรวงพลังงานกล่าวต่อว่า ในส่วนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่เกิดการขาดแคลนหากมีการปิดเส้นทางหรือมีข้อจำกัดในการขนส่ง พร้อมทั้งจัดเตรียมแผนสำรองในการเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงผ่านเส้นทางเลือก เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ให้ต่อเนื่องที่สุด กระทรวงพลังงานขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้กำชับให้พลังงานจังหวัด ผู้ค้าน้ำมัน เจ้าของสถานีบริการ ประสานกับฝ่ายความมั่นคง เฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันอย่างใกล้ชิดและดูแลความปลอดภัยของพนักงานทุกคน และขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าเราได้เตรียมแผนสำรองปริมาณน้ำมันไว้เพียงพอต่อการใช้งานในทุกสถานการณ์จวกภาครัฐ “วัวหายล้อมคอก”ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศใน จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่พร้อมกัน ชาวบ้านส่วนใหญ่บอกว่าไม่เข้าใจถึงการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เพราะการทำลายปั๊มน้ำมันคือการทำลายเศรษฐกิจพื้นฐานในพื้นที่ เนื่องจากทุกคนต้องใช้บริการปั๊มน้ำมัน การเติบโตของปั๊มน้ำมันคือการนำความเจริญเข้าสู่พื้นที่ แต่ละปั๊มมีทั้ง 7-11 ร้านกาแฟอะเมซอน ที่เป็นจุดนัดแนะของคนในพื้นที่ไว้ผ่อนคลาย ไว้พักสายตาจากการขับรถ และที่สำคัญปั๊มในพื้นที่ส่วนใหญ่มีสถานที่ละหมาดให้กับนักเดินทางด้วย อยากเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ไม่ใช่หลังเกิดเหตุรุนแรงแต่ละครั้ง จะออกมาตรการป้องกัน เป็นการทำงานแบบวัวหายล้อมคอก เนื่องจากคนในพื้นที่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง นักลงทุนก็ไม่กล้ามาลงทุน ทำให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ลำบากชาวบ้านสับเละงานข่าวกรองชาวบ้านในพื้นที่ยังกล่าวถึงมาตรการประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 21.00-05.00 น. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นว่า ส่วนตัวเข้าใจสถานการณ์และรับได้เพราะอยู่ในพื้นที่จนชินชาแล้ว แต่อยากตำหนิหน่วยงานด้านข่าวกรองและฝ่ายความมั่นคงที่หละหลวม ขาดข้อมูลเชิงลึก ไม่แจ้งเตือนก่อนคนร้ายก่อเหตุ ทั้งที่ในแต่ละปีมีงบประมาณการข่าว และงบราชการลับถูกเบิกไปใช้จ่ายจำนวนมาก แต่กลับปล่อยให้ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตแบบเสี่ยงภัย ขณะที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอาหารโต้รุ่งส่วนใหญ่ที่เตรียมข้าวของไว้ขายช่วงกลางคืนบอกว่า การประกาศเคอร์ฟิวทันที ทำให้ร้านเตรียมตัวไม่ทัน ของสดที่เตรียมไว้ยังไม่รู้จะทำอย่างไร ด้าน “ร้านอิ่มนะ” ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส กล่าวว่า ร้านเปิดขายตั้งแต่เช้าถึงดึกทุกวัน การประกาศเคอร์ฟิวส่งผลกระทบกับรายได้เพราะมีลูกจ้างที่ทำงานกะดึก ลูกจ้างแต่ละคนอยู่นอกพื้นที่ กระทบต่อการเดินทางของที่เตรียมไว้ขายวันต่อวันด้วยคงต้องเททิ้งเช่นกันสว.ชี้บีอาร์เอ็นขู่กลุ่มทุนใหญ่นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว.ในฐานะโฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงสาเหตุการวางระเบิด วางเพลิงปั๊มน้ำมัน ปตท. 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ภายในคืนเดียวว่า การวางระเบิดปั๊มน้ำมันเป็นการทำลายเศรษฐกิจตามยุทธศาสตร์ที่บีอาร์เอ็นประกาศจะทำลายเศรษฐกิจการลงทุนในพื้นที่ ที่ผ่านมามีการวางระเบิดปั๊ม ร้านสะดวกซื้อ บริษัทห้างร้าน โชว์รูม โกดัง เครื่องจักรกล บริษัทก่อสร้างในพื้นที่มาตลอด การเลือกก่อเหตุวันที่ 11 ม.ค.เป็นวันที่มีการเลือกตั้ง อบต. บีอาร์เอ็นถือว่าการเลือกตั้งเป็นสัญลักษณ์การปกครองไทย บีอาร์เอ็นไม่เห็นด้วย และการเลือกตั้ง อบต.ครั้งนี้ บีอาร์เอ็นส่งแนวร่วมลงสมัครทั้งทีมผู้บริหารและสมาชิก อบต.เพื่อยึดหมู่บ้าน ตำบล สร้างฐานมวลชน บีอาร์เอ็นต้องการข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามในการเลือกตั้งครั้งนี้ เหตุที่เลือกเป้าปั๊ม ปตท. เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 มีนโยบายให้ ปตท.ไปตั้งปั๊มในพื้นที่กองทัพ ค่ายทหารต่างๆ บีอาร์เอ็น ถึงเลือก ปตท. เป็นเป้าหมายก่อการร้าย เพื่อทำลายเศรษฐกิจ และกลุ่มทุนใหญ่ ไม่ให้กล้ามาลงทุนในพื้นที่การข่าวห่วยไร้ประสิทธิภาพนายไชยยงค์กล่าวว่า สิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องทำ แต่ไม่ทำ คือการพัฒนาประสิทธิภาพการข่าว การที่บีอาร์เอ็นรวมพลกันกว่า 50 คน หากรวมแนวร่วมในพื้นที่ ทั้งคนชี้เป้า พาหนีหลังก่อเหตุ ต้องใช้คนปฏิบัติการกว่า 100 คน แต่การข่าว กอ.รมน. ไม่ระแคะระคายการก่อเหตุ ทั้งที่ก่อเหตุในเวลาเลือกตั้ง อบต. กอ.รมน.ต้องระวัง แต่เมื่อไม่มีงานการข่าว การป้องกันไม่มี เป็นจุดอ่อนที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้องแก้ไขเร่งด่วน ส่วนการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุคงไม่เป็นผลเหมือนทุกครั้ง เพราะหลังก่อเหตุกลุ่มก่อการร้ายจะสลายตัวไปหลบซ่อนประเทศมาเลเซียทุกครั้ง การประกาศเคอร์ฟิวไม่ได้ช่วยให้จับคนร้ายได้กินงบจนคนทำงานอ่อนแอ“ประเด็นสำคัญของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และกองทัพภาค 4 คือการบริหารงบประมาณ มีข่าวหนาหูจากเจ้าหน้าที่กองทัพถึงการจัดสรรงบประมาณ และอำนาจหน้าที่ที่รวบอำนาจรวบงบประมาณ ทำให้คนทำงานภาคสนามในส่วนหลัง ขาดแคลนงบประมาณและอ่อนแอ มีการใช้งบประมาณแบบเก็บ 70 และ ทำงาน 30 ที่วิจารณ์ในหมู่เจ้าหน้าที่ว่า คือสาเหตุสำคัญทำให้การแก้ปัญหาความไม่สงบไม่มีประสิทธิภาพ ขอให้ผู้บริหารเร่งพิจารณาแก้ไขเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการดับไฟใต้ให้กับประชาชนในพื้นที่” โฆษกกรรมาธิการทหารฯ สว.กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่