รายได้ของตำรวจแต่ละชั้นยศเป็นอย่างไรโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติในต่างประเทศเป็นอย่างไรเป็นหัวข้อที่คณะกรรมการการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน จะถกในการประชุมครั้งต่อไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ก่อนจะหาสถานที่ประจำประชุม คาดจะเป็นที่สภาผู้แทนราษฎร เพราะสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะหมดหน้าที่ลง และสถานที่แห่งนี้มีห้องรองรับ 5 คณะอนุกรรมการ ประกอบด้วย ด้านการบริหารงานบุคคล พล.อ.บุญสร้าง เป็นประธาน จะออกแบบการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค.60 เพื่อบังคับใช้ในปี 61ด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา นายธานิศ เกศวพิทักษ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา เป็นประธาน รับผิดชอบการแยกงานสืบสวนสอบสวน ด้านหน้าที่อำนาจและภารกิจของตำรวจ นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานด้านรับฟังความคิดเห็น พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน จะเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปจนครบ 9 เดือน เปิดรับข้อมูลทุกช่องทาง ด้านวิชาการ นายศุภชัย ยาวะประภาษ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานที่ผ่านมาตามรูปการณ์ที่ได้ประชุมจนถึงครั้งล่าสุด กรรมการฯจากฝ่ายตำรวจผนึกเสียงกันแน่น เห็นว่าปฏิรูปตามแบบฉบับของตัวเองดีอยู่แล้ว พร้อมได้อธิบายถึงโครงสร้างและอำนาจการโยกย้าย ให้คณะกรรมการฯได้เห็น ขาดเพียงงบประมาณที่จะต้องเพิ่มขึ้น ทุกปัญหาในวงการสีกากีจบทันทีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยชี้ให้เห็นถึงระบบการซื้อขายตำแหน่งยังมีอยู่ ประเด็นจึงแตกไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายให้ดูหลัก “อาวุโส ความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต” อย่างละ 33 เปอร์เซ็นต์ บางฝ่ายให้ดูหลักเฉพาะ “อาวุโสและความรู้ความสามารถ” อย่างละ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าอาวุโสลำดับหนึ่งมีตำหนิก็ให้ลำดับถัดไปขยับขึ้นแทนฉะนั้นหลังจากโหมโรงตีกรอบการปฏิรูปต้นธารกระบวนการยุติธรรม สังคมคงพอจะเห็นโฉมหน้าการปฏิรูปว่าจะเดินไปทิศทางไหน หากสังคมต้องการให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนจริงๆ พลังของประชาชนที่สะท้อนผ่านช่องทางต่างๆนั่นแหละ จะเป็นประกายและพลังให้คณะกรรมการฯถักทอเป็นกฎหมายฉบับปฏิรูปตำรวจในฝันเพื่อให้ตำรวจ “บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว”พูดง่ายๆคือยึดหลักประชาชนต้องมาก่อนสุดท้ายพิมพ์เขียวการปฏิรูปตำรวจจะเป็นอย่างไร พล.อ.บุญสร้าง ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า เมื่อผมเข้ามาแล้วต้องทุ่มเททำงานเต็มที่ ไม่หนักใจอะไรมาก เหนื่อยหน่อยไม่เป็นอะไร ทอทหารอดทน ในฐานะที่มีประสบการณ์การปฏิรูปที่ดี ทำมาทุกงานเรียบร้อยดี ย่อมช่วยให้เรามั่นใจว่า การปฏิรูปครั้งนี้คงไม่ถึงกับล้มเหลวพร้อมได้ออกตัวการพูดคุยในแต่ละประเด็น ไม่อยากฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทำงานในรูปแบบคณะกรรมการ และจะเปิดรับฟังจากทุกฝ่ายให้มาก รวมถึงรับฟังตำรวจด้วย ไม่ใช่มีประธานเป็นทหารแล้วไปปฏิรูปตำรวจให้เป็นทหาร ปัญหามันคนละอย่างตั้งแต่ประชุมนัดแรกจนถึงครั้งล่าสุด เชื่อว่าจะทำได้ทันเวลาตามรัฐธรรมนูญ จะสำเร็จตามเป้าหมายแค่ไหน ขึ้นอยู่ที่เราทุ่มเท จริงใจ โดยรับฟังความคิดเห็นหลายด้าน ไม่ใช่ปฏิรูปแล้วเลวร้ายลงกว่าเดิมขณะนี้อนุกรรมการแต่ละชุด และคณะกรรมการการปฏิรูปตำรวจได้เริ่มทำงานแล้ว เช่น ฝ่ายรับฟังความคิดเห็น มีคนสนใจเยอะมากที่จะเป็น เพราะได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับประชาชน บางทีผมอาจจะไปด้วยขณะเดียวกัน ได้กำชับให้ 5 คณะอนุกรรมการไปจัดทำตารางผังงาน ซึ่งสามารถดูการปฏิรูปตำรวจได้อย่างละเอียด ทั้งในรูปแบบของแต่ละองค์กร รูปแบบตำรวจของแต่ละประเทศ แนวทางการศึกษาของแต่ละคนที่ได้ทำมา การปรับปรุงโครงสร้าง สตช. หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายผลการศึกษาและการรับฟังจะเอามาทั้งหมด สมมติว่ามี 20 แหล่ง ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันการวิจัย 10 แห่ง รูปแบบต่างประเทศมี 10 ประเทศ เราไม่ก๊อปปี้แบบประเทศอื่นแน่นอน เพราะโจทย์ไม่เหมือนประเทศไหน การประชุมครั้งหน้าจะเห็นว่าแต่ละประเทศเป็นอย่างไร ฝ่ายวิชาการจะสรุปออกมา อันไหนไม่ครบต้องหามาให้ครบขอให้หาข้อมูลให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องเร่งด่วนสรุปข้อมูลทุกด้านที่ได้มา การรับฟังที่รอบด้าน และในที่ประชุมให้พูดได้อย่างเปิดอก ความเห็นหลากหลาย ค่อยๆพิจารณาว่าความเห็นของใครมีเหตุมีผลอย่างไร สุดท้ายจะได้รับทราบคำตอบที่ดีที่สุด และไปแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง บางกรณีอาจจะต้องออกกฎหมายใหม่2 เดือนนับจากนี้ไปคงได้เห็นทิศทางการปฏิรูปตำรวจ จากนั้นเป็นการทำกฎหมาย แก้ไขกฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย เตรียมรับฟังความเห็นเพิ่มเติม และเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ ทุกอย่างมีขั้นมีตอนตามกรอบเวลา 9 เดือนสังคมจะเห็นผลสำเร็จของการปฏิรูปตำรวจตามสโลแกนของ สตช. บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว ได้อย่างไรภายใน 9 เดือน พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวยังไม่ถึงภาคปฏิบัติ จะออกมาเป็นกฎหมาย หลังจากนั้นอีกนิดเดียวถึงบังคับใช้จะทลายกำแพงวัฒนธรรมเดิมของตำรวจได้อย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ยากมาก พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า คงไม่ถึงขั้นมีกำแพงวัฒนธรรมหรอก เป็นแค่ความเคยชินที่ทำแบบเดิม ไม่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ความจริงการเรียนรู้ใหม่เป็นเรื่องที่ดี ทำให้ชีวิตมีรสชาติดีขึ้นและดีกับตำรวจ จะต้องค่อยๆบอกตำรวจแต่กรณีนี้เขาบอกกันเองได้ เพราะตำรวจคิดอยู่เรื่อยๆ เมื่อคณะกรรมการฯทำดี ตำรวจก็เห็นด้วย สุดท้ายย่อมดีกับประชาชนสังคมจับตาดูปัญหาหลักทั้งการสอบสวน การแต่งตั้งโยกย้าย และงบประมาณ ในที่ประชุมได้สนทนาธรรมถึงปัญหาเหล่านี้อย่างไรบ้าง พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า เรื่องพวกนี้มีการแลกเปลี่ยนในที่ประชุม เช่น การจัดสรรงบประมาณ รัฐบาลจะต้องดูให้สมเหตุสมผลการปรับปรุง การโยกย้ายให้เป็นธรรมโดยไม่ใช้เงิน การสอบสวนก็มีผู้เสนอให้อัยการเข้ามามีบทบาทในคดีสำคัญที่เป็นปัญหาและที่ประชาชนสนใจในหลักการเห็นด้วย แต่จะต้องถกหาทางออกร่วมกันวันนี้มีการพูดถึง สตช.เมื่อปฏิรูปแล้วจะสังกัดหน่วยงานไหน และตามโครงสร้างใหม่จะต้องกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นอย่างไร พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า อีกไม่นานจะทราบหลังออกแบบโครงสร้าง สตช.จบ เรื่องนี้ไม่หนักใจ เช่นเดียวกับการกระจายอำนาจตำรวจให้ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น การแยกงานที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากตำรวจ เช่น งานจราจร ล้วนจะต้องพิจารณา แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถพูดได้มีคนเสนออยากให้การแต่งตั้งโยกย้ายเหมือนกระทรวงกลาโหม สตช.จะทำแบบนี้ได้อย่างไร พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า พื้นฐานไม่เหมือนกัน ตำรวจต้องทำให้ดีในแง่ของตำรวจ คงไม่เหมือนของกองทัพหรืออาจจะคล้ายกัน จะต้องรอดูผลสรุปของที่ประชุม ซึ่งนำผลศึกษาต่างๆรวมถึงแบบของต่างประเทศมาพิจารณาอีกปมที่อำนาจการเมืองเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย จะออกแบบแก้ไขอย่างไร พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า เป็นโจทย์ใหญ่อีกอันหนึ่งว่าจะมีวิธีการทำอย่างไรไม่ให้เป็นแบบนั้น คิดคนเดียวคิดไม่ออก จะต้องช่วยกันคิดเป็นทีม ดีที่สุดในกรอบนี้ถ้าทำไม่ได้ก็คิดอะไรใหม่ให้มากๆไปเลย ซึ่งอาจจะเสี่ยง อันนี้ต้องดูความรอบคอบและความที่น่าจะเป็นไปได้ด้วยทั้งหมดเรามีเป้าหมายให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้รับความยุติธรรมชีวิตตำรวจชั้นผู้น้อยดีขึ้น และการแต่งตั้งโยกย้ายดีขึ้นทีมข่าวการเมือง ถามว่า มาถึงวันนี้ประชาชนไม่มั่นใจว่าการปฏิรูปจะสำเร็จตามเป้าหมาย พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า ประชาชนเจอเรื่องที่ไม่สำเร็จมาเยอะ แต่การปฏิรูปตำรวจจะต้องสำเร็จ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้สำเร็จเมื่อสำเร็จแล้วประชาชนจะชอบหรือไม่ ถึงเวลานั้นขอให้ดูอีกทีระบบจะค่อยๆพัฒนาหลังจากมีกฎหมายที่มันเอื้อต่อการปฏิรูปตำรวจประชาชนบางคนอาจจะไม่ชอบแต่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะชอบ.ทีมการเมือง