เรามาฟังโอวาทของ สมเด็จพระสังฆราช กันต่อเลยครับ...“...ยิ่งท่านทั้งหลายล้วนมีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสุขความทุกข์ของประชาชน หากท่านทำกิจการงานทั้งปวง โดยมีเป้าหมายคือ ประโยชน์สุขของส่วนรวมกล่าวคือ ชาติไทยเป็นสำคัญ มิใช่เพื่อความสุขหรือประโยชน์จำเพาะ แก่พวกหนึ่งพวกใด หรือคนหนึ่งคนใดแล้ว”การทำงานของท่านก็เสมอด้วยการประพฤติธรรม เพราะเท่ากับว่าท่านกำลังทำหน้าที่อยู่ด้วยกุศลเจตนา“การให้” ไม่ว่าจะด้วยวัตถุสิ่งของ หรือประโยชน์เชิงนามธรรมจากการทำงานอย่างสุจริตของท่าน ก็ย่อมจัดเป็นคุณูปการสำหรับแผ่นดิน เป็นประโยชน์ค้ำจุนคนทั้งชาติร่วมกัน ในลักษณะที่เปรียบได้ดั่ง “สังฆทาน”แต่ถ้าท่านทำงานโดยมุ่งประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ของพวกพ้องเฉพาะกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แม้จะเป็นผลดีก็ตามที แต่ก็ไม่อาจอำนวยความสุขให้แก่มหาชนในวงกว้างการทำหน้าที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายในนามรัฐ ย่อมไม่เกิดประสิทธิผลตามที่ควรจะเป็น เปรียบเสมือนท่านให้เพียงจำเพาะรายบุคคล แบบปาฏิบุคลิกทานส่วนบุคคลใดทำการงานโดยไม่ซื่อสัตย์ โดยทุจริต เป็นอันธพาลที่ปลอมตัวมาในคราบของคนดีเสียแล้ว ก็ไม่ควรจะต้องพูดถึงกันเพราะไม่ว่าเขาผู้นั้นจะหวังประโยชน์สำหรับใครๆก็ล้วนแต่เป็นบาป นำความตกต่ำเสื่อมถอยเป็นที่หมายได้ทั้งในชีวิตนี้และในชีวิตหน้าบุคคลประเภทที่กล่าวสุดท้ายนี้ไม่ควรเป็นตำรวจ และไม่ควรจะเป็นสมาชิกในสังคมเสียเลยด้วยซ้ำการถวายสังฆทานของท่านในวันนี้ นอกจากจะได้อานิสงส์มาก เป็นบุญอันเลิศที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญแล้วจึงยังเตือนใจทุกท่านให้มีอุดมการณ์เพื่อการทำงานและการดำรงชีวิต โดยมุ่งถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์เฉพาะตน หรือเฉพาะบุคคลหนึ่งบุคคลใด ตามหลักการในพระพุทธศาสนา...โอวาทที่สมเด็จพระสังฆราชประทานให้ ผมว่าตรงไปตรงมาเข้าใจง่ายบางคนฟังจบต้องถึงกับสะดุ้ง!บางคนที่ประพฤติปฏิบัติอยู่ในลู่ในทางอยู่แล้ว...คงรู้สึกอิ่มใจ?สหบาท