น่าจะลัดคิวมาเป็นการเฉพาะเจาะจงเลยกับฉากอีเวนต์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ได้นำทีมประชาสัมพันธ์การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์จากยางพาราและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพาราว่ากันตามท้องเรื่อง “Today Life’ Rubbers”แล้วก็เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่พูดดังๆกลางงานเลยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำบัญชีรวบรวมความต้องการใช้ยางพาราของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเสนอขออนุมัติงบประมาณนำไปสนับสนุนการผลิตใช้ในประเทศเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ แก้ปัญหาราคายางด้วยกลไกในประเทศก่อนนายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งขยายตลาด เพิ่มกำลังซื้อจากประเทศจีนที่เป็นประเทศที่สั่งซื้อยางพาราจากไทยเป็นจำนวนมาก ถือเป็นผลประโยชน์การค้าต่างตอบแทนที่ไทยต้องได้ผลประโยชน์ด้วยตามรูปการณ์ที่ผู้นำรัฐบาล คสช.แสดงถึงความพยายามแก้ปัญหาราคายางตกต่ำไม่ได้นั่งเฉยๆ หรือโบ้ยให้ไปขายดาวอังคารขณะที่ พล.อ.ฉัตรเฉลิมก็ออกปากปรามนักการเมืองทำอะไรให้อยู่ในกรอบการนำชาวสวนยางมากดดันรัฐบาลมากๆ ผู้ที่ได้ประโยชน์คือผู้ที่กดดัน แต่ชาวสวนไม่ได้อะไรมากรีบดักคอดักทางขบวนการปลุกม็อบป่วนในสถานการณ์ที่ชาวสวนยางในภาคใต้ส่งเสียงคำรามฮึ่มๆ จะไม่ทนอีกต่อไปล้อกับจังหวะที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำขาใหญ่กลุ่ม กปปส.เปิดบ้านในจังหวัด สงขลา เรียกตัวแทนชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ นัยว่าระดมสมองหาวิธีแก้ปัญหาราคายางพาราแต่แฝงด้วยลูกติดพันฟาดหางหนักๆตะโกนไล่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่มีน้ำยาในการแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำตามสภาวการณ์ที่สุ่มเสี่ยงกับภาวะ “โรคแทรก” ทางการเมืองโดยเฉพาะเรื่องยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ก็รู้กันอยู่ว่าเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองของป้อมค่ายไหน คุมเกมเล่นได้ทุกรอบปีเรื่องของเรื่อง มันก็เข้าเหลี่ยมสถานการณ์แบบที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ อ่านขาดว่า ปัญหาพืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำ เป็นหัวเชื้อ “อันตราย” ที่รัฐบาลต้องพยายามประคองสถานการณ์ ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลมแบบที่ล่าสุดมีการอนุมัติงบฯ 2.5 หมื่นล้านบาท เดินหน้ามาตรการอัดฉีดเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรฐานรากไปบรรเทาภาวะปากท้องเฉพาะหน้าซื้อใจชาวนา ชาวไร่ สกัดม็อบตั้งแต่ต้นทางแต่อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ “บิ๊กตู่” และกัปตันทีมเศรษฐกิจพยายามอุดช่องโหว่ปมพืชผลเกษตรราคาตกต่ำกันทุกวิถีทางมันก็บังเอิญมีปมร้อนมา “เผาหัว” ให้ระอุเข้าไปอีกตามสถานการณ์ล่าสุดที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ยอมรับว่า มีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ T–50TH จากประเทศเกาหลีใต้ให้กับกองทัพอากาศ เพิ่มอีก 8 เครื่องวงเงินงบประมาณ 8,800 ล้านบาทเข้าเหลี่ยม “นักร้องขาประจำ” อย่างนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร่อนแถลงการณ์ จี้ให้คณะรัฐมนตรีชะลอการจัดซื้อเครื่องบิน T–50THเพราะอาจขัดรัฐธรรมนูญ และไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนตีปี๊บสอนมวยเลยว่า กระทรวงกลาโหม และ ครม.ควรจะมีสำนึกถึงความยากแค้นของพี่น้องประชาชนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการขายสินค้าทางการเกษตรในราคาที่ตกต่ำสุดๆตอกย้ำ “จุดเปราะบาง” ในสถานการณ์ที่รัฐบาลก็อ้ำๆอึ้งๆ.ทีมข่าวการเมือง