ประกาศลุยพลิกโฉมวงการสีกากี เทือกแย้มขอเอี่ยวภาคประชาชน ‘ปู’ สู้สุดฤทธิ์ขอยื่นร้องศาลรธน.“บิ๊กตู่” กดปุ่มทีมงานปฏิรูป ตร.รีดงานด่วนทำหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้ายเสร็จภายในสิ้นปี 60 สั่งค้นคำตอบควรสังกัดที่ไหน แยกหรือไม่แยกอำนาจสอบสวนการจัดโผคัดคนใช้ระบบอะไร ให้สูตร 2-3-4 ลุยจบใน 9 เดือน “บุญสร้าง” กร้าวจัดเต็มพลิกโฉมวงการสีกากี เซ็งลี้เก้าอี้ต้องหมดไป “วิษณุ” ขออย่าตอกลิ่มร้าวฉานวิจารณ์ใช้ทหารล้างตำรวจ นายกฯโต้พวกกล่าวหาสืบทอดอำนาจไม่ใช่คนไทย ปลุกชาวบ้านเลือกคนดี “นิพิฏฐ์” เมินลิเกยื้อโรดแม็ปจี้ รบ.แก้ปมปากท้อง พท.อัดใช้ ม.44 ฟุ่มเฟือยเอื้อประโยชน์เอกชน “วัฒนา” เหน็บพอหรือยังกับเผด็จการฝึกงาน ตร.คาดวันหยุดยาวต่างด้าวแห่กลับบ้านอีก “เจ๊ต้อย” ห่วง ศก.เจ๊งแสนล้าน “มาร์ค” อวยพร 68 ปี “เทือก” สวนหมัดประเด็นไพรมารีโหวต “ปู” ไปศาลไต่สวนคดีข้าว ซึ้งกำลังใจกองเชียร์แน่น ปัดข่าว “มณฑาทิพย์” พี่สาวโผล่ชิง หน.พรรคหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) มาวางแนวทางการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ได้มอบนโยบายในการทำงาน กำหนดงานเร่งด่วนให้ไปวางหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ “บิ๊กตู่” ชูนิ้วโป้งหารือทีมปฏิรูป ตร.เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการมอบนโยบายให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเข้าร่วม มีคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่ไม่ได้มาร่วมเพียง 4-5 คน ทั้งนี้ ก่อนนายกฯจะมอบนโยบาย เมื่อเวลา 13.15 น.นายวิษณุ ได้หารือนอกรอบร่วมกับคณะกรรมการฯก่อน เพื่อทำความเข้าใจกรอบการทำงาน และวางระบบธุรการใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ภายหลังการหารือ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธ ที่จะให้สัมภาษณ์ เพียงแต่ชูนิ้วโป้งเป็นสัญลักษณ์ยอดเยี่ยมให้กับผู้สื่อข่าวเท่านั้น“รุ่งโรจน์” นั่งเลขาฯ “สมคิด” โฆษกผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิษณุได้กล่าวรายงานในที่ประชุมว่าจะประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกวันที่ 12 ก.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และจะหมุนเวียนสถานที่ไปตามความเหมาะสมทั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) สำหรับผู้ทำหน้าที่เลขานุการคือ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำหน้าที่โฆษก ส่วนงบประมาณและค่าตอบแทนของคณะกรรมการฯ รัฐบาลจะหารือกับสำนักงบประมาณต่อไปจ่อผุดอนุ กก.ช่วยงานอีก 4 คณะผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า การประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจในวันที่ 12 ก.ค. จะพิจารณาแต่งตั้งอนุกรรมการด้านต่างๆ เบื้องต้นจากการประชุมร่วมกับนายกฯวางเอาไว้ 4 คณะ ประกอบด้วย 1.อนุกรรมการพิจารณาเรื่องโครงสร้าง อำนาจ หน้าที่ 2.อนุกรรมการพิจารณาเรื่องการบริหารงานบุคคล เงินเดือน การแต่งตั้งโยกย้าย 3.อนุกรรมการพิจารณาเรื่องการสืบสวนสอบสวนว่าต้องเป็นอิสระหรือไม่ และ 4.อนุกรรมการด้านสื่อสารและประชาสัมพันธ์ โดยทุกคณะจะมีกรรมการปฏิรูปตำรวจเป็นประธาน ส่วนตัวอนุกรรมการแต่งตั้งคนนอกเข้ามาได้“บิ๊กสร้าง” ลั่นเซ็งลี้เก้าอี้ต้องหมดไปต่อมาเวลา 15.20 น. นายวิษณุ และ พล.อ.บุญสร้างร่วมแถลงข่าว โดย พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้สำเร็จตามเวลาที่กำหนด เรื่องเร่งด่วนแรกที่ต้องทำคือวางหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ การซื้อขายตำแหน่งต้องหมดไป ต้องกระจายอำนาจไปในพื้นที่ไม่กระจุกที่ส่วนกลาง โดยการประชุมนัดแรกจะตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานชุดต่างๆ จะดึงภาคประชาชนเข้าร่วม เมื่อถามว่าตั้งเป้าหมายและคาดหวังการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้อย่างไร พล.อ.บุญสร้าง ตอบว่า ตนเป็นทหารได้รับมอบหน้าที่อะไรต้องทำให้ดีที่สุด มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและในคำสั่งนายกฯแล้ว จะพยายามทำงานให้เสร็จล่วงหน้าให้เร็วที่สุด การทำงานตนยึดหลายสายกลาง ถ้าเราคิดสุดโต่งก็จะหาทางสรุปยาก ทำให้ดีที่สุดเพื่อประชาชน แต่อาจไม่เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ขอเลิกวิจารณ์ใช้ทหารมาล้าง ตร.ด้านนายวิษณุกล่าวว่า นายกฯมอบหมายให้ชี้แจงที่มาที่ไปของคณะกรรมการที่มีเสียงวิจารณ์ว่ามีตำรวจนั่งเป็นคณะกรรมการหลายคน รัฐธรรมนูญกำหนดต้องมีจำนวนตำรวจเท่ากับผู้ที่ไม่เป็นตำรวจ ส่วนประธานทาบทามหลายคน แต่มีปัญหาสุขภาพและความกระชั้นชิด ทำให้มาตกที่ พล.อ.บุญสร้าง อย่าไปวิจารณ์ให้เกิดความร้าวฉานว่าทหารจะมาปฏิรูป ตำรวจ การทำงานเชิงธุรการ จะประชุมกันครั้งแรกวันที่ 12 ก.ค. จากนั้นจะประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง วันนี้เป็นเพียงการหารือ ยังไม่นับเป็นการประชุมหาคำตอบต้นสังกัดอำนาจสอบสวนนายวิษณุกล่าวอีกว่า นายกฯยังมีคำสั่งให้ไปเชิญอดีตอธิบดีกรมตำรวจ และ ผบ.ตร.ทุกคนที่เต็มใจมาให้ความเห็น รวมถึงต้องรับฟังความคิดเห็นของตำรวจ สื่อ ประชาชนกลุ่มต่างๆด้วย และให้นำการวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องมาย่อให้สั้นจัดเป็นหัวข้อแจกกรรมการประกอบการพิจารณา ส่วนเนื้อหาสาระการปฏิรูป นายกฯให้แนวทาง 3 ประเด็น คือองค์กรให้ไปพิจารณาว่า สตช.ต้องสังกัดที่ใด กระบวนการยุติธรรมให้ไปพิจารณาอำนาจสอบสวนจะคงอยู่อย่างเดิมหรือจะแยก จะทำงานประสานกันอย่างไรระหว่างตำรวจ มหาดไทย อัยการและกรมสอบสวนคดีพิเศษ และการบริหารงานบุคคล การแต่งตั้งโยกย้าย คัดคนมาเป็นตำรวจ จะใช้ระบบอะไร หลักสูตรนักเรียนนายร้อยเหมาะสมทันสมัยหรือไม่ รวมถึงการให้ตำรวจมีหรือไม่มีเครื่องแบบ ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ที่นายกฯวางไว้นายกฯให้สูตร 2–3–4 ลุยจบใน 9 เดือนนายวิษณุกล่าวว่า นายกฯให้ไปดูด้วยว่าระบบการแต่งตั้งโยกย้ายจะใช้ระบบอาวุโส หรือระบบความดีงาม จะแบ่งสัดส่วนกันอย่างไร ซึ่งคำสั่งที่ตั้งกรรมการระบุให้ทำเรื่องนี้ให้เสร็จภายในปีนี้ นายกฯได้เขียนสูตรการทำงานด้วยลายมือ จำนวน 13 หน้าเอสี่ โดยสูตรคือ 2-3-4 คือ 2 เดือนแรกให้ศึกษาปัญหาทั้งหมด อ่านงานวิจัยให้หมด 3 เดือนถัดไปยกร่างกฎหมาย กำหนดกติกาให้เสร็จ และ 4 เดือนสุดท้ายรับฟังความเห็นและแต่งเติมส่วนที่บกพร่อง ทั้งหมด 9 เดือน พอดีหมดอายุกรรมการแต่ไม่หมดอายุรัฐบาล รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซง นายกฯระบุในที่ประชุมว่า คนรู้ทั้งประเทศว่าตำรวจมีโจทย์อะไรบ้าง สิ่งที่คนทั้งประเทศรอคือคำตอบ นายกฯเชื่อมั่นและฝากความหวังไว้ที่คณะกรรมการ สิ่งใดทำเสร็จก่อนให้เอาออกมาก่อน หากต้องใช้มาตรา 44 แก้ให้นายกฯก็ยินดี หรือต้องแก้กฎหมาย ออกคำสั่งนายกฯ หรือใช้กฎ ก.ตร.ก็ให้ดำเนินการไปก่อนได้ฟุ้งจะพลิกโฉมวงการสีกากีพล.อ.บุญสร้างกล่าวอีกว่า ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆกับตน ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ต้องทำให้เสร็จตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่จะสำเร็จหรือไม่ ถ้าเราตอบว่าสำเร็จ ต้องโอ้โห! ชั้นเลิศเลย แต่จะพอใจทุกคนมันคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่เราจะทำให้ดีที่สุด ทุกอย่างไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อมั่นตัวคณะกรรมการที่ตั้งมาคนดีๆทั้งนั้น และไม่ใช่คนที่มีความคิดสุดโต่ง เชื่อมั่นว่าจะทำได้และเชื่อว่าจะพลิกโฉมวงการตำรวจให้ดีขึ้นได้ ส่วนรูปแบบการแต่งตั้งโยกย้ายคงไม่มีอะไรตายตัว โดยคณะกรรมการจะไปคิดกัน ทำงานอย่างกองทัพคือช่วยกันคิด เราคงไม่ได้ทำงานเพื่อเอาชนะ เมื่อถามว่ามีโมเดลการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้ไว้ในใจไว้อย่างไรบ้าง พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า เรื่องปฏิรูปตำรวจมีการศึกษาไว้มากมาย จะได้มีการสรุป และวันนี้มีคนหนึ่งที่รู้เรื่องตำรวจดีบอกในที่ประชุมว่าไม่มีองค์กรไหนในประเทศไทย ที่มีการศึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างจนมีข้อมูลมากที่สุดเท่า สตช.ติงอย่าหลับตาวิจารณ์โดยไร้ข้อมูลเมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวผ่านรายการ“ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า เรื่องแรงงานต่างด้าวดีใจที่คนไทยตื่นตัวอยากให้เข้าใจตรงกันว่าปัญหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ อุปสรรคสำคัญคือการพิสูจน์สัญชาติประเทศต้นทาง สิ่งเหล่านี้คนที่ไม่เคยรู้ ควรเปิดหูเปิดตา ไม่ใช่หลับตาปิดใจวิพากษ์วิจารณ์โดยปราศจากข้อมูล ต้องเอาความจริงมาพูดให้ความรู้ ว่าถ้าไม่มีการให้แรงงานเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานจะไม่มีใครทำงานให้ประเทศ จะเอาแต่ได้ไม่ยอมเสียอะไรเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องไม่ใช่การเสียความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อมี พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวออกมาต้องปฏิบัติตามนั้น ต้องขออภัยในความยุ่งยาก เราไม่สามารถจะอนุญาตให้เข้ามาก่อนขึ้นทะเบียนแล้วมาพิสูจน์สัญชาติภายหลังได้อีกต่อไป เพราะจะเปิดโอกาสให้ทำผิดกฎหมายไปพัวพันกับการค้ามนุษย์ ตอนนี้เราให้เวลา 6 เดือนหรือสิ้นปีนี้ต้องหาวิธีดำเนินการให้ได้ อย่าลืมว่าที่ผ่านมาทำผิดกฎหมายมามากและนานพอสมควร สำนักจัดหางานเถื่อน นายหน้าหรือบริษัทไม่สุจริต ขบวนการค้ามนุษย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุจริตเรียกรับผลประโยชน์รีดไถจากการเดินทางไป-กลับภูมิลำเนาของแรงงาน ต้องไม่เกิดขึ้นอีกโดยเด็ดขาด “เทือก” เล็งตั้งภาค ปชช.ชงไอเดียด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.) กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจว่า กำลังชั่งใจจะชวนผู้ที่มีความตั้งใจในการปฏิรูปตำรวจมาเป็นกรรมการภาคประชาชน เพื่อระดมความคิดเห็น เมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอความเห็นให้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เป็นเวลาดีที่สุดที่จะทำให้ตำรวจเป็นของประชาชน ในความคิดของมวลมหาประชาชน ตำรวจต้องตั้งเป็นกองบัญชาการตำรวจต่างๆ แยกงานสอบสวนออกไปทุกจังหวัด ใครมาเป็นตำรวจร้อยตรี ตำแหน่งสูงสุดคือหัวหน้าตำรวจในจังหวัดนั้นๆ ไม่มีย้ายข้ามจังหวัดหรือข้ามภาค เพราะเป็นสาเหตุเรียกรับเงิน เช่นเดียวกันกับ พลตำรวจจะได้ทราบว่าต้องอยู่จังหวัดนั้นๆจนเกษียณ แต่ไม่ได้หมายความว่าตำรวจจะอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย เมื่อถามหลายฝ่ายเสนอให้แยกงานสอบสวนออกจากงานสืบสวน นายสุเทพตอบว่าธรรมชาติตำรวจแยกออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ปราบปราม สอบสวนและสืบสวน ไม่จำเป็นต้องแยกงานสอบสวนเป็นอีกหน่วยงานต่างหากนายกฯย้ำขับเคลื่อน ปท.อย่างยั่งยืนอีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กพย.มีความสำคัญต้องขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมายในการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนเป็นตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การปฏิรูปประเทศ แผนแม่บท และตอบสนองเป้าประสงค์ของสหประชาชาติ 15 ปีที่ผ่านมาไทยเราอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและทำได้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่เดินตามแนวทางศาสตร์พระราชา ดังนั้นการขับเคลื่อนประเทศให้เกิดความยั่งยืนที่มีความหลายหลากต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาประชุมเพียง 40 นาที ก่อนกลับขึ้นห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ โต้พวกหาสืบอำนาจไม่ใช่คนไทยเมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่าไม่อยากให้คนไทยฝากทุกอย่างให้รัฐบาลรับผิดชอบ โดยที่ไม่มีส่วนร่วม ทุกอย่างต้องช่วยกันแก้ไข อย่าคิดถึงอนาคตทางการเมืองอย่างเดียว รัฐบาลและคสช.ไม่ได้มุ่งหวังอำนาจอย่างที่กล่าวอ้างกันทุกวันว่าจะสืบทอดอำนาจ ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ถ้าไม่ได้ทำเพื่อประเทศชาติ เราไม่ต้องการควบคุมการเมือง ประชาธิปไตยอีก 10-20 ปี ใครคิดแบบนั้นตนว่าไม่ใช่คนไทย วันนี้โลกภายนอกไม่ค่อยมีปัญหากับเรื่องที่มาของรัฐบาลมากนัก แต่เขาให้ความสนใจกับความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ถ้าไม่มีเสถียรภาพ การค้า การลงทุนจะหยุดชะงัก ในโลกจึงมีทั้งประเทศที่เป็นประชาธิปไตย สังคมนิยม บางประเทศยังเป็นรัฐบาลทหาร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละประเทศ ทุกคนต้องสร้างความเข้าใจว่าเราทำเพื่ออะไรกันอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช่ไปฟังนักการเมืองที่มุ่งหวังแต่เพียงการเมืองอย่างเดียว ตนไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะต้องเป็นอย่างอื่น ยืนยันเรามีประชาธิปไตยมา 85 ปีแล้วต้องมาดู 85 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ แต่ทำไมเราไม่รู้จักการแก้ไขในสิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกต้อง มีการเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จเหมาะสมเสียในช่วงนี้ วันหน้าทุกอย่างมันต้องดีขึ้นเองปลุกเลือกคนดีเอาชนะกลการเมืองพล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ช่วงนี้รัฐบาลและ คสช.พยายามจะเปิดโอกาสสร้างบรรยากาศให้มีการปฏิรูปในทุกๆด้าน จะได้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบอย่างเต็มภาคภูมิตามแบบฉบับของเรา สอดคล้องกับวิถีชีวิตประวัติศาสตร์และอารยธรรมของเรา ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ถูกบิดเบือนบิดเบี้ยวจนเสียหลักการอันเป็นแก่นแท้ เพียงเพื่อผลประโยชน์ของใครบางคน กลุ่มบางกลุ่ม วันนี้เราต้องมาร่วมกัน สร้างประวัติศาสตร์ ต้องให้กำลังใจให้โอกาสคนดีๆ พยายามทำเพื่อส่วนรวมประเทศชาติ อนาคตของลูกหลาน ไม่ให้พ่ายแพ้ต่อกลการเมืองที่อาจจะไม่จริงใจลาวเข้าใจดีไทยจัดระเบียบต่างด้าวส่วนกรณีที่รัฐบาลชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวออกไป 180 วันนั้น ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายหลี บุญค้ำ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เข้าเยี่ยมคารวะก่อนจะพ้นจากหน้าที่ว่า ได้พูดคุยเรื่องการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวของไทย ลาวเข้าใจดีว่าเป็นการจัดระเบียบและบอกด้วยว่าคนลาวยังอยากเข้ามาทำงานในไทย เพราะได้ค่าจ้างสูงกว่าทำงานในประเทศ และชาว ลาวอยากมาทำงานในไทย เรายืนยันว่าต้องการจัดระเบียบให้เหมาะสมมากขึ้น เท่าที่ทราบ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน จะเดินสายพูดคุยกับเมียนมา กัมพูชาและ สปป.ลาว เพื่อให้แรงงานในอาเซียนคล่องตัว ถ้าทุกประเทศร่วมกันจะง่ายขึ้นก.แรงงานห้ามรับส่วยเด็ดขาดที่กระทรวงแรงงาน นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน แถลงแนวปฏิบัติให้แรงงานต่างด้าวทำงานตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของ คนต่างด้าวว่า วันที่ 6 ก.ค. พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ลงนามประกาศกระทรวงแรงงาน กำหนด หลักเกณฑ์ผ่อนผันให้นายจ้างและคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานไปดำเนินการให้ถูกต้อง มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.-31 ธ.ค.60 ให้นายจ้างแจ้งขอใช้แรงงานต่างด้าว ที่ศูนย์รับแจ้งการใช้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ที่เปิด 10 จุด ทั่ว กทม.และทุกจังหวัดระหว่างวันที่ 24 ก.ค.-7 ส.ค. ขั้นตอนการคัดกรองจะมีขึ้นหลังเปิดรับแจ้ง 15 วัน เพื่อป้องกันขบวนการขนคนข้ามชายแดนมาสวมรอย รมว.แรงงานได้ห้ามไม่ให้ข้าราชการยุ่งเกี่ยวเรียกรับผลประโยชน์จากนายจ้างหรือแรงงานต่างด้าว หากพบจะเอาผิดทางวินัยถึงไล่ออกและให้เอาผิดทางอาญาด้วย คาดวันหยุดยาวแห่กลับประเทศเพิ่มพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า หลังรัฐบาลชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว บางมาตราทำให้แรงงานต่างด้าวที่เดินทางกลับประเทศลดลง คาดว่าช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษาสุดสัปดาห์นี้ แรงงานต่างด้าวจะเดินทางกลับประเทศมากขึ้น แต่จะกลับมาใหม่ ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับตำรวจกัมพูชา อธิบายถึง พ.ร.ก.ดังกล่าวแล้ว เขารับปากจะพูดคุยทำความเข้าใจกับแรงงานในประเทศ“ลดาวัลลิ์”หวั่น ศก.เจ๊งแสนล้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า เป็นห่วงความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของ พ.ร.ก.ดังกล่าว ผู้ประกอบการเลิกจ้างแรงงานต่างด้าวกะทันหัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามีผลกระทบสูงสุดประมาณ 0.3% ของจีดีพี หรือ 4.65 หมื่นล้านบาท ความเสียหายจริงอาจมากกว่านี้ เพราะแรงงานต่างด้าวยังเดินทางกลับประเทศอยู่ทุกวัน ตัวเลขความเสียหายอาจสูงถึงกว่า 100,000 ล้านบาท สิ่งที่น่าห่วงคือขาดแคลนแรงงานในการขนส่งข้าวเพื่อการส่งออก ผู้ประกอบการอาจถูกปรับเพราะส่งสินค้าไม่ตรงเวลา ผลกระทบทางเศรษฐกิจมากมายเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าอนุญาตให้จ้างแรงงานต่างด้าวตามความจำเป็นตั้งแต่แรก ที่สำคัญควรปรับปรุงขั้นตอนการนำเข้าแรงงานต่างด้าวให้เบ็ดเสร็จครบวงจรในสถานที่เดียวกระทุ้งรัฐตัดวงจรรีดไถนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า เชื่อว่าปัญหาเกิดจากบุคลากรที่ คสช.ใช้งาน ขาดความรู้ความเข้าใจสภาพความเป็นจริงแต่ละปัญหา ตลอดจนลุอำนาจจึงไม่มีความพยายามประชาสัมพันธ์หรือรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ส่งผลเสียถึงภาพลักษณ์รัฐบาลและประเทศ อีกทั้งยังก่อความเสียหายในภาคธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานต่างชาติ จนต้องกลับมาแก้ไขหลังบังคับใช้กฎหมายไปแล้ว ทำให้นายกฯถูกวิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้ง กระบวนการตรากฎหมายฉบับนี้แม้ไม่ถูกต้อง แต่ขอสนับสนุนที่เพิ่มโทษการกระทำผิดใช้แรงงานต่างด้าวไม่ถูกกฎหมาย ต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด อย่าปล่อยปละละเลย หรือใช้เป็นช่องทางหาประโยชน์ เชื่อว่านายกฯทราบดีถึงวงจรการรีดไถที่เกิดขึ้น มีเจ้าหน้าที่รัฐร่ำรวยมานักต่อนัก “นิพิฏฐ์” เมินฉากลิเกจี้แก้ปากท้องนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ กกต.กรธ.และ สนช.กำลังถกเถียงเนื้อหากฎหมายลูก จนอาจกระทบโรดแม็ปว่า อยู่ที่สัญญาณจากผู้มีอำนาจ ถ้าอยากให้เลื่อนมันก็ต้องเลื่อน แต่ถ้าอยากอยู่ตามโรดแม็ปก็จบ ไม่มีปัญหา ไม่ยืดเยื้อ ขอย้ำว่าการเถียงกันอยู่ เป็นแค่การแสดงลิเกหน้าม่าน ไม่ได้ทะเลาะกันจริง ตนไม่สนใจพฤติกรรมคนเหล่านี้ เพราะของปลอมแต่สนใจอยากให้รัฐบาลแก้ไขปากท้องชาวบ้านที่เป็นของจริง แม้ตนและอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นเรื่องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้แก้ปัญหาราคายางพารา แต่ยังไม่คืบหน้า ตอนนี้มีปัญหาปากท้องชาวบ้านรัฐบาลอย่าไปคิดจะทำนโยบายเรียกคะแนนนิยม หรือหวังคะแนนก่อนช่วงเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นจะออกแนวนโยบายฉาบฉวยสร้างปัญหาในอนาคต ต้องทำนโยบายที่ยั่งยืนดีกว่า ตอนนี้คนรากหญ้าที่ไม่มีรายได้ประจำกำลังเดือดร้อนมาก แต่คนที่เชียร์รัฐบาลอยู่ที่เป็นข้าราชการ ฝนจะตกแดดจะออกดอกเบี้ยจะสูง เขาก็ได้เงินทุกเดือนอย่าไปหลงคำเชียร์เหล่านี้“วัฒนา” ซัดพอรึยังกับเผด็จการฝึกหัดนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า“แพงเกินไปแล้ว” ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทยประเมินการออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวว่ามีผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 0.3 ของจีดีพี หรือ 46,500 ล้านบาท ไม่นับรวมความเสียหายที่จากการสูญเสียความน่าเชื่อถือทั้งจากสายตาของคนไทยและประชาคมโลกที่ประเมินค่ามิได้ การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการขาดองค์ความรู้และทัศนคติของรัฐบาลว่าคับแคบ มองปัญหาตื้นเขินไม่ได้พิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้าน มีความคิดสวนทางกับพัฒนาการของโลก ประชาชนกลับต้องเป็นผู้แบกรับความเสียหายราคาแพงทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้เลือกรัฐบาลนี้มา ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่ผ่านมาออกคำสั่งตามมาตรา 44 ห้ามนั่งกระบะท้ายรถปิกอัพ และรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีนหรือการปล่อยให้สินค้าเกษตรราคาตก ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนรอฟังจากรัฐบาลคือพอได้หรือยัง เพราะการบริหารประเทศต้องใช้สติปัญญาและ ครม.ไม่ใช่ที่ฝึกงานของเผด็จการพท.อัดใช้ ม. 44 ฟุ่มเฟือยเอื้อเอกชนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า นายกฯใช้มาตรา 44 ฟุ่มเฟือย บางกรณีสุ่มเสี่ยงว่าเหมาะสมหรือไม่ เอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางกลุ่มและกระทบความเชื่อมั่น เช่น พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว รัฐบาลรอบคอบหรือไม่ สมควรใช้มาตรา 44 ไปทับ พ.ร.ก.ดังกล่าวหรือไม่ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ไร้ธรรมาภิบาล ขาดความโปร่งใส การใช้มาตรา 44 ในกระบวนการยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯในโครงการรับจำนำข้าว แม้ไม่ได้ใช้โดยตรง แต่อยู่ในกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งการยึดทรัพย์ อาจมองได้ว่าชี้นำกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ การมีมติ ครม.ยกเว้นไม่ต้องประกวดราคาโครงการก่อสร้างหอชมเมือง กทม.เอื้อเอกชนบางรายหรือไม่ จากการตรวจสอบของสื่อมวลชน มีแนวโน้มว่าจะเป็นไปตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะมีโครงการใหญ่ของเอกชนอยู่ข้างเคียงพื้นที่หอชมเมือง“ศุภชัย” ปัดอาวุธลับ กกต.แค่พูดเล่นเมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ให้การต้อนรับนายดาโช อูเก็น เซวัง กกต.ภูฏาน พร้อมคณะเข้าเยี่ยมคารวะ กกต.ไทยและเยี่ยมชมระบบการจัดการเลือกตั้งของประเทศไทย ที่ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตยของสำนักงาน กกต.จากนั้นนายศุภชัยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุว่า กกต.มีกฎหมายพิเศษช่วยให้อยู่รักษาการต่อไปว่า ตนพูดเล่นสนุกๆให้ตื่นเต้น สื่อมวลชนไปเขียนเอง ไม่ได้มีเจตนาอะไร ช่องทางการยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ที่ว่า กกต.มีอาวุธลับนั้นก็พูดเล่นให้ตื่นเต้นครื้นเครง เพราะเห็นสื่อมวลชนเครียดๆกัน การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กกต.จำเป็นต้องศึกษาให้รอบคอบ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะ กกต.เห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามบทบัญญัติหรือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีถ้อยคำเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ “มาร์ค” มอบกุหลาบแดง 68 ปี “เทือก”เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) พร้อมนางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภรรยาและบุตรสาวบุตรชาย ทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ 110 รูป ในวันครบรอบวันคล้ายวันเกิด 68 ปี ของนายสุเทพ โดยมีแฟนคลับและแกนนำ กปปส.รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำกระเช้าดอกกุหลาบสีแดงมาร่วมอวยพรพร้อมอดีต ส.ส. อาทิ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายศิริโชค โสภา นายเทพไท เสรพงษ์ รองเลขาธิการพรรค นอกจากนี้ ยังมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมามอบกระเช้าดอกไม้อวยพรด้วย ทั้งนี้ นายสุเทพได้คุยส่วนตัวกับนายอภิสิทธิ์นานเกือบครึ่งชั่วโมง โดยนายสุเทพได้มอบหนังสือ ความทรงจำในรัชกาลที่ 9 เขียนโดยนายธงทอง จันทรางศุ ให้แขกที่มาร่วมงานเป็นที่ระลึกด้วยโยนรัฐ-กกต.รับภาระไพรมารีโหวตนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า สิ่งที่กรธ.ทักท้วงปัญหาเชิงปฏิบัติ ตรงกับสิ่งที่เคยนำเสนอไป การทำไพรมารีโหวตต้องกล้าลงทุน รัฐและ กกต.ต้องเป็นคนไปจัดทำ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถทำให้คนมาใช้สิทธิมีส่วนร่วมทางการเมืองกันได้มากๆ ถ้าให้พรรคการเมืองมาทำไพรมารีโหวต แล้วไม่มีเงินสนับสนุนให้ ต่างจาก กกต.จัดเลือกตั้งใช้เงินทีละ 3,000 ล้านบาท คนที่อยู่ไกลไม่สามารถเดินทางมาได้ ไม่มีประโยชน์เท่าไร ปัจจุบันแค่จะไปโหวตเลือกตั้งที่คูหาใกล้บ้านยังไปกันได้ไม่ครบเลย ดังนั้นอยากให้ไปดูเรื่องเหล่านี้ด้วย“ลุงกำนัน” ไปอีกคนละทางเชียร์สุดลิ่มด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน มปท.กล่าวว่า ตนอายุย่างเข้าปีที่ 69 เป็นปกติที่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส.จะมาร่วมงานเพราะผูกพันกัน ส่วนความเห็นทางการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ระบบไพรมารีโหวตยืนยันประชาชนต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน สมมติตนจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ ตอนนี้ยังเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้ก็เสียเปรียบพรรคการเมืองเดิม แต่พอดูปฏิทินโรดแม็ปยังทำกิจกรรมทัน ถ้าทำพรรคจะบอกว่าในแต่ละเขตเลือกตั้ง ประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกันไม่น้อยร้อยละ 1 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะเลือกตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.ได้ในแต่ละเขต เรื่องเงินไม่พอนั้นถ้าพรรคอยู่ในใจประชาชนใช้เงินค่าบำรุงสมาชิกพรรคมาจัดทำไพรมารีโหวตได้ การจ่ายเงินพรรคการเมืองควรจ่ายเงินต่อปีด้วยค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ถ้ามีสมาชิก 1 ล้านคนก็มีปีละ 300 ล้านบาท ถ้าอนาคตมีการเขียนกฎหมายว่าสมาชิกพรรคจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคเท่าไร ให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบเท่านั้น 1 ปี จะมีเงิน 600 ล้านบาท ส่งผู้สมัคร 350 เขตทั่วประเทศ คิดคนละ 1 ล้านบาท รวม 350 ล้านบาท ยังมีเงินเหลืออีก 250 ล้านบาท เพียงพอที่จะทำกิจกรรมอื่นๆของพรรคการเมือง“ปู” ซึ้งกองเชียร์แน่นกำลังใจล้นเมื่อเวลา 08.45 น.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริต ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท นัดนี้ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์นำพยานเข้าไต่สวน 4 ปากคือ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ นายสุรชัย ศรีสารคาม อดีต ผวจ.นครนายกและ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ขอนำสืบพยานพร้อมยื่นแถลงปิดคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า มั่นใจการสู้คดี พยานแต่ละคนต่างมีประเด็นสำคัญที่จะนำสืบต่อศาล หวังว่าจะได้นำพยานทุกปากเข้าชี้แจงต่อศาล โดยเฉพาะนายนิวัฒน์ธำรงที่ร่วมอยู่ใน ครม.ที่เริ่มต้นโครงการจำนำข้าว จะให้ข้อมูลภาพรวม ตนพร้อมยื่นขอแถลงปิดคดีแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะยื่นขอแถลงในการไต่สวนนัดสุดท้ายหรือไม่ ขอหารือทีมทนายความก่อน ส่วนประชาชนที่มาให้กำลังใจทุกครั้งที่มาศาลเกิดจากความผูกพัน มาให้กำลังใจตามปกติ อย่าตีความเป็นการปลุกระดมมวลชน ซาบซึ้งใจที่ประชาชนคอยมาให้กำลังใจ ที่สำคัญต้องสู้เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองว่าไม่ได้ละเลยตามที่ถูกกล่าวหา การแก้ปัญหาพืชผลสินค้าราคาเกษตรตกต่ำ เรื่องกลไกการตลาดต้องมีภาครัฐเข้าไปดูแล หากไม่มีมาตรการเข้าไปดูแล สินค้าเกษตรจะได้รับผลกระทบเป็นระยะๆ ต้องเป็นนโยบายถาวร ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะจะมีผลกระทบระยะยาว อยากเห็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ส่วนการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวนั้น ควรมีมาตรการและแผนรองรับทั้งระบบปัดพี่สาวนั่ง หน.พรรคคนใหม่เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยเริ่มวางตัวบุคคลเพื่อจะเป็นหัวหน้าทีมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า และมีชื่อนางมณทาทิพย์ โกวิทเจริญกุล พี่สาวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย อดีตนายกฯกล่าวว่า การมีชื่อปรากฏหลายคนเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรต้องรอให้มีการกำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งที่ชัดเจนก่อน ส่วนที่มีชื่อพี่สาวของตนนั้นถ้าพี่ได้ยินคงตกใจ เพราะในความจริงไม่มีเจตนาที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องการเมือง เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการผลักดันให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาเป็นผู้นำทีมพรรคเพื่อไทย เพื่อลบข้อครหาว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคของตระกูลชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ทุกคนต่างมีความสามารถ และในพรรคมีกลไกของพรรคอยู่แล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีกลุ่มมวลชนมาคอยให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์หนาแน่นเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา บางกลุ่มเขียนข้อความลงบนมือว่า “love ปู” เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นก็มีอาการตื้นตัน ยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจฉะหอชมเมือง คสช.ปรองดองนายทุนเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมกับเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน จัดงานการอภิปรายสาธารณะแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ชาตินี้หรือชาติหน้า? (ครั้งฉุกเฉิน) การทุจริตเชิงนโยบายและการประพฤติมิชอบของคนในรัฐบาล กระทรวงการคลัง และกรุงเทพมหานคร กรณีโครงการเอื้อประโยชน์เอกชน (รถไฟฟ้าสายสีทอง หอชมเมือง ฯลฯ) โดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม. กล่าวว่า การก่อสร้างหอชมเมือง ที่ ครม.เห็นชอบให้เอกชนเข้ามาจัดการพื้นที่และบังเอิญตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ห้างไอคอนสยาม ทำให้สงสัยว่าเอื้อประโยชน์ให้เอกชนหรือไม่ กรมธนารักษ์บอกว่าเป็นที่ตาบอด แต่อนุญาตให้เช่า 30 ปี 70 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 2 แสนบาท ถือว่าค่าเช่าที่ดินต่ำมาก ทำให้คิดได้ว่าเอาศาสตร์พระราชามาเป็นตัวนำ เพื่อให้ได้ค่าเช่าราคาถูกใช่หรือไม่ นายกฯจะต้องตอบคำถามว่า การให้เอกชนสร้างหอชมเมืองมีธรรมาภิบาลมากแค่ไหน รวมถึงโครงการสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองเอื้อต่อไอคอนสยามใช่หรือไม่ หรือโครงการนี้กำลังเป็นแพ็กเกจใหญ่ที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนเต็มที่ คสช.ควรสร้างความปรองดองในสังคม ไม่ใช่การปรองดองกับนายทุน เฉ่งเซ็นสัญญา-ทำอีเอไอก่อนมติ ครม.ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า สิ่งที่ ครม.ตัดสินใจไปทำผิดกฎหมายทั้งหมด เพราะเมื่อ ครม.อนุมัติให้เอกชนเข้าไปก่อสร้างในพื้นที่ของรัฐแล้ว มูลนิธิหอชมเมืองฯต้องเข้าไปเซ็นสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์ แต่ปรากฏว่ามูลนิธิได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสร็จหมดแล้วด้วย ส่วนที่เคยไปร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เชื่อว่าเขาคงไม่เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบ ตนตั้งใจ ปล่อยผ่านไปก่อนจนเขาหมดอำนาจ ถึงจะมาร้องเรียนอีกครั้ง แล้วจะได้เห็นคนกลุ่มนี้มาขึ้นศาลทุกวัน“วิลาศ” ซัดเอื้อประโยชน์เอกชนชัดๆขณะที่นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. กล่าวว่า โครงการหอชมเมือง ถ้าเป็นไปตามที่แถลง คงไม่มีใครขัดข้อง แต่ที่คนไม่เห็นด้วย เพราะเอื้อผลประโยชน์ให้กับเอกชน ด้วยพื้นที่ก่อสร้างติดปัญหาน้ำท่วมถึงจึงไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดก่อสร้างอาคารใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ ทั้งยังมีทางเข้า-ออกถนนคับแคบ สุดท้ายอาจต้องอาศัยทางออกที่ห้างไอคอนสยาม ถ้าวันหนึ่งไอคอนสยามขายที่ไป หรือไม่ยอมให้ใช้เส้นทางร่วมกัน นักท่องเที่ยวจะทำอย่างไร เพราะเหลือแต่ทางเข้า-ออกด้วยเรือเท่านั้น เป็นคำถามที่รัฐบาลต้องชี้แจง“แอมเนสตี้” บี้ไทยทำตามสัญญาวันเดียวกัน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมกับองค์กรที่ทำงานด้านผู้ลี้ภัยทั่วโลกอีก 12 แห่ง ออกแถลงการณ์เนื่องในโอกาสนายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอชซีอาร์เยือนประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 ก.ค. เรียกร้องให้ทางการไทยเร่งรัดกระบวนการคัดกรองผู้ลี้ภัยโดยเร็ว มีประสิทธิภาพและปฏิบัติตามหลักการไม่ส่งกลับ พร้อมทั้งยุติการควบคุมตัวผู้ลี้ภัยโดยพลการ เปิดโอกาสให้ได้รับความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เคยให้คำมั่นสัญญาในการประชุมผู้นำโลก ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เดือน ก.ย.2559 แต่ปัจจุบันยังไม่คืบหน้า ที่ผ่านมาไทยยังไม่เคารพหลักการไม่ส่งกลับ ส่งผู้ลี้ภัยไปยังพื้นที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น นายฟูรกาน ซิกเม็น ที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับแกนนำเหตุรัฐประหารล้มเหลวในตุรกี ถูกส่งตัวกลับตุรกีทั้งที่สหประชาชาติเตือนว่าอาจถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการส่งชาวอุยกูร์ มุสลิมชนกลุ่มน้อยจีนราว 100 คนกลับจีน ทั้งที่ทราบกันว่าต้องเสี่ยงกับการประหัตประหาร ผบ.ทบ.ฟาดแข้งเชื่อมปรองดองเมื่อเวลา 16.30 น. ที่บริเวณสนามหน้า บก.ทบ. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช.นำทีมวีไอพี ทบ.ลงเตะฟุตบอลกระชับมิตรกับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (หลักสูตร 4 ส.) ของสถาบันพระปกเกล้านำโดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผอ.สำนักสันติวิธีฯ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด) นักกิจกรรมทางการเมือง ทีมนักศึกษาหลักสูตร 4 ส. มอบเสื้อทีมสีเขียว หมายเลข 99 มอบให้ พล.อ.เฉลิมชัย ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัยได้มอบที่หนีบเนกไทตรา ทบ.ให้เป็นที่ระลึก ช่วงท้ายผู้สื่อข่าวถามว่าจะถ่ายภาพปรองดองไว้หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย จึงกล่าวว่า “รักทุกคน” โดยผลการแข่งขันทีมวีไอพี ทบ.เป็นฝ่ายชนะไปด้วยสกอร์ 2 ต่อ 1 ประตู