รัฐบาล คสช.ต้องยอมถอยอีกครั้ง ด้วยการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวออกไป 6 เดือน โดยผ่อนผันไม่ให้จับกุมหรือดำเนินคดีทั้งนายจ้างและลูกจ้างที่เป็นแรงงานผิดกฎหมาย ให้กระทรวงแรงงานไปปรับปรุงแก้ไขบทลงโทษที่สูงเกินไป และให้เวลานายจ้างขึ้นบัญชีลูกจ้างนายกรัฐมนตรีชี้แจงเหตุผลการออกกฎหมายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวใหม่ เนื่องจากมีพันธสัญญาประชาคมโลกเพ่งเล็งประเทศไทย เรื่องการค้ามนุษย์ และมีข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 4 ประเทศกลุ่มอาเซียน อันได้แก่ ไทย พม่า ลาว และกัมพูชา ตกลงกันว่าต่อไปนี้จะให้ขึ้นบัญชีหรือทะเบียนแรงงานที่ชายแดน ไม่ให้ขึ้นทะเบียนในไทยเป็นเรื่องถูกต้องที่เราต้องทำตามพันธสัญญา เรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ แต่ประเด็นที่รัฐบาลถูกวิพากษ์ คือ กระบวนการออกกฎหมาย ออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โดยไม่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง และส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจการก่อสร้าง การประมง ร้านอาหาร ฯลฯ และอาจกระทบถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศแรงงานผิดกฎหมายไม่ใช่สาเหตุ ของความผิดฐานค้ามนุษย์เสมอไป แม้แต่สหรัฐอเมริกา ซึ่งตั้งตัวเป็นตำรวจโลก เป็นผู้จัดระเบียบการใช้แรงงานในประเทศทั่วโลก ก็มีแรงงานผิดกฎหมายกว่า 10 ล้านคน อาจจะมากที่สุดในโลก ส่วนประเทศไทยน่าจะมีแรงงานผิดกฎหมายไม่เกิน 2 ล้านเศษ แต่สหรัฐฯก็ไม่ถูกกล่าวหาเรื่องการค้ามนุษย์กรณีที่ถูกกล่าวหาเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ จะต้องเป็นการแสวงหา ประโยชน์ โดยมิชอบจากการค้าประเวณี การบังคับใช้แรงงาน หรือบริการ หรือการ กดขี่ขูดรีด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งกับแรงงานถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย รายงานเรื่อง การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ระบุว่าไทยไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำของการต่อต้านการค้ามนุษย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้แจงว่า รัฐบาลไทยยังคงทุ่มเทด้านการเสริมสร้างทรัพยากรต่างๆ ในการต่อต้านการค้ามนุษย์ แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างเข้มข้นเพียงพอ ในการดำเนินคดีและลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ ที่กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่เหล่านี้ยังคงขัดขวางการปราบปราม พูดอีกอย่างก็คือ จับปลาตัวใหญ่ๆไม่ได้ผลก็คือ อาจจับได้แค่ระดับปลาซิวปลาสร้อย ปล่อยให้ปลาใหญ่ลอยนวล ทั้งยังเป็นอุปสรรคขัดขวางการแก้ไขปัญหา เนื่องจากการใช้บังคับกฎหมายที่ไม่โปร่งใส มีการเลือกปฏิบัติหรือลูบหน้าปะจมูก ไม่กล้าจับปลาตัวใหญ่ หรือเห็นแก่เพื่อนพ้องน้องพี่ ซึ่งเป็นปัญหาอมตะนิรันดร์กาล ไม่มีการจับกันโครมๆเหมือนในมาเลเซียตามคำกล่าวนายกรัฐมนตรี.