วาระสุดท้ายของ คดีฮั้ว สว. รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล และ กกต. ถูกซื้อเวลาออกไปจนล้ำเส้นเวลาของ กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องปิดปาก พยาน และบุคคลที่นำเอกสารสำนวนการสอบสวนคดี ฮั้ว สว.มาเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือการขยายเวลาการวินิจฉัยคดีฮั้ว สว. ที่ กกต.จะส่งให้ศาลฎีกา พิจารณาหรือไม่ จากวันที่ 31 ส.ค. เป็นการพิจารณาพยานหลักฐาน เพิ่มเติมไปเป็นวันที่ 14 ก.ย. และไม่การันตีว่า กกต.จะวินิจฉัยสำนวนคดีเลยหรือไม่ หรือจะขยายเวลาการสอบสวนออกไปอีก เรื่อยๆจนกว่าจะครบวาระรัฐบาลชุดนี้คดีฮั้ว สว. มีความสำคัญต่อระบอบสีน้ำเงินมากแค่ไหน ถึงจำเป็นที่ กกต.จะต้่องขยายเวลาในการวินิจฉัยชี้ขาดไปเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นคดีที่มีความสำคัญต่อ ระบบการปกครองบริหารประเทศโดยตรง จากจำนวนผู้ถูกกล่าวหา 229 คน เป็น สว.ชุดปัจจุบัน เสียส่วนใหญ่ เป็นนักการเมืองระดับกรรมการบริหารและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นแกนนำในซีกรัฐบาลและเป็นคดีที่ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ มีโทษหนัก อั้งยี่ ซ่องโจร ฟอกเงิน ดังนั้นหากมีการพิจารณาตัดสินคดีนี้ จะกระทบถึง ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ มีโทษถึงยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิทางการเมือง และคดีอาญาร้ายแรงที่ถือว่าเป็นผลพวงจากคดีนี้ทั้งสิ้นสมมติว่า พรรคภูมิใจไทยถูกยุบ คณะกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง การเมืองจะต้องเปลี่ยนขั้วทันที ในขณะที่ ฝ่ายนิติบัญญัติจะเกิดสุญญากาศ และจะต้องมีการสรรหา สว.กันใหม่ การเมืองการปกครองคงสับสนอลหม่าน ดีพิลึกแต่ถ้าปล่อยให้ ระบอบสีน้ำเงินปกครองประเทศไปแบบนี้ ก็คงได้เห็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงภายใต้ระบอบสีน้ำเงินแบบไม่เกรงใจใคร การโกงข้อสอบ การทุจริต การฟอกเงิน นอมินี ไปจนถึงการทุจริตในระบบยุติธรรมเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะการเติบโตของการเมืองสีเทา ทุนเทา บ้านใหญ่ ที่ต้องแลกกับการด้อยพัฒนาของประเทศ และการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ของต่างด้าวในด้านการเงินการคลัง คนไทยจะต้องแบกรับภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขีึ้นทุกปี เศรษฐกิจปากท้องของประชาชนขึ้นอยู่กับ โครงการเยียวยาภาครัฐ โตโยต้ามอเตอร์ และค่ายรถญี่ปุ่น ย้ายฐาน การผลิต ประเทศไทยจะเต็มไปด้วยขยะอิเล็กทรอนิกส์จากจีน นอมินีต่างชาติเข้ามาแย่งอาชีพของคนไทยที่ต้องเปลี่ยนสถานะจากผู้ประกอบกิจการกลายเป็นลูกจ้าง หรือนโยบายต่างประเทศ ที่เดินตามก้นกัมพูชาตลอดเวลามาถึงคำถามสุดท้าย ถ้าไม่ใช่รัฐบาลสีน้ำเงินที่ฝังรากลึกในทุกองคาพยพของประเทศแล้วจะเป็นใคร เป็นแดง เป็นเขียว เป็นฟ้า ในทางทฤษฎีเสียงข้างมากแล้วเป็นไปได้ยาก ถ้าจะเป็นส้มก็ยิ่งยาก จะให้แดง เขียว ฟ้า ไปจับมือกับส้มก็ยาก มีแต่แดง เขียว ฟ้าจะย้ายไปซบสีน้ำเงิน ระบอบสีน้ำเงินที่ไม่ใช่สีน้ำเงินจะยิ่งเติบโตหยั่งรากลึกอย่างถาวรหรือถึงขั้นต้องฉีกรัฐธรรมนูญอีกระลอก ต้องโทษชาวบ้านตาดำๆที่ไปเลือกเข้ามาเอง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม