ยิ่งใกล้กำหนดเส้นตาย ตามกรอบเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดไว้ คือปลายเดือน ส.ค.นี้ กกต.จะมีผลสรุปการพิจารณาคดีทุจริตการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 หรือคดีฮั้วเลือก สว.ว่าจะส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ ก็ยิ่งมีความเคลื่อนไหวกันคึกคัก ทั้งเปิดข้อมูลกระบวนการทุจริต การชี้ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องจากฝ่ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่ชี้ว่า ข้อมูลหลักฐานกระบวนการทุจริตชัดเจน ทั้งนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เปิดข้อมูลกระบวนการโกง สว.อย่างต่อเนื่อง คู่ขนานกับนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และยังมี สส.ฝ่ายค้านคนอื่นๆตั้งข้อสังเกตในเรื่องข้อกฎหมายขณะที่นักวิชาการอาวุโส อาจารย์นิติศาสตร์ นักกฎหมาย ได้ออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ กกต.ยึดหลักการกฎหมาย พิจารณาอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา ขณะที่สำนักโพลต่างๆเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน แสดงถึงความเชื่อมั่นการทำหน้าที่ของ กกต.อยู่ลำดับรั้งท้ายในกลุ่มองค์กรอิสระ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญขณะเดียวกัน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงถึงกรณีการส่งคดีฮั้ว สว.ไปยังศาลฎีกาจะต้องพิจารณาองค์ประกอบตามข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญให้ครบ 3 องค์ประกอบ ไม่ใช่มีเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น ขณะที่มีรายงานจาก กกต.ล่าสุดยืนยันว่า ได้พิจารณาครบถ้วนทั้ง 7 ข้อหา ตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.นอกจากนี้ มีข้อโต้แย้งจากฝ่ายที่ถูกกล่าวหา ทั้งนักการเมือง สส. รัฐมนตรี รวมถึงนายกฯปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกระบวนการฮั้ว สว. ขณะที่มือกฎหมายพรรคภูมิใจไทย และ รมว.ยุติธรรม จี้เอาผิดผู้ที่เปิดเผยข้อมูลสำนวนสอบสวนของ กกต. และดีเอสไอ พร้อมสั่งสอบสวนสาเหตุข้อมูลหลุดรอด และมีการแจ้งความดำเนินคดีเอาเป็นว่า มหากาพย์คดีฮั้ว สว. ตั้งแต่ปี 2567 น่าจะได้บทสรุปเร็วๆ นี้ว่า กกต.จะดำเนินการอย่างไร สำหรับผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดฮั้วเลือก สว. รวม 229 ราย แบ่งเป็น สว. 138 คน กรรมการบริหารและเครือข่ายพรรคการเมืองอีก 91 คน กกต.จะส่งฟ้องศาลทั้งหมด จะยุติเรื่องโดยไม่ส่งฟ้องทั้งหมด หรือส่งฟ้องเป็นรายกรณีไปเรื่องนี้ถือเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายชี้ทิศทางอำนาจ เพราะหากเรื่องส่งถึงศาลฎีกาจะกระทบต่อสถานะการดำรงตำแหน่งของ สว. นายกฯ รัฐมนตรี และพรรคการเมือง รวมถึงเครือข่ายการเมืองจำนวนมาก ที่สำคัญยังเป็นบทพิสูจน์การทำหน้าที่และความเชื่อมั่นต่อ กกต. และยังเกี่ยวโยงกับหลักการสำคัญของบ้านเมือง ความเป็นนิติรัฐ-นิติธรรม.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม