ทั้งบนดิน-ใต้ดิน “ภูมิใจไทย” กำลังเผชิญศึกหนักเอาการไม่น้อย ไล่ตั้งแต่เรื่องฮั้ว สว.ท่ีฝ่ายค้านแฉเป็นรายวัน ยังมีการเปิดเกมแตกแยกแกนนำพรรคด้วยเล่นเอา “อนุทิน ชาญวีรกูล” เกิดอาการเดือดตอบโต้ทุกดอก เพราะมีการจับแพะชนแกะแม้กระทั่งการไปโรงแรมสีน้ำเงินด้วยเขาบอกว่า น่ารำคาญจริงๆ พร้อมท้าให้แฉออกมาให้หมดจะได้ฟ้องเรียงตัวกันไปเลย จะได้เงียบกันเสียทีมีอีกเรื่องที่นำมาปูดก็คือความขัดแย้งระหว่าง “เนวิน ชิดชอบ” กับ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” และ “อนุทิน”คือ นนพ.น.เน-น.หนู-พ.พิพัฒน์เล่นถึงระดับแกนสำคัญของพรรค โดย 9 รายชื่อที่มีเอี่ยวฮั้ว สว. นั้นมีชื่อ “พิพัฒน์” อยู่ด้วยคนหนึ่ง หากฉายภาพออกมาก็พอจะเห็นร่องรอย“พิพัฒน์” นั้นเป็นแกนนำระดับ “ขุนพลภาคใต้” เคยทำธุรกิจน้ำมันร่ำรวยระดับเศรษฐีแนบแน่นกับ “เนวิน” จนทำให้ “ภูมิใจไทย” เปิดพื้นที่ในภาคใต้ได้จนมี สส.เป็นกอบเป็นกำ 30 กว่าคนจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาถือว่าไม่ธรรมดา!ทำให้ “ภูมิใจไทย” ผงาดคุมพื้นที่ภาคกลาง อีสานและภาคใต้ จนชนะเลือกตั้งอย่างพลิกความคาดหมาย193 เสียงพวกเขาทำได้!3 แกนหลักนี่คือหัวใจสำคัญที่จะแยกจากกันไม่ได้ที่ผ่านมา “พิพัฒน์” ไม่ค่อยโดดเด่นเท่าใดนักเหมือนผู้ปิดทองหลังพรรค แต่พอชนะเลือกตั้งครั้งนี้เขาแสดงบทบาทอย่างเต็มที่แต่มาเจอเรื่องน้ำมันเข้าไปก็ช้ำไปพอสมควรอีกทั้ง “อนุทิน” ได้มอบภารกิจงานใหญ่ให้โชว์ แต่มาเจอเรื่องนี้จึงต้องถอย อย่างเรื่องแลนด์บริดจ์และการเปลี่ยนตัวจากที่เคยดูแลอีอีซีเป็นนายกรัฐมนตรีใครก็มองว่าคงเกิดปัญหาขัดแย้งแต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพียงแค่เป็นการถอยทางวิธีเท่านั้นจนกระทั่งล่าสุดบอกว่าขัดแย้งกับ “เนวิน” มีการนำข้อมูลของ “พิพัฒน์” ไปใส่มือฝ่ายค้านเพื่อจะได้ถูกถล่มนี่เป็นเกมที่ถูกเล่นแต่ความจริงแล้วไม่มีหากมองอีกมุมหนึ่ง วันนี้สถานการณ์ของพรรคเกิดปัญหาอย่างนี้ถ้าไม่ร่วมมือร่วมใจกันสู้ก็มีสิทธิพังกันทุกคนดังนั้นพวกเขาต้องสามัคคีกันมากกว่าจะมาทะเลาะกันเพราะนอกจากจะเข้าทางฝ่ายตรงข้ามแล้วพวกเขาก็มีสิทธิหมดอนาคตได้ที่ว่าแยกกัน ทะเลาะกัน จึงเป็นไปไม่ได้ไม่มีทางที่จะเป็นเช่นนั้นได้มีแต่พวกเขาจะสามัคคีกันมากขึ้นพร้อมที่จะเปิดเกมตอบโต้ทุกรูปแบบ!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม