ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ มีรายได้ แต่ไม่ต้องการ “ลองผิด ลองถูก” หรือเกิดความ เสี่ยง ต้องอ่าน!! ล่าสุดรัฐบาลได้ออกโครงการใหม่มาสร้างโอกาสให้ประชาชน ได้แก่ โครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” หรือ “แฟรนไชส์คนละครึ่ง” ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมาโครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อมุ่งดูแลค่าครองชีพประชาชนควบคู่กับการสร้างรายได้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการมีอาชีพ หรือหารายได้ สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้นผ่านระบบแฟรนไชส์“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” ได้คัดเลือกแฟรนไชส์มาตรฐานที่มีมูลค่าลงทุนไม่เกิน 100,000 บาท เข้าร่วมโครงการกว่า 100 แบรนด์ และผู้ที่ต้องการซื้อแฟรนไชส์จะได้รับการสนับสนุน ด้านที่ 1 รัฐช่วยจ่ายค่าแพ็กเกจแรกเข้าให้ครึ่งหนึ่งทันที 50% สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับแพ็กเกจแฟรนไชส์ราคาไม่เกิน 100,000 บาทด้านที่ 2 สนับสนุนทำเลค้าขายและยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ 6 เดือน โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่ทำเลศักยภาพในเครือโลตัส และแม็คโคร กว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ รวมถึงได้รับความร่วมมือจากสมาคมตลาดสดไทย ซึ่งมีสมาชิกกว่า 100 ตลาด สนับสนุนพื้นที่ค้าขายเพิ่มเติมให้ด้วยและด้านที่ 3 สนับสนุนแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ จากธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ธนาคารออมสิน และมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้การค้ำประกัน กรณีเงินลงทุนไม่เพียงพอด้วย ทั้งนี้ สสว.ได้เตรียมงบประมาณสนับสนุน 100 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการ ได้ประมาณ 10,000 รายอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ คือ การเชื่อมโยงธุรกิจแฟรนไชส์เข้าสู่ระบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ธนาคารกรุงไทย เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด เพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า และสร้างรายได้ตั้งแต่เริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ทำได้ง่ายๆผ่าน 3 ขั้นตอน คือ 1.เลือกซื้อ แฟรนไชส์ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพได้ที่เว็บไซต์ https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th หรือ Line OA @franchisedbdplus2.ชำระเงินงวดแรกผ่านบริการ Bill Payment ของธนาคารกรุงไทย และ 3.จัดตั้งสาขา และรับเงินสนับสนุน โดยส่งหลักฐานประกอบตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องลงทะเบียน SME ONE ID ของ สสว. และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วยรัฐบาลหวังว่าโครงการนี้นอกจากจะช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนแล้ว ยังช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการรายย่อยเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่เป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนรายได้ภาค SME ให้ขึ้นมาอยู่ที่ 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ภายใน 4 ปีได้สำเร็จ จากปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 35%ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน!!ฟันนี่เอส