เรื่องร้อนเกมชิงดุลอำนาจรัฐบาลระหว่าง “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” และ “เนวิน ชิดชอบ” ที่ปรึกษาใหญ่ และ“นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯและ รมว.คมนาคม สายตรง “บุรีรัมย์” ถูกลากผสมโรง เอาเข้าจริงจะงัดกันจริง หรือแค่การละคร ประเภทเล่นบทแรงเพื่อหวังผล เอาเรื่องร้อนกว่ามากลบเรื่องใหญ่ ปั่นข่าวใหม่มากลบข่าวฉาวรัฐบาล เป็นสไตล์ถนัดการปั่นกระแสเทคนิคสปินข่าวฉบับบุรีรัมย์ก๊กหรือไม่ก็ตามแต่เรื่องฉาวโฉ่ เอาเข้าจริงกลบยังไงก็คงกลบไม่มิด ทั้งโครงการเอไอ–พาสสปอร์ต โกงสอบท้องถิ่น แลนด์บริดจ์ ไอ้โม่งกั๊กน้ำมัน ไปยันเรื่องที่กำลังโดนเขี่ยไฟ ปมฮั้ว สว. และฮุบที่ดินเขากระโดง ฯลฯเรื่องโกง โกย เหิมห้าวใช้อำนาจ จะเป่ากลบคงไม่ง่ายแต่ที่เบรกได้ คือกลเกมชิงดุลกันเองที่มีอยู่จริง ต้นขั้วอำนาจคู่ น่าจะถึงเวลาบนโต๊ะเจรจาพูดคุย หลังจากเปิดวอร์ “สงครามตัวแทน” มาพักใหญ่ จนช้ำและฉาวตามๆกัน และทำเอาสิงห์ๆมหาดไทยถลอกปอกเปิกกันเป็นแถวได้เวลาเจรจาหยุดยิง หย่าศึกระหว่างพี่ๆน้องๆ “อนุทิน–เนวิน” มีชื่ออยู่บ้านเดียวกันที่เขากระโดง คงหาจุดลงตัวได้ โดยคาดว่าสุดท้ายรายการโกงสอบท้องถิ่น อย่างมากก็คงมี ข้าราชการเป็นแพะสังเวยเพราะถ้าสาวไปถึงตัวใหญ่ก็จะร้อนกันยกก๊ก จึงต้องช่วยกันกวาดขยะซุกใต้พรมปล่อยปมโกงเรื้อรังกันต่อไปแน่นอนคิวนี้ถึงที่สุด “อนุทิน” อาจจำต้องถอยเพื่อดับจุดความร้อน จับตาที่เก้าอี้ “ปลัดกระทรวงมหาดไทย” เมื่อที่ผ่านมา “ครูใหญ่” สั่งเขย่าหนัก จะเปลี่ยนหัว มท. วางตัวอธิบดีแบรนด์บุรีรัมย์ไม่จำกัดขึ้นแท่น แบบต้องเอาให้ได้เรื่องนี้อาจมีบทจบอย่างที่มีกระแสข่าวมาแรง โยกย้าย “ปลัดป๊อป” นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. สังเวยเกมงัดข้อของ 2 น. แต่จะได้เยียวยาด้วยเก้าอี้ “ปลัดสำนักนายกฯ” แทนคนเก่าที่เกษียณฯปีนี้รายการนี้แม้ “อนุทิน” จะเคยแบ็กอัปปลัด มท.เต็มที่ แต่อย่าลืมว่าโปรไฟล์ “อรรษิษฐ์” ก็ไม่ใช่เนื้อแท้ในสาย “อนุทิน” โดยตรงมาแต่ไหนแต่ไร แต่พะยี่ห้อเครือข่ายสิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาฯมีอดีตปลัดรุ่นพี่ดีกรีเส้นสายปึ้ก ช่วยผลักดันแม้สไตล์อย่าง “อนุทิน” ประนีประนอม เรียกใช้บริการเข้ามือ มักเห็น “ปลัดป๊อป” ปลัด มท. อยู่ฉากหลังเป็นวอลเปเปอร์ให้ผู้นำตลอด แต่มาตอนนี้นายกฯอาจต้องตัดสินใจ “สละอวัยวะ เพื่อรักษาชีพ” คงเสถียรภาพรัฐบาลงานเลี้ยงเพิ่งเริ่ม “เจ้าภาพร่วม” คงไม่รีบล้มโต๊ะคว่ำจานหากยอมถอยรอบนี้ แม้เครดิตจะเสื่อม ภาวะผู้นำพร่องไปบ้างที่สำคัญในภาวะที่เริ่มตั้งหลักไม่ติด รัฐนาวาสีน้ำเงินเจอมรสุมถาโถมจนชักง่อนแง่นเต็มที แถมเห็นสัญญาณอันตรายจาก “ภัยนอก” ขยับเกมเขย่าอำนาจ ถ้ารีบ “หักใน” ก็เท่ากับเร่งเกมให้ “พังไว”เพราะนอกจากรายการคุ้ยโกยโกงในรัฐบาลจะออกมาไม่เว้นวัน แผลเก่าโดนเขี่ยต่อเนื่อง ล่าสุดกลุ่มนักศึกษา นักวิชาการอาวุโสไล่บี้ กกต. รักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม รีบสรุปผลสอบสวนเอาผิดกระบวนการได้มาซึ่ง สว.ให้ศาลตัดสินยกเหตุเพราะปรากฏพยานเอกสารหลักฐานชัดเจน มีขบวนการแก๊งการเมืองจัดฮั้วมาเป็นระบบจะมุบมิบปิดจบ ไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วยแจกกล้วยยิ่งเมื่อสแกนรายชื่อ 21 นักวิชาการอาวุโส ทีมงาน 2 น.คงรีบเสนอหน้าเสนอข้อมูลบอกนายๆ ให้ “เลิกตีกัน” เพราะถึงแม้รัฐบาลมีผู้อุปถัมภ์ มีไม้ค้ำยันระดับซุปเปอร์วีไอพีก็ตามทีแต่นักวิชาการกลุ่มนี้ก็ไม่ใช่จิ๊บๆ ทั้งเครดิตส่วนตัว และความน่าเชื่อถือจากสังคมก็ระดับที่ไม่ธรรมดาที่สำคัญจัดเป็นขุมข่ายใต้เงาผู้หลักผู้ใหญ่อีกสายที่ทรงพลังพอสมควร และเริ่มมีข่าวกระเส็นกระสายเครือข่ายนี้เฝ้ามองบ้านเมืองด้วยความเป็นห่วงเริ่มไม่เห็นด้วยกับการปล่อยไหลให้ “อำนาจเบ็ดเสร็จ” เห็นอันตรายเกมของระบอบสีน้ำเงินส่อกวาดเรียบกินรวบบ้านเมืองฝ่ายเดียวเอาเป็นว่าในแผงผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศก็ไม่ได้ปลื้มระบอบสีน้ำเงินไปทั้งหมด และเริ่มไม่นิ่งเฉยถ้า “2 น.” ประมาท ไม่ลดเหิมห้าวก็เสี่ยงพังได้เหมือนกัน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม