ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ในช่วงบ่ายๆ ของวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนนั้น การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ “กรอ.” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล เพิ่งจะจบลง และน่าจะอยู่ในช่วงแถลงข่าวรายละเอียดจะเป็นอย่างไร? มีมติจะดำเนินการต่อไปในเรื่องใดบ้างและอย่างไรบ้าง? โปรดติดตามข่าวกันด้วยนะครับที่ผมหยิบมาเขียนถึงในวันนี้ก็เพื่อจะให้กำลังใจ และขอบคุณท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ส่งสัญญาณว่าจะใช้กลไกของคณะกรรมการร่วมภาครัฐภาคเอกชน หรือ กรอ.ในการเดินหน้า เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเอาจริงเอาจังท่านผู้อ่านที่ติดตามการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยเรามาโดยตลอดคงจะพอจำได้ว่าประเทศไทยเราสามารถพลิกสถานการณ์จากประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก กลายเป็น “เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย” (ชั่วขณะ) อย่างเหลือเชื่อ เพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้น...ในยุค “ป๋าเปรม” พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีช่วงแรกๆเบื้องหลังก็อย่างที่เราทราบ...ป๋าเปรมได้แต่งตั้งกรรมการหลักขึ้น 4 ชุด ภายใต้การแนะนำของ สภาพัฒน์ ซึ่งมี ดร.เสนาะ อูนากูล เป็นเลขาธิการในช่วงดังกล่าวได้แก่ 1. คณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (รศก.) 2. คณะกรรมการร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) 3. คณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติ (กชช.) และ 4. คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (กพอ. หรือเรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า Eastern Seaboard)โดยนายกฯป๋าเปรมรับเป็นประธานให้ทุกชุด และ ดร.เสนาะ อูนากูล เป็นเลขานุการทุกชุด พร้อมกับมีรองเลขาธิการที่ถนัดในแต่ละเรื่องมาเป็นผู้ช่วยเลขานุการสำหรับชุดคณะกรรมการร่วมภาครัฐภาคเอกชน หรือ กรอ.นั้น ผู้ช่วยเลขานุการ หรือมือขวาของ ดร.เสนาะ ที่ยังอยู่ในความทรงจำของนักพัฒนาประเทศมาจนถึงบัดนี้ก็คือ คุณ สถาพร กวิตานนท์ ซึ่งต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการบีโอไอป๋าเปรมให้ความสำคัญแก่คณะกรรมการ กรอ.อย่างยิ่ง เข้าเป็นประธานการประชุมทุกครั้ง และในการเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆอย่างเป็นทางการก็จะมีผู้แทน กรอ.ที่มาจากภาคเอกชน หลายๆท่านร่วมเดินทางไปด้วยทุกครั้งเช่นกันการจับมือกับภาคเอกชนผ่าน กรอ.ในยุคนั้น ถือเป็น “วิถี” หรือ “กลยุทธ์” ใหม่ของการทำงานในประเทศไทย สามารถพลิกสถานการณ์จากการชะลอตัวก่อนปี 2527 กลายเป็นฟื้นตัวอย่างปาฏิหาริย์ ตั้งแต่ปี 2528 เป็นต้นมาต่อมาในยุคน้าชาติ หรือ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ จนถึงยุคคุณ ชวน หลีกภัย, คุณ บรรหาร ศิลปอาชา และ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ก็ยังมีการใช้ กรอ.เป็นเครื่องมืออย่างต่อเนื่องแต่หลังจากเกิดภาวะ “ต้มยำกุ้ง” ใน พ.ศ.2540 เป็นต้นมา แม้จะยังคงใช้ กรอ. อยู่ตลอด แต่ในความเห็นของผมรู้สึกว่าจะใช้อย่างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไรนักดังนั้นเมื่อมีข่าวว่า “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล จะเอาจริง ผมจึงรู้สึกดีใจ และแอบเอาใจช่วยอย่างเต็มที่ขอชูหัวแม่โป้งกด “Like” ให้กำลังใจนะครับ และขอฝากท่านรอง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองประธานกรรมการ และท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ คุณ ดนุชา พิชยนันท์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการเอาไว้ด้วยทั้ง 2 ท่านต้องแข็งขันนะครับ อย่าให้ กรอ.ชุดนี้เป็นเพียง “เสือกระดาษ” เหมือนในช่วงหลายปีหลังๆที่ผ่านมาก็แล้วกัน."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม