เครื่องเดินไม่เต็มสูบ รัฐบาลในปัจจุบันหากเปรียบกับเครื่องยนต์แล้ว ใช้ยังไม่ถึงครึ่งก็ว่าได้ เห็นแค่นายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เท่านั้นกระมังที่เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนงานบรรดารัฐมนตรีลูกเทพจาก “ภูมิใจไทย” ไม่มีอะไรให้เห็นว่าลงมือทำงานแล้ว มีเพียงแค่ “ไชยชนก ชิดชอบ” เพียงคนเดียวกระมังที่ประกาศนโยบายเอไอ พาสปอร์ตเท่านั้นอะไรไม่ว่า แทนที่จะเป็นผลงานโดดเด่นตรงกันข้ามกลับถูกโจมตีอย่างหนักคือไม่คุ้มค่ามีผลประโยชน์แอบแฝงเมื่อรูปการณ์ออกมาอย่างนี้ก็เลยเสียคะแนนไปอีกรัฐมนตรีกลุ่มนี้เป็นคนหนุ่มคนสาวที่สังคมคาดหวังว่าจะเข้ามาทำงานอย่างคึกคักทันสมัยโชว์ความเป็นคนรุ่นใหม่สร้างสรรค์งานให้บรรเจิดกลับตรงกันข้าม!ว่าไปแล้ว “โสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภาคนวัยดึก ยังโชว์ผลงานดีกว่ามากนอกจากงานในหน้าที่โดยตรงที่ไม่มีข้อบกพร่องแล้วยังทำให้สภาคึกคักกว่าเก่าข้าราชการมีกิจกรรมใหม่ๆหลายอย่างว่าไปแล้วเป็นผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติที่เหนือกว่าคนอื่นๆ ที่ผ่านมานอกจากงานหลักแล้วยังทำให้สภามีอะไรใหม่ๆ น่าชื่นชมเมื่อรัฐมนตรีทั้งคณะทำงานกันไม่ถึงครึ่งรัฐบาลจะมีอะไรที่ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาหากไม่รีบปรับจูนเสียใหม่ก็คงจะเป็นอย่างที่พูดๆ กันแหละ...คืออยู่ยาวไม่ได้ทั้งๆที่อาวุธครบเครื่องทุกอย่าง“อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะหัวเรือใหญ่ที่ปัจจุบันก็บริหารประเทศแบบ “รูทีน” ไปวันๆ ควรจะต้องหันกลับมามองสภาพความเป็นจริงได้แล้วอย่างหนึ่งคือการประชุม ครม.เพื่อเร่งเร้าให้ทุกคนสร้างผลงานออกมาอย่างเป็นรูปธรรมได้แล้ว มิใช่ปล่อยให้เป็นไปอย่างที่เห็นๆเพราะงานของรัฐบาลนั้นต้องเดินหน้าไปทั้งองคาพยพไม่ใช่แค่กระทรวงไม่กี่กระทรวงเท่านั้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนทำงาน หากทำไม่ได้ก็สามารถขีดเส้นว่าไม่มีความสามารถและปรับเปลี่ยนให้คนที่ทำได้ทำเป็นเข้ามาแทนที่คนรอคิวยังมีอีกมากเครื่องยนต์หากทำงานไม่เต็มสูบก็ป่วยการนอกจากประสิทธิภาพและประสิทธิผลไม่เต็มร้อยแล้วก็จะเป็นตัวถ่วงอีกด้วย!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม