จุดอ่อนสังคมแบบไทยๆ คือ ลืมง่าย นั่นจึงกลายเป็นจุดแข็งของนักการเมืองกับข้าราชการขี้ฉ้อที่เชี่ยวเชิงและดื้อด้าน จะเลือกใช้วิธีการเงียบสงบ รอให้เวลากลบเรื่องฉาวโฉ่คดีทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นกระแสวูบวาบแค่ไม่นาน เพราะสื่อหลักต้องลดพื้นที่การเสนอข่าวรายวันตามความสนใจของประชาชน แล้วก็ซาไปเองวิถีของพวกขี้ฉ้อที่ฉวยจุดอ่อน สังคมไทยลืมง่ายนั้นเข้าใจได้ แต่ที่น่าหวั่นใจ หากเป็นไปตามข้อมูลที่สำนักข่าว NEXT NEWS ที่วงการยอมรับในการเจาะข้อมูลคอร์รัปชันรายงานว่า วิธีใช้ความเงียบกลบกระแสยังได้ถูกนำเข้ามาใช้ในองค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการตั้งรับข่าวฉาวกุนซือแนะให้เป็นเตมีย์ใบ้ นับตั้งแต่การยกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ไม่มีกรรมการ ป.ป.ช.คนใดให้ความชัดเจนกับสื่อ ตรงกันข้ามกับข่าวลือ อักษรย่อ 2 ต. 1 อ. ตั้งบุคคลใกล้ชิดฝ่ายการเมืองเข้าไปยุ่มย่ามจัดการวางขุมกำลัง โยกย้ายข้าราชการ ป.ป.ช.โจ๋งครึ่มโดยสภาพอึมครึมขององค์กรปราบโกง ในยุคที่นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นประธาน ป.ป.ช. ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับมาตรฐานความเชื่อมั่น คะแนนความโปร่งใสตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ทั้งที่เป็น ป.ป.ช.ชุดที่มีกรรมการเกินครึ่งมาจากสายอดีตข้าราชการตุลาการ สถานะที่ได้รับความเชื่อมั่นในความตรงไปตรงมาแต่เครดิตทั้งหลายทั้งปวงมลายหายไป ไม่อาจการันตีมติที่ออกมาย้อนแย้งความรู้สึกของผู้คนส่วนใหญ่ ค้านสายตาแม้แต่ผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงตุลาการอาวุโสที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับวงกว้าง อย่างนายจรัญ ภักดีธนากุล หรือนายวิชา มหาคุณ ที่ระบุถึงกรณี ป.ป.ช.ยกคำร้องคดีอำพรางหุ้นของนายศักดิ์สยามแบบเซอร์ไพรส์แถมยังสร้างปาฏิหาริย์ต่อเนื่อง ป.ป.ช.ยุคที่นายสุชาติเป็นประธาน ยังมีมติแบบค้านสายตา สร้างความกังขาให้สังคม หลังยกฟ้องคดีของนายศักดิ์สยาม ผ่านไปแค่สัปดาห์เดียว ป.ป.ช.ก็สั่งตีตกคดีทุจริตโครงการปลูกปาล์มอินโดฯ ที่อดีตผู้บริหารเครือ ปตท.และอดีตนักการเมืองตกเป็นจำเลย มูลค่าความเสียหายกว่า2 หมื่นล้านบาทยังไม่นับการยกคำร้องคดีสินบน เครื่องยนต์โรลส์รอยซ์ ที่เกี่ยวพันกับอดีตผู้บริหารกลุ่ม ปตท. ในการจัดซื้อเครื่องเพิ่มแรงดันก๊าซธรรมชาติ คดีสินบนเหมืองทองคำข้ามชาติของบริษัทสัญชาติออสเตรเลีย ที่พัวพันนักการเมืองไทย ฯลฯ จนกลายเป็นองค์กรปราบโกงที่ไม่ได้มุ่งไปที่การไล่เอาผิดทุจริต แต่เน้นไปที่การปัดตกคดีมากกว่า.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม