โลกมันแคบ การเดินทางระหว่างประเทศขวักไขว่ บางครั้งทำให้เกิดปัญหา ล่าสุดบ้านเรากำลังเจอปัญหาการย้ายถิ่นฐานมาปักหลักของชาวต่างชาติ ชาวบ้านเริ่มโวย อาทิ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีคนอิสราเอลขนครอบครัวเข้ามาอยู่อาศัยหลายพันคน?!อาจเพราะเห็นตัวอย่างจากการใช้กำลังในเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ ที่อยู่ดีๆพื้นที่บ้านตัวเองก็เล็กลงๆเหลืออยู่หน่อยเดียว แต่พื้นที่ประเทศอิสราเอลกลับใหญ่ขึ้นๆหลังเสียงร้องเรียนของชาวบ้านมากขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยเริ่มตื่นตัว ตำรวจก็ไม่น้อยหน้า “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนให้ตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย ป้องปรามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองเพื่อกระทำผิดกฎหมายตลอดจนการทำงานของคนต่างด้าวผิดกฎหมายหรือประกอบธุรกิจลักษณะนอมินี ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของประเทศ!ออกมาตรการ 3 ระยะ 1.มาตรการเร่งด่วน 3 เดือน “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” ให้ทุกหน่วยตรวจสอบคนต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ จัดทำฐานข้อมูล กำหนดกลุ่มคนต่างด้าวเป้าหมายที่มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการกระทำผิดตั้งแต่หลบหนีเข้าเมือง ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ยันคดีเศรษฐกิจ2.มาตรการระยะกลาง “ขุดราก ถอนโคน” ใช้เวลา6-9 เดือน ให้ สตม.รับผิดชอบร่วมกับหน่วยต่างๆตรวจสอบฐานข้อมูลคนต่างด้าว การขออยู่ต่อ การประกอบธุรกิจ ถ้าพบความผิดให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด3.มาตรการระยะยาว 1–2 ปี ให้จัดทำระบบฐานข้อมูลคนต่างด้าว การตรวจสอบสถานะคนต่างด้าว เชื่อมโยงกับระบบ One Police ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยเข้าถึง สามารถตรวจสอบฐานข้อมูลคนต่างด้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่มาตรการเดียว 3 ระยะ ก็กินเวลาถึง 3 ปีแล้วแต่อีก 4–5 เดือน ท่าน ผบ.ตร.ก็เกษียณแล้ว ใครจะทำต่อ?สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม