“อนุทิน” ลั่นรัฐบาลไม่มั่นใจไม่ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยันแผนงานไม่สะดุด ไม่ต้องมีแผนสอง “ปกรณ์” การันตีไร้ปัญหา ชี้ รธน.ปี 60 ให้ตรวจสอบเฉพาะความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่ได้มัดปมความจำเป็นเร่งด่วน “เอกนิติ” ย้ำ รบ.ต้องดูแลปากท้อง ปชช.ถ้าไม่ทำวันนี้วิกฤติคนตกงานและวิกฤติอื่นตามมาอีกหลายระลอก “พริษฐ์” เฉ่ง รบ.หนีสภา พลัส 2 เด้ง ฉวยโอกาสจับเงินเยียวยา ปชช.เป็นตัวประกัน สอดไส้โครงการพลังงานเลี่ยงสภาตรวจสอบ ขู่จองกฐินล่วงหน้ายื่นญัตติซักฟอก สว.พบแลนด์บริดจ์จุดเสี่ยงอื้อ จี้รัฐเร่งแก้ ก.ม.ปิดจุดเสี่ยงการขนส่ง หวั่นสร้างภาระเสียค่าโง่ซ้ำรอย อดีต “ทักษิณ” ไป รพ.พระราม 9 เช็กอัปร่างกายหลังนอนคุกยาว 8 เดือนรัฐบาลยืนยันความจำเป็นเร่งด่วนเดินหน้าดำเนินโครงการตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทต่อไป แม้ฝ่ายค้านได้ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ระบุหากรัฐบาลไม่มั่นใจคงไม่ออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ขณะที่มือกฎหมายรัฐบาลยืนยันรัฐธรรมนูญปี 60 ให้ตรวจสอบเฉพาะความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ให้ดูเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนนายกฯพา “ศุภจี” ซ้อนท้ายซิ่งรถพุ่มพวงเมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการเปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” มีรัฐมนตรีเข้าร่วม อาทิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายอนุทินสวมเสื้อกั๊กโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ถ่ายภาพร่วมกับรัฐมนตรี เดินดูรถพุ่มพวงร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ทั้งรถกระบะ รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง พร้อมเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าสอบถามราคาสินค้า จากนั้นขึ้นขับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างพุ่มพวง มีนางศุภจีนั่งซ้อนท้ายจากหน้าตึกสันติไมตรีไปยังตึกไทยคู่ฟ้า หยิบสินค้าขึ้นโชว์สื่อมวลชน เช่น น้ำมันพืช แครอท ร้องเพลงจ้ำจี้ผลไม้ว่า “แตงกวา แตงไทย ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟักแฟง แตงโม ไชโย โห่ฮิ้ว” พร้อมบอกว่า เขาจะเอาสินค้าเหล่านี้ไปขายในหมู่บ้าน ราคาต่ำกว่าตลาด 10% 20% 30% ขึ้นไป สินค้าในรถพุ่มพวงถูกกว่าตลาดทั่วไป เมื่อถามว่า ถ้าประชาชนเรียกร้องให้โครงการนี้อยู่ต่อ แม้เศรษฐกิจจะดีขึ้นแล้ว นางศุภจีกล่าวว่า ทำได้ ตั้งใจจะเอาสินค้าอุปโภคบริโภคของ SME คนตัวเล็กตัวน้อย ผู้ประกอบการในชุมชนเอามาร่วมในโครงการนี้อยู่แล้วฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนถก ครม.จากนั้นนายกฯเดินชมร้านจำหน่ายสินค้าในโครงการไทยช่วยไทย ภายในตึกสันติไมตรี ขอบคุณผู้ประกอบการที่นำสินค้ามาร่วมโครงการ มีผู้ประกอบการมอบน้ำปลาให้ นายกฯควักเงินจ่าย ก่อนนายกฯเดินไปที่ตึกบัญชาการ 1 ร่วมประชาสัมพันธ์การจัดนิทรรศกิจกรรมให้ความรู้การป้องกันโรคติดต่อของกระทรวงสาธารณสุข นายกฯฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย จากนั้นเวลา 10.00 น.นายอนุทินเป็นประธานการประชุม ครม.ที่มีรัฐมนตรีลาประชุม 3 คน ได้แก่ 1.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ 2.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และ 3.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรมพ.ร.ก.กู้เงินไม่สะดุด ไม่ต้องมีแผน 2ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยไม่จำเป็นเร่งด่วนว่า รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนและมีประโยชน์ การยื่นตีความจะไม่ทำให้โครงการที่วางไว้สะดุด พ.ร.ก.กู้เงินประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว เพียงแต่ที่จะล่าช้าไปบ้างเมื่อสมาชิกรัฐสภาหนึ่งในห้าส่งเรื่องมา ประธานสภาฯที่จะบรรจุวาระ พ.ร.ก.กู้เงินพิจารณาเป็นลำดับแรกยังทำไม่ได้ แต่ว่าถือเป็นคนละซอยกัน ซอยทำงานให้ประชาชนเอาเงินไปช่วยเหลือ ความเดือดร้อนประชาชนยังเดินต่อไป เมื่อถามว่าเตรียมรับมือกรณีร้ายแรงที่สุด หากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญไว้บ้างหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำคือช่วยเหลือความเดือดร้อนประชาชนที่เป็นเรื่องฝ่ายบริหาร มีอยู่แผนเดียวแผนช่วยเหลือประชาชน เมื่อถามอีกว่า เรื่องนี้มีตำแหน่ง ครม.เดิมพัน มีแผนสำรองหรือไม่หากศาลตีความเป็นอย่างอื่น นายอนุทินกล่าวว่า มาถึงจุดนี้แล้วถ้าไม่มั่นใจ ก็อย่าออก พ.ร.ก.เท่านั้นเองมั่นใจไร้ปัญหา รธน.ปี 60 ไม่ผูกมัดนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบ ตามข้อกฎหมายมองว่าไม่มีปัญหา สิ่งที่รัฐบาลทำต้องมั่นใจว่าต้องรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ ข้อมูลกระทรวงการคลังไล่ดูเงินทุกก้อนที่มีอยู่มันไม่เพียงพอ และสงครามยังไม่น่าจะจบ พ.ร.ก.กู้เงินแบ่งเป็น 2 ก้อน โยกสลับกันได้ แต่รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาและเปลี่ยนผ่านพลังงานทำไปพร้อมกัน การใช้จ่ายเงินจึงไม่แยกก้อน ฝ่ายค้านมองว่าไม่จำเป็นเร่งด่วน รัฐธรรมนูญปี 60 กลับไปใช้ตามหลักเดิมของรัฐธรรมนูญปี 40 คือให้ตรวจสอบเฉพาะความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ให้ดูเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน แต่รัฐบาลจะรู้ดีที่สุดถ้าไม่เร่งด่วนรัฐบาลคงไม่ทำ เพราะกระทรวงการคลังเปรียบเสมือนแม่บ้านถือกระเป๋าตังค์อยู่ ขาดไม่ขาดแม่บ้านจะรู้ ดูรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคแรกว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จะไม่ดูความจำเป็นเร่งด่วน มั่นใจศาลจะดูตามกรอบและวัตถุประสงค์ รัฐธรรมนูญ 172 วรรคหนึ่งเป็นไปตามความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่ ยืนยันไม่มีการตีเช็คเปล่า เป็นวาทกรรมที่ไม่ควรใช้ ชีวิตคุณตีเช็คเปล่าหรือไม่ ติดคุกนะ รัฐบาลไม่ทำย้ำไม่ทำวันนี้วิกฤติตามอีกหลายระลอกด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า ชัดเจนว่าเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วิกฤติปากท้องประชาชน ทั่วโลกเจอทุกประเทศต้องรับผิดชอบดูแลปากท้องประชาชน การเทียบวิกฤติปี 40 เป็นวิกฤติค่าเงินไม่เหมือนกัน ครั้งนี้เป็นค่าครองชีพปากท้องประชาชน รัฐบาลยืนยันจำเป็นเร่งด่วน ครม.พิจารณาอย่างรอบคอบ ถ้าเราไม่ทําวันนี้วิกฤติจะมาอีกหลายระลอก ถ้าไม่สามารถหยุดวิกฤติตั้งแต่วันนี้ รอให้เกิดปัญหาค่าครองชีพรายได้หดตัว ธุรกิจรายเล็กไม่สามารถยืนได้ด้วยตนเอง จะกระทบรุนแรง กลายเป็นวิกฤติคนตกงาน ปล่อยไว้จะยิ่งแก้ยาก ขอยืนยันความมั่นคงทางเศรษฐกิจต้องออก พ.ร.ก.นี้ ยืนยันจะเดินหน้าต่อไป เมื่อถามว่าเงินก้อนหลัง 2 แสนล้านบาท ใช้งบฯปกติได้หรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า เงิน 2 แสนล้านบาทหลัง กับ 2 แสนล้านบาทแรกแยกกัน วัตถุประสงค์คือ 4 แสนล้านบาทเพื่อช่วยเหลือเยียวยา แล้วหลังวิกฤติเขากลับมาเข้มแข็งขึ้นไม่ดีกว่าหรือยิงนกครั้งเดียวได้สองตัว วันนี้ทุกประเทศบอกประเทศไทย มีความเสี่ยงวิกฤติพลังงานมากกว่าคนอื่น ต้องนําเข้าพลังงานสูงและวิกฤติสงครามไม่รู้จะจบเมื่อไหร่“พริษฐ์” ฉะ รบ.หนีสภาพลัส 2 เด้งเมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า คำร้องเขียนไว้ชัดเจน รัดกุม พุ่งเป้าไปที่เงินก้อน 200,000 ล้านบาทหลัง ที่รัฐบาลอ้างใช้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กังวลใจรัฐบาลไม่ตรงไปตรงมา หลีกหนีการตรวจสอบของสภาฯ อาจเข้าข่ายปรากฏการณ์ “หนีสภา พลัส” คือ หนีที่หนึ่ง จงใจนำเงิน 2 ก้อนมัดรวมไว้ใน พ.ร.ก.ฉบับเดียว บีบให้ฝ่ายค้านต้องแสดงความเห็นกับเงินทั้ง 2 ก้อนคราวเดียวกัน ฉวยโอกาสความเดือดร้อนของประชาชน เอาเงินเยียวยาของประชาชนมาเป็นตัวประกัน และสอดไส้โครงการด้านพลังงาน หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ เลี่ยงไปใช้ พ.ร.ก. ทำไมไม่เอาเงิน 200,000 ล้านบาทหลัง มารวมเข้ากับงบฯปกติ หรือแยกออกมาเป็น พ.ร.บ.เงินกู้อีกฉบับก็ได้ แต่กลับยัดไส้หนีสภาฯเอามารวมกัน วันที่ 14 พ.ค.พรรค ปชน.จะยื่นญัตติเพื่อตั้งคณะ กมธ.วิสามัญติดตามตรวจสอบความโปร่งใสการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินนี้ เหมือน พ.ร.ก. เงินกู้ช่วงโควิด-19 เมื่อการใช้เงินเกิดขึ้นแล้วไม่มีเหตุใดที่สภาฯจะไม่ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญขึ้นตรวจสอบ หวังว่า สส.รัฐบาลจะร่วมมือ ไม่ใช้เสียงข้างมากปิดกั้นการตรวจสอบจองกฐินล่วงหน้า ยื่นญัตติซักฟอกนายพริษฐ์กล่าวว่า ญัตติเสนอตั้ง กมธ. ฝ่าย ค้านพร้อมอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลพร้อมเรายื่นด้วยวาจาได้ถ้า สส.รัฐบาล-วิปรัฐบาลยินดี ตั้งได้เลยวันที่ 14 พ.ค. กลไกการยับยั้งเรามีอยู่แล้ว ทั้งตรวจสอบงบฯช่วงเดือน ก.ค.แต่วันนี้พุ่งเป้าตรวจสอบ พ.ร.ก.เงินกู้เฉพาะหน้า ยังมีอีกหลายกรณีเริ่มเห็นความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านดำเนินการได้อยู่แล้ว จะใช้เมื่อใดต้องดูข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ได้ 1 ครั้งต่อปี มีเวลาจนถึง มี.ค.70 ที่ใช้ได้ ต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อนยื่นศาล รธน.ชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงินขัด รธน.ช่วงเย็น เพจเฟซบุ๊ก พรรค ปชน.โพสต์ข้อความว่า เปิดคำร้องที่พรรค ปชน.ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีสาระสำคัญดังนี้ รัฐบาลใช้อำนาจฝ่ายบริหารออกกฎหมายแทนรัฐสภาได้ เฉพาะสถานการณ์พิเศษจริงๆเท่านั้น เพราะปกติอำนาจการออกกฎหมาย เป็นของรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอนุมัติงบฯ และการก่อหนี้สาธารณะ ต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ในรูปแบบ พ.ร.บ. ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ที่กำหนดข้อยกเว้นให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.ได้ หากต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ และทำได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นหากรัฐบาลจะออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนแผนการสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงาน รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าหากไม่ดำเนินการทันทีจะเกิดภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยเฉียบพลันเฉ่งใช้อำนาจพิเศษ ข้ามหัวสภาฯเพจพรรค ปชน.ระบุอีกว่า ถ้ารัฐบาลจะเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดจริง ต้องการแผนพัฒนาเชิงโครงสร้างระยะกลางและระยะยาว ต้องอาศัยระยะเวลาดำเนินการ และต้องทยอยลงทุนตามลำดับความจำเป็น (phasing) ไม่ต่ำกว่า 4 ปีจึงจะสำเร็จ จึงเกิดข้อสงสัยว่าหากไม่มีมาตรการด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานในทันที จะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จนเป็นเหตุให้มีการตรา พ.ร.ก.ตามเจตนารมณ์ของมาตรา 172 จริงหรือไม่ พรรค ปชน.จึงเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แม้เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่เราไม่เห็นด้วยหากทำด้วยการใช้อำนาจพิเศษออก พ.ร.ก.เงินกู้ที่ข้ามหัวสภา ดังนั้นการยื่นครั้งนี้จึงเป็นการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน โดยเฉพาะแผนการสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ตามวรรคหนึ่งหรือไม่สว.พบแลนด์บริดจ์จุดเสี่ยงอื้อเมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารายงานการศึกษาความเป็นไปได้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ตามที่คณะ กมธ.คมนาคมวุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้ว เนื้อหาสรุปว่า 1.ด้านการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายโครงการ ยังไม่แสดงองค์ประกอบเวลาขนส่งแบบครบวงจร ไม่ได้รวมเวลารอเรือถ่ายลำ อาจทำให้ข้อสรุปความได้เปรียบด้านเวลาเอนเอียง ขณะที่ต้นทุนการขนส่งแบบต่อเนื่องหลายรูปแบบเรือ บก เรือที่มีขั้นตอนยกขน เปลี่ยนโหมดขนส่งเพิ่มเติม เทียบการเดินเรือโดยตรงส่งผลให้มีต้นทุนดำเนินงาน ต้นทุนจัดการตู้สินค้าเพิ่มขึ้น การประเมินความได้เปรียบด้านเวลาและค่าใช้จ่ายโครงการ ควรวิเคราะห์หลายสมมติฐานให้สะท้อนการดำเนินงานจริงมากขึ้น 2.ด้านเวลาและการปฏิบัติการที่กำหนดการขนถ่ายตู้สินค้าสำคัญได้ ภายใน 20 ชั่วโมงต่อปริมาณตู้สินค้า 4,000 TEU’s ตัวเลขอ่อนไหวสูงต่อสมมติฐานปฏิบัติการจริง อาจมีข้อจำกัด ความหลากหลายของน้ำหนักและขนาดตู้ การจัดลำดับตู้ ทำให้การบรรลุเป้าหมายในเวลา 20 ชั่วโมง อาจไม่สอดคล้องข้อเท็จจริง เสี่ยงคลาดเคลื่อนจี้เร่งแก้ ก.ม.ปิดจุดเสี่ยงขนส่ง3.ด้านส่วนแบ่งตลาด สมมติฐานที่ใช้คำนวณต้นทุน ระยะเวลา ถ้าไม่อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน อาจส่งผลต่อคาดการณ์ส่วนแบ่งการตลาด การคำนวณบางกรณีสะท้อนว่าเส้นทาง Transshipment หรือการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะ ณ จุดเดียว ยังมีส่วนแบ่งตลาดสูงกว่า 4.ด้านกฎหมาย โครงการขนส่งแบบเรือ—บก-เรือ ต้องพึ่งพากฎหมายและพิธีการผ่านแดน เสี่ยงที่กระบวนการผ่านแดน-ถ่ายลำ ไม่สามารถดำเนินการได้เป็นเอกภาพในทางปฏิบัติ 5.ผลกระทบและความเสี่ยงอื่นๆ ร่องน้ำท่าเรือฝั่งอันดามัน จ.ระนอง มีข้อจำกัดเชิงกายภาพ ส่งผลต่อขนาดเรือที่เข้าออกได้ต่อเนื่อง ยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคง กฎหมายระหว่างประเทศจากพื้นที่ใกล้น่านน้ำประเทศเพื่อนบ้าน การเวนคืนที่ดินที่อาจกระทบความต่อเนื่องโครงการ ความเชื่อมั่นนักลงทุนนายประพันธ์ โลหะวิริยศิริ สว.กล่าวว่า ขณะที่กฎหมาย SE ไม่ใช่ยาวิเศษดลบันดาลให้กฎหมายอื่นๆต้องศิโรราบ ศักดิ์กฎหมายมีอำนาจเท่ากัน ความซับซ้อนต่างๆในการดำเนินการยังมีอยู่ หากต้องการทำโครงการแลนด์บริดจ์จริงๆ ต้องแก้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง หากไม่แก้จะเกิดปัญหาตามมาห่วงสร้างภาระพาเสียค่าโง่นายชูชีพ เอื้อการณ์ สว.อภิปรายว่าไม่คัดค้านการพัฒนา แต่ขอให้รัฐบาลศึกษารอบคอบ ให้สังคมตรวจสอบเข้าถึงได้ ไม่เป็นสะพานภาระ ไม่ให้คนไทยเสียค่าโง่เหมือนหลายโครงการ เช่น โครงการโฮปเวลล์ คลองด่าน หากมุ่งเม็ดเงินหรือจีดีพีจะทำให้ความรวยกระจุกอยู่ที่กลุ่มคน ความจนตกที่ประชาชน ถ้าทำแล้วไม่มีคนมาใช้ อาจเป็นอนุสาวรีย์การศึกษาที่ผิดพลาดได้ ไม่ได้เสนอให้ปิดประตูแลนด์บริดจ์ แต่ควรศึกษารอบด้านนพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว.อภิปรายว่า รัฐบาล ตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ มองเป็นสัญญาณให้ถอยโครงการ หากไม่มีในคำแถลงนโยบายรัฐบาล ไม่ควรเดินหน้า เพราะมีผลกระทบต่อพื้นที่ ประชาชน ไม่คุ้มค่าการลงทุน เราปฏิเสธการพัฒนาที่สุ่มเสี่ยง ไม่คุ้มค่า สุ่มเสี่ยงตกเหว หลังสมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมวุฒิสภาจะส่งข้อเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป“พิพัฒน์” ปิดปากไม่อยากเข้าตัวเมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวถูกพาดพิงถึงการกว้านซื้อที่ดิน จ.ระนอง รองรับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนายพิพัฒน์ ถามสื่อกลับว่า “เกี่ยวอะไรกับผม” ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะ รมว.คมนาคม นายพิพัฒน์ตอบว่า ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับตนเลย บริษัทดังกล่าวได้แถลงชี้แจงไปแล้ว เมื่อถามว่า มีกรรมการบริษัท นามสกุลรัชกิจประการ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ซีอีโอเป็นน้องชาย ท่านมีปัญหาอะไรหรือไม่ เมื่อถามว่าพรรคฝ่ายค้านเชื่อมโยงว่าบริษัทดังกล่าวไปกว้านซื้อที่ดิน นายพิพัฒน์กล่าวว่า บริษัทออกมาแถลงแล้วว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้ซื้อสักที่หนึ่ง หรือถ้าว่างๆ นักข่าวลองโทรศัพท์ ไปถามเขาดู ไม่อยากจะคุยเรื่องนี้ เพราะคุยไปเดี๋ยวเข้าตัว140 สส.—10 สว.ยื่นไต่สวน ป.ป.ช.อุ้ม “เสี่ยโอ๋”เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. รับหนังสือจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นหลักฐานประกอบคำร้องให้พรรคฝ่ายค้านต่อการยื่นศาลฎีกาเพื่อตั้งกรรมการอิสระไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังมีมติยกคำร้องในคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม กรณีปกปิดบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน ซุกหุ้นเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ นายพริษฐ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านอยู่ระหว่างยกร่างคำร้อง ตั้งใจทำให้เสร็จในเดือน พ.ค.มีสมาชิกรัฐสภาแจ้งจะร่วมลงชื่อเกิน 140 เสียงแล้ว เป็น สส. พรรค ปชน.119 คน พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน พรรคไทยภักดี 1 คน และ สว.อีกราว 10 คน คำร้องจะเน้น 3 ประเด็น 1.ข้อเท็จจริงที่ศาลรัฐธรรมนูญนำมาพิจารณาถึงเส้นทางการเงิน แต่ไม่พบว่า ป.ป.ช.นำมาพิจารณา 2.การตรวจสอบทุกประเด็น ทุกข้อกล่าวหาตามคำร้อง ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. แต่กลับไม่พบการดำเนินการ 3.กระบวนการ ป.ป.ช.ตั้งแต่รับคำร้อง การไต่สวน พบความผิดวิสัยที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ผู้ร้อง ไม่เคยได้รับการติดต่อ จนมารู้ว่า ป.ป.ช.ยกคำร้องพร้อมสื่อมวลชน ขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช.ชี้แจงกระบวนการสอบสวนไต่สวนคดีนี้ สงสัยว่า ป.ป.ช.อาจยกคำร้องก่อนจะสอบสวนไต่สวน“อนุดิษฐ์” อัด รบ.ผลักภาระชิ่งแก้ รธน.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลประกาศไม่ขอให้รัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ตกไปเพราะการยุบสภา ให้เหตุผลว่าเป็นร่างเดิมของรัฐสภาชุดก่อนที่มีความขัดแย้ง ควรให้รัฐสภาชุดใหม่เป็นผู้เสนอญัตติใหม่ว่า รัฐบาลกำลังหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กลายเป็น ต้นตอของความขัดแย้งและอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ขณะที่ประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง ได้ลงประชามติ “เห็นชอบ” ว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นเจตจำนงทางการเมืองของประชาชนมหาศาล ประเทศไทยควรเดินหน้าไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่วันนี้รัฐบาลซึ่งเป็นผู้เสนอให้มีประชามติ กลับพยายามโยนภาระการแก้รัฐธรรมนูญให้รัฐสภา หากรัฐบาลจริงใจต่อประชาชนต้องเป็นผู้เสนอเอง ขอเรียกร้องให้ประชาชนจับตาการลงมติของทั้ง สส.และ สว.อย่างใกล้ชิดว่าใครยืนอยู่ข้างประชาชน“ทักษิณ” เช็กสุขภาพ รพ.พระราม 9สำหรับความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค. ต่อมาเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 พ.ค. นายทักษิณเดินทางไปที่โรงพยาบาลพระราม 9 ตรวจเช็กสุขภาพเช็กอัปร่างกายหลังจากถูกควบคุมตัวในเรือนจำมานาน 8 เดือน โดยมาพร้อมกับครอบครัวคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พร้อม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวทั้งสองคน นายทักษิณตรวจร่างกายเกือบทั้งหมดยกเว้นการเข้าตรวจด้วยเครื่องสแกน MRI คาดว่าอาจเพราะ ติดกำไล EM ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าการเดินทางมาตรวจสุขภาพครั้งนี้ เป็นการเดินทางมาส่วนตัว ไม่อนุญาตให้สื่อบันทึกภาพและทำข่าว ภายหลังนายทักษิณตรวจสุขภาพเสร็จสิ้นได้เดินทางกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ถือเป็นการพักโทษในวันที่สอง“ไชยชนก” ไม่ห่วงอะไร รบ.แกร่งพอนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้พักโทษ จะมีผลกระทบกับการเมืองหรือไม่ว่า ไม่ทราบ ไม่ได้คิดว่าจะมีหรือไม่มีแต่เดี๋ยวคอยติดตามดู เมื่อถามว่าบางคนมองว่านายทักษิณมีบทบาททางการเมืองสูง อาจยังมีความไม่พอใจอยู่ นายไชยชนกกล่าวว่า ตอนนี้นายกฯ รวมถึงเสถียรภาพรัฐบาลค่อนข้างจะเข้มแข็ง ไม่คิดว่าจะได้รับผลกระทบได้ง่ายขนาดนั้น เอาความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก วันนี้รัฐบาลมีเสถียรภาพและความมั่นคงเพียงพอ เมื่อถามว่าหลายคนมองว่าเมื่อนายทักษิณออกมา อาจจะมีความคิดที่จะแก้แค้นอะไรหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่ทราบ ตอบแทนไม่ได้“ไอติม” รับองค์ความรู้อดีตผู้นำมีค่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้รับการพักโทษออกมาอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าว่า ขอไม่ไปก้าวล่วงพรรคอื่น แน่นอนว่านายทักษิณฐานะอดีตนายกฯ ขณะดำรงตำแหน่งนายกฯมีหลายนโยบายสร้างประโยชน์ให้ประชาชน เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค องค์ความรู้และประสบการณ์ หากมีการถ่ายทอดและเผยแพร่แลกเปลี่ยน จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ แต่สุดท้ายแล้วบทบาทของนายทักษิณจะเป็นอย่างไร ขอไม่ก้าวล่วง ให้เป็นประเด็น ที่ถามนายทักษิณเอง“อนุชา” ไขก๊อก ภท.ร่วมงาน ปชป.เมื่อเวลา 14.30 น. ที่โกดังโรงงานยาสูบ 5 กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน “AI Demo Day : Bangkok Build Ai” มีคนแวดวง AI ทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วม อาทิ นายพิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา อดีตเลขานุการนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus บริษัทแม่ของ LINE Thailand มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวเปิดงาน ในงานนี้มีนายอนุชา บูรพชัยศรี อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ภท.มาร่วมงานพร้อมกับนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ปชป.ดูแลพื้นที่ กทม. จากนั้นได้ร่วมพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคนายอนุชาเปิดเผยว่า ในฐานะอดีต สส.คลองเตย งานจัดในพื้นที่จึงมาดูงานนี้ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค ภท.แล้วปลายสัปดาห์ก่อน พรรค ภท.รับทราบครบถ้วน เมื่อถามว่าจะกลับมาร่วมงานกับพรรค ปชป.เลยใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า มาดูงานแต่อนาคตอาจมาร่วมงานกับพรรค ขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอให้รอวันที่ 16 พ.ค. ที่พรรคจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ให้ได้แสดงวิสัยทัศน์ สู้ได้ หรือไม่อยู่ที่คนเลือกนายกฯถกยกระดับอุตสาหกรรมไทยเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว. มหาดไทย พร้อมนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ให้การต้อนรับ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่นำคณะผู้บริหารสภาอุตฯวาระปี 69-71 เข้าพบหารือแลกเปลี่ยนความเห็นส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย นายอนุทินกล่าวว่า ยินดีที่ได้พบคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. ชุดใหม่ เชื่อมั่นว่าจะร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็ง ข้อเสนอแนะที่สภาอุตฯเสนอ สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้แข่งขันได้ในระยะยาว โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี นวัตกรรมและตลาดใหม่ๆได้มากขึ้น รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันรบ.จัดคิว ครม.สัญจรสงขลา 9 มิ.ย.น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ครม.มีมติรับทราบการจัดประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 จ.สงขลา วันที่ 9 มิ.ย. และติดตามการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย. ในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ การยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและบริการ การขับเคลื่อนการแปรรูปสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการส่งออกและการบริหารจัดการน้ำและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเมืองเพื่อระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเคาะงบกลางเยียวยา 91 กำลังพลน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯแถลงว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติงบกลางฯรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) กองทัพบกและกองทัพเรือ วงเงินรวม 452,350,000 บาท และในปีถัดไปจะอยู่ในระบบงบฯปกติ ตามที่ กห.เสนอ เพื่อบรรเทาและเยียวยากำลังพล 91 นาย ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจจากเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยังคงให้ได้รับสิทธิด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าของสิทธิเสียชีวิตลง 27 ราย บุคคลในครอบครัว 40 รายสิ้นสุดสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ต้องกลับไปใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รัฐบาลให้ความสำคัญดูแลครอบครัวของผู้เสียสละ มอบหมายให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้บุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตดังกล่าวได้รับ “สิทธิบัตรทองฮีโร่” หรือ UC Heroes ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเทียบเท่าสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ สิทธิดังกล่าวจะคงอยู่จนกว่าผู้มีสิทธิได้รับสิทธิรักษาพยาบาลอื่นตามกฎหมายและในกรณีบุตรของผู้เสียชีวิต ให้ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนกว่าบรรลุนิติภาวะ“ยุทธพงศ์” นั่งที่ปรึกษา รมว.ศธ.น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการการเมือง กระทรวงศึกษาธิการ 3 ราย 1.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ 2.นายวัลลภ รุจิรากร ดำรงตำแหน่งเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ และ 3.นายภาควัต ศรีสุรพล เลขานุการ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมแต่งตั้งนายษฐา ขาวขำ เป็นที่ปรึกษา รมว.คมนาคม นายปารเมศ โพธารากุล นั่งที่ปรึกษา รมว.วัฒนธรรม และ น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร เป็นเลขานุการ รมว.วัฒนธรรม ครม. อนุมัติแต่งตั้ง ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอให้ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร นั่งรองโฆษกประจำสำนักนายกฯและแต่งตั้งประจำสลน.ได้แก่ พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล นายเสฏฐนันท์ ราฟาเอล เตชะวิบูลย์ นายธนากร รัตนากร และ น.ส.พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ได้แก่ พล.อ.อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ พล.ท.วรพรต แก้ววิจิตร น.ส.ชนก จันทาทอง น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ นายเอกภพ เพียรพิเศษ และนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์กต.ยันถกเขมรภายใต้ UNCLOSที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาจับตัวคนไทยหาของป่าในข้อหาลักลอบข้ามแดนว่า อยู่ในกระบวนการให้ความช่วยเหลือ มีการประสานงานเรียบร้อยและติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อถามถึงกรณีกัมพูชาขึ้นทะเบียนบันทึกความเข้าใจ ระหว่างไทยและกัมพูชาปี 2001 หรือ MOU 44 เพื่อเป็นหลักฐานเรื่องเส้นเขตแดน ก่อนที่รัฐบาลไทยประกาศยกเลิก นายสีหศักดิ์ตอบว่า ปัจจุบันกัมพูชาเป็นรัฐภาคีของกฎหมายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เป็นกรอบเดียวกันกับที่จะพูดคุย การเจรจาภายใต้ UNCLOS เป็นเรื่องที่ดี ไม่ต้องเสียเวลาแต่ยังไม่ควรสรุปว่าใช้กลไกใด เมื่อถามว่ากัมพูชาไปขึ้นทะเบียน MOU 44 เพื่อบันทึกเป็นหลักฐานถึงเส้นเขตแดนที่กัมพูชาอ้างลากผ่านเกาะกูด จ.ตราด ของไทย นายสีหศักดิ์ตอบว่า ไม่ได้ เพราะภายใต้กฎหมาย UNCLOS ต้องไปดูเขตแดนที่เป็นกติกากฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ทราบว่าไปแอบขึ้นทะเบียนอะไรอย่างไร รู้อย่างเดียวว่าจะคุยกันภายใต้กฎหมาย UNCLOS เมื่อถามว่าจะไม่มีผลต่อเกาะกูดของไทยใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่า หากลากเส้นจะรู้เลยว่าเกาะกูดเป็นของไทยอยู่แล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่