“ทักษิณ” ยิ้มร่าโล่งใจได้พักโทษพ้นคุก กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ปล่อยมุกไปจำศีล 8 เดือน เป็นอัลไซเมอร์จำอะไรไม่ได้แล้ว “ลูกหลาน ญาติมิตร แฟนคลับ” แห่ต้อนรับสุดอบอุ่น “อิ๊งค์” โผกอดพ่อเป็นคนแรก โพสต์ซึ้งเรามีกันและกัน ขอบคุณเพื่อนพี่น้องเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยอยู่เคียงข้างกันในวันยากที่สุดเสมอมา อดีตนายกฯไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ รับทราบ 11 เงื่อนไขพักโทษ คุมเข้มห้ามออกนอกเขต กทม.-ห้ามออกนอกประเทศ “อนุทิน” ดีใจด้วย กับนายเก่า โต้ “กรณ์” อย่ามาข่มกัน เมินเปรียบเทียบกู้เงินยุค “รัฐบาลหนู-มาร์ค” “เอกนิติ” แจงจำเป็น ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สู้วิกฤติซับซ้อนชี้เงินเฟ้อจ่อพุ่ง 4-5% ฝ่ายค้านยื่นประธานสภาฯ ส่งศาล รธน.ตีความ พ.ร.ก.กู้เงินขัด รธน.“ณัฐพงษ์” ฉะสอดไส้ 2 แสนล้าน ปรับโครงสร้างพลังงานไม่เกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จี้ระงับใช้งบฯ 2 แสนล้าน ไม่เร่งด่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หวนคืน สู่อิสรภาพหลังได้รับการพักโทษ สวมกำไลอีเอ็ม ก้าวพ้นเรือนจำกลับไปพักที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นท่วมท้น ทั้งจากครอบครัว คนใกล้ชิด สส. และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมทั้งมวลชนคนเสื้อแดง เปิดปากบอกสื่อ ถูกคุมขังในเรือนจำ 8 เดือน ไปจำศีลมา ตอนนี้จำ อะไรไม่ได้แล้วลูกหลาน–ญาติมิตรแห่รับ “ทักษิณ”เมื่อเวลา 07.25 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม บริเวณรอบเรือนจำฯตั้งแต่เช้ามืดมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศมาปักหลักติดตาม ทำข่าวการพักโทษคุมประพฤติของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยคนเสื้อแดงทยอยเข้าพื้นที่ ก่อน น.ส. แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ บุตรสาวคนเล็กของ นายทักษิณพร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยนายทักษิณ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคนโตของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เดินทางมาถึง โดยได้สวัสดีทักทายคนเสื้อแดง และแกนนำพรรค พท. อาทิ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รองนายกฯ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีต รมว.กลาโหม นายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ หลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด น.ส.จิราพร สินธุไพร และอีกหลายคน ขณะที่มีเพื่อนร่วมรุ่นของนายทักษิณจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ รุ่นมงฟอร์ต 2508 มาร่วมยืนรอต้อนรับที่ประตูหน้าเรือนจำฯจนท.จัดระเบียบหน้าเรือนจำฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่จัดระเบียบพื้นที่ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และอนุญาตให้มวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนทยอยเข้าในพื้นที่เรือนจำกลางคลองเปรม แก้ไขปัญหามวลชนหนาแน่นและการจราจรติดขัดบนถนนงามวงศ์วานขาออก จัดพื้นที่ ให้อยู่ด้านนอกแผงกั้นรอบวงเวียนเสาธงชาติ เคลียร์ปัญหาผู้คนหนาแน่นริมถนนงามวงศ์วานหน้าประตูทางเข้าเรือนจำกลางคลองเปรม เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ตั้งจุดคัดกรอง ตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระก่อนเข้าพื้นที่ ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายหลังปล่อยให้ประชาชนเข้ามาในพื้นที่จำนวนหนึ่งแล้วเจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่พร้อมนำแผงเหล็กมากั้นริมถนน ให้มวลชน อยู่ในพื้นที่ตามกำหนด ก่อนถึงช่วงเวลาที่นายทักษิณได้รับการพักโทษปล่อยตัวเดินทางออกจากเรือนจำฯตามเวลากำหนดอดีตนายกฯยิ้มกว้างสวมกอดลูกๆต่อมา เวลา 07.45 น. บรรยากาศด้านหน้า ประตูเรือนจำฯเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแห่งการรอคอย ของครอบครัวชินวัตร แกนนำพรรค พท. และคนเสื้อแดง มานาน 8 เดือน หรือ 243 วัน ที่ครอบครัวต้องเยี่ยม นายทักษิณผ่านลูกกรงมา 61 ครั้ง วันเวลาแห่งอิสรภาพก็มาถึงนายทักษิณในชุดเสื้อโปโลคอปกสีขาว กางเกงขายาวสีกรมท่าเข้ม ตัดผมรองทรงสูง สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ยิ้มกว้างเดินก้าวออกจากประตูเรือนจำฯกางแขนกว้างโอบกอด น.ส.แพทองธารที่เดินชูแขนเข้าหาพ่อเป็นคนแรก ตามด้วย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลาง ด.ช.ชินวาคิน คุณากรวงศ์ หรือน้องวาคิน บุตรชายคนเล็กของ น.ส.พินทองทา พร้อมสวมกอดนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโต นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี น.ส.พินทองทา และ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือปอ สามี น.ส.แพทองธารเสื้อแดงไชโยโห่ร้องเรารักทักษิณระหว่างนั้น น.ส.แพทองธารมีน้ำตาคลอๆและเม้มปาก ส่วน น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก ภรรยา นายพานทองแท้ยกมือไหว้นายทักษิณ ต่อมาเป็นนายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือไปป์ อายุ 23 ปี บุตรชาย เพียงคนเดียวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินเข้าไปยกมือไหว้สวมกอดนายทักษิณผู้เป็นลุง นายทักษิณได้สวมกอดลูกหลานตระกูลชินวัตรทุกคน ด้วยความอบอุ่น ตื้นตัน และท่ามกลางเสียงเฮ ร้อง ดีใจจากคนเสื้อแดงที่ต่างพร้อมใจส่งเสียงตะโกนคำว่า “เรารักทักษิณ” และ “ไชโย” พร้อมทั้งได้มอบ ดอกกุหลาบสีแดงให้อดีตนายกฯอีกด้วยเคารพธงชาติไทย—รุดไปรายงานตัวก่อนที่อดีตนายกฯจะถูกห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง แกนนำคนสำคัญของพรรค พท. และสื่อมวลชน นายทักษิณได้เดินเลียบรั้วเหล็กกั้นไปทักทายคนเสื้อแดง ยกมือไหว้และสวมกอดให้กำลังใจซึ่งกันและกันอยู่นาน 5 นาที ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายทักษิณว่า ตลอด 243 วัน หรือ 8 เดือนเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีใจหรือไม่ นายทักษิณหันมารับฟังคำถาม ส่งยิ้มให้แต่ไม่ได้ตอบคำถาม จากนั้นจึงเดินไปยืนตรงด้านหน้าเสาธงวงเวียนเรือนจำกลางคลองเปรมแสดงความเคารพเพลงชาติไทยในเวลา 08.00 น.พร้อมกับครอบครัวชินวัตร และแกนนำคนสำคัญของพรรค พท. เมื่อร้อง เพลงชาติไทยจบ หน่วยรักษาความปลอดภัยหลายนาย นำนายทักษิณขึ้นรถยนต์ส่วนตัวยี่ห้อ Mercedes-Maybach S 580 e (เมอร์เซเดส-มายบัค) สีทูโทน ทะเบียน พท 4444 กรุงเทพมหานคร ก่อนที่นายทักษิณจะลดกระจกลงโบกมือร่ำลาทุกคนที่มารอรับให้กำลังใจ ก่อนรถเคลื่อนขบวนออกจากหน้าประตูเรือนจำกลางคลองเปรม ตรงไปยังสำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 ถนนวังหลัง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร รับทราบเงื่อนไขการพักโทษคุมประพฤติระยะเวลา 4 เดือนนับจากวันที่ 11 พ.ค.-9 ก.ย.เสร็จแล้วตรงดิ่งกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าเวลา 08.40 น. น.ส.แพทองธาร บุตรสาว ได้ประคองนายทักษิณขึ้นไปบนสำนักงานฯ ชั้น 2 ใช้เวลาประมาณ 10 นาทียื่นเอกสาร มีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เข้าร่วมด้วย ภายหลังเสร็จสิ้นนายทักษิณเดินลงจากอาคาร ยิ้มและโบกมือทักทายกับผู้สื่อข่าว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จำกันได้หรือไม่ เพราะตอนที่นายทักษิณเข้าเรือนจำครั้งแรกผู้สื่อข่าวได้วิ่งตามรถ เพื่อเข้าส่งถึงหน้าประตูเรือนจำกลางคลองเปรม นายทักษิณตอบกลับว่า “จำอะไรไม่ได้แล้วเนี่ย เป็นอัลไซเมอร์แล้ว” จากนั้นนายทักษิณและ น.ส.แพทองธารจึงขึ้นรถเดินทางกลับไปบ้านจันทร์ส่องหล้า สถานที่ใช้สำหรับพักโทษคุมประพฤติยิ้มโล่งใจบอกสื่อไปจำศีลมา 8 เดือนกระทั่งเวลา 09.00 น. นายทักษิณกลับถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า เลขที่ 472 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 71 มีมวลชนเสื้อแดงจาก 50 เขต กทม.มารอต้อนรับ นายทักษิณหยุดรถลดกระจกลงรับไหว้ ยิ้มแย้ม โบกมือทักทายมวลชน โดยได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางสีขาว-น้ำเงิน มี น.ส.แพทองธารนั่งมาด้วย สื่อมวลชนถามว่าดีใจที่ได้กลับบ้านหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ไปจำศีลมา 8 เดือน ขณะที่สื่อต่างชาติถามว่ารู้สึกอย่างไรหลังจากได้รับการปล่อยตัว นายทักษิณยกมือสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกล่าวว่า Relief โล่งใจ ผ่อนคลาย เมื่อถามว่า 8 เดือน ได้เรียนรู้อะไรจากข้างในบ้าง นายทักษิณกล่าวว่า “ไปจำศีลมา ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง แข็งแรงดีไหม นายทักษิณไม่ได้ตอบคำถามเพียงแต่ยิ้มและยกมือไหว้ ทั้งนี้ วันที่ 12 พ.ค.นายทักษิณจะไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระราม 9 เพื่อเช็กอัปร่างกายหลังถูกควบคุมตัวนาน 8 เดือน“อิ๊งค์” โพสต์ซึ้งวันนี้เรามีกันและกันจากนั้นเวลา 10.10 น. น.ส.แพทองธารโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม ถ่ายรูปร่วมกับนายทักษิณและนายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา นายปิฎก สุขสวัสดิ์ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมโพสต์ข้อความว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วันนี้ คือ เรามีกันและกัน ขอบคุณพ่อที่ไม่เคยทำให้พวกเราลำบากใจเลย แม้ตัวเองจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากที่สุด พ่อบอกว่า ถ้าพ่อแย่ ลูกๆยิ่งแย่กันไปใหญ่ ขอบคุณพี่ๆ เขยสะใภ้ ที่ยืนเคียงข้างกันอย่างหนักแน่น แม้ในรูปนี้ไม่มีคุณแม่ แต่ลูกขอกราบขอบพระคุณแม่ ที่วันนี้อายุ 70 กว่าแล้ว ก็ยังยืนเป็นเสาหลักให้ได้พิง เป็นอ้อมกอดอุ่นๆ ให้ลูกๆ ได้อยู่รอดอย่างอุ่นใจ สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อนๆ และพี่น้องพรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนที่อยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากที่สุดมาเสมอ มันมีความหมายกับพวกเรามากจริงๆค่ะ รักจากใจค่ะ #daddyshome”ทนายเผยต้องรายงานตัว 4 ครั้งนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดเผยว่า หลังจากนี้นาย ทักษิณจะต้องไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษ ครั้งแรกคือวันที่ 25 พ.ค. ครั้งที่ 2 วันที่ 27 มิ.ย. ครั้งที่ 3 วันที่ 29 ก.ค. และครั้งที่ 4 วันที่ 31 ส.ค. แต่ละครั้งแจ้งเลื่อนออกไปได้หากมีเหตุจำเป็น ส่วนเงื่อนไขเบื้องต้นห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น ดื่มสุรา เสพยาเสพติด กระทำความผิดอาญาอื่น ต้องพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามบ้านเลขที่ที่แจ้งไว้ คือบ้านจันทร์ส่องหล้า ห้ามออกนอกเขต กทม. แต่หากจะเดินทางไปต่างจังหวัดต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อน และห้ามเดินทางออกนอกประเทศแจงยิบ 11 เงื่อนไขพักการลงโทษวันเดียวกัน กรมคุมประพฤติแจกเอกสารขั้นตอนการปล่อยตัวพักการลงโทษนายทักษิณ โดยพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพ มหานคร 7 ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในทันที จากนั้นให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ในพื้นที่ที่ผู้อุปการะพักอาศัย ภายในระยะเวลา 3 วัน ในระหว่างการพักการลงโทษมีเงื่อนไขดังนี้ 1.พักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนด หากจะย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงผู้อุปการะต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุมัติก่อน 2.ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับนั้น ไม่ว่าโทษสถานใด ให้ผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือผู้อุปการะแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง 3.ให้ประกอบ อาชีพที่สุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบภายในกำหนดระยะเวลาการรายงานตัวครั้งต่อไป 4.ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำและตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟู ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเดือนละ 1 ครั้งห้ามประพฤติเสื่อมเสีย—ฝ่าฝืนเพิกถอน5.ห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่จะมีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ 6.ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย 7.ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด 8.ห้ามเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขังหรือผู้ต้องกักกันอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ/ ทัณฑสถาน สถานกักขัง สถานกักกันหรือสถานคุมขังอื่นใด 9.ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดอีก 10.เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี)-ไม่มี 11.ผู้ได้รับการพักการลงโทษ จะต้องแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำ เมื่อมีการเรียกให้แสดง หากฝ่าฝืนเงื่อนไขพนักงานคุมประพฤติต้องรายงานผลการคุมความประพฤติต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ พิจารณาเพิกถอนการพักการลงโทษต่อไปเชื่อฉากทัศน์การเมืองไทยไม่เปลี่ยนนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงอนาคตการเมืองไทยหลังนายทักษิณได้รับพักโทษว่า ต้องรอดูท่าทีนายทักษิณ คิดว่าอดีตนายกฯเป็นคนมีความรู้ ความสามารถ ทำประโยชน์ให้คำแนะนำต่างๆ ฝ่ายการเมืองได้ ต้องติดตามท่าทีนายทักษิณจะเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรค พท.อย่างไร แต่เชื่อว่าฉากทัศน์การเมืองไทยจะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะขณะนี้รัฐบาลค่อนข้างมีเสถียรภาพมั่นคงในการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล เป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหา“อนุทิน” ดีใจนายเก่าได้พักโทษขณะที่เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ ออกจากเรือนจำและได้กลับไปอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้าจะไปเยี่ยมหรือไม่ว่า “โหย... ดีใจ” โอ่ทำงานเป็น โต้ “กรณ์” อย่ามาข่มกันต่อมาเวลา 10.50 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อาจเสียวินัยการเงินการคลังว่า ท่านเป็นฝ่ายค้านก็ต้องคิดเช่นนั้น เราเป็นฝ่ายรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน เมื่อถามว่าโครงการไทยเข้มแข็งในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กับโครงการไทยช่วยไทยในรัฐบาลชุดนี้แตกต่างกันอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เจตนารมณ์คือทุกคนอยากช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น อย่าไปเปรียบเทียบเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นความขัดแย้ง ยืนยันได้คือโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะเร่งเยียวยาคลี่คลายความเดือดร้อน เศรษฐกิจให้ประชาชน ประสบการณ์ทางการเมืองทุกคนมีหมด ทุกคนประสบความสำเร็จมาหมดในการทํางานของแต่ละท่าน อย่าเอามาข่มมาเปรียบกัน เห็นๆกันอยู่ เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)วิจารณ์ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านมีเพียงเอกสาร 5 ใบ นายกฯกล่าวว่า ถือว่าเป็นประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่บอกว่าคนทํางานเป็นกับคนยังไม่เคยทํางาน พูดไปเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก“เอกนิติ” ชี้อ่วมวิกฤติเงินเฟ้อจ่อพุ่ง 4—5%ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีพรรค ปชน.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการกู้เงิน 200,000 ล้านบาท ในส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงานใน พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาทไม่เข้าข่ายจำเป็นเร่งด่วนหรือวิกฤติว่า ไทยกำลังเผชิญวิกฤติซับซ้อน ไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ ต้นเหตุจากต้นทุนราคาพลังงานเพิ่มขึ้นเป็นตัวเร่งสำคัญ เพราะพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสัดส่วนที่สูง ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น เงินเฟ้อเดือนล่าสุดอยู่ที่ 2.9%และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น สูงสุดจะขยับขึ้นไปถึง 4-5% จากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นกระทบต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 10% แล้ว รัฐบาลจึงต้องเตรียมรับวิกฤติที่จะมาเป็นระลอกๆ วิกฤติเริ่มจากวิกฤติสงคราม จนเกิดวิกฤติพลังงาน วันนี้เกิดวิกฤติต้นทุนตามมา การออก พ.ร.ก. กู้เงินจึงจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือวิกฤติที่อาจลุกลาม ครั้งนี้คือวิกฤติปากท้องและค่าครองชีพของประชาชนแท้จริง รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง ต่างจากปี 40 วิกฤติสถาบันการเงินหรือช่วงแผนไทยเข้มแข็งที่เป็นวิกฤติจากภายนอกโชว์โปร่งใสดึง กกร.ร่วมกลั่นกรองใช้เงินกู้เมื่อถามว่า พรรค ปชป.บอกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างมูดี้ส์ (Moody’s) ชื่นชมไทยว่าเศรษฐกิจดี แต่รัฐบาลจะกู้เงิน นายเอกนิติกล่าวว่ามูดี้ส์ชื่นชมไทยเพราะตนอธิบายว่าไทยมีเสถียรภาพเงินทุนสำรองระหว่างประเทศแข็งแกร่ง แต่คนละประเด็น กับปัญหาความเดือดร้อนในประเทศที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ส่วนการใช้จ่ายเงินกู้รัฐบาลวางกรอบทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ “5T” คัดกรองโครงการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย Targeted มุ่งเป้า เยียวยากลุ่มได้รับผลกระทบโดยตรง Transition เปลี่ยนผ่าน ลดภาระประชาชนควบคู่กับเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ลดพึ่งพานำเข้าระยะยาว Trans form ปฏิรูปปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชนกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมหลังจบวิกฤติ Transparency ความโปร่งใส เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดเผยเกณฑ์การคัดกรองและรายละเอียดทุกโครงการต่อสาธารณะและมีเรื่อง Together การมีส่วนร่วมดึงภาคเอกชนเข้าร่วม เชิญประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองโอนงบฯ 69 สะดุดเหลือไม่ถึง 3 หมื่นล้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนัก นายกฯกำกับดูแลสำนักงบฯกล่าวถึงการโอนงบฯ ปี 69 คืนเพื่อนำมาแก้ไขสถานการณ์ที่จำเป็นว่า เดิมกระทรวงการคลังและสำนักงบฯประเมินไว้ที่ 50,000-70,000 ล้านบาท ล่าสุด พบว่าอาจมีไม่ถึง 30,000 ล้านบาท น้อยกว่าเป้าหมายเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายให้โครงการต่างๆดำเนินการต่อไปเพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ มีเกณฑ์พิจารณาชัดเจน โครงการใดที่ยังไม่ดำเนินการภายในเส้นตายวันที่ 30 เม.ย.ต้องถูกดึงงบฯกลับ โครงการที่เป็นงบผูกพัน รัฐบาลเลือกใช้วิธีการปรับลดงบฯในปีแรกลงแทนการยกเลิกทั้งหมด เพื่อให้เริ่มต้นไปได้ก่อนและไม่ให้เกิดผลกระทบภาพรวมฝ่ายค้านยื่น “โสภณ” ขวางกู้ 4 แสนล้านเมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรือง ปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.ยื่นเรื่องต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้ ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านอยากให้ประชาชนช่วยตรวจสอบการทำงานรัฐบาลสอดไส้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน และไม่เกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่เอามาอยู่ใน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท นำเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เนื้อหาคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นมีทางออกให้ศาลพิจารณาทุกส่วน เชื่อว่าหากศาลได้วินิจฉัยจะเห็นว่าการปรับโครงสร้างพลังงานทำได้ตาม พ.ร.บ.งบฯประจำปี บางส่วนมาตรการเยียวยาไม่จำเป็นต้องอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน อยู่ในภาษีสรรพสามิตได้จี้ระงับใช้งบฯไม่เร่งด่วน 2 แสนล้านนายณัฐพงษ์กล่าวว่า แม้ พ.ร.ก.ดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว แต่คำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ขอให้ศาลวินิจฉัย หากรัฐบาลใช้จ่ายเงินไปก่อนที่ศาลมีคำวินิจฉัย ถ้าศาลวินิจฉัย พ.ร.ก.ไม่มีผลบังคับใช้แต่ต้น เงินที่ใช้จ่ายไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ รวมถึงขอให้ศาลมีคำสั่งเฉพาะหน้าให้ระงับเบิกจ่ายเฉพาะในส่วนของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน ให้วินิจฉัยเป็นรายกรณีไป ยืนยันฝ่ายค้านเขียนคำร้องรอบคอบรัดกุมมากที่สุด ฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตั้งคณะ กมธ.ติดตามการใช้จ่ายงบฯตาม พ.ร.ก.กู้เงิน คาดหวังไม่อยากให้รัฐบาลโหวตคว่ำ หากไม่มีเจตนาสอดไส้ปกปิด ตีเช็คเปล่า ไม่จำเป็นต้องโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ดังกล่าวด้านนายกรณ์กล่าวว่า รัฐบาลทำงบฯขาดดุล 8 แสนล้านบาท ปีนี้และยังออก พ.ร.ก.กู้เงิน จากการที่รัฐบาลศึกษาสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน เทียบกับการออก พ.ร.ก.กู้เงินในอดีต มีข้อสรุปว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา 172ใช้ภาษีสรรพสามิตลดต้นทุนการผลิตได้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า โครงการอย่างน้อย 2 แสนล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแทบจะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจขณะนี้เลย ดูตัวเลขสิ้นเดือน มี.ค. ที่ ธปท.แถลงล่าสุดปีต่อปี ส่งออกเป็นบวก ลงทุนเป็นบวก การบริโภคเป็นบวก เศรษฐกิจภาพรวมยังเป็นบวก การจัดเก็บรายได้ถึงสิ้นเดือน ก.พ.ยังเป็นตามเป้าหมายอยู่ จึงไม่ได้เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต้นทุนน้ำมันแพงทำให้ต้นทุนการผลิตอื่นๆแพงไปด้วย หากรัฐบาลจะใช้เงิน 200,000 ล้านบาท 4 เดือน ถ้าลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 4 เดือน ใช้เงินแค่ 60,000 ล้านบาท น้ำมันถูกลงทันที 7 บาท ตอนนี้แทบจะกลับไปเหลือ 30 บาทแล้ว อะไรคือการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดกว่ากัน โดยไม่ต้องละเมิดเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ“โสภณ” ยันยื่นศาล รธน.เร็วที่สุดขณะที่นายโสภณกล่าวว่า หลังจากรับเรื่องจากฝ่ายค้านแล้ว ต้องตรวจสอบความถูกต้องญัตติดังกล่าว และยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วัน ดังนั้นจะปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญทันก่อนวันที่ 14 พ.ค. ที่สภาฯจะพิจารณากู้เงินหรือไม่ จะยื่นให้เร็วที่สุดสภาฯถอดวาระพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภท. ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า เมื่อมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สภาฯต้องชะลอการพิจารณาวันที่ 14 พ.ค. ออกไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ประธานสภาฯจะไม่บรรจุวาระ ส่วนการตั้งคณะ กมธ.สามัญ 35 คณะ ถ้าบรรจุระเบียบวาระพร้อมตั้ง กมธ.สัปดาห์นี้ จากนั้นวันที่ 15 พ.ค.จะประชุม กมธ.นัดแรกตั้งประธาน กมธ.และตำแหน่งอื่น ที่ฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตั้งคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เมื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว การประชุมสภาฯวันที่ 14 พ.ค.ไม่น่าจะยื่นญัตติดังกล่าวแล้ว ต้องรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก่อน คาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 60 วันปชน.จี้ ครม.อย่าปัดตกร่างแก้ไข รธน.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา พรรค ปชน.จัดประชุม ครม.เงา มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.เป็นประธานการประชุม จากนั้นแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญภายในสัปดาห์นี้คือ 1.ครม.ต้องยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ 2.เรียกร้อง ครม.รับรองกฎกระทรวงรับรองสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพ แบบ CARE (Career Average Revalued Earnings) 3.เร่ง ครม.ยืนยันร่างกฎหมาย 7 ฉบับสำคัญที่ค้างมาจากสภาฯชุดก่อนหน้า ก่อนเส้นตาย 12 พ.ค.นายณัฐพงษ์กล่าวถึงเรื่องรัฐธรรมนูญว่า คนที่นิยามตนเองเป็นรัฐบาลมาจากประชาชนไม่สามารถปฏิเสธเสียงประชามติที่ประชาชนคนส่วนใหญ่ในประเทศที่ลงความเห็นอยากให้เดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากรัฐบาลจริงใจปล่อยให้กลไกในรัฐสภาตัดสินเอง ตกลงแล้วรัฐธรรมนูญร่างเดิมจะผ่านหรือไม่ผ่านสภาฯ ชุดนี้ ไม่ควรเอามาเป็นข้ออ้างทั้งที่ตนเองอาจมีวาระแอบแฝงในใจบางอย่าง แล้วเป็นข้ออ้างปัดตกในชั้น ครม.หากรัฐบาลจริงใจและเคารพประชาชนจริง ควรต้องนำร่างเดิมกลับมาพิจารณาต่อในสภาฯชุดนี้สว.บี้ถามเร่งรัดแลนด์บริดจ์เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภามี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ผลการศึกษาความคุ้มค่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์ของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขัดแย้งกัน เหตุใดรัฐบาลจึงเร่งรัดนำภาษีประชาชนไปใช้โครงการในฝันเร่งผลักดันร่างกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ให้สิทธินักลงทุนต่างชาติถือครองที่ดิน 99 ปี ทั้งที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดินราชพัสดุ ผลกระทบต่อระบบนิเวศที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ ขณะที่การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น บางแห่งเป็นเวทีเพื่อรับทราบเท่านั้น หากรัฐบาลคิดว่าโครงการดีจริง เหตุใดไม่ทำประชามติเชิงพื้นที่รบ.อ้างเปิดโอกาสใหม่ทาง ศก.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ การเช่าที่ดินรัฐบาลถูกกล่าวหาให้เช่า 99 ปี แต่ความจริงเช่าได้ไม่เกิน 99 ปี การเช่ามีระยะเวลาเริ่มต้น เช่น 50 ปีเพื่อให้คุ้มค่าการลงทุน ใช้วิธีพีพีพีให้เอกชนลงทุน จึงต้องมีเวลาให้ดำเนินการ หากผ่านไป 50 ปีพบว่าเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลไม่ต่อสัญญาได้ หากโครงการเป็นไปด้วยดี ประชาชนชีวิตดีขึ้น สิทธิการเช่าจะได้ต่อก่อน ไม่ใช่ว่าจะเช่าต่อ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นไปไม่ได้จะไม่มีผลกระทบ แต่รัฐบาลทำทุกอย่างครบถ้วนตามกฎหมายเพื่อลดผลกระทบ เยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด ยืนยันโครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้รีบร้อน ทำภายใต้สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป“อาม่า มารีน” ปัดกว้านซื้อที่ดินระนองผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA เตรียมจัดงานแถลงข่าวด่วน หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเข้าซื้อที่ดินในพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ จ.ระนอง บริษัทยืนยันว่าไม่ได้มีการกว้านซื้อที่ดินตามที่มีข่าวเผยแพร่ พร้อมระบุว่าการจัดแถลงข่าวครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชนและนักลงทุน งานแถลงข่าว “ชี้แจงข้อเท็จจริง AMA ไม่ได้กว้านซื้อที่ดินในพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ จ.ระนอง” จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 12 พ.ค.69 เวลา 09.00-11.00 น. โดยนายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ AMA จะเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมเปิดช่วงถามตอบกับสื่อมวลชน ทั้งนี้ AMA ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าน้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชทางเรือระหว่างประเทศ รวมถึงให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางรถภายในประเทศจ่อลุยเกาะพะงันแก้นอมินีต่างชาติน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า วันที่ 13 พ.ค. นายกฯมีกำหนดลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินีอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายกฯกำชับการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการคุ้มครองประชาชนให้ประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย นายกฯติดตามเรื่องนี้ด้วยตนเองและย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การใช้นอมินีหรือช่องว่างทางกฎหมายกลายเป็นภัยคุกคามประชาชน ไม่ใช่เพียงการจดทะเบียนธุรกิจ แต่เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง มีการจ้างงานจำนวนมาก และส่งผลต่อรายได้ของประชาชนในวงกว้าง กระทรวงพาณิชย์ได้สแกนนิติบุคคลในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน พบมีนิติบุคคลรวม 16,811 ราย เป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย หรือ 67.97% แบ่งเป็นเกาะพะงัน 3,213ราย จากทั้งหมด 4,761 ราย และเกาะสมุย 8,213 ราย จากทั้งหมด 12,050 ราย จำเป็นต้องตรวจสอบเข้มข้นมีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนหรือให้นอมินีบังหน้าเลี่ยงกฎหมายหรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่