ระหว่าง การประชาสัมพันธ์ กับ การสร้างภาพ มีความแตกต่างกัน ที่ ความจริง คนไทยโชคร้าย ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารจาก ภาครัฐ เพียงด้านดีด้านเดียว ต่างจากประเทศที่เจริญแล้ว ผู้นำกับวิสัยทัศน์ ในช่วงวิกฤติประเทศจะต้องตรงไปตรงมา บอกเล่าทั้งข้อดีและข้อเสียที่จะมีผลกระทบกับอนาคตของคนในชาติ ทุกแง่ทุกมุม ทั้งข่าวร้ายและข่าวดี ตั้งแต่ วิกฤติภาษีนำเข้าสหรัฐฯจนถึงวิกฤติพลังงาน วิธีการบอกเล่าและวิธีการรับมือวิกฤติ ร่วมกันระหว่างรัฐกับประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ต้องยกให้ ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯคนที่ 4 ของสิงคโปร์ ลอว์เรนซ์ หว่อง มีพื้นฐานมาจากนักเศรษฐศาสตร์และเป็นอดีตข้าราชการ จนกระทั่งเข้าสู่สนามการเมืองในฐานะเลขาธิการพรรคการเมืองเป็นสมาชิกรัฐสภา อดีต รมว.คลัง และประธานองค์การเงินตราแห่งสิงคโปร์ ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากนักธุรกิจหรือนักการเมืองมืออาชีพโดยตรงต่างจากนักการเมืองที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นฝ่ายบริหารของประเทศไทย ที่ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากนักธุรกิจขนาดใหญ่และนักการเมืองโดยอาชีพ บ้านใหญ่ ผู้มีอิทธิพล มีสองอาชีพนี้เท่านั้นที่จะเข้าสู่เวทีการเมืองของไทยได้แม้แต่สายวิชาการหรือสายธุรกิจหรือสายข้าราชการประจำ ก็จะต้องอยู่ภายใต้ คอนเนกชัน ของ บ้านใหญ่ จึงสามารถเข้าสู่ถนนสายนี้ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อการให้ฝ่ายนิติบัญญัติหรือนักการเมืองไปควบคุมการบริหารประเทศด้วย เลยทำให้มีการควบรวมอำนาจฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ฮั้วอำนาจ ผลประโยชน์ดังนั้นถ้าฝ่ายบริหารสามารถให้คุณให้โทษ ข้าราชการ องค์กรตรวจสอบ รวมถึงฝ่ายนิติบัญญัติได้ด้วย อำนาจการปกครองประเทศจะถูกผูกขาด โดยคนกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะ คนเพียงคนเดียว ที่สามารถกดปุ่มให้ฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ซ้ายหันขวาหันได้ก็ไม่ต่างจากการยึดอำนาจประชาธิปไตยแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดผู้นำประเทศ กล้าท้าทายการตรวจสอบทุกชนิด ในเมื่อมีฝ่ายค้านก็เหมือนไม่มี มีองค์กรตรวจสอบภาคเอกชนก็เหมือนไม่มี ระบอบการเมืองการปกครองเป็นสุญญากาศถาวร จะออก พ.ร.ก.เงินกู้ จะออกนโยบายโครงการเมกะโปรเจกต์ มูลค่าล้านล้านบาท ทำได้ตามอำเภอใจ ต่างจากการเมืองในประเทศที่เจริญแล้ว หน้ามือเป็นหลังมือจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมจีดีพีไทยต่ำที่สุดในอาเซียน ต่ำกว่า สปป.ลาว หรือกัมพูชา ทำไมระบบราชการไทยและการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ จนเป็นสวรรค์ของอาชญากร เป็นแหล่งส่งออกยาเสพติดขนาดใหญ่ เป็นแหล่งฟอกเงินสีเทา นโยบายถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ 99 ปี และนโยบายฟรีวีซ่าทำให้ผืนแผ่นดินไทยถูกครอบครองโดยคนต่างชาติตามอำเภอใจ ซื้อกิจการโรงแรม ร้านค้า บริษัทอุตสาหกรรม การเกษตร โรงเรียน โรงพยาบาล ได้อย่างอิสระเสรี โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยไม่มีปัญญาไปซื้อเป็นโอกาสของการนำเงินผิดกฎหมายมาฟอกโดยคนต่างชาติ นายทุนอิหร่านมาตั้งโรงเรียนสอนเด็กชาวอิสราเอลที่เกาะพะงัน นายทุนจีนมาซื้อมหาวิทยาลัยสอนคนจีน พฤติกรรมที่พบจากเหตุเจออาวุธสงคราม ระเบิดซีโฟร์จากชายชาวจีนหลายสัญชาติเชื่อมโยงขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะหน่วย BHQ ของฮุน เซน แต่ฝ่ายความมั่นคงปฏิเสธว่าเป็นความชื่นชอบส่วนตัวของคนร้ายเท่านั้นรัฐบาลป๊อกแป๊ก อนาคตคนไทยเลยป๊อกแป๊กไปด้วยว้าเหว่.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม