กระทรวงเกษตรฯร้อนระอุ “ราเชน” อธิบดีฝนหลวงฯไขก๊อกพ้นราชการทิ้งบอมบ์ไว้ลูกใหญ่ แฉมีคนต่อสายเข้าพบถี่ผิดปกติ ขอดูเอกสารงบปี 70-งบซ่อมเครื่องบิน เก็บหลักฐานไว้ครบถ้วน เป็นข้าราชการอาชีพที่ยึดความถูกต้อง “สุริยะ” รีบปัดไม่เกี่ยวกับ “หลาน” ของาน แจงเหตุย้ายต้องการใช้งานคนหนุ่ม ไม่เอาคนแก่ใกล้หมดไฟ ชี้เป้าใส่พรรคการเมืองย่านรัชดา สส.ฝ่ายค้านรุมถล่ม “ศุภจี” กลางสภา ปมดราม่าคอนเทนต์พิษ ทำลายตลาดทุเรียน สส.ส้มจี้ปราบทุนจีนทุ่มตลาด ทำ “ทุเรียนศูนย์เหรียญ” ล้งจีนคุมราคาเบ็ดเสร็จ “ลิซ่า” ซ้ำดาบสอง โวย รมว.พาณิชย์ทุบราคาปาล์มหลุดรุ่ย เจ้าตัวผุดอีเวนต์ปราบแก๊งนอมินี-ทุนเทา “โสภณ” ออกลีลา กั๊ก สส.-สว.ชงสอย ป.ป.ช. “ไชยชนก” เมินพวกผิดหวังเก้าอี้ ปธ.กมธ. ครม.เศรษฐกิจจ่อถก “ไทยช่วยไทยพลัส” 4 พ.ค. กระทรวงยุติธรรมไฟเขียวพักโทษ “ทักษิณ” แต่ต้องติดกำไล EMนายราเชน ศิลปรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินฯ ไขก๊อกลาออกจากราชการ พร้อมทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ แฉมีบุคคลพยายามโทรศัพท์ติดต่อขอเข้าพบถี่ผิดปกติ ขอดูเอกสารจัดทำงบประมาณปี 70 และคุยเรื่องงบซ่อมเครื่องบิน ยืนยันเก็บหลักฐานไว้ครบถ้วนอธิบดีฝนหลวงฯไขก๊อกราชการเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 เม.ย. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายราเชน ศิลปรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินฯ เข้าร่วมประชุมติดตามงบประมาณ เพื่อพิจารณาจัดทำคำของบประมาณปี 2570 ร่วมกับสำนักงบประมาณ และยื่นเอกสารลาออกจากราชการ นายราเชนเปิดเผยว่า ตั้งใจจะลาออกจากราชการในวันที่ 7 ส.ค.นี้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นวันครบอายุ 60 ปี แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ จึงตัดสินใจยื่นลาออกในวันนี้ และขอให้มีผลในวันที่ 23 มิ.ย. เป็นวันเกิดของลูกสาว สาเหตุที่คาดว่าส่งผลกระทบให้ต้องย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ มองว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ หลังออกมาเปิดเผยมีบุคคลพยายามติดต่อขอเข้าพบผิดปกติ โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์เข้ามาถึง 5-6 ครั้ง จะเข้ามาคุยเรื่องซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน มีบันทึกการติดต่อและหลักฐานครบถ้วน พร้อมยืนยันมีการเรียกดูเอกสารคำขอจัดทำงบประมาณปี 2570ขรก.มืออาชีพที่ยึดความถูกต้องนายราเชนกล่าวว่า หน่วยงานมีอากาศยานกว่า 30 ลำ มีงบซ่อมบำรุงปีละประมาณ 300 ล้านบาท จำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิต ต้องดำเนินการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไปตามระเบียบ โปร่งใส และเปิดเผย ส่วนสาเหตุการโยกย้ายเป็นนโยบายของผู้บริหาร ทราบว่าเป็นการปรับปรุงตำแหน่งให้เหมาะสม ยืนยันว่าไม่ติดใจ และพร้อมปฏิบัติตามในฐานะข้าราชการมืออาชีพ การตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ย้ำว่าไม่ใช่เรื่องความผิดหรือความด่างพร้อย แต่ตัดสินใจด้วยตัวเอง พร้อมรับการตรวจสอบเพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ ไม่ยึดติดตำแหน่ง อีกทั้งเป็นการเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ และเป็นโอกาสได้กลับไปใช้เวลากับครอบครัว ยืนยันในฐานะข้าราชการมืออาชีพ หน้าที่คือสนองนโยบายผู้บริหาร แต่ต้องอยู่ในกรอบความถูกต้อง มั่นใจว่าอธิบดีกรมฝนหลวงฯคนใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่และเป็นคนดี จะสามารถขับเคลื่อนงานได้ต่อเนื่อง จากนั้นนายราเชนเข้ายื่นหนังสือลาออกจากราชการที่กองกลาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์“สุริยะ” แจงต้องการใช้งานคนหนุ่มนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯเกี่ยวข้องกับประชาชนรากหญ้าเป็นหลัก ปัจจัยข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ เป็นสาเหตุในการปรับเปลี่ยนโยกย้ายในครั้งนี้ ต้องการคนที่คล่องตัวอายุน้อยทำงาน ไม่ใช้คนแก่ใกล้เกษียณ ส่วนเรื่องที่หลานชายพยายามติดต่อหาอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ยืนยันไม่เกี่ยวกับการของาน เพราะผิดกฎหมาย เมื่อถามถึงนายราเชนเปิดเผยว่า มีการขอให้ไปพูดแถวย่านรัชดา นายสุริยะตอบว่า ไม่เคยไปพูดคุยย่านรัชดา ขอให้พิจารณาดูที่ตั้งพรรคใดอยู่ในย่านรัชดา พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในเขตนั้น ยืนยันว่ามีการขอเรียกดูข้อมูลจริงเนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้รับการประสานให้เข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายพรรคที่จะขับเคลื่อน และเพื่อให้เป็นไปตามกรอบแนวทางของสำนักงบประมาณ ยินดีหากนายราเชนต้องการเข้ามาพูดคุย และยินดีรับฟัง ส่วนการขับเคลื่อนงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จากนี้ยังคงมุ่งเน้นการรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ รวมถึงสถานการณ์ไฟป่าที่ยังต้องดำเนินการต่อ“โสภณ” แทงกั๊ก สส.ชงสอย ป.ป.ช.ช่วงสายที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณี สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน และ สว. เข้าชื่อยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาพิจารณาส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณียกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ว่า ได้ยินแต่ข่าว ยังไม่มีการเสนอเรื่องมา ส่วนที่ฝ่ายค้าน และ สว. กังวลว่าประธานรัฐสภาจะดึงเรื่องไม่ส่งให้ประธานศาลฎีกาตรวจสอบนั้น ขอให้ถึงเวลาก่อน แต่หากให้ส่งเรื่องไปเลยก็เหมือนบุรุษไปรษณีย์ ยืนยันจะทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม ไม่ใช้คำว่าเป็นกลาง เพราะอยู่ที่คนตัดสิน วิญญูชนเป็นผู้ตัดสินใจเช็กยิบ “ณัฐพงษ์” นั่งผู้นำฝ่ายค้านนายโสภณกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าขั้นตอนการนำชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ขึ้นทูลเกล้าฯเป็นผู้นำฝ่ายค้าน อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กำชับไปแล้วหากตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วน ให้เสนอมาเพื่อดำเนินการต่อ ตอนนี้ยังไม่เสนอมา ส่วนที่ศาลฎีกาประทับรับฟ้องคดีฝ่าฝืนจริยธรรมของนายณัฐพงษ์ จากการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะกระทบต่อการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่นั้น ต้องไปพิจารณาคุณสมบัติที่มีการระบุไว้ว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติก็นำขึ้นทูลเกล้าฯได้ส้มสงสัย ปธ.สภาดองชื่อนานเกินต่อมาเวลา 11.30 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติ ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และเยียวยาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากภาวะการสู้รบในตะวันออกกลาง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอหารือแทรกการพิจารณาสอบถามนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะนำชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. เสนอแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านเมื่อใด เพราะ ครม.เข้ารับตำแหน่งแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 จำเป็นต้องแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน แต่ประธานสภาฯระบุกำลังรอตรวจสอบคุณสมบัติอยู่ ทั้งที่ตามข้อเท็จจริงไม่จำเป็นต้องใช้เอกสาร แค่มีคุณสมบัติเป็นหัวหน้าพรรคที่มี สส.มากสุดในสภา ไม่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตกลงนายโสภณจะลงนามส่งชื่อผู้นำฝ่ายค้านขึ้นทูลเกล้าฯเมื่อใด นายโสภณชี้แจงว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนจะลงนามแน่นอน เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ ไม่มีถ่วงเวลา เสียเวลาเปล่ารุมถล่ม “ศุภจี” แหวกคิวขายทุเรียนจากนั้นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และเยียวยาความเดือดร้อนเกษตรกรจากภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา มี สส.หลายคนอภิปรายแสดงความเป็นห่วงกลไกราคาทุเรียนที่พ่อค้าคนกลางชาวจีนคุมตลาดทุเรียนเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขณะนี้พ่อค้าคนกลางจีนหรือล้งจีน คุมราคาตลาดเบ็ดเสร็จ 100% ตัดทุเรียนอ่อนส่งออกทำให้ทุเรียนไทยไม่มีคุณภาพ ไม่กี่วันก่อนมีอินฟลูเอนเซอร์ทำคอนเทนต์ขายทุเรียนพรีเมียม ลูกละ 100 บาท มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ร่วมทำคอนเทนต์ จนเกิดคำถามทำลายตลาดทุเรียน กระทรวงพาณิชย์จึงกลับลำบอกเป็นทุเรียนเกรดรอง ไม่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ แม้ รมว.พาณิชย์ปรารถนาดีแต่ผิดคิว ผิดเวลา ทำลายคุณค่าทุเรียนไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบล้งจีน เอาผิดนอมินีถือครองสวนทุเรียนแทนนายทุนจีนซัดจีนกินรวบทุเรียนศูนย์เหรียญนายปิติกรณ์ บรรณเภสัช สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขณะนี้เข้าสู่ภาวะทุเรียนศูนย์เหรียญ กินรวบทุเรียนไทย สวนทุเรียนมีคนจีนมาซื้อผ่านนอมินี ทุ่มตลาดกดราคาในประเทศ แต่ส่งออกไปจีน เงินวนเวียนอยู่แต่คนจีน ไม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย เป็นวงจรทุเรียนศูนย์เหรียญ ประเทศไทยฝากลมหายใจส่งออกทุเรียนไปจีน 80% ถึง 9 แสนตันในปี 2568 ควรหาตลาดส่งออกนอกจากจีน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์ต้องร่วมมือกำจัดนอมินี บังคับใช้กฎหมายจริงจัง หาตลาดใหม่ ถ้าไม่ร่วมมือเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้จวก รมว.พาณิชย์ทุบปาล์มร่วงน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายปัญหาราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำว่า ในภาวะสงครามน้ำมันแพง น้ำมันปาล์มเป็นที่ต้องการทั่วโลกนำไปผสมทำเป็นไบโอดีเซล แต่ราคาน้ำมันปาล์มกลับถูกลง จากกิโลกรัมละ 8.24 บาท เหลือ 6.25 บาท แสดงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น เนื่องจากวันที่ 5 เม.ย.2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ลงนามประกาศห้ามส่งน้ำมันปาล์มออกนอกประเทศ ที่ผ่านมาไทยส่งออกน้ำมันปาล์มเดือนละ 1.1 แสนตัน ผลิตน้ำมันปาล์ม 3-4 แสนตันต่อเดือน เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ และส่งออก เป็นโอกาสทำกำไรให้ชาวสวน แต่การห้ามส่งออกทำให้ปาล์มไปกองหน้าโรงกลั่น ถูกกดราคาจากนายทุน เมื่อเกษตรกรไปเรียกร้องกระทรวงพาณิชย์จึงอนุญาตส่งออกได้ เหตุใดจึงสร้างความตื่นตระหนก ทุบราคาปาล์มจนหลุดลุ่ย เป็นการบริหารที่ใช้ประชาสัมพันธ์นำหน้า กลไกตลาดตามหลัง ผู้ได้รับผลกระทบคือเกษตรกร“กรณ์” นำทีมเบรก “แลนด์บริดจ์”ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีม สส.พรรค ปชป. ร่วมแถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ว่า พรรคยื่นญัตติด่วนขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อสะท้อนความเร่งรีบผิดปกติของรัฐบาลที่จะผลักดันโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่ควรพิจารณาให้ละเอียด โปร่งใส รอบคอบ และยังไม่มีข้อมูลชัดเจน เป็นเรื่องแปลกที่ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยไม่ปรากฏมีการนำเสนอนโยบายแลนด์บริดจ์ต่อ กกต. และไม่มีในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่กลับมาโผล่ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ทั้งที่เป็นโครงการสำคัญมาก มีผลผูกพันงบประมาณไปอีกหลายสิบปี สส.พรรคจึงร่วมกันลงนามในญัตติฉบับนี้ เพื่อสะท้อนความกังวล เพราะทั้งนักวิชาการและสภาพัฒน์ระบุว่าไม่คุ้มค่าการลงทุน บริษัทเดินเรือภาคเอกชนก็แจ้งข้อมูลมาว่า แม้สร้างเสร็จแล้วก็ไม่คุ้มที่จะนำมาใช้บริการรัฐผนึกกำลังปราบนอมินี–ทุนเทาสำหรับความเคลื่อนไหวของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี” ร่วม 23 หน่วยงาน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจีกล่าวว่า เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวม 23 หน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานอมินี และทุนสีเทาอย่างเป็นระบบ มุ่งยกระดับให้เป็นวาระแห่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เอ็มโอยูฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญอุดช่องโหว่ และเสริมจุดแข็งแก่ภาคการลงทุนของไทย พร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบธุรกิจโดยมิชอบ ไม่สามารถใช้ไทยเป็นฐานการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้อีกต่อไป“อนุทิน” แจมกิจกรรมสื่อสัมพันธ์ช่วงเที่ยงที่ทำเนียบรัฐบาล ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำโดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจําสํานักนายกฯ จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์และพบปะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ที่หน้าตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าทักทายสื่อมวลชน ก่อนเดินชิมขนมไทย ตักไอศกรีมกะทิใส่เครื่อง และพูดหยอกล้อกับผู้สื่อข่าว “กินแปะก๊วยช่วยความจํา” ก่อนเดินไปสาธิตการชงชาเขียวมัทฉะ และชิมด้วยตัวเองพร้อมระบุว่า ขมดี นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มานั่งกินด้วย เพราะต้องขึ้นไปเคลียร์งานที่ค้างอยู่ แค่แวะมาทักทายและกินไอศกรีม“ไชยชนก” เมินพวกผิดหวัง ปธ.กมธ.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภท. ออกจากไลน์กลุ่มพรรค เพราะไม่พอใจที่ไม่ได้รับจัดสรรให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ว่า ในสภาวะที่เรามี สส.มากต้องมีคนที่ผิดหวังเป็นธรรมดา แต่คิดว่ายังมีอีกหลายตำแหน่งและหลายโอกาส ในพรรคต้องบริหารจัดการอันนี้เราต้องทำใจไปต่อ เมื่อถามว่าจะไม่เกิดรอยร้าวใช่หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า แล้วแต่บุคลิก สส.แต่ละคน แต่ส่วนใหญ่ สส.เข้าใจการเติบโตของพรรค คิดว่าเราเป็นธรรมกับสมาชิกพรรคทุกคนมาก ผู้สมัคร สส.ที่สอบตกและสอบได้ เราบริหารจัดการได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เชื่อว่าส่วนใหญ่เข้าใจ ใครที่รู้สึกว่าไม่เข้าใจเราจะพยายามไปพูดคุย ถ้าเขายังคงรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมอันนี้เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ในฐานะเลขาธิการพรรคสามารถพูดแทนฝ่ายบริหารพรรคทุกคนได้ว่าเราพยายามเต็มที่“ภราดร” กล่อมมาคุยกันหลังบ้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า รายชื่อประธาน กมธ.ที่ออกมาเป็นเพียงกระแสข่าว กรรมการบริหารพรรคจะเรียกประชุมอีกครั้ง เมื่อถามว่ามี สส.คนหนึ่งออกจากกลุ่มไลน์ สส.พรรค เพราะไม่พอใจที่ไม่มีชื่อ นายภราดรตอบว่า โทรศัพท์เสีย จนไลน์เด้งหรือไม่ ตำแหน่งมีไม่มาก แต่มีผู้ที่ประสงค์ทำหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ ที่มีความสามารถในพรรคมีมากกว่า ดังนั้นเราไม่สามารถให้ตำแหน่งกับทุกคนได้ทั้งหมด พรรคจะบริหารจัดการเพื่อนสมาชิกพรรคอย่างเป็นธรรมสูงสุด เมื่อถามว่าจะไม่ทำให้เกิดรอยร้าวเล็กๆ ในพรรค นายภราดรตอบว่า คงไม่ เรื่องบ้านเราก็คุยกันในบ้านครม.ศก.จ่อถกไทยช่วยไทยพลัสนายภราดรยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ เตรียมเรียกประชุมนัดแรกวันที่ 4 พ.ค.ว่า มีวาระสำคัญคือไทยช่วยไทยพลัส และนโยบายเศรษฐกิจที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน การเปลี่ยนผ่านพลังงาน รวมถึงนโยบายคนละครึ่งพลัสที่อยู่ในไทยช่วยไทยพลัสด้วย คิดว่าจะเห็นรายละเอียดแล้ว เพราะตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องได้ใช้วันที่ 1 มิ.ย. มีเวลาให้ลงทะเบียนประมาณ 1 เดือน ส่วนรายละเอียดงบประมาณ ต้องรอพูดคุยในการประชุม ครม.เศรษฐกิจอีกทีปชน.เปิดตัว ครม.เงาคลุม 4 ด้านวันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวเปิดตัว “ครม.เงา” ติดตามภารกิจ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจใหม่ นําโดยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ด้านคุณภาพชีวิตใหม่ นําโดยนายเดชรัต สุขกําเนิด ผู้อำนวยการ Think Forward Center ด้านความมั่นคงใหม่ นําโดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ด้านการปฏิรูปรัฐ นําโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมเสนอ 4 วาระเร่งด่วนที่พรรค ปชน.จับตาเป็นพิเศษในเวลา 1 เดือนต่อจากนี้ คือ 1.มาตรการไทยช่วยไทยพลัส และการเยียวยาประชาชนต้องไม่ตกหล่น 2.รัฐบาลต้องไม่แก้ปัญหาค่าไฟแพงแบบฉาบฉวย 3.ต้องประเมินโครงการแลนด์บริดจ์ใหม่ ตั้งต้นด้วยเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตภาคใต้ 4.รัฐบาลต้องหยิบกฎหมายปกป้องลมหายใจคนไทย 2 ฉบับ ที่ค้างสภาฯกลับมาเดินหน้าต่อ ครม.เงาจะประชุมทุกวันจันทร์ ติดตามตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะ และเสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล เพื่อเติมความหวังให้คนไทยกลับคืนมาลั่นคนในพรรคไม่ยึดติดกับอำนาจผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยทำ ครม.เงามาแล้ว เมื่อได้เป็นรัฐบาลจริง บุคคลใน ครม.เงาก็ได้เป็นรัฐมนตรี ปชน.จะใช้โมเดลเดียวกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า เราไม่เคยยึดติดตัวบุคคล ครม.เงา พรรค ปชน.ทำงานเป็นทีม ไม่มีใครรู้สึกหวังตำแหน่งในครั้งหน้าแน่ วาระสำคัญของพรรค ปชน.คือการเติมเต็มความหวังให้กับประชาชน สิ่งที่บอกได้คือการเข้ามาทำงานการเมือง ไม่ได้ต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐ เพราะแค่อยากได้อำนาจรัฐไปจัดสรรงบประมาณ แต่อยากได้อำนาจรัฐมาสร้างการเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าภายใต้การจัดรัฐบาลแบบนี้ที่เรียกว่ายึดโยงกันด้วยผลประโยชน์ การที่เราตรวจสอบตีแผ่อย่างเข้มข้น จะทำให้รัฐบาลที่ดูเหมือนแข็งนอก แต่จริงๆแล้วมีความอ่อนใน คือมีความเปราะบางอยู่“ไหม” เย้ยรัฐบาลไม่พ้น “กู้มาแจก”น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งพลัสที่รัฐบาลเตรียมแจกว่า เป็นการเยียวยาแบบสุ่ม หากลงทะเบียนไม่ทันก็หมดสิทธิได้รับความช่วยเหลือ คิดว่าไม่ควรใช้วิธีแจกแบบสุ่ม ควรแจกไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการช่วยเหลือไปเลย ส่วนเม็ดเงินที่ต้องใช้สูงถึง 136,000 ล้านบาท รัฐบาลน่าจะมีเงินก๊อกใหม่ที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วบนหน้าตักที่มีอยู่ เฉพาะงบกลางเงินสำรองเหลืออยู่ไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท ถึงจะใช้ก๊อกสองเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน 5 หมื่นล้านบาท คงทำโครงการนี้ได้แค่เดือนเดียว ดังนั้นไม่เกินเดือน มิ.ย.-ก.ค. รัฐบาลต้องกู้เงินแน่ และกู้เงินมาแจกแบบที่เกิดขึ้นแน่ เพราะแหล่งเงินอื่นน่าจะยังมาไม่ทัน ทั้ง พ.ร.บ.โอนงบที่ต้องใช้ระยะเวลาไปถึงปลายเดือน ก.ค. รวมถึงงบประมาณปี 2570 ก้อนใหม่ที่จะใช้ได้เดือน ต.ค. นอกจากนี้เราจะติดตามมาตรการด้านการเงินที่รัฐบาลจะออกมาว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จะมาเมื่อไหร่ อย่างไร“วีระยุทธ” ดักคอเพิ่มภาระให้ SMEsนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการติดตามเรื่องมาตรการช่วยค่าไฟฟ้าว่า รัฐบาลต้องกล้าเดินหน้าเจรจาลดค่าพร้อมจ่ายที่เป็นเสือนอนกิน พร้อมทลายโควตาซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชนที่จำกัดจำเขี่ย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ออกมาพูดเช้า บ่าย เย็น แต่ในวงประชุม ครม.กลับไม่มีมาตรการที่ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ไม่อยากให้รัฐมนตรีมองว่าคนที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย เป็นคนใช้ไฟสิ้นเปลือง บ้านที่คนอยู่เยอะยังมีความจำเป็น และอย่าเพิ่มภาระให้กลุ่ม SMEs ที่ใช้พื้นที่ชั้นหนึ่งประกอบธุรกิจ ชั้นสองเป็นบ้านอาศัยยุติธรรมประชุมพิจารณาพักโทษที่กระทรวงยุติธรรม คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม มีการประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์มาตรา 52 พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวก่อนการประชุมว่า กรมราชทัณฑ์เตรียมเอกสารข้อมูลของผู้เข้าข่ายการพักโทษแต่ละคน จำนวนผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษทั่วประเทศเกินกว่า 500 ราย และอดีตนายกรัฐมนตรี (นายทักษิณ ชินวัตร) คือ 1 ในนั้น ส่วนเงื่อนไขต้องติดกำไล EM หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการหารือในที่ประชุมวันนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ต้องรอดูผลการพิจารณากรมคุกยัน “ทักษิณ” ต้องใส่กำไล EMหลังใช้เวลาประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง กรม ราชทัณฑ์แจกเอกสารแถลงข่าวระบุว่า มีนักโทษเด็ดขาดเข้ารับการพิจารณาทั้งสิ้น 920 ราย คณะอนุกรรมการฯมีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติจำนวน 859 ราย ไม่เห็นชอบ 49 ราย รอไว้ 2 ราย จำนวนนี้มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้พักการลงโทษกรณีปกติ และมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ เหตุผลให้ได้รับการพักการลงโทษ มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์มาตรา 52 (7) กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯได้นำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และการได้รับการแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ มาประกอบการพิจารณา ประกอบกับ มีเหตุผลพิเศษสนับสนุน มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป เหลือโทษจำต่อไปไม่เกิน 1 ปี ผ่านการแก้ไขฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยจนน่าเชื่อว่าสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น และมีผลการประเมินตามแบบประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย นายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.เป็นต้นไป“ปริญญา” ชง 5 พรรคแก้ ก.ม.เลือกตั้งอีกเรื่องที่รัฐสภา นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรม ศ าสตร์ พร้อมกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยื่นเรื่องขอเสนอแก้ไขกฎหมายยกเลิกการกักขังแทนค่าปรับ และการแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ผ่านตัวแทน 5 พรรคการเมืองได้แก่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายจตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายปริญญากล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมามีปัญหาข้อสงสัยหลายประการ ขอเสนอให้แก้ไขร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ทั้งการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน หลักความโปร่งใสการนับคะแนน รวมคะแนน การประกาศผล และการมีส่วนร่วมของประชาชน ช่วยตรวจสอบการเลือกตั้ง“แสวง” ยื่นบัญชีพยานรวม 11 ปาก ที่ รร.ทีเค.พาเลซ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นบัญชีพยาน และความเห็นพยานในคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า สำนักงาน กกต.ส่งบัญชีรายชื่อพยานทั้งหมด 11 คน เป็นคนจากสำนักงาน กกต. 7 คน อีก 4 คนเป็นคนนอก อยู่ในช่วงจัดทำความเห็นพยานทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกพยานที่ กกต.เสนอมาไต่สวนหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันพยานทุกคนพร้อมไปให้การด้วยตัวเองฉะพรรคการเมืองโยนบาป กกต.นายแสวงยังกล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมทบทวนวิทยากรหลักสูตรพรรคการเมืองคุณภาพประจำปี 2569 รุ่นที่ 2 ภาคกลางและภาคใต้ว่า ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจะครบ 100 ปี ความคาดหวังการเมืองไทยน่าจะดีขึ้น แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ไปไหน ต้องยอมรับว่าการเมืองไทยมีปัญหา กระทบกับชีวิตประจำวัน เพราะประเทศไทยใช้การเมืองนำทุกเรื่อง คนชนะกินรวบ เรามีกฎหมายที่คิดว่าดีอยู่ 3 ฉบับ คือ รัฐธรรมนูญ บางคนบอกว่าเป็นฉบับปราบโกง แต่เกือบ 30 ปีเราใช้รัฐธรรมนูญมา 3 ฉบับ คนก็คาดหวังว่ากฎหมายจะเปลี่ยนพฤติกรรมคนได้ แต่กลับไม่เปลี่ยนไม่ได้ไปไหนเลย เพราะผู้เล่นหรือผู้เลือกยังเป็นคนกลุ่มเดิม ยุบพรรค มีรัฐธรรมนูญใหม่ ก็คนกลุ่มเดิมไปตั้งพรรค ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดความรู้ความคิดยังเหมือนเดิม จากที่ทำงานกันมาพรรคการเมืองไม่ได้สนใจกฎหมายพรรคเท่าไหร่ ถ้าสนใจจริงน่าจะดีกว่านี้ เพราะมันคือบ้านของท่านเอง การแก้ไขเป็นหน้าที่ของสภาหรือ สส. แต่เมื่อมีอำนาจไม่เห็นจะมามองเรื่องแก้กฎหมายพรรค เวลาแพ้ก็ลงมาที่ กกต.ทุกครั้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่