สมมติฐานที่ว่า “แลนด์บริดจ์คือตัวหลอก แรร์เอิร์ธคือตัวจริง” อาจไม่ใช่เรื่องขาว หรือดำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อยู่ในลักษณะ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” ของกลุ่มทุนต่างชาติหรือไม่?กล่าวคือ...หากโครงการโลจิสติกส์สำเร็จและทำกำไรได้ก็ถือเป็นโบนัส แต่หากโลจิสติกส์ไม่เป็นไปตามเป้า สิทธิ์ในการเข้าถึง “ที่ดินเขตเศรษฐกิจพิเศษ” และ “ทรัพยากรแร่ธาตุ” ยุทธศาสตร์ใต้ดินตลอดอายุสัมปทาน 50-99 ปี คือหลักประกันความคุ้มค่าที่ไม่มีทางขาดทุนสิ่งที่ประเทศไทยต้องพึงระวังมีแน่ โดยเฉพาะถ้าประเทศต้องสูญเสียทรัพยากรมหาศาลคนไทยแต่โบราณมีคติที่ว่า...จิ้งจกทักยังต้องระวัง เอาว่าเรื่องใหญ่ระดับนี้ถ้ามีคนร้องเอ๊ะ! เตือนให้ระวัง คงต้องฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรที่จะต้องเหลียวหันมามองพิจารณากลั่นกรองให้รอบคอบรอบด้าน?ตอกย้ำสิ่งที่ประเทศไทยต้องพึงระวัง “รัฐบาล” และ “หน่วยงานความมั่นคง” ของไทยจะต้องไม่มองโครงการนี้เพียงแค่มิติ “การคมนาคมขนส่ง” แต่ต้องใช้ระบบการกลั่นกรองและตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเท่าทันข้อกฎหมาย เพื่อไม่ให้ประเทศสูญเสียทรัพยากรแรร์เอิร์ธอันมีมูลค่ามหาศาลไปฟรีๆภายใต้คราบของ “ดิน หิน และ...กากวัสดุก่อสร้างที่เหลือทิ้ง” จากโครงการแลนด์บริดจ์กระนั้นแล้ว การที่จะพุ่งเป้ากล่าวหาโจมตี “ทุนต่างชาติ” ตั้งใจมาทำแลนด์บริดจ์เพื่อ “บังหน้า” ขุดแร่จริงไหม? ก็อาจจะ เกินเลยไปหน่อย แต่ถ้าจะบอกว่าหากตั้งข้อสงสัยสัก 50-60% เป็นเป้าหมายรองที่หอมหวานอาจจะวิเคราะห์กันไปได้ ด้วยว่า... การตั้งใจมาโกงเพื่อขุดแร่อย่างเดียวนั้นอาจจะดูโจ่งแจ้งไปหน่อยแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “แรร์เอิร์ธ” คือ “ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” ที่ทำให้โครงการนี้น่าดึงดูดใจ สำหรับทุนจีนหรือทุนตะวันตก เพราะถ้าหวังแค่ค่าระวางเรือหรือค่าโลจิสติกส์อย่างเดียว ตัวเลขผลตอบแทน (IRR) ของแลนด์บริดจ์ก็...ต่ำมากจนไม่น่าลงทุนตอกย้ำประเด็น...ไม่คุ้มทุนในเชิงพาณิชย์ หลักๆคือ... เหตุผลต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สายการเดินเรือยักษ์ใหญ่ยังสงวนท่าที ยังคงแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ที่ผ่านมานักวิเคราะห์สายโลจิสติกส์ระดับโลกเกือบทุกสำนักชี้ตรงกันว่า “แลนด์บริดจ์” ไม่ได้ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการวิ่งผ่าน “ช่องแคบมะละกา” เพราะมีต้นทุนการยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้น-ลงรถไฟถึง 2 รอบ ในเมื่อตรรกะทางธุรกิจมันไม่คุ้มทุนแต่...เหตุไฉนทำไมกลุ่มทุนใหญ่ๆยังคงเข้ามาเจรจาขอดูกรอบการลงทุน?คำตอบคือ พวกเขาไม่ได้มองแค่เงินค่าผ่านทาง (Toll Fee) แต่มองไปที่สิทธิ์การบริหารที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 50–99 ปีหรือไม่? ซึ่งสามารถนำไปตั้งนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปแร่และวัสดุขั้นสูงได้?จับตาโมเดล “โทรจันฮอร์ส” ผ่านกฎหมายพิเศษ (พ.ร.บ. SEC) การเดินเข้าไปขอประทานบัตรทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธตรงๆในภาคใต้ไม่มีทางทำได้ในยุคนี้ เพราะจะเจอม็อบสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่ต่อต้านจนโครงการพับไปแน่นอนแต่ถ้ามาในคราบของ “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ” ที่ได้รับการคุ้มครองด้วยกฎหมายพิเศษอย่าง ร่าง พ.ร.บ. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ทุกอย่างจะง่ายขึ้นนี่อาจเป็นกลเม็ดซ่อนเร้นที่เกิดขึ้นจริงๆในทางปฏิบัติได้ “โครงการแลนด์บริดจ์” ต้องมีการ “เจาะอุโมงค์ทะลวงเทือกเขา” ระยะทางหลายสิบกิโลเมตรเพื่อวางทางรถไฟและมอเตอร์เวย์ รวมถึงการขุดปรับหน้าดินขนานใหญ่ ดินและหินมหาศาลที่ถูกขุดออกมาจากอุโมงค์แนวหินแกรนิตเหล่านั้นในทางกฎหมายอาจถูกตีมูลค่าเป็นแค่ “วัสดุเหลือทิ้งจากการก่อสร้าง” ซึ่งผู้รับเหมาสัมปทาน...ซึ่งอาจเป็นกลุ่มทุนต่างชาติ มีสิทธิ์ขนย้ายและนำไปถลุงแยกแร่ได้ โดยไม่ต้องขอประทานบัตรเหมืองแร่ด้วยซ้ำ!เหลียวมองบทเรียนจาก สปป.ลาว, กัมพูชา...โมเดลโครงสร้างพื้นฐานแลกทรัพยากร หากดูประวัติศาสตร์การลงทุนของกลุ่มทุนข้ามชาติในอาเซียนจะพบรูปแบบที่ชัดเจนว่า มหาอำนาจมักใช้การสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ท่าเรือหรือเขื่อนกักเก็บน้ำ เป็นเงื่อนไขในการขอสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เหมืองแร่โปแตช หรือป่าไม้ ในลักษณะสัญญาแลกเปลี่ยน หรือสิทธิ์สัมปทานรอบพื้นที่โครงการคิดวิเคราะห์แบบไม่เกินไป กรณี “แลนด์บริดจ์” ของไทยก็มีแนวโน้มสูงที่จะถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขอสิทธิ์ตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมหนัก” ในฝั่งระนองและชุมพรถ้าให้นักวิเคราะห์ฟันธง ประเด็นนี้ “แลนด์บริดจ์อาจไม่ใช่ตัวหลอกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นแผนสองเด้ง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”นกตัวแรก...มิติภูมิรัฐศาสตร์ มหาอำนาจต้องการคานอำนาจและปิดจุดเสี่ยงหากเกิดสงครามในช่องแคบมะละกา ท่าเรือระนอง-ชุมพร คือจุดยุทธศาสตร์ทางทหารและการขนส่งพลังงานที่ดีเยี่ยมนกตัวที่สอง...มิติทรัพยากรยุทธศาสตร์ แรร์เอิร์ธและแร่พลอยได้ในแนวขุดเจาะคือ “กำไรก้อนยักษ์” ที่ซ่อนอยู่ใต้ดินที่จะช่วยชดเชยความเสี่ยงทางธุรกิจของโครงการแลนด์บริดจ์ ข้อควรระวังของ “ประเทศไทย” สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ทุนต่างชาติอาจเข้ามาเซ็นสัญญา แต่อ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดีทำให้การสร้างท่าเรือและรถไฟล่าช้า เข้าทำนอง...ดึงเช็ง ทว่าในระหว่างนั้นกลับเร่งทำการขุดเจาะอุโมงค์ ถล่มหิน ถลุงแร่แรร์เอิร์ธส่งกลับประเทศตัวเองจนหมดสิ้นพอแร่หมดก็ทิ้งโครงการแลนด์บริดจ์ร้างไว้ให้คนไทยดูต่างหน้า...นี่คือสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องรู้เท่าทันและเขียนกฎหมายดักไว้ให้รัดกุมที่สุดนี่คือ...ภาพอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่เกิดก็ดีไป...แต่คิดปัญหาหนักๆในทางลบไว้ก่อนเพื่อเตรียมมาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดผลเสียหายมหาศาลในอนาคต...ไม่วัวหายแล้วล้อมคอก.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม