จากที่เป็นฝ่ายรุกไล่ กลับกลายมาเป็นฝ่ายแก้ต่าง ช็อตเพลี่ยงพล้ำค่ายส้ม โดนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดชื่อ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อยู่ในผังรายชื่อผู้เกี่ยวข้องเครือข่ายหลอกลงทุน “Forex”ถูกโยงหลักฐานการโอนเงินจากธุรกิจ Forex ไปยังบัญชีนายภาวุธ 14 ครั้ง ยอดรวม 28 ล้านบาท แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ เงินที่ถูกโอนเข้าบัญชีเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่ทิ้งปริศนาก้ำกึ่ง ยังไม่กล้าฟันธงเป็นผู้ต้องหา ให้รอการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไปตัวจี๊ดพรรคประชาชนที่เป็นหัวขบวนเปิดโปงพิรุธโครงการ TH–AI Passportโดนลากไส้ กลับลดทอนความน่าเชื่อถือการเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล ต้องไล่ชี้แจงข้อเท็จจริง เคลียร์กันอีนุงตุงนัง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หลอกลวงประชาชนภูมิใจไทยพลิกเกมแก้เพลี่ยงพล้ำ ฉวยจังหวะสร้างประเด็นใหม่ กลบเรื่องเก่าที่เป็นข้อผิดพลาดของตัวเองลูกไม้เดิมๆตามกลเกมการเมืองแบบไทยๆ ออกแนวชกใต้เข็มขัดช่วงใกล้เข้าตาจน ทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายตรงข้าม เร้าอารมณ์สังคมให้ปักใจ คนพรรคส้มพัวพันขบวนการฉ้อโกงเงินประชาชนปั่นให้เสียสมาธิ คอยพะวงแก้ต่างเรื่องฝ่ายตัวเองมากกว่าตามขยี้ถ่างแผลคู่แข่งพลิกวิกฤติ TH-AI Passport เป็นโอกาส ขยี้ภาพลักษณ์พรรคประชาชน ทิ่มจุดเด่นต่อต้านทุจริตให้เป็นจุดดับเบนตำบลกระสุนตกออกจาก ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่องดวงใจของผู้ยิ่งใหญ่บุรีรัมย์ ไปอยู่กับพรรคประชาชนลุยไฟเดินหน้าต่อโปรเจกต์ TH-AI Passport แต่ยอมปรับสัญญาโครงการเป็นแบบจ่ายตามการใช้จริง แทนการเหมาจ่าย 1,600 ล้านบาท ลดแรงเสียดทานข้อครหาผูกขาดเอื้อประโยชน์ช่วยทุนใหญ่ปรับระดับเพดานบิน ผ่อนปรนท่าทีแข็งกร้าว ไม่ดื้อดึงทำตามสัญญาเดิมทุกตัวอักษรรัฐบาลภูมิใจไทยหันมาเน้นยุทธศาสตร์เชิงรับมากขึ้น ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง เน้นรักษาเสถียรภาพทางการเมือง แก้เกมภูมิต้านทานตกฮวบตามสถานการณ์หน้างานที่ต้องชะลอคันเร่งในหลายเรื่องที่มีกระแสต่อต้านหนัก ทั้งโครงการแลนด์บริดจ์ การปรับหลักเกณฑ์ลูกที่นำชื่อพ่อแม่ไปใช้ลดหย่อนภาษี ไม่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ล่าสุดก็ยอมลดเงื่อนไขงบประมาณโครงการ TH-AI Passportคลายโทนเหิม ปรับท่าทีหัวชนฝาไม่ฟังใคร หันมารับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนมากขึ้น ป้องกันฝ่ายค้านนำไปขยายผล จนภูมิตกทรุดหนักไปกว่านี้อุดช่องโหว่การเพิ่มความขัดแย้ง ทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาล ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัว จากผลพวงการเซ็นสัญญาสงบศึกตะวันออกกลาง “สหรัฐอเมริกา–อิหร่าน”ประกาศหยุดยิง ปิดฉากการสู้รบที่ยืดเยื้อร่วม 4 เดือน พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือทุกลำสัญจรผ่านได้สถานการณ์น้ำมันโลกกลับมาเข้ารูปเข้ารอย ราคาดิ่งลงต่อเนื่อง เบรกต้นทุนราคาสินค้าไม่ดีดตัวเพิ่มขึ้นประตูสันติภาพโลกเปิดกว้าง ส่งสัญญาณเชิงบวก เศรษฐกิจไทยได้รับอานิสงส์ตามไปด้วยเหลือแค่ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เหล่ารัฐมนตรีเดอะแบกต้องเร่งวางยุทธศาสตร์การค้า การลงทุน ควบคู่ไปกับสร้างพายุหมุนเศรษฐกิจในประเทศ ช่วงครึ่งปีหลังให้เดินถูกทางลุ้นตัวเลขจีดีพีอาจขยับไปที่ 2% เติบโตเกินเป้าจากที่คาดไว้ เอาไปเคลมเป็นผลงานแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ล้างจุดมัวหมอง เพิ่มแต้มให้รัฐบาลปัจจัยภายนอกประเทศคลี่คลาย เศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นแสงสว่าง แต่ยังต้องเฝ้าระวังความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศที่ยกระดับมากขึ้น เสี่ยงทำเศรษฐกิจหัวคะมำแม้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะดี แต่ก็ยังน่าห่วงปัจจัยในประเทศ ตามอาการอมโรคความขัดแย้งสะสมหลายกรณี ทั้งปัญหาที่ดินเขากระโดง คดีฮั้ว สว. ไลน์หลุดช่วยน้ำเงินด้วย โครงการ TH–AI Passport รวมถึงการทำงานขององค์กรอิสระที่ค้านสายตาประชาชน ปลุกแรงต้านยกระดับ ผนึกกำลังไล่ทุบระบอบสีน้ำเงินหนักหน่วงขึ้น ไม่ให้กินรวบตามอำเภอใจเหมือนเก่า เห็นสัญญาณเริ่มต้นการปลุกระดมมวลชนต่อต้านรัฐบาลไฟขัดแย้งกลุ่มแนวต้านปะทุหนักตลอดเดือน มิ.ย. ขณะที่การงัดข้อของระดับผู้มีอำนาจหน้าฉาก และหลังฉากในรัฐบาลก็เริ่มเห็นร่องรอยชัดเจนขึ้นความผันผวนการเมืองไทยกระทบเสถียรภาพรัฐบาลเสี่ยงฉุดรั้งศักยภาพเศรษฐกิจไทยติดหล่มครึ่งปีหลัง คุณภาพการเมืองสะเทือนภาวะเศรษฐกิจ ทุบความเชื่อมั่นรัฐบาลเปราะบางหนักขึ้น!!!ทีมข่าวการเมือง