ไม่เซอร์ไพรส์ แต่ “คดีพลิก” เหนือความคาดหมายอาฟเตอร์ช็อก “วงแตก” ไม่กี่อึดใจหลัง “ดีลอิสลามาบัด” ล่มไม่เป็นท่า “คาวบอย ไบโพลาร์” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้สั่งกองบัญชาการกลางสหรัฐฯเคลื่อนกองเรือรบยึดช่องแคบ “ฮอร์มุซ” ปิดกั้นทุกการสัญจรทางทะเลทั้งเข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน ตั้งแต่ 10.00 น.ตามเวลาอีทีหรือตรงกับเมืองไทย 21.00 น.วันจันทร์ที่ 13 เมษายนเป็นต้นไปขู่เรือลำไหนจ่ายค่าต๋งหรือซูเอี๋ยกับกองกำลัง IRGC โดนซัดด้วยขีปนาวุธกระเจิงแน่ย้อนเกล็ดรัฐบาลเตหะรานที่ตั้งด่านเถื่อนไถค่าผ่านทางเรือน้ำมันในทะเลสากล พร้อมๆกับบล็อกเรือพาณิชย์จีนที่ได้สิทธิพิเศษในฐานะพันธมิตรทางลับกับอิหร่านเกมยุทธศาสตร์สหรัฐฯเคลียร์ช่องแคบฮอร์มุซคืนสิทธิการเดินเรือในน่านน้ำสากลแต่ผลในทางปฏิบัติพาลให้เรือบรรทุกน้ำมันนานาชาติต้องหันรีหันขวาง กัปตันสั่งปรับหางเสือกันไม่ถูก เพราะซ้ายก็ “ด่านเถื่อน” อิหร่านจ้องสอย ขวาก็ “ด่านลอย” เรือรบมะกันขวางจังก้าจากที่ลุ้นจะได้คืนร่องน้ำโปร่ง ทางโล่ง กลายเป็นต้องเสี่ยงโดนบอมบ์เพิ่มเป็น 2—3 เท่ายิ่งกว่าแผ่นดินไหวระดับ 8 ระดับ 9 เขย่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานสากล เพิ่มขึ้นมากกว่า 8 เปอร์เซ็นต์ ทะลักไปแตะที่ระดับ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตอบรับสัญญาณเดือด “คาวบอยทรัมป์” สั่งปิดล้อมทางทะเลอิหร่าน เพื่อกดดันให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือสำคัญสถานการณ์วิกฤติน้ำมันโลกเด้งกลับไปอยู่ในโซนลูกผีลูกคนและก็เก็บคองอเข่ารอรับแรงกระแทกหนักๆไว้เลย หลังเทศกาลแห่งความสุขมหาสงกรานต์ ประชาชนไทยจะต้องเผชิญฝันร้ายเรื่องราคาน้ำมันที่วิกฤติเหมือนกันแต่ไทยเดือดร้อนเบอร์ต้นๆของโลกไม่ใช่แค่แพงแค่นั้น แต่ต้องลุ้นถึงขั้นขาดแคลน “เกลี้ยงปั๊ม” ของจริงเพราะ “การเมืองมั่วน้ำมัน” ไอ้โม่งปล้นซ้ำวิกฤติ กักตุนฟันกำไร ทำกลไกน้ำมันในประเทศพังหมดแม้เพิ่งใจชื้นกับภาพข่าวเรือบรรทุกน้ำมันดิบของกลุ่มบางจากฯเคลื่อนเข้าเทียบท่าโรงกลั่นแหลมฉบัง ต่อเนื่องกับกองเรือน้ำมันยักษ์ของเครือบริษัท ปตท.ที่สามารถฝ่าด่านอันตราย ออกจากช่องแคบฮอร์มุซมาได้หวุดหวิด ด้วยศักยภาพในเชิงบริหารของภาคเอกชนที่ดิ้นรนเอาตัวรอดในเชิงธุรกิจได้ตามกลไกแต่ต้องเสี่ยงกับ “ลูกมั่ว” ฝ่ายบริหารการเมือง แฝงเหลี่ยมกลบเกลื่อนไอ้โม่งตามเสียงแห่ตีฆ้องรัวโหม่งกันอึกทึก “ก๊วนสลิ่ม” ม็อบเหลืองแท็กทีม กปปส. นัดขบวนหามแห่ “เสี่ยขิง สุดซอย” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ลุยปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันครั้งใหญ่ ตั้งท่ารื้อโครงสร้างพลังงานไม่ให้เอกชนคุมราคา ปรับเกณฑ์กองทุนน้ำมัน ไปถึงขั้นยึดโรงกลั่นมาเป็นของรัฐบาลห้าวหาญสไตล์ “สุดซอย” ย้ายฐานจากกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่แคร์คดีฟ้องคาราคาซังหลังลุยถั่วขุดกรุกฎหมายเก่ากว่า 53 ปี กล้าเสี่ยงใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 สั่งบีบ 6 โรงกลั่นลดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซล ลง 2 บาทต่อลิตรทั้งๆที่ไม่ใช่วิกฤติขาดแคลนจริง แต่ “ขาดแคลนเทียม” เพราะไอ้โม่งกักตุน ปล้นซ้ำสงครามตามสภาพคาบลูกคาบดอกในการใช้อำนาจแฝงเหลี่ยมการเมือง “ลูกมั่ว” ที่อาจต้องมี “ลูกติดพัน” ชื่อของ “เอกนัฏ” ต้องรับผิดชอบทางคดี หากสุดท้ายโดนเอกชนฟ้องฐานทำผู้ถือหุ้นบริษัทมหาชนเจ๊ง“การเมืองมั่วน้ำมัน” ต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาอื้อซ่าแน่ๆแต่ที่ตลกไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “นักสู้หน้าตู้ชาร์จ” ภาพข่าวความอลหม่านวุ่นวาย คนใช้รถอีวีที่ต้องสู้ชีวิตอย่างหนักในการเดินทางกลับไปฉลองสงกรานต์ต่างจังหวัด เสียเวลาเข้าคิวชาร์จไฟกันนาน 4—5 ชั่วโมงฟิวส์ขาดถึงขั้นตะลุมบอน วางมวยแย่งคิวกันอุตลุดจุดด้อยเบื้องต้นของรถอีวีที่ประชาชนสัมผัสได้ด้วยตัวเอง ยังไม่นับจุดบอดการใช้งานในทางยาวๆหักมุม ขัดอารมณ์กับที่ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ รับบท “พรีเซ็นเตอร์” โปรโมตรถยนต์ไฟฟ้า โชว์ขับรถส่วนตัวอย่างหล่ออย่างเท่ ล้อไปกับจังหวะ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เร่งชงโปรฯ “รถเก่าแลกรถใหม่” จูงใจให้คนไทยหันมาใช้รถไฟฟ้า แก้วิกฤติพลังงานน้ำมันทั้งๆที่ยังไม่มีหลักประกัน ระบบรองรับการเปลี่ยนผ่านที่มั่ว ลักลั่นไปหมดโจทย์โคตรยาก แต่แก้ได้แค่พื้นๆ สะท้อนวิธีคิดแบบฉาบฉวยของฝ่ายบริหารที่ไม่ได้มองครบทั้งระบบ สภาพ “กลบปัญหาเก่า ก่อปัญหาใหม่” เหมือนปล่อยให้ประชาชนคนไทยสู้ไปตายเอาดาบหน้ายากจะฟื้นศรัทธาความเชื่อมั่น น้ำมันเกลี้ยงถังส่อหมดกลางทางไม่ครบเทอม.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม