11-12 เมษายน 2026 โลกจับตาดูการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางครั้งสำคัญระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านซึ่งมีรัฐบาลปากีสถานเป็นตัวกลางในการประสานงาน ที่กรุงอิสลามาบัดเมืองหลวงของปากีสถานการเจรจาของสหรัฐฯและอิหร่านในวันที่ 11 เมษายน 2026 เป็นการเจรจาแบบแยกห้องหรือ Proximity talks ซึ่งหมายถึง การเจรจาแบบใกล้ชิดแต่ไม่เผชิญหน้า เป็นเทคนิคทางการทูตซึ่งฝ่ายที่ขัดแย้งกันจะอยู่ในห้องที่แยกกัน โดยมีการส่งสารผ่านผู้ไกล่เกลี่ยการเจรจาแบบแยกห้องใช้ในกรณีที่คู่กรณีมีความเกลียดชังกันรุนแรงจนไม่สามารถนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันได้ หรือการพบหน้ากันอาจจะส่งผลเสียทางการเมืองต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสถานที่ในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านคือทำเนียบนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งเป็นอาคารที่โอ่อ่าและมีความปลอดภัยสูงสุด ภายในทำเนียบฯมีการแบ่งปีกอาคารออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้คณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายต้องเดินสวนกันในทางเดินห้องปีกตะวันออกเป็นห้องรับรองสุดหรูที่จัดไว้สำหรับคณะผู้แทนสหรัฐฯที่นำโดย เจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯห้องปีกตะวันตกจัดไว้สำหรับคณะผู้แทนอิหร่านที่นำโดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ห้องนี้อยู่ห่างออกไปอีกด้านของอาคาร โดยมีโถงกลางขนาดใหญ่คั่นกลางไว้ภายในห้องของแต่ละฝ่ายจะมีการติดตั้งจอภาพและระบบสื่อสารสายตรงกลับไปยังประเทศของตนทั้งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.และกรุงเตหะราน ในแต่ละห้องจะมีโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ แต่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามจะว่างเปล่า เพราะคู่เจรจาตัวจริงอยู่อีกฟากหนึ่งของอาคารจุดที่น่าสนใจคือการจัดวางห้องของนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานซึ่งเป็นผู้ส่งสาร โดยห้องทำงานหรือห้องรับรองกลางของนายกฯปากีสถานจะอยู่กึ่งกลางระหว่างทั้งสองปีกเมื่อฝ่ายสหรัฐฯมีข้อเสนอ นายกฯปากีสถานก็เดินจากปีกตะวันออกผ่านโถงกลางเข้าสู่ปีกตะวันตกเพื่อแจ้งให้อิหร่านทราบ และทำในลักษณะเดียวกันเมื่อมีการตอบโต้กลับมาเรื่องความปลอดภัยก็ไม่ต้องพูดถึงครับ มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลไม่ให้คนจากปีกหนึ่งข้ามไปยังอีกปีกหนึ่งอย่างเด็ดขาด ยกเว้นเพียงตัวกลางและคณะทำงานประสานงานของปากีสถานเท่านั้นนี่ไม่ใช่การเจรจาแบบแยกห้องครั้งแรกนะครับ ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 87 ปีที่แล้ว มีการประชุม The London Conference 1939 เป็นการประชุมที่รัฐบาลอังกฤษจัดขึ้นระหว่าง 7 กุมภาพันธ์-17 มีนาคม 1939 เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในปาเลสไตน์และยุติการปกครองภายใต้อาณัติก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเกิดขึ้นไม่กี่เดือน อังกฤษซึ่งตอนนั้นปกครองปาเลสไตน์ต้องเผชิญกับกบฏอาหรับและการอพยพของชาวยิว อังกฤษต้องการความสงบในตะวันออกกลางเพื่อเตรียมรับมือนาซีเยอรมัน จึงนัดทั้งสองฝ่ายมาคุยกันที่กรุงลอนดอนของอังกฤษProximity talks ถูกนำมาใช้ในการประชุมครั้งนั้นเนื่องจากคณะผู้แทนฝ่ายอาหรับปฏิเสธที่จะนั่งร่วมโต๊ะหรืออยู่ในห้องเดียวกับคณะผู้แทนฝ่ายไซออนิสต์ เพราะไม่ต้องการรับรองความชอบธรรมของฝ่ายตรงข้ามมัลคอล์ม แมคโดนัลด์ รัฐมนตรีกระทรวงอาณานิคมของอังกฤษต้องทำหน้าที่เป็นคนกลาง เดินสายไปมาระหว่างสองห้องเพื่อนำข้อเสนอของแต่ละฝ่ายไปหารือกับอีกฝ่ายหนึ่ง แม้แต่นายกรัฐมนตรีเนวิลล์ แชมเบอร์แลน ก็ต้องจัดพิธีเปิดการประชุมแยกกันเป็น 2 รอบในวันเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งการเจรจาล้มเหลวเพราะทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ฝ่ายอาหรับก็ต้องการเอกราชทันทีและให้ยุติการอพยพของชาวยิวเข้าสู่ปาเลสไตน์ ส่วนฝ่ายไซออนิสต์ก็ต้องการให้อพยพชาวยิวอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าไปครอบครองดินแดนปาเลสไตน์ความล้มเหลวในครั้งนั้น ทำให้รัฐบาลอังกฤษประกาศนโยบายฝ่ายเดียวในชื่อสมุดปกขาว ค.ศ.1939 หรือ White Paper of 1939 ซึ่งจำกัดจำนวนชาวยิวและควบคุมการซื้อที่ดินเพื่อพยายามรักษาความสงบในพื้นที่ ก่อนเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป Proximity talks ถูกนำมาใช้อีกครั้งในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัดและจบลงโดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามได้เช่นกัน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม