ตั้งคำถามกับ AI ว่า ถ้าใช้เงินจำนวน 5.9 หมื่นล้าน ที่รัฐเอาเงินจาก กองทุนน้ำมัน ไปอุ้มราคาน้ำมันในประเทศสามารถเอาไปทำประโยชน์อะไรได้บ้าง ได้รับคำตอบว่า เงินจำนวน 5.9 หมื่นล้านเป็นเม็ดเงินมหาศาล ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทั้งระบบ เช่น โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนให้ร้านค้าและประชาชนนับล้านราย หรือใช้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจพลังงาน โรงพยาบาล อสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศได้อีกมากมายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก อาทิ โครงการรูปแบบ คนละครึ่งพลัส โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น การขนส่งมวลชน ท่าเรือ ระบบไฟฟ้า โรงพยาบาลขนาดใหญ่ พลังงานทดแทน โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ การซื้อขายที่ดิน หรือห้างสรรพสินค้า ถ้าหากนำเงิน 5.9 หมื่นล้านไปจัดการอย่างถูกวิธีจะสามารถสร้างการเติบโตและการลงทุนได้อย่างมหาศาลเมื่อโฟกัสไปที่มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ของรัฐบาลอนุทิน 2 เหมือนหนังคนละม้วน การแบ่งกลุ่มการช่วยเหลือเพียง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และภาคการขนส่ง ที่แน่ๆคือการผลักภาระให้ประชาชน ที่จะต้องเป็นหนี้เป็นสินเพิ่มขึ้น สวนทางกับมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลเอง หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนจะเพิ่มขึ้น จากเงื่อนไขการใช้รถยนต์ ไฟฟ้า ธนาคารรัฐ ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นผู้ประกอบการรอดตายส่วนคนที่จะตายคือมนุษย์เงินเดือนหาเช้ากินค่ำที่ต้องเสียภาษีทุกบาททุกสตางค์เพื่อเอาเงินภาษีเหล่านี้ไปอุ้ม 4 กลุ่มเปราะบาง ที่รัฐกำหนด ซึ่งไม่มีความเท่าเทียมในการได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ โดยเฉพาะประชาชนทั่วไปที่เสียภาษีและไม่อยู่ในข่ายกลุ่มเปราะบาง 13.4 ล้านคน นอกจาก ไม่ได้อานิสงส์อะไรจากมาตรการของรัฐ ยังจะต้องช่วยแบกรับภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤติแบบเอาง่ายเข้าว่า เอะอะก็ใช้แบงก์รัฐ เข้าไปช่วยอุดหนุนธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรเป็นหนังหน้าไฟให้รัฐ ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติหรือรัฐต้องการนำนโยบายประชานิยมไปหาเสียง ส่วนผลลัพธ์ที่จะตามมา รัฐไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆโยนภาระทั้งหมดให้กับแบงก์รัฐจัดการการเอาเงินจาก กองทุนน้ำมัน ไปอุดหนุนราคาน้ำมันถึง 5.9 หมื่นล้าน ใครได้ประโยชน์ พ่อค้าน้ำมัน โรงกลั่น สถานีบริการน้ำมันรับไปเต็มๆ ส่วนชาวบ้านตาดำๆถึงซื้อน้ำมันถูกลง เพื่อเอาเงินไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้นต้องรับกรรมไปตามระเบียบประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะจะบอกให้.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม