“อย่างหล่อเลยครับพี่น้อง” กับฟอร์มออกเอี๊ยด เบิร์นยางไหม้ สไตล์ “ขิงสุดซอย” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ที่โชว์ลูกฟิตแต่หัววัน ดุดันไม่เกรงใจใคร กวักมือเรียกผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน เข้าห้อง “ปิดประตูตีแมว” บี้ให้ลดค่าการกลั่น หักคอให้รับสภาพตัวการทำน้ำมันราคาแพงร้อนแรงได้ใจกองเชียร์สายแห่ก๊วนสลิ่ม ได้พ่อยกทีมอวยระดับ “แอ๊ด คาราบาว” ศิลปินรุ่นเก๋า ยกนิ้วสัญลักษณ์เขาควาย เชียร์สุดลิ่มทิ่มประตู การันตี “ลูกขิง” ของจริง เอาใจช่วยแบบหมดหัวจิตหัวใจบรรยากาศคอนเสิร์ต โหมควันยุทธการถล่มโรงกลั่น จัดฉากไล่ทุบผู้ร้ายปล้นราคาน้ำมันมุกเดียวกัน ดุดันไม่แพ้ “คาวบอย ทรัมป์” ขู่ทุบอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์ “ขิง สุดซอย” ขี่หลังกองแห่ ต้อนโรงกลั่นเข้ามุมอับ ขู่ทุบ บังคับให้เฉือนเนื้อกำไรแต่ล้ำลึกกว่าในมุมแฝงเหลี่ยมเขี้ยวการเมือง ขู่ไปเคลียร์ไปสไตล์การเมืองมั่วน้ำมันแบบไทยๆ ฉวยจังหวะเบี่ยงเป้า “ไอ้โม่ง” พรางกระแสไล่ล่าแก๊งปล้นน้ำมันที่ดีเอสไอแกะรอยจนเจอจุดน้ำมันโดนสูบหาย 70 ล้านลิตร “จ็อบเบอร์” รับจากโรงกลั่นแล้วยักย้ายถ่ายเทลงเรือลอบขายเขมร ระหว่างทางขนส่งไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีทำให้สลัดไม่หลุดจากเงาทาบทับธุรกิจน้ำมันตระกูล “โกเกี๊ย” ป้วนเปี้ยนฐานอิทธิพลการเมืองของ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ขาใหญ่ก๊วน กปปส. พ่อเลี้ยงสุดที่รักของ “ขิง สุดซอย”อย่างน้อยๆแผนทุบโรงกลั่นเบี่ยงเป้าก็เข้าล็อก เดินหมากตามรอยที่แผ้วทางไว้แต่ปลายทางจบตรงไหนนั่นว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง เพราะการพูดเอามัน ลีลาตีกินทางการเมืองกับเรื่องในเชิงบริหารจัดการปมน้ำมันที่สลับซับซ้อน ความยากง่ายมันต่างกันประเด็นทุบโรงกลั่นคายกำไร บีบลดค่าการกลั่น ถ้าทำได้ง่ายๆสมัยรัฐบาลทหารของ “ลุงตู่”อำนาจเบ็ดเสร็จ คงไม่ได้ทำแค่รูปแบบขอให้เอกชนบริจาคเข้าอุดหนุนกองทุนน้ำมันไม่กล้าหักดิบให้ลดค่าการกลั่นมั่วๆ เพราะกลัวติดเงี่ยงกฎหมาย ทำลายระบบเศรษฐกิจแม้แต่รอบนี้ก็ไม่กล้ารวบรัดตัดตอน จบในที่ “ประชุม ครม.นัดพิเศษ” แบบที่มีข่าวแว่วๆ ปล่อยมาตีกินล่วงหน้า จะอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ในมือนายกรัฐมนตรี ทุบโต๊ะทันที เอาฤกษ์เอาชัยฉลอง ครม. “อนุทิน 2 พลัส”แต่ไปๆมาๆก็โยนให้ รมว.พลังงานป้ายแดง เรียกโรงกลั่นมาขู่แล้วขู่อีกโบ้ยเผือกร้อนไหลมาอยู่ในมือ “ขิง สุดซอย” เต็มๆ ตามเกมเสี่ยงๆ โจทย์บังคับราคาน้ำมันอั้นไม่ไหว อย่างดีรัฐบาลเซราะกราวก็ทำได้แค่เล่นกระแส ทุบโรงกลั่นเบี่ยงหลบปม “ไอ้โม่ง” พรางเสียงด่าแต่กลับเสี่ยงก่อ “หายนะกว่า” ถ้าถึงจุดที่โรงกลั่นพากันลดหรือหยุดการกลั่นเพราะผลประกอบการ “ไม่คุ้มค่าการลงทุน”ของจริงที่กูรูสายสลิ่ม อย่าง “เสี่ยกรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้โฉบตีกินวงนอก กับ “เสี่ยเอ๋” อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.ค่ายรวมไทยสร้างชาติ ที่ร่วมทีมแห่ “เสี่ยขิง” ยุให้ไล่บี้ไล่ทุบโรงกลั่น เล่นกระแสล้ออารมณ์สังคมกำลังเดือดร้อนราคาน้ำมัน ตีกินคะแนนนิยมง่ายๆแต่ไม่ได้พูดข้อมูลอีกด้าน หรืออาจเข้าไม่ถึงชั้นความลับข้อมูลจริงวงในแบบที่ “นายกฯอนุทิน” รับทราบรายงานข่าวร้าย จึงทำได้แค่เปรยๆกับสังคม อารมณ์ยอมโดนด่าอุ้มกลุ่มทุน แบะท่าเป็นนัย เราต้อง ให้ผู้กลั่นน้ำมันอยู่ได้ ไม่ใช่บีบบังคับจนเขาขายแล้วไม่คุ้มค่าการกลั่น ถ้าเกิดเขาหยุดกลั่นขึ้นมา ก็จะยิ่งทำให้ปัญหาทวีเพิ่มขึ้นไปอีกพยายามไม่กระตุ้นต่อมแพนิก กลัวประชาชนตื่นผวาเพราะจังหวะนรกของจริงต้องลุ้นเดือนมิถุนายนนี้ หากสงครามอ่าวเปอร์เซียไม่เบา ช่องแคบฮอร์มุซยังตีบตัน น้ำมันดิบขาดแคลน แผนหาแหล่งน้ำมันอื่นช็อตเพราะทั่วโลกต้องแย่งกัน“น้ำมันแพง” ไม่ส่อมิคสัญญี เท่า “น้ำมันขาดแคลนเกลี้ยงปั๊ม” ของจริงถึงจุดนั้นอย่าคิดว่าจะขู่ทุบเอกชนได้ ในเมื่อมันเป็นกลไกทางธุรกิจ ภายใต้สิทธิระบบการค้าเสรีแบบที่กลุ่มทุนยักษ์ข้ามชาติอย่างเอสโซ่ คาลเท็กซ์ เบอร์ใหญ่ระดับโลกได้ขายกิจการทิ้งปั๊ม โละโรงกลั่น เปิดตูดหนีธุรกิจน้ำมันในประเทศไทยไปก่อนแล้วสะท้อนมุมมองนักลงทุนต่างชาติที่ไม่เอาด้วยกับสภาพการเมืองมั่วน้ำมันแบบไทยๆเอะอะรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงานก็ขู่ทุบได้แค่เครือ ปตท.ที่คาบลูกคาบดอก สถานะของรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ แต่ก็เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์จำเป็นต้องมีคนรับผิดชอบทางกฎหมาย หากทำผู้ถือหุ้นเจ๊งยับและถึงจุดนี้ ชื่อนั้นย่อมหนีไม่พ้น “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” เด่นชัดในฐานะผู้ถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม