ปรากฏบทสัมภาษณ์ของ ม.ล.ณัฎฐกรณ์ เทวกุล ที่ออกมาอธิบายปัญหาของ วิกฤติพลังงาน ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ในบางประเด็นที่ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงกัน เช่นเรื่อง การอ้างอิงราคาน้ำมันจากตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับ ประเทศเกาหลีเหนือ ประกาศยกเลิกราคาอ้างอิงที่สิงคโปร์ ตัดขาด จากกลไกตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ท้ายที่สุดแล้วความเสียหายจาก นโยบายที่บิดเบือนตลาด กลายเป็นผลกระทบกับระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวการอ้างอิงราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์ ไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน แต่เป็นกลไกที่สะท้อนถึงต้นทุนเพื่อรักษาสมดุลไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมันและปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้พังทลาย ไม่เข้าใจว่า ทำไมจะต้องมาหาเสียงอะไรกันตอนนี้ วิกฤติพลังงานโลกเกี่ยวอะไรกับเรื่องพวกนี้เอะอะอะไรก็นายทุน เป็นวาทกรรมที่รับไม่ได้กับความจริงของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมและกลไกตลาดเสรีราคาน้ำมันที่อ้างอิงในต่างประเทศ ได้แก่ ตลาดลอนดอน ตลาดนิวยอร์กและตลาดสิงคโปร์ ในเอเชียตะวันออก ส่วนใหญ่จะอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ รวมทั้งไทยด้วย เพราะน้ำมันเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายกันทั่วโลก ราคาจึงถูกกำหนดขึ้นมาโดยอุปสงค์และอุปทานของตลาดโลกการมีตลาดกลาง จึงเป็นเสมือนศูนย์รวมข้อมูลและตัวแทนของราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในภูมิภาคนั้นๆ วิถีในทางปฏิบัติที่ไทยจะลดความเสี่ยงในอนาคต เช่นการผลิตไฟฟ้าในประเทศ ที่พึ่งพาการนำเข้า ก๊าซธรรมชาติให้น้อยลง เราต้องมานั่งดูว่า โครงสร้างนิวเคลียร์ จะนำมาใช้ได้หรือยัง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเริ่มโครงการโครงสร้างนิวเคลียร์ที่จะนำมาทดแทนก๊าซและน้ำมันแล้วเราจะกล้าทำโรงงานนิวเคลียร์ที่ต้นทุนต่ำ และปลอดภัยที่สามารถ ผลิตได้ง่ายไหม ไม่ใช่มานั่งแก้ปัญหาวัวหายแล้วมานั่งด่ากันน้ำมันเป็นสินค้าเสรี หากรัฐบังคับให้ขายถูกกว่าความเป็นจริง โรงกลั่นในประเทศย่อมเลือกที่จะส่งออกน้ำมันไปขายในประเทศอื่นที่ให้ราคาสูงกว่าและคุ้มทุน แทนที่จะยอมขายขาดทุนในประเทศไทย เมื่อราคาน้ำมันถูกกว่าประเทศอื่น ก็จะมีการลักลอบนำน้ำมันไปขายต่างประเทศทำกำไรตามแนวชายแดนกองทุนและภาษีก็พังพินาศ หรือรัฐจะเอากองทุนฯมาอุดหนุนเพื่อกดราคาน้ำมันลง รัฐก็ต้องกู้เงินเข้ากองทุนฯมาชดเชยส่วนต่าง กลายเป็นต้องแบกรับหนี้สาธารณะก้อนโตที่ประชาชนต้องตามไปใช้หนี้ในอนาคตการที่โรงกลั่นเร่งการผลิต จากปกติ 93% เป็น 100% คงเป็นไปไม่ได้ที่โรงกลั่นจะกักตุนน้ำมันเอาไว้ในแท็งก์เพื่อรอราคาขึ้นด้วยข้อจำกัดทางวิศวกรรมและข้อกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ต้องขึ้นแต่รัฐปอดแหกไม่กล้าขึ้นทั้งที่รู้ว่าหนี้สาธารณะสูงมาก มัวแต่เยียวยาจนหนี้บาน ไม่มีเงินจะแบก ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด รัฐบาลโดนด่าไปด้วยกลายเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยการด่าไปฉิบ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม