เมื่อโลกไม่เหมือนเดิม... “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี บนสถานการณ์ใหม่ต้องทำอย่างไร ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยคิดมาก่อนแต่ก็ได้บังเกิดขึ้นแล้ว ดีที่พื้นฐานของรัฐบาลมีความแข็งแกร่งไม่เปราะบาง อยู่ที่จะบริหารและจัดการอย่างไร เพื่อให้อยู่ได้ทั้งคนและประเทศเริ่มแรกก็คือนโยบายที่จะต้องปรับให้เข้ากับสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะคนไทยที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนักทำอย่างไรเพื่อให้พวกเขามีชีวิตรอดและอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อค่าครองชีพสูงขึ้นแต่รายได้ยังเท่าเดิมจะบอกให้ประหยัดอย่างเดียวคงไม่พอ!แต่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการเพื่อช่วยเหลือพวกเขาในทุกด้าน โดยเฉพาะการช่วยเหลือเพื่อลดภาระจากผลกระทบเรื่องน้ำมันคือปัจจัยสำคัญสุดที่จะต้องทำให้ราคาเกิดความเป็นธรรมไม่ขาดแคลน จะทำอะไรก็ต้องรีบทำอย่างการลดค่าการกลั่นและนำเงินจากส่วนต่างเพื่อมาชดเชยราคาน้ำมันไม่ให้ราคาสูงมากไปกว่านี้จากที่เคยซื้อในราคาลิตรละ 30 กว่าบาท แต่วันนี้ตัวเลขพุ่งไปถึง 50 บาทแล้วและไม่รู้ว่าจะสูงขึ้นไปอีกเท่าใดต้องยอมรับว่าวันนี้รัฐบาลเจอศึกหลายด้านจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดึง “คนนอก” เข้ามาช่วยคิดช่วยทำลำพังแค่ 3 ทหารเสือนั้นไม่พอแน่มีชื่อปรากฏอย่าง “ปานปรีย์ พหิทธานุกร”-“สันติธาร เสถียรไทย”ก็ถือว่าเข้าท่าแต่บรรดารัฐมนตรีอีกหลายคน การเลือกบุคคลที่เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ผู้ช่วยหรือตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ก็ควรเลือกคนที่เข้ามาทำงานได้จริงๆไม่ใช่เข้ามาเพื่อเกียรติยศและสร้างบารมีแม้ตำแหน่งเหล่านี้จะมีทั้งที่ได้เงินเดือนและไม่ได้เงินเดือนก็ตามแต่ก็ต้องนึกถึงความเหมาะสมด้วยการแถลงนโยบายของรัฐบาลเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งก่อนปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายค้านปกติก็ใช้เวทีนี้ไม่ต่างไปจากศึกซักฟอกเท่าใดนี่ก็เห็นเตรียมลับมีดกันเอาไว้แล้ว!แต่ในสถานการณ์ที่กำลังดำรงอยู่ ฝ่ายค้านต้องมีวุฒิภาวะเข้าใจสภาพที่เกิดขึ้นจึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างสร้างสรรค์มากกว่าทำลายล้างกันเหมือนที่ผ่านมาในยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติแต่นักการเมืองมาทะเลาะ เบาะแว้งเอาชนะกันสมควรหรือไม่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องรู้และเข้าใจหาเสียงหาคะแนนได้แต่ต้องพอเหมาะพอดีไม่ได้เชียร์หรือฝักใฝ่รัฐบาลแต่ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลอย่างน้อยให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ไม่มีใครแพ้-ใครชนะแต่ประเทศชาติรอดนี่แหละคือสิ่งสำคัญ!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม