รัฐบาลเปิดเวทีแถลงยุทธศาสตร์ “1 เดือน วิกฤติโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ “ขุนพลเศรษฐกิจ” ชุดใหญ่ รวมทั้ง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ กางแผนเผชิญเหตุรับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง เพื่อสร้างความชัดเจนให้สังคมเห็นทิศทางรอดของประเทศนับเป็นการฉายภาพรวมทุกมิติ ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนเพื่ออยู่รอด” พร้อมแจงมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของประเทศอย่างสมดุล โดยรัฐบาลมุ่งขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้รวมพลังประคับประคองสถานการณ์ ผนึกกำลังก้าวผ่านวิกฤติที่ท้าทายไปด้วยกันอย่างยั่งยืนแต่เป็นที่น่าเสียโอกาสอย่างยิ่ง เมื่อนายกฯและทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เลี่ยงการชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ในวาระพิจารณาญัตติด่วนกู้วิกฤติพลังงาน ซึ่งเป็นเวทีที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยได้สะท้อนความเดือดร้อน เสนอมาตรการแก้ไขปัญหา และชี้เบาะแสสำคัญในการลากตัวไอ้โม่ง ที่หาผลประโยชน์มิชอบจากวิกฤติพลังงานครั้งนี้และในเมื่อรัฐบาลชวนทุกฝ่ายให้รวมพลังต่อสู้ไปด้วยกัน ต้องเริ่มต้นที่รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลแบบตรงไปตรงมา เริ่มต้นจากการเปิดข้อมูลน้ำมันทุกหยด ที่สอดคล้องกับการชดเชยน้ำมันทุกลิตร ล่าสุดกรมธุรกิจพลังงานล้อมคอกติดตามระบบไหลเวียนน้ำมันทั้งประเทศ โดยออกมาตรการปิดช่องโหว่ที่เคยเป็นแดนสนธยาโดยบังคับรายงานแบบรายวัน ส่งข้อมูลภายใน 18.00 น. ของทุกวัน ทำให้การตกแต่งบัญชีน้ำมันทำได้ยากขึ้นมา และยังใช้ระบบ Fuel (Digital Manifest) ให้ระบุหมายเลขทะเบียนรถและปลายทางทุกครั้งที่น้ำมันออกจากคลัง หากน้ำมันหายระหว่างทาง รถขนส่งวิ่งไปในจุดที่ไม่ใช่ปั๊มตามที่ดีแคลร์ ระบบโชว์ความผิดปกติทันทีที่สำคัญ กำหนดให้มีการแชร์ข้อมูลให้หน่วยงานปราบปราม ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ให้ตรวจสอบต่อ มาตรการสร้างรอยนิ้วมือดิจิทัลนี้ทำให้ไอ้โม่งอยู่ยาก แต่ตัวตัดสินว่าจับได้จริงหรือไม่ อยู่ที่การขอข้อมูลใบกำกับขนส่งน้ำมันเข้าสู่ระบบย้อนหลังตั้งแต่ วันที่ 1 ก.พ.2569ทั้งนี้ หากรัฐบาลเอาจริงเชื่อว่า จะต้องพบพยานหลักฐานมัดตัวไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน แต่หากยังไม่พบให้กลับไปดูที่ต้นขั้ว ที่บริษัทน้ำมัน 3 ยักษ์ใหญ่ ไปรับน้ำมันจากโรงกลั่น เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีชนิดต่างๆ รวมถึงข้อมูลคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) รับรองจะต้องเจอคนร้ายที่ปล้นประชาชนแน่.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม