นั่งไม่ติด ก้นร้อนพอๆกับอารมณ์คนไทย “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุม ครม.ด่วนนัดพิเศษ ออก 7 มาตรการเร่งรับมือหลังลอยตัวราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล พุ่งพรวด 6 บาท จัดแพ็กเกจต่อลมหายใจระยะสั้น เยียวยาผลกระทบประชาชนกันเฉพาะหน้า สั่งกระทรวงการคลังพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หวังกดราคาหน้าปั๊มลดลง พ่วงเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการรัฐให้กลุ่มเปราะบาง 13.3 ล้านคน อีก 100 บาท จาก 300 บาท เพิ่มเป็น 400 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 1 เดือน ช่วยค่าครองชีพในภาวะเร่งด่วน ตลอดจนอุดหนุนส่วนต่างราคาน้ำมันกลุ่มขนส่ง พุ่งเป้ากลุ่มรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง การพยุงราคาปุ๋ย ลดต้นทุนเกษตรกร การสนับสนุนใช้น้ำมัน B20 ช่วยชาวประมงขณะที่กระทรวงพาณิชย์สั่งขยายบัญชีสินค้าควบคุมเพิ่มขึ้นอีก 7 รายการ จากเดิม 59 รายการตรึงสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต อาทิ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส ห้ามปรับขึ้นราคาก่อนได้รับอนุญาต ซ้ำเติมความรู้สึกประชาชนก้นร้อนกันทุกกระทรวง รับมือพายุอารมณ์คนไทยที่โดนปล้นกลางดึก ลักไก่ขึ้นราคาน้ำมันสุดโหด คนใช้รถแตกตื่นไม่ต้องหลับต้องนอน รีบออกไปเข้าคิวเติมน้ำมันแน่นปั๊มก่อนถึงเส้นตายตี 5 วันรุ่งขึ้นน้ำมันไทยขึ้นเร็วกว่าลิฟต์ และยังไม่รู้จะขึ้นต่อเนื่องหลังจากนี้อีกหรือไม่ ต้องลุ้นตัวโก่งสถานการณ์พลังงานตลาดโลกวันต่อวันวิกฤติพลังงานพาตึงเครียดไปทั้งประเทศ “นายกฯหนู” ยังออกลูกบ่ายเบี่ยง เลี่ยงสัมภาษณ์สื่อ ในยามที่คนไทยหัวฟัดหัวเหวี่ยง พูดอะไรไปก็พาลไม่เข้าหู ถึงแม้น้ำมันจะกลับมาเต็มปั๊ม แต่คนไทยดันไม่เหลือเงินติดกระเป๋าภาวะพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก วิกฤติซ้อนวิกฤติ อีนุงตุงนังมั่วกันไปหมด “นายกฯหนู” โดนกระแสสังคมพุ่งเป้าก่นด่า รองรับสนามอารมณ์ประชาชนผูกปีเผชิญแต่เส้นทางวิบากกรรมตั้งแต่สงครามเชื้อโรคโควิด-19 ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ การสู้รบไทย-กัมพูชา ล่าสุดก็ไฟสงครามตะวันออกกลางบททดสอบหนักหน่วง พิสูจน์ภาวะผู้นำยามวิกฤติตามสภาพการบริหารจัดการหน้างานที่มีมากกว่าเรื่องน้ำมันขาดแคลน เพราะเชื่อมโยงไปถึงผลประโยชน์ของโรงกลั่นตามหลักฐานตำตา ปั๊มหลายแห่งในต่างจังหวัดถูกลดโควตาการส่งน้ำมันจากโรงกลั่น สะท้อนความผิดปกติการขาดแคลนน้ำมัน ที่อาจมีอะไรมากกว่าความตื่นตระหนกของประชาชนตามความเชื่อรัฐบาลท่ามกลางข้อครหา ไอ้โม่งอมน้ำมันฟันกำไรมหาศาล จุดข้อสงสัยเป็นการถอนทุนเลือกตั้งหรือไม่สภาพการแก้ปัญหาหน้างานรัฐบาลที่กล้าๆกลัวๆ ไม่บังคับใช้กฎหมายให้โรงกลั่นลดราคาค่าการกลั่นลงมา ปล่อยให้ฟันกำไรลาภลอย กินส่วนต่างมโหฬาร มีเพียงแค่มาตรการขอความร่วมมือกับทุนใหญ่ตรงตามตั้งข้อสังเกต สส.หลายคนที่อภิปรายญัตติด่วนในที่ประชุมสภาฯ ช่วงกลางสัปดาห์ถึงแนวทางรับมือวิกฤติพลังงานโลกตั้งคำถามชวนเอะใจ ท่าทีรัฐบาลขึงขังอยู่แต่ปลายน้ำ สั่งผู้ว่าฯ นายอำเภอ กวดขันการกักตุนน้ำมัน เฉพาะปั๊มรายย่อย และรถขนส่งน้ำมันแต่ไปละมุนละม่อมกับต้นน้ำอย่างโรงกลั่น ไม่กล้าควบคุมราคาหน้าโรงกลั่นถ้าไม่เริ่มต้นควบคุมราคาที่ต้นตอหน้าโรงกลั่น ก็ไม่สามารถแก้ปัญหากักตุนพลังงาน บานปลายไปกระทบค่าครองชีพต่างๆพุ่งทะยานตามมาไม่มีวันจบบทพิสูจน์ฝีมือการแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การลดตัวเลขราคาน้ำมันอย่างเดียวแต่เป็นเดิมพันความเชื่อมั่น ความศรัทธา วัดการตัดสินใจ “นายกฯหนู” จะเป็นที่พึ่งประชาชนยามวิกฤติได้แค่ไหน ยิ่งมีหัวโขนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทุกคำพูด ทุกการตัดสินใจ ยิ่งถูกจับจ้องนำไปขยายผลตามคิวสุ่มเสี่ยงช่วงต้นเดือน เม.ย. การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ไม่แคล้วกลายเป็นเวทีย่อยซักฟอกรัฐบาลล่วงหน้า หากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ราคาน้ำมันให้ดีขึ้นได้ มีหวังถูกฝ่ายค้านนำไปขยี้เป็นประเด็นการเมืองสะกดจิตให้เห็นรัฐบาลเป็นพวกเดียวกับไอ้โม่ง เร้าความรู้สึกประชาชนให้มีอารมณ์ร่วมมากขึ้นวิกฤติพลังงานใกล้ลามสู่วิกฤติปากท้อง จุดอันตรายร้ายแรงที่รัฐบาลต้องคลี่คลายปัญหาด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด หยุดอารมณ์ร่วมประชาชน มีไอ้โม่งอยู่ในรัฐบาลรักษาความเชื่อมั่นรัฐบาลใหม่ ไม่ให้หมดราคาตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มนับหนึ่งบริหารประเทศ!!!ทีมข่าวการเมือง คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม