วันเสาร์สบายๆวันนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 293 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง เลือก คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน 119 เสียง มี “งูเห่าพรรคส้ม” แหกมติพรรคไปเลือกนายกฯหนูอีก 1 เสียง ไม่รู้เมื่อไหร่นักการเมืองพันธุ์นี้จะหมดไปจากการเมืองไทยเสียที นักการเมืองที่ทรยศหัวหน้าพรรคตัวเองได้ ทรยศพรรคตัวเองได้ ย่อมทรยศต่อประชาชนได้หลังจากที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯสมัยที่ 2 นายกฯอนุทิน ก็เรียกประชุมด่วน ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อตามหาน้ำมันที่หายไปจากหน้าโรงกลั่นและหายไปจากปั๊มน้ำมันปั๊มละเป็นหมื่นลิตรทันทีก่อนหน้านี้ คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ รัฐมนตรีคมนาคม และผู้อำนวยการ ศบก. เปิดเผยว่า การประชุมวันที่ 19 มี.ค. นายกฯอนุทิน เรียกทุกฝ่ายเข้าร่วม ตั้งแต่ โรงกลั่น ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน และขนส่ง รวมทั้ง จ๊อบเบอร์ ทั้งหลาย จะมาแก้ผ้าดูกันทีละคนว่า ใครที่ตุนน้ำมัน ใครที่โกหก จะจับเท็จให้ได้ว่า สิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่าน้ำมันมี น้ำมันไม่ได้ช็อต กระทรวงพลังงานบอกว่า ไม่ได้ช็อต ทำไมน้ำมันกลั่นออกมาแล้ว คลังน้ำมันหรือซัพพลายเออร์จึงไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ซ้ำร้ายขายส่งก็บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย เพราะฉะนั้นใครเท็จ 19 มี.ค.นี้คงรู้ได้คุณพิพัฒน์ เปิดเผยด้วยว่า ตัวเองก็ค้าขายน้ำมัน มีสถานีบริการน้ำมัน ตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปรับน้ำมัน ตนไม่ได้มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อเดียว แต่มีทั้งยี่ห้อ PT และยี่ห้ออื่นคุณพิพัฒน์ ได้ยกตัวอย่าง ปั๊ม ก. ปกติได้รับน้ำมันและขายได้วันละ 10,000–15,000 ลิตร แต่วันนี้บางยี่ห้อขายน้ำมันให้ปั๊มของตนแค่ 4,000–5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งหายไป 10,000 ลิตร ต้องถามว่า น้ำมันส่วนนี้หายไปไหน ในเมื่อบอกว่าโรงกลั่นมีน้ำมันให้ น้ำมันไม่ได้ขาด แล้วน้ำมันส่วนนี้ล่องหนได้หรือ ฉะนั้น ต้องมีคนโกหกอย่างน้อย 1 คน วันที่ 19 มี.ค. นายกฯเชิญผู้ประกอบการทุกภาคส่วนมาหารือกัน เพราะต้องการรู้ว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ตนเองก็อยากรู้ คุณพิพัฒน์ ยังได้ชี้เบาะแสว่า ขนส่งน้ำมันเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่สำคัญคือหน้าคลังน้ำมัน ไม่มีน้ำมันกลั่น ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า โรงกลั่นโกหก หรือไม่ก็กระทรวงพลังงานโกหก เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงทีเดียวผมขอชื่นชม คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรัฐมนตรีคมนาคม ที่กล้าพูดความจริง ในฐานะที่ตัวเองเป็นผู้ค้าน้ำมันมีสถานีบริการน้ำมันหลายยี่ห้อ ต้องซื้อน้ำมันจากโรงกลั่น คลังน้ำมัน และจ๊อบเบอร์ทุกวัน ถือเป็นผู้รู้เรื่องน้ำมันที่ดีที่สุดในรัฐบาลแต่น่าเสียดาย ผลการประชุมวันที่ 19 มี.ค. ไม่เป็นไปตามที่ คุณพิพัฒน์ และ ประชาชน คาดหวัง นอกจากจะ ไม่มีการตามหาน้ำมันที่หายไปจากระบบ แล้ว นายกฯอนุทิน ยังแถลงว่า น้ำมันมีเพียงพอ ซัพพลายไม่ได้ลดลง แต่ประชาชนกังวลเอง เหมือนตู้ ATM เอาเงินใส่ไว้เท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ เราไม่สามารถเติมน้ำมันให้เต็มปั๊มอยู่ตลอดเวลาได้ ต้องมีวงรอบของเขา แสดงว่า นายกฯอนุทิน คงไม่ได้ฟังข้อมูลของ คุณพิพัฒน์ รองนายกฯ รัฐมนตรีคมนาคม และ ผอ.ศบก. ขนาดปั๊มน้ำมันของคุณพิพัฒน์ยังโดนตัด ปกติได้รับน้ำมันวันละ 15,000 ลิตร แต่ปัจจุบันได้รับน้ำมันแค่วันละ 4,000–5,000 ลิตร น้ำมันหายไปถึงวันละ 10,000 ลิตรต่อปั๊ม หายไป 2 ใน 3 ได้ยังไงปั๊มเดียวหายไป 1 หมื่นลิตรต่อวัน ไทยมีปั๊มน้ำมันใหญ่เล็กทั่วประเทศกว่า 26,400 ปั๊ม ไม่รู้น้ำมันหายไปวันละกี่แสนกี่ล้านลิตร ถ้าลักลอบส่งไปขายต่างประเทศ ก็กำไรกันพุงกาง ผมเชื่อคุณพิพัฒน์ว่า มีการทุจริตเรื่องน้ำมันแน่นอน ขนาดปั๊มของคุณพิพัฒน์ก็ยังโดน วันนี้ไทยกลั่นน้ำมันได้วันละ 175 ล้านลิตร เกินความต้องการใช้ในประเทศกว่า 30 ล้านลิตร แล้วมันขาดแคลนได้ยังไง ถ้าไม่มีการทุจริตหรือแอบส่งไปขายต่างประเทศปกติ นายกฯอนุทิน ก็จับประเด็นได้เร็วมาก แต่เรื่องน้ำมันหาย รองนายกฯในรัฐบาลก็มีหลักฐาน ทำไมนายกฯกลับไม่เชื่อ กลับหาว่าประชาชนกังวลไปเอง แห่ไปเติมน้ำมันจนขาดแคลน รถคันนึงเติมเต็มถังแล้ว คงไม่กลับไปเติมใหม่ทุกวัน แต่น้ำมันยังขาดแคลนทุกวัน แล้ว นายกฯอนุทิน ไม่คิดจะสงสัยบ้างหรือ?“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม