นับหนึ่งรัฐบาล “อนุทิน” ผลโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไม่มีอะไรพลิก “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นอนมาสบายๆ เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลยกมือให้ครบตามจำนวน“ประชาธิปัตย์” งดออกเสียงเหมือนกับ “กล้าธรรม”แต่เหตุผลของ “ประชาธิปัตย์” นั้นพอฟังได้อยู่ว่าทำไมต้อง “งดออกเสียง” แม้จะมีผู้เสนอชื่อ 2 คน เพื่อชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี1.“อนุทิน ชาญวีรกูล”2.“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชนสรุปก็คือทั้งสองคนต่างมีตำหนิไม่เหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี“ณัฐพงษ์” ก็เรื่องคดี ม.112“อนุทิน” ก็เรื่องฮั้ว สว.!แต่ด้วยเสียงสนับสนุนที่มากกว่า “อนุทิน” จึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีแบบนอนมา ปล่อยให้ “กล้าธรรม” เป็นฝ่ายค้านอย่างเจ็บปวดหัวใจ“รังสิมันต์ โรม” จากพรรคประชาชนอภิปรายว่าไม่สนับสนุน “อนุทิน” ก็เพราะมีปัญหาอยู่ 3 เรื่อง1.โยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการจำนวนมากก่อนเลือกตั้ง2.ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง3.เรื่องฮั้ว สว. ซึ่ง “อนุทิน” มีชื่อพัวพันด้วยพูดง่ายๆว่าแม้จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเสียงข้างมากเสถียรภาพมั่นคงมีสิทธิที่จะอยู่นาน แต่ก็ต้องเจออุปสรรคที่ดักรออยู่ข้างหน้าคดีฮั้ว สว.นั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ แม้คณะอนุกรรมการที่ กกต.แต่งตั้งให้สอบสวนเรื่องนี้โดยมีมติเห็นชอบว่าไม่มีความผิดทั้ง 229 คน!แต่ก็เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังต้องเสนอให้ กกต.ชุดใหม่มีมติอีกครั้งว่าจะมีความผิดหรือไม่เรื่องนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ สร้างความเสียหายให้กับระบบการเมือง คือพรรคการเมืองมีอำนาจครอบงำสว.ได้หาก กกต.ชุดใหม่ชี้ว่ามีความผิดก็จะทำให้เกิดปัญหาทันที1. สว.จำนวนหนึ่งจะต้องพ้นจากตำแหน่ง2.นักการเมืองจำนวนหนึ่งจะต้องมีความผิดโดยเฉพาะในพรรคภูมิใจไทยและในจำนวนนี้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีด้วยพูดง่ายๆว่าถ้าโดนก็ไล่ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมาถึงรัฐมนตรีหลายคนแน่นอนว่าฝ่ายค้านคงเตรียมการล่วงหน้าเมื่อตั้งรัฐบาลแล้วก็คงเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเล่นงานรัฐบาลได้เต็มหมัดแน่นอนว่างานนี้มีได้มีเสีย!มีสิทธิดับอนาคต “อนุทิน” ได้ที่สำคัญคือสังคมเชื่อด้วยว่ามีการกระทำความผิดจริงจากข้อมูลหลักฐานที่ดีเอสไอนำมาเปิดเผย หากไม่ได้เป็นรัฐบาลเรื่องนี้คงจบไปแล้วถือเป็นวิบากกรรมที่ไล่ล่าแม้จะมีโชคดีในเรื่องอื่นๆก็ตามก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะมีปาฏิหาริย์หรือไม่?"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม