นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล พูดชัดเจน เรื่องการตั้งรัฐบาลว่า รอให้มีการโหวตนายกฯ ในสภาเรียบร้อยแล้วค่อยมาคุยกัน ถึงการร่วมรัฐบาล และโควตา รมต.กระทรวงต่างๆ เมื่อคนที่มี อำนาจแต่งตั้งรัฐมนตรี พูดเสียชัดเจนขนาดนี้ก็แปลว่า โควตา รมต. และพรรคร่วมรัฐบาลที่พูดกันตามหน้าสื่อก็ไม่มีอะไรในกอไผ่รวมทั้งจำนวนพรรคร่วมรัฐบาลก็เช่นกันมีบางกระแส อ้างว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะสะเด็ดน้ำที่ 292 เสียง มีพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคเล็ก เดิมที 300 เสียง ต่อมาจะหายไป 8 เสียง เป็นเสียงของเสรีรวมไทย 1 เสียง พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง และพรรคไทยภักดีอีก 1 เสียง สรุปว่า ยังไม่มีความชัดเจนใดๆที่ต้องจับตา คือ พรรคประชาชน จะเป็นตัวแปรอีกรอบในกรณีของ ป.ป.ช. จะชี้มูลความผิดของ อดีต 44 สส.ก้าวไกล ขัดจริยธรรมร้ายแรงในการลงชื่อ แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 วันไหน เมื่อถึงวันนั้น จะมี สส.พรรคประชาชนหายไป อีกเท่าไหร่ และจะมี สส.พรรคประชาชน ย้ายพรรคอีกเท่าไหร่และ สส.พรรคประชาชนจะย้ายไปอยู่กับใครมากกว่ากันปัญหาใหญ่ ไม่ใช่อยู่ที่การจัดตั้งรัฐบาล แต่ไปอยู่ที่ กกต. จะจัดการกับปัญหาการเลือกตั้ง ในครั้งนี้ ที่พบพิรุธมากมายขนาดนั้นได้อย่างไรมากกว่า ถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะก็ดีไป ถ้าโมฆะขึ้นมาจะยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อและเรื่องใหญ่อีกเรื่องคือการตั้งรัฐบาล การตั้ง ครม.ขึ้นมา ในช่วงที่สถานการณ์โลกกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน คนที่เป็น รมต.ก็ต้องไม่ธรรมดา กระทรวงเศรษฐกิจ กระทรวงความมั่นคง ยิ่งต้อง ไม่ธรรมดาก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า จะไม่เอาคนนั้นคนนี้มาเป็นรัฐมนตรี ไม่เอาผู้กองธรรมนัส ไม่เอาสุริยะ–สมศักดิ์ ซึ่งเป็นการขัดกับหลักตรรกะของการเมืองแบบไทยๆ พูดง่ายแต่ทำยากเป็นเจ้าอาวาสแต่ไม่มีพัดยศ จะดูแปลก เอาตำแหน่งไปถวายให้คนนอก หรือคนที่ไม่ได้ลงทุนลงแรง นอกจากจะเป็นการชุบมือเปิบ แกนนำพรรคการเมืองแต่ละบ้านแต่ละมุ้ง ไม่รู้จะไปลงทุนให้เมื่อยตุ้มทำไมก็เหมือน ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง จะเอากระดูกมาแขวนคอไปทั้งชีวิตก็คงไม่มี แรงบันดาลใจขนาดนั้น ก็เลยประกาศยุติบทบาทเอาดื้อๆอะไรที่ไม่เคยนึกว่าจะเกิดขึ้นก็เลยเกิดขึ้นตั้งแต่ยกมือให้อนุทินเป็นนายกฯเพราะฉะนั้น พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ต้องรีบ เคลียร์ให้จบ ทั้งเรื่องพรรคร่วมรัฐบาล ครม. และปัญหา ที่มีผลพวงมาจาก นิติสงครามและการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เพราะถ้าปล่อยให้เป็นปัญหาคาราคาซัง จะมีผลกระทบกับ ประเทศไทย ในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอนวิกฤติสงครามตะวันออกกลางจะเป็นตัวกำหนดสถานการณ์โลกและไทย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม