สหรัฐฯ-อิสราเอลปฏิบัติการเดือดโจมตีอิหร่านอย่างหนัก จมเรือฟริเกตของอิหร่านที่ศรีลังกาลูกเรือสูญหายนับร้อย และถล่มเรือรบจม 17 ลำ “ทรัมป์” โวตุนอาวุธไว้เหลือเฟือกดดันบริษัทผลิตอาวุธเสริมทัพ ผู้นำอิหร่านคนใหม่อาจเลวร้าย ส่วนกองทัพอิหร่านสวนกลับถล่มกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบซัดเรดาร์เตือนภัยขั้นสูง ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่เผาเรือน้ำมัน แจ้งเลื่อนพิธีศพ “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด ขณะที่จีนคัดค้านการโจมตีต่ออิหร่านหวั่นบานปลายเข้าสู่วันที่ 5 สงครามเดือดส่งผลกระทบทั่วโลก กองทัพสหรัฐฯ-อิสราเอล ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง เริ่มกระบวนการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่านมุ่งเป้าถล่มจุดยุทธศาสตร์ ทำลายเรือบรรทุกขีปนาวุธ และเตรียมกำลังทหารภาคพื้นดิน ส่วนกองทัพอิหร่านสวนกลับใช้โดรนพิฆาตถล่มสถานทูต กรุงริยาดของซาอุฯ ทำลายเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ 60 แห่ง ขู่ยิงเรือน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นทรัมป์โวตุนระเบิดและกระสุนเหลือเฟือโดยเมื่อวันที่ 4 มี.ค. นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศกร้าวว่า กองทัพสหรัฐฯพร้อมจะทำสงครามไปตลอดกาล เนื่องจากเรามีกระสุนสำหรับการรบอย่างไร้ขีดจำกัด สหรัฐฯตุนระเบิดและกระสุนไว้เหลือเฟือ และพร้อมที่จะได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ นอกจากนี้นายทรัมป์กล่าวถึงปัญหาการขนส่งสินค้าและน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจากกรณีที่ทางกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ยังคงยืนยันเรื่องการควบคุมช่องแคบว่า มีความเป็นไปได้ที่จะส่งเรือรบสหรัฐฯเข้าไปปกป้องเส้นทางเดินเรือ รวมถึงการประกบอารักขาเรือบรรทุกน้ำมัน เพื่อให้การคุ้มครองพาแล่นออกจากช่องแคบ หลังมีเรือสินค้าถูกอาวุธร่อนที่อาจเป็นจรวดหรือโดรนพิฆาตยิงเสียหายแล้ว 3 ลำ นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังระบุว่า กองทัพอากาศสหรัฐฯนำเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนักหรือเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์มาใช้ถล่มอิหร่านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง B-2 B-1 และ B-52 จากยุคสงครามเย็น การใช้ B-52 ย่อมหมายความว่า ระบบต่อต้านอากาศยานของอิหร่านได้ถูกลดขีดความสามารถผู้นำอิหร่านคนใหม่อาจเลวร้ายอย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับว่าความหวังที่อิหร่านจะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ด้วยรัฐบาลที่ไม่กดขี่น้อยลงนั้น อาจพังทลายลงได้ง่ายๆ “ผมคิดว่ากรณีที่เลวร้ายที่สุดคือเราทำแบบนี้แล้ว มีคนเข้ามาแทนที่ซึ่งเลวร้ายพอๆกันกับคนก่อนหน้าใช่ไหม นั่นอาจเกิดขึ้นได้ เราไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น มันคงเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด คุณผ่านเรื่องนี้มานานแล้ว และในอีก 5 ปี คุณจะรู้ว่าคุณเลือกคนที่ไม่ได้ดีไปกว่าคนก่อนหน้าเข้ามา ดังนั้นเราอยากเห็นใครสักคนที่นำพาประเทศกลับมาเพื่อประชาชน เราจะรอดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับประชาชน คุณรู้ไหม พวกเขามีโอกาส และเราได้บอกว่า อย่าเพิ่งทำ ถ้าคุณจะออกไปประท้วง อย่าเพิ่งทำ มันอันตรายมากข้างนอกนั่น”กดดันบริษัทผลิตอาวุธเสริมทัพสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทีมงานระดับสูงของประธานาธิบดีสหรัฐฯนัดประชุมกับผู้บริหารของบริษัทผลิตอาวุธต่างๆไม่ว่าล็อคฮีดมาร์ตินเรธีออน และอื่นๆ ที่ทำเนียบขาวกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อกระตุ้นให้เร่งผลิตอาวุธมาทดแทนที่ใช้ไปในสงคราม พร้อมกดดันให้บริษัทต่างๆให้ความสำคัญในเรื่องการผลิตอาวุธมากกว่าการให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยกรณีนี้รัฐบาลสหรัฐฯได้เตรียมงบประมาณสนับสนุนไว้ให้ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1.57 ล้านล้านบาท แต่หากบริษัทใดทำไม่ถึงเป้า ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกปรับหรือถูกยกเลิกสัญญาบางอย่างกับรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์โชซุนของเกาหลีใต้ยังรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯอยู่ระหว่างพิจารณาโยกย้ายระบบต่อต้านอากาศยานขั้นสูงรุ่นแพทริออท และระบบต่อต้านขีปนาวุธขั้นสูงรุ่นธาด (THAAD) จากฐานทัพสหรัฐฯในเกาหลีใต้ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อแก้ปัญหาอาวุธเริ่มร่อยหรอทิ้งบอมบ์สถานที่คัดเลือกผู้นำขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์นิวส์ของสหรัฐฯ รายงานอ้างการเปิดเผยของกองทัพอิสราเอล ว่า ฝูงบินรบอิสราเอล-สหรัฐฯประสบความสำเร็จในการทิ้งระเบิดโจมตีอาคารภายในเมืองกอม ที่กำลังมีการจัดประชุมของสภาผู้เชี่ยวชาญ 88 คน เพื่อเลือกสรรผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ ขณะที่ภาพจากสื่อท้องถิ่นแสดงให้เห็นว่าอาคารถูกทำลายย่อยยับ อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านปฏิเสธรายงานดังกล่าว ระบุว่าอาคารที่ถูกทิ้งระเบิดไม่ใช่สถานที่จัดการประชุมคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ แต่มิได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ รูปการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความสงสัยตามมา เนื่องจากกองทัพอากาศอิสราเอลเคยทิ้งระเบิดสำนักงานของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ในกรุงเตหะราน ทีแรกอิหร่านยืนยันว่าผู้นำไปหลบภัยที่อื่น ยังมีชีวิต ก่อนกลับลำยอมรับในเวลาต่อมาว่าเสียชีวิตพร้อมสังหารผู้นำอิหร่านคนใหม่ส่วนนายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอลประกาศกร้าวว่า รัฐบาลอิสราเอลพร้อมที่จะสังหารผู้นำใหม่ของอิหร่านที่จะมารับตำแหน่งแทนที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ตราบเท่าที่ผู้นำใหม่ของอิหร่านยังคงวางแผนที่จะทำลายอิสราเอล เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯหรือโลกเสรี และกดขี่ประชาชนชาวอิหร่าน เราพร้อมที่จะสังหารตลอดเวลาไม่ว่าคนคนนั้นจะชื่ออะไร หรือไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์เดอะ ไฟแนนเชียลไทม์สของอังกฤษ รายงานว่า หน่วยข่าวกรองของอิสราเอลประสบความสำเร็จในการแฮ็กเจาะระบบเข้าดูกล้องวงจรปิดจราจรเกือบทั้งหมดในกรุงเตหะราน สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญในรัฐบาลอิหร่าน ดูพฤติกรรมการเดินทาง การจอดรถ จำนวนเจ้าหน้าที่อารักขาและขั้นตอนคุ้มกันจมเรือฟริเกตอิหร่านที่ศรีลังกาพล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาทำลายเรือรบอิหร่านไปแล้ว 17 ลำ รวมถึงเรือดำน้ำที่ใช้งานมากที่สุดของอิหร่าน และยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงตลอดสัปดาห์ หลังจากปฏิบัติการเริ่มไปได้ไม่ถึง 100 ชั่วโมง สามารถโจมตีเป้าหมายได้แล้วเกือบ 2,000 แห่ง นอกจากนี้พล.ร.อ.คูเปอร์โพสต์ลงบน X ระบุด้วยว่า สหรัฐฯทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านอย่างรุนแรง และทำลายขีปนาวุธเครื่องยิงขีปนาวุธ และโดรนไปหลายร้อยลูก พร้อมระบุว่ากองทัพเรืออิหร่านทั้งหมดกำลังถูกจม สหรัฐฯมุ่งเน้นไปที่การยิงทุกสิ่งที่สามารถยิงมาที่สหรัฐฯได้ และได้จมกองทัพเรืออิหร่านทั้งหมด โดยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 และ B-1 เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่ระบอบอิหร่านได้ก่อกวนการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ วันนี้ไม่มีเรืออิหร่านแม้แต่ลำเดียวแล่นอยู่ในอ่าวอาหรับ ช่องแคบฮอร์มุซ หรืออ่าวโอมาน และเราจะไม่หยุด ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมว่า เรือรบฟริเกต “ไอริส เดนา” ของอิหร่าน ที่อับปางทางภาคใต้ของประเทศศรีลังกา อาจถูกจมโดยเรือดำน้ำและลูกเรืออย่างน้อย 101 นายยังคงสูญหายกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันยิงเรือรบอิหร่านนายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า เรือดำน้ำ ของสหรัฐฯจมเรือรบของอิหร่านลำหนึ่งในน่านน้ำสากล นายเฮกเซธระบุว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เรือของศัตรูถูกจมลงด้วยตอร์ปิโด “เรือดำน้ำอเมริกันจมเรือรบอิหร่านลำหนึ่งที่คิดว่าตนเองปลอดภัยอยู่ในน่านน้ำสากล” เฮกเซธกล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่เพนตากอน “แต่ความจริง คือมันถูกจมลงด้วยตอร์ปิโด” และ “นี่เป็นการใช้ตอร์ปิโด จมเรือของศัตรูเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2” นอกจากนี้ เฮกเซธยังระบุด้วยว่ากองทัพสหรัฐฯจมเรืออีกลำชื่อ “โซเลมานี” (Soleimani) เป็นเรือลำสำคัญของอิหร่าน ที่ตั้งชื่อตามอดีตนายพล คาเซม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง “คุดส์” (Quds) ของอิหร่าน ผู้ถูกกองกำลังสหรัฐฯสังหารในช่วงที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งในสมัยแรกลูกเรือ 148 คนสูญหายเริ่มเลือนลางก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เรือฟริเกต “IRIS Dena” ของกองทัพเรืออิหร่านจมในทะเลนอกชายฝั่ง ของประเทศศรีลังกาเมื่อวันพุธที่ 4 มี.ค. กองทัพเรือ ศรีลังกายืนยันว่า พวกเขาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้ว 32 ราย ท่ามกลางรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดก่อนที่เรือ ลำนี้จะจมเมื่อช่วงเช้ามืด รัฐมนตรีต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของศรีลังการะบุว่า ตอนนี้ความหวังที่จะพบลูกเรือ 148 คน ที่ยังสูญหายเริ่มเลือนลางแล้ว ในเบื้องต้นนายพุทธภา สัมพัทธ์ โฆษก กองทัพเรือศรีลังกาให้สัมภาษณ์กับ BBC โดยปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าเรืออับปางเนื่องจากการถูกโจมตีด้วย เรือดำน้ำ สวนทางกับคำพูดของนายเฮกเซธอังกฤษสอยเครื่องบินร่วง 1 ลำด้านกระทรวงกลาโหมอังกฤษออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เครื่องบินรบพรางเรดาร์รุ่น F-35 และเครื่องบินรบอเนกประสงค์รุ่น Typhoon ของกองทัพอากาศอังกฤษเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารของกองทัพสหรัฐฯเป็นครั้งแรก โดยดำเนินภารกิจสกัดกั้นโดรนพิฆาตของกองทัพอิหร่านเหนือน่านฟ้าจอร์แดน อิรัก และกาตาร์ และประสบความสำเร็จในการใช้จรวดอากาศสู่อากาศยิงโดรนตกหลายลำ ส่วนกองทัพอิสราเอลรายงานว่า เครื่องบินรบ F-35 ยิงเครื่องบินรบรุ่น Yak-130 ของกองทัพอากาศอิหร่านตก 1 ลำ เหนือน่านฟ้ากรุงเตหะราน ซึ่งถือเป็นการสังหารเป้าหมายทางอากาศครั้งแรกของเครื่องบินรบซีรีส์ F-35ถล่มเรดาร์เตือนภัยขีปนาวุธขั้นสูงหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า ฐานทัพสหรัฐฯ 7 แห่งในประเทศพันธมิตรอาหรับได้รับความเสียหายอย่างชัดเจน พร้อมอ้างภาพถ่ายดาวเทียมว่า ระบบเรดาร์เตือนภัยขีปนาวุธล่วงหน้าขั้นสูงของสหรัฐฯรุ่น AN/FPS-132 ที่มีระยะการตรวจจับ 5,000 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 1,100 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 34,639 ล้านบาท ในฐานทัพประเทศกาตาร์ ได้รับความเสียหายจริงตามที่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ และกรณีนี้หมายความว่า ระบบตรวจจับขีปนาวุธและภัยคุกคามทางอากาศชั้นสูงของสหรัฐฯในภูมิภาคตะวันออกกลางถูกลดขีดความสามารถไปพอสมควร เนื่องจากสหรัฐฯมีระบบเรดาร์ขั้นสูงดังกล่าวอยู่ 2 แห่งคือกาตาร์และอิสราเอลกงสุลสหรัฐฯในดูไบถูกโจมตีขณะที่สำนักข่าวในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระบุว่าสนามบินนานาชาติเมห์ราบัด ทางตะวันตกของกรุงเตหะรานถูกทิ้งระเบิดได้รับความเสียหาย มีควันไฟลุกโขมงลามไปทั่วบริเวณ สนามบินดังกล่าวเป็นหนึ่งในสนามบินที่คึกคักที่สุดของอิหร่าน ส่วนใหญ่รองรับสายการบินในประเทศ แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บที่ชัดเจน ส่วนที่สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานยืนยันว่า สถานกงสุลสหรัฐฯในนครดูไบถูกโจมตีด้วยโดรนพิฆาต มีรายงานไฟลุกไหม้ แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระงับเหตุได้แล้ว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ“โมจตาบา”ผู้นำอิหร่านคนใหม่เว็บไซต์สื่ออิหร่านรายงานว่า นายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตหลังถูกลอบสังหารโดยปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐอเมริการ่วมมือกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านแทนผู้เป็นบิดาแล้ว โดยโมจตาบาเป็นบุตรชายคนที่ 2 ของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านผู้ล่วงลับ แหล่งข่าวที่มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวเผยว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กดดันให้มีการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านอย่างเร่งด่วน หลังการเสียชีวิตของคาเมเนอี โครงสร้างการบังคับบัญชาที่เหลืออยู่ของ IRGC ต้องการสรุปการตัดสินใจให้แล้วเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง ตั้งแต่ก่อนรุ่งสางของวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เนื่องจากการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถเรียกประชุมสมัชชาผู้เชี่ยวชาญเป็นองค์กรตามกฎหมายที่มีอำนาจเลือกผู้นำสูงสุดได้ ทำให้ IRGC ผลักดันให้การแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ให้เกิดขึ้นนอกกรอบขั้นตอนทางกฎหมายที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันสำนักข่าวรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า พิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกเลื่อนไปก่อน และจะแจ้งกำหนดการใหม่ให้ทราบในภายหลังปิดช่องแคบฮอร์มุซขู่เผาเรือน้ำมันสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกลาง หลังสหรัฐฯและอิสราเอลร่วมกันถล่มอิหร่าน ทำให้อิหร่านโจมตีตอบโต้ ถึงตอนนี้ สถานการณ์การสู้รบลุกลามไป 9 ประเทศแล้ว ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน ไซปรัส และเลบานอน ล่าสุดสื่ออิหร่านรายงานว่า อิบราฮิม จาบารี ที่ปรึกษาอาวุโสของ IRGC กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแล้ว หากใครพยายามแล่นเรือผ่านไป IRGC และกองทัพเรือจะจุดไฟเผาเรือเหล่านั้น สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกที่เชื่อมประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM)ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถูกปิดอ้างโจมตีโดนเรือพิฆาตสหรัฐฯเว็บไซต์ www.presstv.ir รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ออกมาประกาศว่า สามารถโจมตีเรือพิฆาตของสหรัฐฯในมหาสมุทรอินเดียได้ แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลจากชายแดนอิหร่านหลายร้อยกิโลเมตร โดย IRGC ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคมว่า เรือรบของสหรัฐฯถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ “Ghadr-380” และ “Talaieh” ของอิหร่าน Ghadr เป็นขีปนาวุธพิสัยกลางที่มีระยะทำการสูงสุด 2,000 กิโลเมตร ที่ออกแบบมาเพื่อการโจมตีที่แม่นยำและติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว ส่วน Talaieh เป็นระบบขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตร เป็นขีปนาวุธอัจฉริยะที่สามารถเปลี่ยนเป้าหมายได้ระหว่างปฏิบัติภารกิจ และเพิ่มขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ IRGC ระบุว่า ในการโจมตีที่รุนแรงนี้ เป้าหมายอยู่ห่างจากพรมแดนอิหร่านถึงกว่า 600 กิโลเมตร เรือพิฆาตลำดังกล่าวอยู่ระหว่างการเติมเชื้อเพลิงจากเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ผลของการโจมตีดังกล่าวทำให้เกิดไฟไหม้เป็นวงกว้าง พร้อมให้คำมั่นว่าจะดำเนินปฏิบัติการ “คำสัญญาที่แท้จริง 4” ต่อไปจนกว่าศัตรูจะพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง จีนคัดค้านการโจมตีต่ออิหร่านด้านนายหวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจีน หารือผ่านทางโทรศัพท์กับนายกิดิออน ซาอาร์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอิสราเอล หลังจากเกิดเหตุการณ์โจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า จีนยึดมั่นมาโดยตลอดว่าปัญหาระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคควรได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาและการหารือ ทุกฝ่ายควรปฏิบัติตามวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ และงดเว้นจากการใช้ หรือข่มขู่ที่จะใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของทุกฝ่ายรวมถึงอิสราเอลด้วย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนมุ่งมั่นส่งเสริมการแก้ไขปัญหานิวเคลียร์อิหร่านด้วยแนวทางทางการเมือง การเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน และยังครอบคลุมถึงข้อกังวลด้านความมั่นคงของอิสราเอลด้วย น่าเสียดายกระบวนการดังกล่าวถูกขัดจังหวะด้วยการยิงปืนใหญ่ จีนคัดค้านการโจมตีทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯต่ออิหร่าน การใช้กำลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง ตรงกันข้ามกลับจะสร้างปัญหาใหม่และมีผลกระทบร้ายแรง ทหารมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม ไม่ใช่อยู่ในสนามรบเรียกร้องให้ยุติการสู้รบหวั่นลุกลามนายหวัง อี้ระบุว่า จีนขอเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติ การทางทหารโดยทันที เพื่อป้องกันไม่ให้การสู้รบลุกลามจนควบคุมไม่ได้ และจีนยึดมั่นที่จะมีบทบาทสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการลดความตึงเครียดของสถานการณ์ พร้อมกันนี้ นายหวัง อี้ ขอให้อิสราเอลใช้มาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อรับประกันความปลอดภัยของบุคลากรจีน ขณะที่นายซาอาร์กล่าวว่า อิสราเอลให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และจะปกป้องความปลอดภัยและความมั่นคงของบุคลากรจีนอย่างเต็มที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่